[Fiction] นิยายไร้ชื่อ เขียนเข้าร่วมโครงการสนุก ๆ ของบอร์ดนึงค่ะ
posted on 26 Jan 2012 09:56 by iczer in FICTION directory Fictionวันนี้เป็นวันเกิดของคนที่ผมรัก...ทั้ง ๆ อย่างนั้นเขาก็ไม่ได้มีทีท่าว่าวันนี้ควรจะเป็นวันที่แตกต่างจากวันธรรมดา เลยแม้แต่น้อย...
แต่ก็นั่นล่ะนะ...เขามีตำแหน่งเป็นถึงประธานบริษัทยักษ์ใหญ่ แต่ละวันก็ยุ่งจนแทบไม่ได้สนใจเรื่องเกี่ยวกับชีวิตประจำวันอยู่แล้ว...รวม ถึงเรื่องความรักด้วย
ใช่แล้วล่ะ ผมน่ะรักเขาข้างเดียว...ชายหนุ่มสุดแสนจะเพอร์เฟคที่มีสาว ๆ ซึ่งพร้อมจะแต่งงานกับเขาอย่างจดจ่อ จะมาสนใจ House Keeper กระจอก ๆ อย่างผมไปทำไม...ผมถอนหายใจหนึ่งเฮือก ก่อนจะปลดถุงซีลเสื้อสูทราคาแพงซึ่งจัดส่งมาจากร้านซักแห้งแขวนบน ไม้แขวนเสื้อ ก่อนจะจัดไว้ในตู้เสื้อผ้าบิลด์-อินสุดหรู...
ผมถอยมายืนมองรอบ ๆ ห้องนอนอันกว้างขวางซึ่งเรียบร้อยด้วยฝีมือของผม...พลางแอบปลื้มนิด ๆ ไม่ว่าจะมองมุมไหนก็ดูเรียบร้อยสะอาดสอ้านด้วยความเอาใจใส่ของผมทั้ง นั้น...บางคนอาจคิดว่าผมรักความสะอาดเกินไปหรือเปล่า? ก็อาจจะใช่ ไม่อย่างนั้นผมคงไม่มาทำงานพิเศษแบบนี้ทั้งที่ชีวิตในรั้วมหา’ลัยก็ยุ่ง ๆ หรอก...แถมยังได้มาทำงานในบ้านของเขาอีกด้วย ผมคงจะไม่เลิกง่าย ๆ เป็นแน่...
ที่จริง...ผมกับเขาไม่ได้เจอกันเพราะผมมาทำงานพิเศษนี้หรอก แต่...เอ้อ...เรียกว่าผมพบเขาควรจะถูก (เพราะเขาคงจำผมไม่ได้หรอก) ที่ร้าน DVD ตรงหัวมุมถนนก่อนเข้าหมู่บ้าน อันที่จริงผมมาส่งเพื่อน ก็ไป ๆ มา ๆ บ้านเพื่อนคนนี้บ่อยพลอยยืม DVD จากร้านนี้ไปดูที่บ้านบ้าง...ผมก็เลยได้พบกับเขา ตอนที่แย่ง Series CSI กันอยู่พอดี แล้วเขาก็อุตส่าห์สุภาพกับผมที่เด็กกว่าให้สิทธิ์ผมยืมไปดูก่อน
จะเรียกว่าผมหลงรูปก็ได้นะ ก็...เขาออกจะหล่อปานนั้น แถมยังสุภาพสุด ๆ อีก...ผมก็ไม่คิดว่าจะได้มาเจอเขาอีกหรอก...แต่สุดท้ายเมื่อผมรับงานพิเศษ รายได้ดี แถมยังได้เข้า-ออกบ้านคนรวย ๆ ที่จัดตกแต่งอย่างมีสไตล์ตรงตามสาขาที่ผมกำลังเรียนอยู่อีก...เหมือนชะตา ลิขิตให้ผมได้พบกับเขาเลยทีเดียว
หลังจากที่ผมเข้ามาทำงานในบ้านของเขา...ก็มีบ้างที่ได้พบ หรือว่าพูดคุยกัน ก็...รู้จักกันระดับหนึ่งล่ะน่า (คิดเข้าข้างตัวเองจริง ๆ แฮะ) มันก็ไม่แปลกอะไรสินะ ถ้าผมจะทำอาหารไว้ให้เขา...ยังไงเขาก็เป็นคนจ่ายเงินเดือนให้ผม ผมก็ควรจะตอบแทนอะไรเขาบ้างสินะ (คิดเข้าข้างตัวเองรอบ 2)
คิดแล้ว ผมก็ตรงเข้าห้องครัวที่สาดแสงเงาวับ ราวกับไม่เคยได้ใช้มาก่อนตั้งแต่สร้างบ้านหลังนี้ทันที...บนโต๊ะเตรียมอาหาร วางเรียงรายไปด้วยผักนานาชนิด และเนื้อสดใหม่ที่ผมแวะซื้อที่ ซุปเปอร์มาร์เก็ต ก่อนจะเข้ามา...ผมหั่นผักพวกนั้นใส่ กาละมัง อย่างรวดเร็ว ก่อนจะแช่ด้วยเกลือล้างสารพิษ 3 นาที จากนั้นก็จัดการโยนลงไปใน หม้อตุ๋น รอจนสุกได้ที่ ก็ค่อยใส่เนื้อลงไป...วันนี้สตูเนื้อตุ๋น กับ ผัก ต้องอร่อยแน่ ๆ
ขณะนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือของผมก็ดังขัดจังหวะ เมื่อเห็นชื่อบนโทรศัพท์ผมก็เหนื่อยหน่ายใจนิดหน่อย...เพื่อนคนที่ผมบอกคุณ เมื่อครู่นี้แหละครับ...
“ว่าไง”
“อะไรว่าไงยะ? เล่ามาสิว่าไปถึงไหนกันแล้ว” เสียงแหลมด้วยความอยากรู้อยากเห็นสุด ๆ เลยแฮะ...
“ก็ไม่ไง...เขายังไม่กลับ”
“โธ่เอ๊ย...เบื่อเลย ฉันอุตส่าห์จะเอาเรื่องเธอไปเขียนลง blog ซะหน่อยแท้ ๆ” บ่นอีก...นึกแล้วว่าจะต้องพูดงี้ แบบว่าคบกันมาตั้งกะประถมแล้วล่ะครับ รู้ไส้รู้พุงหมด แล้วก็รู้ด้วยว่าคุณเธอเป็นสาววายที่เขียนนิยายลง blog จนโด่งดังในวงการอีกต่างหาก
“นี่! พอเลยนะ ฉันไม่ใช่แหล่งความรู้ของเธอซักหน่อย”
“อ่ะ จ้า ๆ รู้แล้ว แต่นี่ฟังหน่อยนะ...วันนี้ฉันไปเดินห้างเจอหนุ่มน่ารักด้วยล่ะ!!!” เอาแล้วสิ คงจะยาว แต่ก็ฟังคุณเธอซักหน่อยละกัน...อย่างน้อยรอบ ๆ ตัวก็มีแต่ผมนี่แหละที่คุยเรื่องนี้กับเธอได้...
“เหรอ แล้วไงต่อ?” ผมตอบอย่างรู้ทัน...เธอก็กำลังกระหยิ่มใจอยู่แหง ๆ เลยเล่าไปเรื่อย ๆ จนหมดเปลือกเลยเชียว...
“อุ๊ย!!”
“อะไร?”
“เดี๋ยวนะ ๆ โทษที...รู้สึก ส้มตำ เมื่อเช้าจะทำพิษแล้วล่ะ แค่นี้ก่อนละกัน”
“หา? เออ ๆ ก็ได้”
“เดี๊ยววววว!! แล้วอย่าลืมเล่าให้ฉันฟังด้วยนะว่าเป็นไงกัน!!”
“รู้แล้ว ๆ” ผมปิดโทรศัพท์ด้วยรอยยิ้มนิดหน่อย...หันไปมองหม้อตุ๋นก็ยังเหลือเวลาอีกพอ สมควรจึงจะได้ที่ ผมก็นึกขึ้นได้ว่า ยังไม่ได้ล้างมือเลยทั้ง ๆ ที่เพิ่งหยิบพวกของสดมาแท้ ๆ คิดแล้วก็หันไปเปิดก๊อกน้ำที่อ่างล้างมือทันที...แต่ว่า
“----------- ซู่!!!!!!!” “ว๊ากกกกกก!!” เสียงน้ำที่ทะลักออกมาอย่างไร้การควบคุม ดังลั่นไปทั่วห้องพร้อม ๆ กับเสียงร้องอย่างตื่นตระหนกของผม!!
“ซวยแล้ว” หลังจากร้องจนเสียงหมดแล้วผมก็ได้แต่ยืนนิ่ง มองก๊อกน้ำ (ที่มันน่าจะ) หรู และ (ควรจะ) แข็งแรง ซึ่งย้ายมาอยู่ในมือผม...และน้ำประปาเจ้ากรรมก็ไหลนองเต็มพื้นห้องครัว...
หลังจากสติกลับมาผมก็รีบวิ่งไปปิดมิเตอร์น้ำที่อยู่ตรงสวนหน้าบ้านอย่าง เร็ว...และรีบวิ่งกลับมาดู ปรากฎว่าน้ำหยุดไหลแล้ว...หม้อตุ๋นก็ยังดีอยู่ ผมจึงจัดแจงทำความสะอาดน้ำที่นองเลอะพื้นเต็มไปหมดทันที...แต่ตัวผมนี่สิ เรียกว่าลูกหมาตกน้ำนี่ยังน้อยไปด้วยซ้ำ...
อันที่จริงก็เกรงใจเขา (เจ้าของบ้าน) อยู่หรอกนะ...แต่ก็นั่นแหละ ผมเปียกไปทั้งเนื้อทั้งตัว หัวจรดเท้าขนาดนี้ ก็กลัวจะเป็นหวัดน่ะนะ ขอใช้ห้องน้ำหน่อยละกัน...คิดแล้วก็รีบเลยดีกว่า อีกเดี๋ยวของตุ๋นในหม้อก็จะเรียบร้อยแล้ว จะได้ทำให้เสร็จก่อนที่เขาจะกลับมา...
--------------------------------------------------------
“เฮ้อ...” ในที่สุดก็เรียบร้อย เสื้อกับกางเกงที่เอาใส่เครื่องซักแห้งไว้ก็คงจะเสร็จแล้ว สตูเนื้อตุ๋นก็ด้วย คงต้องรีบหน่อย...แต่ว่า...ในขณะที่ผมในชุดวันเกิดพันแค่ผ้าเช็ดตัวผืนเดียว ตรงท่อนล่างกำลังจะเปิดประตูห้องน้ำออกไป...ประตูห้องน้ำที่ว่ามันก็เปิดเอง ซะงั้น
“เอ๋?” เสียงของผมออกมาเพียงแค่นั้น...แค่นั้นจริง ๆ ครับ เพราะใบหน้าหล่อ ๆ กับ หุ่นสูงราวกับนายแบบที่กำลังยืนขวางประตูอยู่ เขานั่นเอง...กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ฟร้า!!!!
“คุณ?” คิ้วเข้มขมวดนิด ๆ บนใบหน้าหล่อเหลา อา...เสียงก็นุ่มชวนฟัง เฮ้ย!!! ไม่ใช่เวลามาเคลิ้มแล้วนะเฟ้ย สถานการณ์ตอนนี้มันย่ำแย่เสียยิ่งกว่าอะไร กลายเป็นว่าผมซึ่งเป็นแค่คนทำความสะอาดบ้าน กลับถือวิสาสะใช้ห้องน้ำของเขาอยู่เนี่ยนะ (ครัวไม่นับนะครับ...นั่นมันใคร ๆ เขาก็ทำกัน) (ล่ะมั๊ง)
“เอ่อ...ผม...ผม คือว่า...” ไม่น่าเชื่อว่าผมจะพูดอะไรไม่ออกปานนี้ ทางเขาก็ไม่พูดอะไรออกมาอีกเลยเหมือนกัน ยิ่งตกอยู่ในความเงียบขนาดนี้ ผมก็ยิ่งเหงื่อแตกพลั่ก ๆ
“อ๊ะ!” สุดท้ายเขาก็ผละไปเฉย ๆ จะโทร.หาตำรวจรึเปล่าเนี่ย? หรือจะเอาอะไรมามัดผมไว้ก่อนจะจับส่งตำรวจ? แต่ผมไม่ใช่โรคจิตนะ (ฮือ) เสียงฝีเท้าของเขากลับมาแล้ว...ผมหมดแรงจนคุกเข่าลงกับพื้น หลับตาปี๋รอรับชะตากรรม แต่ว่า...
เสื้อคลุมอาบน้ำขนนุ่มถูกคลุมลงบนตัวผม ผมลืมตาโพลงมองสีหน้ารำคาญนิด ๆ ของเขา
“ใส่แค่ผ้าเช็ดตัวผืนเดียวแบบนี้เดี๋ยวก็เป็นหวัดหรอก” เสียงนุ่ม ๆ ของผู้ใหญ่ดุเด็กน้อยแบบไม่จริงจังนั้นทำให้ผมใจชื้นขึ้นเป็นกอง
“เอ่อ...ผม...ขอโทษนะครับ ที่ใช้ห้องน้ำของคุณตามใจชอบแบบนี้...ก๊อกน้ำในห้องครัวมันเสียน่ะครับ น้ำกระเด็นโดนเสื้อผ้าผมหมด ผมก็เลย...”
“ช่างเถอะ” เขาพูดปัด ๆ พลางลุกไปทางอื่น ใจผมก็หล่นไปอยู่ตาตุ่มอีกครั้ง...นี่ผมทำอะไรอยู่กันแน่?
“ขะ..ขอโทษจริง ๆ นะครับ ผมจะทำความสะอาดให้เรียบร้อย แล้วก็จะลาออกด้วยครับ...” ผมลุกขึ้นยืนช้า ๆ รู้สึกหัวใจว่างโหวงไปหมด รวมทั้งรู้สึกอับอายในการกระทำของตัวเองขึ้นมาทันควัน เรื่องทำอาหารในห้องครัว เรื่องใช้ห้องน้ำอีก มันเป็นเรื่องที่ถือวิสาสะทำในบ้านคนอื่นทั้งนั้น เพียงเพราะผมคิดว่าผมชอบเขาก็เลยจะทำอะไรก็ได้งั้นเหรอ? คิดตื้นจริง ๆ
“อะไรนะ?” เขาหันมาหาผมด้วยสีหน้าโกรธเคือง แถมด้วยน้ำเสียงแข็ง ๆ นั่นอีก...ผมห่อไหล่สำนึกผิดเต็มที่ หลับตาแน่นอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าของเขาย่างสามขุมเข้ามา...
เอ๋?
หือ?
ถ้าเขาต่อยผม ก็น่าจะเจ็บนะ?
แต่ต่อยนี่ มันต้องต่อยที่หน้าไม่ใช่เหรอ?
ความรู้สึกนี่มัน? มัน?
“อ๊ะ!!!” ผมผลักอกแน่น ๆ ของเขาออก เมื่อกี๊จูบนี่หว่า จูบใช่มั๊ยเนี่ย? โอ้ ลันล้า เขาจูบผม ไอ้มือเจ้ากรรมนี่ก็ผลักทำไมฟะเนี่ย! กลับไปฉันจะลงโทษแก
“ขอโทษนะ”
“เอ๊ะ?” ขอโทษอะไรคร้าบบบ อย่าขอโทษเลย ผมยินดีมาก แต่แม้ใจจะลิงโลดแค่ไหน ภายนอกก็ขอมาดนิ่ง ทำแบ๊วไว้ก่อนละกัน
“แต่คนที่ชอบมาเปลือยต่อหน้าขนาดนี้...ใครจะไปทนไหว”
หา
ผมได้แต่เบิกตากว้าง อ้าปากค้างเท่านั้นเองเมื่อได้ยิน...จากนั้นเขาก็ปัดเสื้อคลุมอาบน้ำออก แล้วดึงตัวผมเข้าไปหาอกอุ่น ๆ ของเขาอีกครั้ง จากนั้น....ก็รู้ ๆ กันอยู่อ่ะนะ ถ้าคุณอยากรู้รายละเอียดล่ะก็ ตามอ่านใน blog ยัยนั่นเองละกัน (หุหุ) ช่วยเพื่อนโปรโมทหน่อย
--------------------------------------------------------
ในที่สุดพระอาทิตย์ก็ทอแสงสุดท้ายเข้ามาทางหน้าต่างกระจกสีฟ้าน้ำทะเลสวย ผมไม่ได้ลุกจากเตียงคิงไซส์ของเขาเลยตั้งแต่สาย
หลังจากมีอะไรกันแล้ว ผมก็หลับไป พอตื่นเขาก็คลอเคลียอยู่ข้าง ๆ ไม่ให้ผมได้ลุกไปไหนเลย...มีความสุขจัง อาจจะคิดว่าผมใจง่ายไปหน่อย แต่ผมเป็นผู้ชายนะ แล้วเขาก็บอกชอบผมด้วย อะไรก็ฉุดไม่อยู่หรอก หึหึ
ผมกลิ้งตัวไปหาเขาที่นอนหลับอยู่ พลางสายตาก็เหลือบไปเห็นเสื้อสูทราคาสุดจะแพงกับเสื้อเชิ้ต กางเกงระเกะระกะอยู่บนพื้น นิสัยรักความสะอาดก็ทำงานทันที ผมค่อย ๆ ลุกจากเตียงอย่างช้า ๆ พลางค่อย ๆ หยิบเสื้อผ้าของเขาขึ้นมากะจะเอาไปแขวนไว้ก่อน (เดี๋ยวมันจะยับ) สิ่งหนึ่งก็ลื่นไถลออกมาจากกระเป๋าด้านในเสื้อสูท เป็นสายสร้อยสีเงินที่คุ้นตา...
ผมหยิบสายสร้อยนั่นออกมา พลาง นาฬิกาพก เรือนหนึ่งซึ่งห้อยติดกับสายสร้อยนั้นก็ออกมาด้วย
“นี่มัน! นาฬิกาเรานี่หว่า?” มันเป็นของที่คุณตาให้ผม แต่วันหนึ่งมันก็หายไปจากห้อง แล้วทำไม? มันถึงมาอยู่ที่นี่ได้ ในเสื้อสูทของเขาอีกด้วย คำถามมากมายวนไปวนมาอยู่ในความคิดของผม พอดีกับที่
“...อืม...” เสียงงัวเงียของเขาดังเบา ๆ ทำให้รู้ว่าเขากำลังจะตื่น ผมจึงรีบตรงรี่ไปหาทันที
“คุณเอามันมาจากไหน? นี่มันของผมนะ” ผมโกรธนะเนี่ย ตอนที่มันหายไปผมพลิกบ้านหาจนพ่อกับแม่ต้องปลอบใจอยู่เป็นนานสองนานกว่าจะ หายกลุ้มแท้ ๆ แต่มันกลับมาอยู่ที่นี่ หมายความว่าไงกันเนี่ย? เมื่อถูกผมตั้งคำถาม หน้าหล่อ ๆ ตะลึงไปชั่วขณะ สุดท้ายก็ถอนหายใจออกมา ท่าเสยผมยุ่ง ๆ พร้อมกับถอนหายใจไปด้วยนี่ยังกะนายแบบเลยนะครับพ่อคุณ
“...ฉันได้มันมา...จากเพื่อนของเธอ”
“ห๊า!!” ว่าไงนะ จากเพื่อนเหรอ เพื่อนคนไหน อย่าบอกนะว่า...
“เธอมาส่งเพื่อนที่หมู่บ้านซอยถัดไปบ่อย ๆ ใช่มั๊ยล่ะ? พอเห็นเธอฉันก็ตกหลุมรักเธอทันที เคยตามไปดูเธอถึงที่มหา’ลัยด้วยซ้ำ จนเพื่อนเธอคนนั้นสังเกตุเห็น”
“แล้ว?”
“แล้วเขาก็เลยเสนอแผนให้เธอมาทำงานที่บ้านฉัน ให้ฉันหาโอกาสใกล้ชิดกับเธอ จนได้สารภาพกับเธอนี่ไง”
“แล้วนาฬิกานี่”
“เพื่อนเธอก็เอามาให้...บอกว่าเป็นของที่เธอรักมาก ฉันก็เลยพกติดตัว เวลาคิดถึงเธอฉันก็จะหยิบออกมาดู” หลังจบคำสารภาพ...ผมก็หูอื้อตาลายไปชั่วขณะ
หมายความว่า ที่ผมอุตส่าห์พยายามปกปิดแทบตาย
หรือแม้กระทั่งคอยสงบจิตสงบใจแอบมองเขาอยู่ห่าง ๆ
จริง ๆ แล้ว เขาเองก็ชอบผมมาตั้งแต่ตอนไหนแล้วก็ไม่รู้งั้นเหรอเนี่ย?? แถมยัง เป็นแผนที่ยัยนั่นเป็นคนต้นคิดอีก ว่าแต่สตูเนื้อตุ๋นที่ผมทำนั่นก็มาจากคำยุนี่นา!!
นี่หมายความว่า ทั้งผมทั้งเขา กำลังเดินตามแผนนิยายลง blog ของยัยนั่นเหรอเนี่ย!!
เอ๊ะ? หรือว่า
“ก๊อกน้ำ...มันไม่ได้เสียอยู่แล้วใช่มั๊ยครับ?” เขายิ้มเขินนิด ๆ แล้วก็พยักหน้า
“ฉันเป็นคนไปไขให้มันหลวมไว้ก่อนตั้งแต่เช้าแล้ว”
หนอย มิน่า อยากรู้อยากเห็นว่าเรื่องราวจะเป็นยังไงขนาดนั้น ที่แท้ก็แค่อยากรู้ว่าแผนตัวเองคืบหน้าไปถึงไหนสินะ กลับไปต้องมีคิดบัญชีกันแล้ว เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดดดดด
“แต่...ฉันก็ขอบคุณเพื่อนเธอนะ” เขาไม่พูดเปล่า เอาแขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามนั้นรวบตัวผมไว้จากด้านหลัง...เมื่อเห็นผมทำ หน้างง ๆ เขาก็เปล่งรอยยิ้มอวดฟันขาวให้เห็น
“ก็ถ้าเขาไม่ช่วยวางแผนเราจะมาลงเอยกันแบบนี้เหรอ?”
ก็จริงแฮะ แต่ยังไงงานนี้ก็ต้องมีเอาคืนบ้างแหละนะ
“ฉันรักเธอนะ”
“ผมก็รักคุณครับ”
เขากอดและจูบผมเบา ๆ ราวกับเป็นสิ่งล้ำค่า แบบนี้ก็ Happy Ending แล้วล่ะนะ
หลังจากนั้นเราก็ไปฉลองวันเกิดของเขาด้วยกัน
แต่เธอไม่ได้เขียนนิยายเรื่องนี้ลง blog แน่!
-----------------------------------------------------------------------------
จบแล้วจ้า
เป็นนิยายที่คิดว่าแต่งได้ขำสุดในชีวิตล่ะค่ะ หวังว่าอ่านแล้วจะยิ้มกันได้บ้างก็ดีใจมากแล้วค่ะ ขอบคุณที่อ่านผลงานเราจนจบนะคะ
ICZERแล้วจ้า0


