[Short Fiction Halloween Project] My Dear INCUBUS ค่ะ

posted on 02 Nov 2009 11:07 by iczer  in FICTION

สวัสดีค่ะ

   ทีแรกกะว่า Fan-Fiction จะได้ขึ้นก่อน แต่ปรากฎ Project Halloween ที่เขียนร่วมกับน้องสาวได้ขึ้นก่อนซะงั้น เพราะแรงผลักแรงถีบสินะ หุหุ ก็อย่างหัวข้อแหละนะคะ เป็นนิยายสำหรับเทศกาลฮาโลวีนค่ะ สั้นที่สุดที่เราเคยเขียนมาเลย

  อธิบายก่อน คนที่แต่งพล็อต และตรวจบรู๊ฟ คือ เรา แต่ คนที่ลงมือเขียนทั้งหมดคือ นู๋ Dee นะคะ เรื่องนี้มีฉากนิดหน่อย ดังนั้น เราจะลงแค่ส่วนแรก สำหรับส่วนหลัง ก็ตามไปโหลดอ่านได้ที่ link ด้านล่าง ส่วนแรกนะคะ

Warning : นิยายเรื่องนี้ เป็นเรื่องระหว่างชายรักชาย ดังนั้น หากท่านที่บังเอิญมาพบแล้วไม่ได้สนใจในด้านนี้ ก็กลับออกไปได้นะคะ แล้วก็ขอความกรุณาอย่า copy หรือ เอาไปลงที่อื่น โดยไม่ได้รับอนุญาตจากทั้งเรา และ นู๋ Dee ด้วยนะคะ ขอบคุณมากค่ะ 

 

My Dear INCUBUS

 

---**---**---**---

 

ปลายเดือนตุลาคมมักเป็นช่วงที่อากาศหนาวไม่มากนัก หากแต่รัฐไอโอวาอยู่ค่อนไปทางเหนือ ทำให้อากาศมีลักษณะคล้ายกับรัฐในมิดเวสต์โดยทั่วไปคือหนาวจัดและร้อนจัดมากกว่ารัฐที่อยู่ล่างลงไปในสหรัฐอเมริกา

 

วันนี้ทั้งวันดูจะเป็นวันวุ่นวายสำหรับเคนนี่ซึ่งเป็นพวกรักสงบ ไม่ค่อยสุงสิงปาร์ตี้กับใครเขา ตั้งแต่เช้ารอบด้านก็มีแต่งานรื่นเริงไม่เว้นบ้าน ดูอย่างห้องเช่าข้างเขานั่นปะไร คู่รักนักศึกษาที่แก่กว่าเขาเปิดเพลงเกี่ยวกับผีๆ ตั้งแต่สาย แถมยังจัดหน้าห้องตัวเองให้มีหัวฟักทองแกะสลัก...แน่นอนว่าของปลอม แล้วพากันแต่งชุดพ่อมดแม่มดอย่างไม่ต้องอายใคร เพราะเด็กและวัยรุ่นละแวกนี้ก็แต่งตัวใกล้เคียงกัน บ้างก็ใส่หน้ากากผี บ้างก็เอาผ้าพันแผลใส่ทิงเจอร์ฯ มาแปะตามร่างกายให้ดูน่ากลัว ...บางคนที่ชอบความน่ารักและความสวยงามสักหน่อย ก็จะเลือกพวกชุดพ่อมดแม่มด หรือกระทั่งแดร็กคูล่าก็ยังเป็นที่นิยมกันมากอยู่

 

ตอนนี้เย็นมากแล้ว อุณหภูมิก็ลดลงตาม ...เคนนี่ใช้แขนที่ไม่ได้เต็มไปด้วยมัดกล้ามอย่างหนุ่มนักกีฬากอดอกตัวเองแน่น เขาเป็นคนขี้หนาวแม้จะเกิดในรัฐที่มีสภาพอากาศหนาวจัดแบบนี้ก็ตาม

 

ชายหนุ่มพาตัวเองเข้าห้องหลังมองบรรยากาศครื้นเครงจนเริ่มเบื่อ... บนโต๊ะญี่ปุ่นเล็กๆ บริเวณมุมห้องมีลูกกวาดและช้อคโกแลตวางอยู่หนึ่งโหลใหญ่ แม้เคนนี่จะมีเชื้อสายอินเดียนกึ่งหนึ่งอยู่ในตัวแต่เขาก็ไม่ได้ปฏิเสธวัฒนธรรมใหม่ๆ ที่กลืนกินการดำเนินชีวิตในรูปแบบเก่าไปจนสิ้น เขาออกจะชอบด้วยซ้ำที่มีเด็กๆ มาเคาะประตูห้องแล้วถาม “Trick or treat?” พร้อมด้วยรอยยิ้มกว้างใสบริสุทธิ์ มันทำให้เขารู้สึกเหมือนไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว

 

แต่ตอนนี้ห้องของเขาก็เหมือนเป็นอีกโลกหนึ่ง ดูแล้วเงียบเหงาไม่ผิดอะไรกับการอยู่ในป่าเพียงลำพัง ชีวิตเคนนี่ช่างเรียบง่าย... พ่อและแม่ต่างอยู่ที่รัฐอิลลินอยส์ ส่วนตัวเขาที่เอ็นท์ติดมหาวิทยาลัยไอโอว่าก็ย้ายมาอยู่ห้องเช่าที่ห่างไปเพียงไม่กี่กิโลเมตรเท่านั้น วันๆ ก็มีแค่เรียนกับทำงานพิเศษ เพื่อนสนิทก็มีไม่มากทำให้เขาดูออกจะโดดเดี่ยวสักหน่อยในสายตาเพื่อนฝูง

 

เคนนี่รักสัตว์ และเขาเคยคิดจะเลี้ยงสัตว์เลี้ยงสักตัว แต่ก็หวาดเกรงความยึดติดในสิ่งที่รักของตนเอง จะส่งผลเมื่อถึงเวลาที่มันจากเขาไป

 

เสียงเคาะประตูเบาๆ ดังขึ้นขัดจังหวะความคิด พร้อมกับเสียงเล็ก ๆ ของเด็กกลุ่มหนึ่ง

 

Trick or treat~~”

 

เคนนี่ยิ้ม...ชายหนุ่มหยิบเหล่าลูกกวาดที่เตรียมไว้ขึ้นมากำหนึ่งก่อนส่องไปที่ตาแมว และพบว่าหน้าประตูมีเด็กหญิงสามคนยืนเรียงหน้ากระดานและยิ้มแฉ่งอวดฟันหลออย่างรอคอย

 

Treat” ชายหนุ่มตอบกลับก่อนเปิดประตูออกไป พลางยื่นลูกกวาดให้มือเล็กๆ ที่ยื่นมารับคนละ 2-3 อัน เหล่าเด็กหญิงยิ้มแป้นก่อนหันหลังเดินจากไป เพื่อไปเคาะประตูยังบ้านอื่นๆ ต่อไป

 

เคนนี่มองเด็กเหล่านั้นอีกพักใหญ่ก่อนปิดประตูกลับเข้าสู่โลกเดิมของตนเอง ...ขณะที่กำลังมองแสงไฟงานเทศกาลซึ่งเห็นได้จากหน้าต่าง ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นอีก และคราวนี้เป็นเสียงเด็กชายที่กึ่งๆ จะแตกเนื้อหนุ่ม ...เคนนี่จำได้

 

ออร์แลนด์ เป็นเด็กวัยรุ่นที่อยู่ซอยถัดไป ...เด็กหนุ่มมีอัธยาศัยดีและขี้เล่น ดูตามจากลักษณะนิสัยแล้วออร์แลนด์ยังคงเห็นว่าเทศกาล Trick or treat สนุกสำหรับเขาอยู่ไม่เสื่อมคลาย

 

คราวนี้เคนนี่ไม่ตอบกลับ เพียงแค่หยิบลูกกวาดขึ้นมาโดยเลือกเฉพาะช็อคโกแลตเท่านั้นติดมือมาด้วย เพราะจำได้ว่าเด็กชายชอบทานช็อคโกแลตมาก

 

และเป็นจริงดังคาด ออร์แลนด์ยืนยิ้มอยู่หน้าประตูพลางแบมืออย่างรู้ดี ว่าเคนนี่ต้องมีขนมมาให้ “โห... เคนนี่ ผมรักพี่จัง ช็อคโกแลตหมดเลย”

 

พี่รู้ว่าเธอชอบน่ะสิ แล้วนี่มาคนเดียวหรือไง? เพื่อนๆ ล่ะ”

 

ออร์แลนด์เบ้ปากอย่างหมั่นไส้แต่กลับดูน่ารักในสายตาคนอื่น “ก็พวกนั้นบอกว่า หมดวัยจะมาเคาะประตูขอขนมแล้ว ผมเลยมาเล่นคนเดียว” เคนนี่โยกหัวเด็กหนุ่มด้วยความเอ็นดูก่อนกล่าว

 

เธอนี่ขี้เล่นไม่มีเปลี่ยนเลยนะ เอาล่ะรอตรงนี้ พี่มีของแถม” เคนนี่หายกลับเข้าไปในห้องอีกครั้ง และกลับออกมาพร้อมโคมไฟฟักทองอันเล็กที่มีหลอดไฟติดอยู่ข้างใน ชายหนุ่มเพียงบังเอิญซื้อมาเพราะเห็นว่าน่ารัก แต่จนแล้วจนรอดก็ได้แต่นึกว่าจะซื้อมาทำไม

 

พี่ให้”

 

ว้าววว ขอบคุณครับ” ออร์แลนด์รับมาอย่างว่องไวก่อนแนบแก้มกับอีกฝ่ายเป็นการขอบคุณ และวิ่งจากไปอย่างร่าเริง เคนนี่ส่ายหัวน้อยๆ พลางนึกว่า อายุก็ไม่ใช่น้อยๆ ยังติดนิสัยป้าโรซี่ผู้เป็นแม่มาทำแบบนี้อยู่อีก หากเป็นสาวๆ แล้วยังทำแบบนี้อยู่ คงเป็นเรื่องอันตรายอยู่ล่ะนะ ก็หน้าตาไม่ได้ขี้เหร่ตรงไหนเลย

 

...ค่ำนั้นมีเสียงเคาะประตูไม่ถี่นัก แต่ก็เล่นเอาขนมในโหลเหลืออยู่เพียงก้นๆ

 

เวลาผ่านเลยจนเกือบเที่ยงคืนแล้ว เคนนี่คาดว่าคงไม่มีเด็กที่ไหนมาเคาะประตูอีกก็เตรียมจะไปดื่มนมอุ่นๆ นอน หากเพียงแต่เอื้อมมือออกไปยังไม่ทันได้ปิดไฟ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นเป็นจังหวะหนักแน่น

 

Trick or treat?” น้ำเสียงไม่คุ้นเคยดังขึ้น เสียงนั้นเป็นเสียงชายหนุ่มเต็มตัวไม่ผิดแน่ แต่ฟังดูแล้วมีแววขี้เล่นแผ่วจางอยู่ในน้ำเสียงทุ้มเข้ม

 

เคนนี่ชั่งใจอยู่นานว่าจะตอบรับไปดีหรือไม่ ก่อนตัดสินใจเดินไปส่องดูที่ตาแมวก่อน ...หน้าประตูของเขาเป็นชายหนุ่มร่างสูงยืนยิ้มกว้างจนตาหยีอยู่ ด้านหลังมีปิกสีดำเหมือนค้างคาว อีกทั้งยังมีหางเล็กๆ โผล่ออกมาอีกด้วย ชายหนุ่มได้แต่นึกฉงนว่า โตป่านนี้แล้วยังเล่น Trick or treat อยู่อีกหรือ? แต่ก็ไม่ติดใจสงสัยอะไรนัก ก่อนตอบกลับไปเบาๆ

 

Treat” ก่อนหมุนตัวกลับเข้ามาในห้องเพื่อหยิบโหลลูกกวาดมาทั้งโหล

 

ผมให้คุณหมดนี่เลย” เคนนี่ยิ้มพลางยื่นโหลลูกกวาดไปให้ แต่แทนที่ชายหนุ่มที่เพิ่งถาม Trick or treat ออกมาจะรับมันไป เขากลับยื่นหน้ายิ้มๆ เข้ามาใกล้แล้วพยักหน้าเบาๆ ก่อนดันเคนนี่เข้าห้องและปิดประตูให้เสร็จสรรพ ชายหนุ่มเจ้าของห้องยืนอึ้งอยู่กลางห้องเช่าเล็กๆ ของเขาพลางสอดส่ายสายตาหาทางเอาตัวรอด เพราะดูเหมือนชายตรงหน้าจะมาแบบไม่เป็นมิตรเสียแล้ว แต่กลับผิดคาดก็ตรงที่ร่างสูงๆ พาตัวเองมาหย่อนก้นบนเก้าอี้มุมโต๊ะกินข้าวแทนที่จะมีอาการคุกคามอื่นใด ...และรอยยิ้มยังส่งมาให้ไม่เสื่อมคลาย

 

เคนนี่มองใบหน้าขาวจัดอย่างไม่ยอมคลายการระวังตัว และเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตอนที่เขาส่องตาแมวออกไปมอง อีกฝ่ายยังมีปีกและหางที่เข้าเทศกาลวันฮาโลวีนอยู่ แต่ขณะนี้ชายหนุ่มที่นั่งมองมาทางเขาอย่างอารมณ์ดีตรงหน้า...กลับไม่มีปีกและหางอยู่อีกแล้ว ...เอาไปซ่อนไว้ที่ไหน??

 

ทว่า...เรื่องนั้นคงไม่สำคัญเท่าทำอย่างไรให้คนแปลกหน้านี่ออกจากห้องเขาให้ได้ก่อน

 

ผมให้ขนมคุณแล้ว ...ยังต้องการอะไรอีก?”

 

น้ำเสียงกล้าๆ กลัวๆ ของเคนนี่ทำให้ชายแปลกหน้า..ที่หน้าตาค่อนข้างดี หัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนเดินเข้าไปใกล้อีกฝ่ายพลางทำหน้าตาที่สาวๆ เห็นแล้วต้องออกปากว่าน่ารักกันทุกราย ...ดวงตากลมโตสีน้ำตาลอ่อนจัด ราวกับตาของ..แมว อ่อนเชื่อมและดูน่าสงสาร ริมฝีปากอิ่มคลี่ยิ้มหยดย้อยราวกับไม่ยอมให้อีกฝ่ายปฏิเสธตนได้

 

ข้างนอกหนาว แล้วก็หิวด้วย”

 

หน้าตาท่าทางก็ดี ไม่น่าเป็นพวกจรจัดไปได้ คือสิ่งที่เคนนี่คิด แต่เขากลับกล่าวไปอีกเรื่อง

 

ผมพอมีอาหารเหลืออยู่ แต่แค่พิซซ่าชิ้นเดียว กับนม ...คงพอทำให้อิ่มได้ ผมมีแจ็คเก็ตที่ไม่ค่อยได้ใช้อยู่หนึ่งตัว..ยกให้คุณ แต่คงให้คุณค้างที่นี่ไม่ได้” เคนนี่กล่าวอย่างเอื้อเฟื้อ แม้จะไม่มั่นใจว่าอีกฝ่ายจะยอมออกไปดีๆ หรือไม่ก็ตาม ...ความจริงแม้อีกฝ่ายจะไม่เอ่ยขอค้าง เขาก็พอเดาเจตนาได้จากการที่ชายร่างสูงลอบมองไปทางเตียงของเขาอย่างผิดสังเกต

 

เคนนี่รอคอย... คอยคำตอบของชายแปลกหน้าว่าจะมีปฏิกิริยาอย่างไร

 

ข้าคือ คาร์ล เลกซ์ ฟินนีอัส เรียกว่า คาร์ล ก็ได้ อันที่จริง..ข้ามาขอบคุณ ที่วันก่อนนู้นนน ช่วยข้าไว้”

 

หา?!” เคนนี่สับสน ถ้าสมองเขาไม่เสื่อม... คนหน้าตาดีขนาดนี้มีหรือเขาจะจำไม่ได้ ยังไง๊ยังไงก็ไม่เคยเจอมาก่อนอย่างแน่นอน

 

อ้อ!! จะจำกันไม่ได้ก็ไม่แปลก ข้าคือสุนัขป่าที่เจ้าช่วยไว้เมื่อไม่กี่วันก่อน จำได้รึยัง?”

 

หมาจรจัดตัวนั้น?”

 

ไม่ใช่ๆ เจ้าต้องเรียกว่าหมาป่าถึงจะถูก!! หมาจรจัดที่ไหนมันจะสวยได้ขนาดนั้น!! ข้าออกจะสง่างาม... เจ้ายังกอดด้วยความเสน่หาอยู่เลยนี่ ขนของข้ารึก็ออกจะนุ่ม”

 

คาร์ลจีบปากจีบคอพูดชมตัวเองไม่หยุด ก่อนจะหันไปสังเกตเห็นใบหน้าซีดเผือดของเจ้าของห้อง ฝ่ายนั้นถอยหลังไปชนเข้ากับโต๊ะวางโทรศัพท์พอดี มือจึงรีบคว้ากดหมายเลขเพื่อโทรออก เป้าหมายคือสถานีตำรวจ!!

 

[b]‘ช่วยด้วยครับ มีโจรโรคจิตอยู่ในห้องผม!!’[/b]

 

มันเป็นประโยคเดียวที่เคนนี่อยากตะโกนกรอกใส่ทันทีที่มีคนรับสาย แต่ทำไม...โทรศัพท์ถึงได้เงียบเป็นป่าสากแบบนี้กัน??

 

ชายหนุ่มเหลือบมองมือใกล้ๆ ที่กระชากสายโทรศัพท์ของเขาขาดจากกัน ที่แน่ๆ เขาไม่มีวันโง่ทำแบบนี้กับโทรศัพท์ตัวเอง แล้วจะใครหากไม่ใช่คนแปลกหน้า เคนนี่ผงะถอยหนีอีกครั้ง ทว่าอีกฝ่ายกลับคว้าตัวเขาไว้แนบกับอก ก่อนผลักหน้าต่างห้องเคนนี่ออกกว้าง

 

ชายหนุ่มสาบานได้ว่าตอนนี้เขาเห็นปีกและหางที่เคยเห็นตอนส่องดูตาแมวแล้ว ปีกสีดำราวกับปีกค้างคาวกางออกพลางขยับเบาๆ ก่อนเคนนี่จะรู้สึกได้ว่าอากาศเย็นเยียบบาดลึกลงบนผิวทั่วกาย

 

คาร์ลพาร่างของเขาพุ่งออกมาทางหน้าต่างและหยุดอยู่กลางอากาศหนาวเย็น มองเห็นแสงไฟตามบ้านต่างๆ พราวระยับไม่แพ้ดวงดาวบนท้องฟ้า สายลมหวีดหวิวอยู่ข้างหูไม่หยุด ... เคนนี่เริ่มหนาวสั่น เป็นที่อากาศ...หรือเพราะกลัวกันแน่

 

เคนนี่อยากหลับมันเสียตรงนี้ ตัดขาดการรับรู้ทุกอย่าง เขาหวังว่ามันคงเป็นเพียงแค่ฝัน ...เมื่อเขาตื่นขึ้น ทุกอย่างจะกลับเป็นเหมือนเดิม ..แต่หลับตาเท่าไหร่เสียงลมหวีดหวิวก็ไม่ยอมหายไปเสียที

 

เมื่อปล่อยให้ความมึนงงครอบงำเขาไปพักใหญ่ ชายหนุ่มก็เริ่มดึงสติตัวเองกลับคืนมา จนรู้ว่าเขาไม่ควรสมยอมกับการกระทำที่ละเมิดสิทธิส่วนบุคคลแบบนี้

 

ปล่อยผมลง!!” ชายหนุ่มตะโกนแข่งกับเสียงลมที่ดังอื้ออึง ถึงแม้จะบอกให้ปล่อย แต่ก็หวังว่าคาร์ลคงไม่ซื่อปล่อยเขาลงพื้นขณะที่ยังลอยอยู่กลางอากาศแบบนี้นะ

 

คาร์ลดูจะไม่สนใจอาการดิ้นรนแต่เพียงวาจาของเคนนี่นัก ปิศาจหนุ่มขยับปีกตัวเองอีกครั้งพาไปยังที่มาของเสียงเพลงอันครึกครื้น …ขบวนพาเหรดของเมืองกำลังเล่นร้องอย่างมีชีวิตชีวา ขบวนจะเดินไปจนถึงหอนาฬิกาใหญ่กลางเมืองและเริ่มเฉลิมฉลองกันที่นั่น คาร์ลพาเคนนี่และตัวเองร่อนลงยังท้ายสุดของขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยผู้คนซึ่งแต่งตัวเป็นภูติ ผี ปิศาจ แล้วแต่จินตนาการของตนเอง บ้างสวยงาม บ้างน่ากลัว แต่ทุกคนก็สนุกสนานร้องรำไปตามดนตรีไม่มีหยุด

 

เคนนี่ฮึดฮัดในตอนแรก ก่อนจะมองเห็นรอบกายที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ พลันความรู้สึกกรุ่นโกรธกลับหายวับ เหลือทิ้งไว้เพียงความเงียบเหงาในหัวใจ แต่แล้ว...ด้านหลังและไหล่ก็รู้สึกถึงความอบอุ่น เคนนี่แหงนมองคนข้างๆ เมื่อพบว่าที่มาของความอบอุ่นนั้นคืออ้อมแขนของร่างสูงที่พาเขามา ...คาร์ลโอบบ่าเขาไว้หลวมๆ พลางพาเดินไปข้างหน้าร่วมกับขบวนพาเหรด มีคุณลุงซึ่งแต่งชุดเคาน์แดร็กคูล่า ควงคู่มากับคุณป้าที่น่าจะเป็นภรรยาซึ่งสวมชุดราตรีสวย พยักเพยิดชักชวนเคนนี่ด้วยรอยยิ้มให้ร้องเพลงตาม แถมยังมีบรรดานักยิมนาสติกลีลาสาวกลุ่มใหญ่ดึงมือเขาให้เต้นรำตามจังหวะอีกด้วย

 

เคนนี่ยิ้ม ก่อนจะกลายเป็นยิ้มกว้าง และกลายเป็นเสียงหัวเราะในที่สุด ...เสียงของเขาเรียกได้ว่าค่อนข้างห่วย แต่ก็ไม่รู้สึกเขินอายแต่อย่างใด เพราะทุกคนต่างก็ร้องเพลงด้วยเสียงของตนเองกันทั้งนั้น ด้านข้างของเขาเป็นกลุ่มเด็กชายที่ดูซุกซนอยู่ไม่น้อย พ่อแม่คงแต่งตัวให้ พวกเขาจึงดูเป็นผีที่น่ารักอยู่ไม่หยอก ถัดออกไปด้านหน้ามีตัวตลกที่แต่งหน้าเป็นลายแดงๆ เลอะไปหมด ราวกับโดนเลือดสาดมาอย่างนั้น

 

เคนนี่รู้สึกสนุกสนาน เขาไม่ได้อยู่คนละโลกกับผู้คนรอบข้างอีกแล้ว ...เหมือนเขาเป็นส่วนหนึ่ง ส่วนหนึ่งของสีสันและความมีชีวิตชีวา

 

ผ่านไปครู่ใหญ่ขบวนพาเหรดภูตผีก็มาหยุด ณ ลานกว้างบริเวณหอนาฬิกากลางเมือง ร้านรวงมากมายเปิดขายของกันคึกคัก รวมทั้งการแสดงมายากล และละครหุ่นที่ดึงดูดความสนใจได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่

 

คุณ...คืออะไรกันแน่ ที่บอกว่าเป็นหมาป่าที่ผมเคยช่วยแล้วตอนนี้ก็เป็นคน...” เคนนี่ทบทวนหลายครั้ง ขณะเดินตามคาร์ลไปรอบงานจึงได้ตัดสินใจถามออกมา ปิศาจหนุ่มผงกศีรษะอย่างเข้าใจพลางพาอีกฝ่ายแยกตัวออกจากกลุ่มคนแล้วจึงเริ่มการบรรยาย ‘เหตุใดปิศาจสุดหล่อถึงกลายเป็นหมา’

 

ความจริงนั่นไม่ใชร่างจริงของข้านะ แท้จริงแล้วข้าคืออินคิวบัสผู้ยิ่งใหญ่ ที่ต้องเป็นแบบนั้นเพราะไปแพ้พนันกับท่านซาตานเอาน่ะสิ ตาแก่เจ้าเล่ห์นั่น ชิ!! พอสาปเราได้ปุ๊บก็เตะโด่งให้มาผจญภัยทั้งร่างอย่างนั้นตั้ง7วัน 7วันเชียวนะ ใจร้ายน่าดูเจ้าว่าจริงมั้ย?”

 

เคนนี่ไม่ได้ตกตะลึงอย่างที่ควรเป็น เพราะเขาเองก็ประจักษ์แล้วอีกฝ่ายคือปิศาจในตอนที่พาเขาบินออกมาทางหน้าต่างห้องตัวเองแล้ว เพียงแต่คาร์ลแค่ทำให้รู้เพิ่มขึ้นเท่านั้นว่าเป็นปิศาจชนิดไหน ดีเหลือเกินแล้วที่ไม่ได้มีเจตนาร้ายต่อเขา คืนนี้ช่างเป็นคืนที่วุ่นวายเสียจริง...

 

เอาเถอะ... ผมถือว่าคืนนี้เป็นประสบการณ์ของชีวิตละกัน” เคนนี่นวดขมับพลางเอ่ยกับตัวเองเบาๆ ทำใจได้เร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดีเท่านั้นละนะ

 

ขณะกำลังปลงตกกับชีวิตก็แทบจะผงะถอยหลังหัวฟาดพื้น เมื่อคนตัวสูงก้มหน้าลงมาหาในระยะประชิดมองมาด้วยแววตาขี้อ้อนหิวแล้ว”

 

..หิว? โอใช่ ...ผมลืมเสียสนิท คงไม่ต้องกลับไปกินพิซซ่าเย็นๆ ในห้องหรอก ซื้อที่นี่ดีกว่า คุณรอผมอยู่ที่นี่นะ เดี๋ยวกลับมา”

 

เคนนี่ตบไปที่กระเป๋ากางเกงของตัวเอง ซึ่งปกติจะมีกระเป๋าสตางค์ใบเล็กติดตัว แต่ตอนที่ออกมาเจ้าปิศาจนั่นดันหิ้วเขามาด้วยไม่บอกไม่กล่าวกันก่อน ทั้งตัวเลยเหลือแค่เศษเงินที่พอจะซื้อขนมได้สักชิ้น ...เดินได้สักพักชายหนุ่มก็เห็นร้านเครปที่มีเด็กๆ มุงกันอยู่เต็มไปหมด ดูแล้วน่าอร่อยและเงินอันน้อยนิดของเขาก็พอซื้อได้ 1 ชิ้นพอดี

 

หลังจากยืนต่อคิวอยู่นาน เครปร้อนๆ ราดวิปปิ้งครีมสีขาวก็มาอยู่ในมือ ชายหนุ่มเดินกลับมายังที่ๆ บอกให้คาร์ลรออยู่แต่กลับไม่เห็นแม้แต่เงา

 

หายไปไหน? เอ...คาร์ลสินะ อยู่แถวนี้หรือเปล่า คาร์ล” เคนนี่เรียกไปพลางสอดส่ายสายตาหาไปพร้อมกัน กระทั่งเห็นร่างสูงๆ ยืนอยู่กลางสวนสาธารณะใกล้ๆ แสงจันทร์อาบไล้ใบหน้าด้านข้างทำให้ดูมีเสน่ห์อย่างประหลาด ...เคนนี่ส่ายหัวน้อยๆ ไล่ความคิดไร้สาระออกไปก่อนเดินตรงเข้าไปหา

 

มาแล้ว... บอกให้รอที่เดิมไง ถ้าผมหาคุณไม่เจอจะทำยังไง?”

 

คาร์ลยิ้ม ...เคนนี่คงลืมไปแล้วว่าเขาเป็นคนพาเคนนี่มาเอง และคงลืมไปอีกเช่นกันว่าเขาเป็นปิศาจ ...หรืออาจจะไม่ทั้งสองอย่าง เคนนี่ก็แค่เป็นคนใจดีที่ห่วงคนอื่นอยู่เสมอ

 

ใบหน้าขี้อ้อนกลับสู่อินคิวบัสหนุ่มอีกครั้งพลางโอบไหล่บางให้มานั่งพักที่ม้านั่งตัวยาว

 

นี่เป็นเครปญี่ปุ่น คุณเคยกินมั้ย อร่อยนะผมชอบ ..เลยอยากให้คุณลองบ้าง” เคนนี่เป็นฝ่ายชวนคุยอีกครั้งโดยเลือกที่จะไม่บอกว่าแท้จริงแล้วเงินไม่พอซื้อต่างหากเอาไว้

 

เคนนี่กินให้ดูก่อนหนึ่งคำก่อนจะส่งต่อไปให้อินคิวบัสที่บอกว่าหิวนักหิวหนา คาร์ลกัดเครปเข้าไปคำโต ทำให้วิปปิ้งครีมเลอะตามมุมปาก

 

ฮะๆ เป็นปิศาจภาษาอะไรกัน กินขนมแค่นี้ยังให้เลอะเป็นเด็กๆ ไปได้” เคนนี่ว่า พลางใช้นิ้วโป้งปาดครีมที่เลอะเข้าปากตัวเองโดยไม่คิดอะไร

 

...แต่กับเจ้าอินคิวบัสที่หน้าซื่อใส แต่ใจเจ้าเล่ห์สิคิด!!

 

คาร์ลป้ายวิปครีมจากเครปขึ้นมาไล้ริมฝีปากบางและเลียเข้าปากตนเองอย่างรวดเร็ว ..ถึงแม้จะเร็วแต่เคนนี่ยังรู้สึกถึงความร้อนชื้นจากลิ้นนุ่ม ...ชายหนุ่มหน้าซีดขึ้นมาทันตา เจ้าปีศาจนี่กำลังทำอะไรเนี่ย??

 

ตามต่อได้ที่ My Dear INCUBUS ค่ะ

 

 

อ่านแล้วคิดยังไงบ้าง เชิญที่ มาสะ และ ยูกิ (ณ basara) นะคะ หุหุ

สวัสดีค่ะ

  ห่างหายไปเสียนาน เกือบจะทำ blog เป็น blog ร้างเสียแล้ว งานเยอะง่ะ สุมจนโงหัวไม่ขึ้น (จริง ๆ แกขี้เกียจอัพเดทมากกว่ามั๊ง) <<< เสียงจากมุมหนึ่งของสามัญสำนึก แบบว่าแอบไปหลบอยู่ ณ มุมหนึ่งของ Sengoku มาด้วยแหละนะ หุหุ

 น้ำชากะขนมหวานของคุณพ่อบ้านเลยต้องห่างหาย เพราะกำลังหลง กรงเล็บ (เอ้ย) ดาบ 6 เล่ม กับ หอกคู่สีแดง อยู่น่ะ (เดากันออกแล้วสิเนาะ)

  ใครที่เข้า link บ่อย ๆ ก็คงโหลดไปแล้วล่ะ สำหรับคนที่ยังไม่ได้โหลดก็เชิญที่ด้านล่างได้เลยค่ะ

 


 

จิ้มเลยจ้า >>>> Kuroshitsuji ตอนที่ 16-19 <<<< จิ้มเลยจ้า
 
  ขอโทษคุณ holy ด้วยนะคะ ทั้งที่บอกว่าจะช่วยแต้ ๆ แต่กลับอู้ทำหน้าที่ไม่ได้เรื่องซะนี่ 
 
Credits : Lekka-Romantica FS  

สวัสดีค่ะ  หุหุ

  สืบเนื่องจาก ทีมงาน Monty Oum ได้จับสาว ๆ แห่ง Dead or Alive (DOA) มาต่อสู้กันกับสาว ๆ แห่ง Final Fantasy (FF) ทำมาแล้ว 2 ภาค หุหุ

  ในที่สุด! ภาค 3 ที่หลายคน (รวมทั้งข้าพเจ้า) รอคอยก็ปรากฎซะทีล่ะเน่อ หลังจากนั่งน้ำลายไหลกับ Preview ที่ฉายในงาน Fanime 2009 in San Jose เอ้า! ใครยังไม่ได้ดู เปิดดูเลย!

 

ทีฟา กะ ฮิโตมิ ฉะกันนะฮะ ไผเป็นฝ่ายล้มลงไปก่อนนั้น ดูกันจนจบแล้วก็รู้แล้วนี่เนาะ แต่ยังไม่จบนาก๊า รอภาค 4 กันต่อไป ใบ้ให้ (สำหรับคนที่ไม่ได้ดู Preview) ภาค 4 เป็นคิว ยูนะ กะ คาซึมิ เจ้าค่ะ

Credits : Monty Oum Production (Thank you very much! You are genius!)

ที่มา : Gametrailers.com

ดูแล้วมาคุยกันเน่อ ที่ครอบครัวเอลริคเลยจ๊ะ

ใครที่ยังไม่เคยดู ก็ไปดูภาคแรก และภาค 2 ได้ที่  DeadFantasy I&II   เลยค่ะ

 

สวัสดีค่า ~

  ตามหัวข้อแหละค่ะ บางคนอาจคิดว่า anime ที่เอามาลงบางครั้งมันก็ไม่เกี๊ยวไม่เกี่ยวอะไรกะหัว blog เลย แต่นั่นแหละนะ ก็ anime บางเรื่องมันก็สนุกจริง ๆ ค่ะ

  ดังนั้น (อุ๊บส์ เขียนซะยังกะจดหมายราชการ) ตอนนี้กะลังบ้า Sengoku Basara นู๋แดงเพลิง กะ คุณพี่น้ำเงินตาเดียว อยู่ ยังไงก็ตามข่าวเรื่อย ๆ ล่ะค่ะ anime Season 1 จบลงไปแล้ว และทาง Capcom ต้นสังกัดก็ประกาศทำภาค 2 ออกมาในปี 2010 ดูแล้วเวลาน่าจะพอ ๆ กันกับที่ตัวเกมส์ภาค 3 ออกวางจำหน่าย ขายกันเป็น Package กันเลยทีเดียว การตลาดดีนะเนี่ย (คิดว่าคงจะไปเป็น next-gen ตามรุ่นพี่ KOEI เป็นแน่แท้ เอาน่า KOEI สู้ ๆ !! ยังไงเราก็ยังไม่เล่นตัวเกมส์ basara หรอก)

  ที่เอามาฝากกันวันนี้เป็น Background Music ค่ะ ก็ Soundtrack ของเรื่องนั่นเอง แบ่งเป็น 2 อัลบั้มนะคะ ระหว่าง มาซามุเนะ ดาเตะ มังกรตาเดียวแห่งโอชู  มุมน้ำเงิน หรือ ยูกิมุระ เก็นจิโร่ ซานาดะ แห่งทาเคดะ มุมแดง ชอบคนไหนก็จิ้มไปที่รูปของคนนั้นได้เลยนะจ๊ะ หรือจะรับทั้งสองไปเชยชมทั้งคู่ก็ไม่ว่ากันเพราะเป็นคนละชุดกันอยู่แล้วค่ะ

  

ขออนุญาตไม่ใส่ Track list นะคะ เพราะเยอะมาก อธิบายนิดนึงว่าทั้งสองอยู่ในอัลบั้มเดียวกัน แต่แบ่งออกเป็น 2 ชุด Blue และ Red ดังนั้นเพลงจะไม่เหมือนกันค่ะ แถมมีเสียงของตัวละครทั้งสองอยู่ในแผ่นด้วยนะคะ รวมถึง โคจูโร่ คาตาคุระ และ ซาสุเกะ  ซารุโทบิ (ตามลำดับ) และตัวละครอื่น ด้วยค่ะ  

เรื่องนี้ในหมู่หนุ่มนักเล่นเกมส์รู้สึกจะเป็นที่ชื่นชอบกันไม่น้อย เสียงของสาว ๆ งี้เงียบฉี่เชียว มีใครเล่นหรือดู anime เรื่องนี้บ้างม๊ายยยยยยย ดูอยู่คนเดียวมันเหงานา ><

Credits : Musicstation

อยากคุยเชิญที่ครอบครัวเอลริคนะจ๊ะ (ปล. เพิ่งจะคิดได้ สีแดงผสมกับสีน้ำเงิน มัน....กลายเป็นสีม่วงงง นี่หว่า 5555)