Adolescence ตอนใหม่จ๊ะ ^^

posted on 22 Nov 2005 14:00 by iczer in FICTION

ไม่พูดกันมากละ เชิญทัศนา ถ้าสามารถสร้างความเพลินเพลินให้กับทุกคนที่อ่าน ผู้เขียนก็ดีใจแล้วค่ะ ^^

เสียงสัญญาณต่อสายดังต่อเนื่องเป็นระยะ....ทว่า...ปลายทางกลับไม่มีผู้ใดรับ...ครั้นจะให้ติดต่อไปถึงที่คฤหาสน์ด้วยเรื่องส่วนตัวเล็กน้อยแบบนี้ก็ดูจะไม่เหมาะสม...เจ้าของมือเรียวซึ่งวางหูโทรศัพท์เข้าที่คิด...ร่างเล็กจึงตัดใจพลางออกเดินตามเสียงประกาศครั้งสุดท้ายของสถานีรถไฟแทน...ด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก

********************************

ทานากะคุง...มาทางนี้หน่อยจ๊ะ... ซาวาดะกวักมือเรียก เด็กหนุ่มต้องละจากการง่วนพิมพ์คอมพิวเตอร์ตรงหน้า แม้แต่เสียงเรียกเข้าทำนองเพราะของโทรศัพท์มือถือเขาก็ไม่ได้ยิน...

งานที่ฝ่ายต่างประเทศนับว่ายุ่งทีเดียว อาซาโตะเพิ่งจะได้รู้ว่าบริษัทของพ่อนั้นกว้างขวางถึงเพียงนี้ นอกจากกลุ่มของซาวาดะแล้ว พนักงานคนอื่น ๆ ก็ต้องรับผิดชอบประสานงาน อำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า และธุรกิจต่างชาติอีกไม่น้อย...

นี่จ๊ะ....ฉันว่าเราน่าจะใช้ประโยคนี้มากกว่านะ...มันดูทางการสุภาพกว่าด้วย เห็นว่ายังไงจ๊ะ? ทานากะคุง หญิงสาวชี้ไปที่หน้าจอพลางวนนิ้วตรงประโยคที่ต้องการให้เด็กหนุ่มเห็น...อาซาโตะพยักหน้ารับแต่ก็รู้สึกถึงสายตาที่จ้องมองมา...

เธอ...เป็นลูกครึ่งสินะ...เอ้อ...จะว่าไงดีล่ะ? ฉันว่านามสกุลเธอดูไม่เหมาะยังไงไม่รู้.... ซาวาดะพูดกลั้วหัวเราะอยู่ในที...

ทำไมครับ?

เอ่อ...ก็ ขอโทษนะ...ฉันแค่อยากจะบอกว่าหน้าตาท่าทางของเธอ มันดูไม่เข้ากับนามสกุลโหล ๆ แบบนี้น่ะจ๊ะ นามสกุลนี้ถูกคิดขึ้นอย่างปัจจุบันทันด่วนของโคสุเกะ...เพื่อหลีกเลี่ยงความยุ่งยากหลายประการที่อาซาโตะไม่อยากจะเจอ...เมื่อได้รับฟังคำวิจารณ์ของหญิงสาวแล้ว เด็กหนุ่มก็เพียงแต่พยักหน้าเฉย ๆ

เอ้อ... ดวงตาสีน้ำตาลทองจ้องมองหน้าจอที่ถูกแก้ไขคำให้สลวยและเหมาะสมของซาวาดะโดยสนใจกับเนื้อหา...พาให้หญิงสาวรู้สึกว่าเธอแสดงคำวิจารณ์ตรงไปตรงมามากเกินไปกับคนที่เพิ่งรู้จัก แถมยังน่าจะเป็นบุคคลที่ใกล้ชิดกับเลขาฯ ประธานอีกด้วย...อาจทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจก็ได้...

ขอโทษนะจ๊ะ...ฉันเผลอตัวน่ะ

ไม่เป็นไรครับ อาซาโตะไม่ได้สนใจเธอ...ไม่แม้แต่จะยิ้มหรือขมวดคิ้วอะไรทั้งนั้น...เขาสนใจก็เพียงแต่เอกสารที่อยู่ตรงหน้า...พาให้ซาวาดะอดจะรู้สึกไม่เข้าใจขึ้นมา...

ทำไมถึงใช้เอกสารประกอบอันนี้...แทนแผ่นนี้ล่ะครับ? เด็กหนุ่มผมทองโบกเอกสาร

เอ้อ....คืออย่างนี้จ๊ะ...นี่เอกสารสองอันนี้เป็นผลการสำรวจใช่มั๊ยจ๊ะ...ทีนี้นะผลสำรวจของอันแรกน่ะไม่ตรงคอนเซปต์ และเป็นผลสำรวจของปีที่แล้วด้วย ผู้จัดการก็เลยให้สำรวจใหม่ มันเป็นข้อมูลดิบก็จริง แต่ก็สดใหม่กว่ามากก็เลยใช้แทนอันเก่าไปเลยจ๊ะ หญิงสาวอธิบาย ขณะที่อาซาโตะพยักหน้าตั้งใจฟังตลอดเวลา...แม้เธอจะรู้สึกแปร่ง ๆ กับวิธีเข้าสังคมที่ดูเก้ ๆ กัง ๆ ของเด็กหนุ่มไปบ้าง แต่อาการจดจ่อกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าโดยแทบจะไม่ใยดีสิ่งอื่นรอบข้างอีกเลยก็เป็นข้อเด่นที่น่าสนใจไม่น้อย...ซาวาดะยิ้มเล็กน้อยก่อนจะเรียกทีมของตัวเองซึ่งดูท่าทางจะรวมรวมเอกสารทั้งหมดที่แบ่งกันไปจัดการเรียบร้อยแล้ว...

คุณหนูดูตั้งใจดีนะครับ เลขาฯ หนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงยินดี ดวงตาคู่งามละจากความวุ่นวายในฝ่ายต่างประเทศหันมายิ้มให้กับผู้นำตระกูล...

....นั่นสินะ ดวงตาสีน้ำตาลเข้มฉายแววปลื้มใจเล็ก ๆ จ้องมองเด็กหนุ่มซึ่งกลมกลืนในกลุ่มคนทำงานได้อย่างน่าพอใจ...

...ความสามารถในการเข้าสังคมดูจะน้อยไปนิด แต่เรื่องงานน่าจะเชื่อใจได้นะครับ โคสุเกะพูดเสริม...ก่อนที่อากิระจะพยักหน้ารับ...

แล้วก็เอ่อ....ท่านครับ...ผมว่าพวกเราไปจากตรงนี้กันดีกว่ามั๊ยครับ?

หือม์?

คือว่า...ดูเหมือนพวกเราจะเป็นสิ่งบันเทิงให้กับพวกพนักงานไปแล้วล่ะครับ โคสุเกะพูดกลั้วหัวเราะ...สภาพชายหนุ่มที่มีตำแหน่งระดับสูงถึง 3 คนมายืนเบียดกันจนชิดผนัง ลับ ๆ ล่อ ๆ มองไปทางแผนกต่างประเทศ เป็นสิ่งที่พนักงานแผนกประชาสัมพันธ์ซึ่งอยู่ติดกันไม่เคยเห็นมาก่อน...บางคนชะเง้อจนคอจะหลุดจากตัวอยู่แล้ว...หลายคนก็แอบกระซิบกระซาบกัน พนักงานสาว ๆ ที่นาน ๆ จะได้เห็นอากิระเต็ม ๆ ตัวซักครั้งก็จ้องมองกันแทบไม่วางตา...แต่ทว่า แทนที่จะเป็นบรรยากาศเคร่งขรึมในวันทำงานทั่ว ๆ ไป กลับเป็นเรื่องขบขัน จนหลายคนอดหัวเราะไม่ได้...

นั่นสิครับท่าน...ผมว่าเราก็ไปซะทีดีกว่า เดี๋ยวคุณหนูมาเห็นเข้าซะก่อน คาคุเองก็หัวเราะไปพูดไป...

เอ้อ....ก็ได้ อากิระดูเหมือนจะคงบุคลิกผู้นำได้เป็นอย่างดี ล่าถอยจากผนังหันกลับไปขึ้นลิฟท์ แต่ไม่วายคาคุจะสังเกตเห็นใบหูของผู้นำอันเคร่งขรึมคนนี้แดงเรื่อผิดกับผิวเนื้อส่วนอื่นอย่างเห็นได้ชัด...จนร่างบางอดไม่ได้ที่จะใช้ดวงตาคู่งามมองไปตลอดทาง...พลางหัวเราะเบา ๆ

********************************

เสียงทะเลครืนครั่นไกลลิบในห้วงคำนึง...เทียบไม่ได้กับเสียงฝูงชนในชุดสีดำหม่นซึ่งดูเหมือนจะเคลื่อนตัวช้า ๆ และพร่าเลือนราวกับภาพยนตร์ไร้สี...ร่างเล็กก้าวลงจากรถในขณะที่หญิงกลางคนซึ่งต้อนรับเหล่าฝูงชนเหล่านั้นอยู่หน้าประตูไม้มะค่าบานเดิม เผยรอยยิ้มเล็กน้อยอย่างอ่อนแรงพลางรีบมาหา...

ยินดีต้อนรับกลับค่ะ...คุณหนู มาซาโกะซึ่งผอมซูบ และดูสูงวัยขึ้นกว่าครั้งที่จากมา ยื่นมืออันผ่านกาลเวลามานานกว่าจับมือของเด็กหนุ่มอย่างอ่อนโยน...

....ขอโทษนะครับ....ที่...ผมพูดว่ากลับมาแล้วไม่ได้.... ดวงตาสีดำสนิทคู่สวยมองอีกฝ่ายอย่างลำบากใจ...แต่หญิงรับใช้ผู้นี้ก็เข้าใจเป็นอย่างดี...เธอผงกศีรษะด้วยรอยยิ้ม...

ไม่เป็นไรค่ะ มาซาโกะคนนี้แค่คิดถึงคุณหนูเท่านั้นเองค่ะ...

...เอ่อ....แล้ว....ที่โทรศัพท์มาน่ะ...เป็นเรื่องจริงสินะครับ คาโอรุมองผู้คนที่เดินเข้าสู่ภายในด้วยการนำและต้อนรับของเหล่าหญิงรับใช้ที่เศร้าสร้อยในชุดกิโมโนสีดำสนิทพลางเอ่ย...ร่างซูบของมาซาโกะสะท้านเล็กน้อย...หยาดน้ำตาหลั่งไหลออกมาเงียบ ๆ

ขอโทษนะคะคุณหนู...นายหญิงไม่สบายมานานแล้วค่ะเป็นความผิดของดิฉันเองที่ไม่ได้บอกกับคุณหนูเลย เสียงต่อไปขาดหายถูกแทนที่ด้วยเสียงสะอื้น...คาโอรุโอบกอดร่างผอมที่สั่นสะท้านเอาไว้อย่างทนุถนอม...ร่างซึ่งครั้งหนึ่งเคยกอดเขาไว้แนบอก มาบัดนี้...เด็กหนุ่มเพิ่งจะตระหนักดีแล้วว่ากาลเวลาได้เปลี่ยนเขาและมาซาโกะไปมากมายแล้ว...รวมถึงวันนี้...ที่ไม่ได้นึกถึง...

มาเถอะค่ะ...ชิโรอิซังกับทุก ๆ คนกำลังรออยู่ มาซาโกะแตะแขนเด็กหนุ่มให้เดินเข้าไปด้านใน...ท่ามกลางความสนใจของผู้ร่วมงานด้านนอกที่ทั้งสงสัยถึงฐานะของคาโอรุ และผู้ที่พอจะรู้อยู่บ้างว่าตระกูลทาเทวากิมีหลานชาย...

********************************

เรือนใหญ่กว้างขวาง แฝงกลิ่นอายไม้เก่าแก่ล้ำค่า ประดับประดาด้วยไม้ดอกนานาพันธุ์รอบด้านซึ่งดูเงียบเหงา...เสียงจอแจของผู้คนดังแว่วมาไกล ๆ จากเรือนนอก...มาซาโกะพาคาโอรุมาถึงห้องโถงกว้างที่ปกติจะเอาไว้รับรองแขกสำคัญ แต่มาบัดนี้...เมื่อมือผอมเกร็งเลื่อนบานประตูออก ภายในห้อง....มีสภาพที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง...

ร่างของหญิงชราเจ้าของตระกูลนอนนิ่ง สงบเงียบอยู่ตรงกลางห้อง...รายรอบไปด้วยบรรดาผู้คนซึ่งรู้จักกันดีเพียง 4-5 คนเท่านั้น...ดวงตาสีดำสนิทคู่งามเหม่อมองทั่วทั้งห้องด้วยความรู้สึกที่ว่างเปล่า...

คาโอรุคุง... มาริโนะ...พยาบาลสาวที่สนิทสนมกับคาโอรุดีที่สุดเอ่ยทักก่อนเป็นคนแรก...

สวัสดีครับ...มาริโนะซังคุณหมอ... คาโอรุทักทายตอบ...หมอใหญ่พยักหน้ารับ

คุณหนูคะ...ท่านนี้คือ โนบุคาวะซัง ผู้ใหญ่บ้านค่ะ ส่วนท่านนี้คือ ชิโรอิซัง ทนายความประจำตระกูล อีกท่านหนึ่งคือ เซโอะซัง ประธานสำนักพิมพ์เซโอะค่ะ มาซาโกะผายมือไปทางชายวัยกลางคนร่างกลมท่าทางใจดี สวมใส่เสื้อผ้าไม่เป็นทางการมากนักแต่ก็สุภาพพอ เขายิ้มน้อย ๆ ให้เด็กหนุ่มอย่างจริงใจ ต่างกับชายอีกคนในวัย 50 เศษซึ่งสวมแว่นตากรอบเล็ก ในชุดสูทสีดำสนิทเรียบกริบ ริ้วรอยตามใบหน้าชัดเจนบ่งบอกว่าผ่านกาลเวลามาเนิ่นนานและทำทุกสิ่งด้วยความจริงจัง...ซึ่งลักษณะภายนอกนี้พอ ๆ กับหญิงวัยกลางคนที่ถูกแนะนำเป็นคนสุดท้าย ซึ่งมองคาโอรุด้วยสายตาหยั่งเชิงคมกริบ ด้วยความที่ดำรงตำแหน่งประธานฯ ทำให้เธอดูน่าเกรงขามกว่าใครในที่นี้...

สวัสดีครับ... คาโอรุทักทายชายสองหญิงหนึ่งผู้สูงวัยกว่าตามมารยาท

ครับ...เอ้อ...ในเมื่อทุกคนมากันพร้อมแล้วก็...ผมจะทำการเปิดพินัยกรรมเลยนะครับ มือผอมหยิบกระเป๋าเอกสารสีดำซึ่งวางอยู่ด้านข้างมาเปิดทันที...

เดี๋ยวสิคะ...คุณหนูเพิ่งมาถึง ยังไม่ได้เคารพ...เอ้อ...นายหญิงเลยนะคะ มาซาโกะซึ่งจัดแจงให้คาโอรุนั่งแล้ว...เอ่ยท้วงตกใจกับคำพูดของทนายความ...ทว่า เด็กหนุ่มกลับไม่ได้แสดงอาการอะไรเลย...เขาซึ่งนั่งติดกับร่างที่นอนนิ่งอยู่นี้ ใช้ดวงตาสีดำสนิทมองอีกฝ่ายด้วยอารมณ์ที่เงียบกริบ...

นายหญิงบอกกับกระผมก่อนหน้านี้แล้วครับ...ว่าเมื่อคุณหนูคาโอรุ อนดะซัง คุณหมอโทโดโรกิ พยานอีก 3 ท่านมาถึงแล้วก็ให้เปิดพินัยกรรมได้เลยไม่ต้องรออะไร น้ำเสียงแห้ง ๆ ไม่น่าฟังของทนายความสร้างโทนสม่ำเสมอน่าง่วงนอน แถมอธิบายอย่างตรง ๆ โดยไร้ความรู้สึก...ทำให้มาริโนะต้องเหลือบตามองเขาอย่างไม่พอใจ...

ไม่เป็นไรครับ มาซาโกะซัง...เชิญครับ ชิโอริซัง หญิงรับใช้หันไปมองเด็กหนุ่ม เห็นสีหน้าที่เรียบเฉยไร้อารมณ์ความรู้สึกราวกับตุ๊กตาแล้ว ยิ่งนำพาความเศร้าหมองกัดกร่อนจิตใจของเธอจนแทบทนไม่ไหว...มาซาโกะพยักหน้าเงียบ ๆ พลางเช็ดหยาดน้ำตาก่อนที่มันจะตกลงเปื้อนเสื่อเก่าแก่ราคาแพง...

...ข้าพเจ้า ทาเทวากิ เซกิโกะ ขอรับรองว่า ขณะที่เขียนข้อความในเอกสารเหล่านี้ได้ผ่านการไตร่ตรอง และมีสติถูกต้องครบถ้วนทุกประการ... น้ำเสียงโทนเสมอกันยังน่าง่วงเหงาเหมือนเมื่อครู่...แต่เวลานี้ทุกคนตั้งใจฟังอย่างเรียบร้อย...แต่มาซาโกะยังวุ่นอยู่กับการพยายามจะกลั้นเสียงสะอื้น...จนไม่มีใครสังเกตุเห็นเลยว่า คาโอรุนั้น แทบจะไม่ได้ฟังอะไรเลย...

ทรัพย์สินของข้าพเจ้าและตระกูลทาเทวากิซึ่งประกอบด้วย หนึ่ง หุ้นในโรงพยาบาล 2 แห่ง ยกให้กับนายแพทย์โทโดโรกิ คาซุมิ... หมอใหญ่มีสีหน้าตื่นตกใจ และโล่งใจในเวลาเดียวกัน...ความสัมพันธ์ระหว่างเขาและนายหญิงเปรียบไปก็เหมือนกับเจ้านายและลูกน้อง เขาไม่เคยนึกแม้แต่น้อยว่า เซกิโกะจะมอบของขวัญล้ำค่าสิ่งนี้ให้กับเขา...

สอง...ลิขสิทธิ์จากสำนักพิมพ์เซโอะ ตั้งแต่นี้ไปให้นำฝากเข้าบัญชีของอนดะ มาซาโกะ เป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัว และสำหรับแจกจ่ายให้กับหญิงรับใช้รายอื่น ๆ เพื่อประโยชน์ในการตั้งตัวในภายหน้า การแบ่งสรรปันส่วนเหล่านั้นให้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของอนดะซัง มาซาโกะสะท้านขึ้นคราหนึ่ง ส่งเสียงสะอื้นออกมาเบา ๆ ถึงนายหญิงจะเข้มงวด คำชมจากปากแทบจะไม่หลุดออกมา แต่ก็ยังอุตส่าห์นึกถึงทุกคนที่คอยรับใช้เป็นอย่างดี...ยิ่งพาให้หยาดน้ำตาของหญิงรับใช้เก่าแก่คนนี้ต้องหลั่งไหลออกมาไม่ขาดสาย...คาโอรุโอบไหล่มาซาโกะปลอบใจอย่างเงียบ ๆ

สาม...ที่ดินและคฤหาสน์ปัจจุบันให้เป็นทรัพย์สินของประเทศจัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา รวมถึงข้าวของเครื่องใช้ ของประดับทั้งหมด โดยแต่งตั้งให้โนบุคาวะ ทาดาฮิโระ ผู้ใหญ่บ้านเป็นผู้ดูแล ร่วมกับ อนดะ มาซาโกะ โดยทรัพย์สินที่เป็นที่ดินที่เกาะคิวชู 2 แห่งนั้นให้ขายแล้วนำเงินสดฝากเข้าบัญชีอนดะ มาซาโกะเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดูแลพิพิธภัณฑ์แห่งนี้สืบต่อไป... ผู้ใหญ่บ้านมีสีหน้าลำบากใจนิดหน่อย แต่ก็พยักหน้ารับฟัง...ทว่า มาริโนะ และ มาซาโกะที่หยุดสะอื้นแล้ว กลับรู้สึกว่า สิ่งที่พวกเธอได้ยินมานั้นมีอะไรบางอย่างไม่ถูกต้อง...

อนึ่ง...สุสานประจำตระกูลทาเทวากิ ที่จะฝังร่างข้าพเจ้าลงไป ขอมอบให้อนดะ มาซาโกะเป็นผู้ดูแล หากทรัพย์สินทั้งมวลที่กล่าวมาโนบุคาวะ ทาดาฮิโระ และอนดะ มาซาโกะไม่สามารถดูแลได้แล้ว จะต้องทำพินัยกรรมส่งมอบให้กับผู้สืบสายเลือดของตนเองดูแลสืบต่อไป ลงชื่อ....ทาเทวากิ เซกิโกะ น้ำเสียงชวนง่วงนอนจบลงแล้ว...แต่บรรยากาศกลับเงียบกริบยิ่งกว่า มีเพียงเสียงทนายความชิโรอิเก็บเอกสารกลับเข้ากระเป๋าเท่านั้นที่ดังขึ้นอย่างไม่เข้ากัน...สายตาทุกคู่หันมามองเด็กหนุ่มใบหน้าสวย ที่บัดนี้นิ่งเงียบราวกับตุ๊กตาไร้ชีวิตอยู่ข้างร่างของหญิงชรา...ผู้ซึ่งเป็นย่า...

เอ๊ะ? ทำไม...มีเท่านี้เหรอคะ? ชิโรอิซัง ความสงสัยของทุกผู้คนประดังประเดเข้ามาให้ห้วงความคิด ทว่า มีเพียงมาซาโกะเท่านั้นที่เอ่ยขึ้นท้วง เธอหันไปหาทนายความซึ่งเตรียมตัวลุกขึ้นอย่างไม่รั้งรอ...

เท่านี้ครับ...ตรงตามที่นายหญิงบอกผมเอาไว้ทุกประการ...เสร็จธุระแล้ว ผมต้องขอกลับก่อนนะครับ...แล้วพรุ่งนี้ผมจะมาร่วมพิธีฝัง ชิโรอิพาร่างผอมในชุดสูทเรียบกริบของเขากลับออกไป...ทิ้งให้ในใจของมาซาโกะยุ่งเหยิงด้วยคำถามมากมายที่พูดไม่ออก...

ถ้าอย่างนั้น...ผมก็ต้องออกไปจัดการเรื่องด้านนอกก่อนนะครับ... โนบุคาวะลุกขึ้นเป็นรายที่สองเกือบจะพร้อม ๆ กับเซโอะ...เขาแตะไหล่มาซาโกะเบา ๆ พลางส่งสายตาเป็นเชิงให้เธออยู่กับคาโอรุก่อนที่จะออกไป

ผมไปช่วยนะครับโนบุคาวะซัง หมอใหญ่ลุกตามผู้ใหญ่บ้านไปเกือบจะทันที

ดิฉันก็ต้องขออภัยที่วันนี้อยู่ร่วมงานไม่ได้นะคะ ต้องเข้าสำนักงานฯไปจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยตามที่นายหญิงสั่งไว้ก่อนค่ะพรุ่งนี้ดิฉันค่อยมาร่วมงานฝัง...

วันนี้...เอ้อ...ขอบคุณมากนะคะ มาซาโกะโค้งให้กับเซโอะก่อนที่จะมองเธอเลี้ยวโค้งตรงมุมเรือนลับไปจากสายตา...

คาโอรุคุง...เอ่อ...ฉัน มาริโนะอยากจะพูดอะไรซักหลาย ๆ ประโยค...เพื่อปลอบใจ...เพื่อสอบถาม...แต่คำพูดเหล่านั้นไม่ได้ออกมาแม้แต่น้อย...ราวกับบางอย่างมันสะกัดกั้นเธอเอาไว้...เด็กหนุ่มหันมาหาเธอตามเสียงเรียกที่สั่นสะท้านด้วยรอยยิ้มจาง ๆ

ครับ?

เอ้อ.... รอยยิ้มนี้ทำให้มาริโนะถึงกับพูดไม่ออก...เธอทีแรกคิดจะปลอบใจเรื่องที่ทรัพย์สมบัติทั้งหมดถูกยกให้กับคนอื่น...แล้วไม่เอ่ยถึงเด็กหนุ่มที่เป็นหลานแท้ ๆ เลยแม้แต่คำเดียว...แต่เวลานี้เธอเปลี่ยนใจแล้ว...

ขอบคุณนะครับ...มาริโนะซังที่มางาน... คาโอรุโค้งให้หญิงสาว พลางลุกขึ้นยืน...ในดวงตาสีดำสนิทนั้น...ไม่พบเห็นอะไรสะท้อนออกมาแม้แต่น้อย...

ผมจะออกไปช่วยคุณหมอกับผู้ใหญ่บ้านจัดการงานข้างนอกก่อนนะครับ...

คุณหนูคะ! มาซาโกะตรงเข้ามาขวางเด็กหนุ่มทันทีก่อนที่เขาจะก้าวพ้นจากห้อง...

ดิฉัน...ดิฉันไม่รับนะคะ....ดิฉันจะส่งทุกอย่างคืนให้กับคุณหนูค่ะ... หญิงรับใช้ตะกุกตะกักพูดด้วยความเร่งร้อน จนน้ำเสียงสั่นเครือ....ทว่า คาโอรุจับมือผอมซูบที่เย็นเฉียบของเธอเอาไว้...

นายหญิงเขียนเอาไว้ว่าให้มาซาโกะซังมอบต่อให้กับผู้สืบสายเลือดไม่ใช่เหรอครับ....ถึงมาซาโกะซังไม่แต่งงานแต่ผมจำได้ว่า มีหลานอยู่คนหนึ่งนี่ครับ

เรียกท่านย่าสิคะ คุณหนูเป็นหลานแท้ ๆ ของนายหญิงนะคะ!! ดิฉัน...ดิฉันไม่อยากจะเชื่อเลย....นายหญิง....ทำไมทำแบบนี้....ทั้งที่ก็รักคุณมิโนรุขนาดนั้นแท้ ๆ มาซาโกะสะอื้นหนักขึ้นจนแทบจะฟังคำพูดของเธอไม่ออก...ใบหน้าซึ่งเต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งกาลเวลาเศร้าหมองและคับแค้นในเวลาเดียวกัน...ตรงข้ามกับเด็กหนุ่มซึ่งกุมมือสั่นสะท้านของเธอ กลับมีรอยยิ้มจาง ๆ อย่างจนใจ...

ผมกลับมาที่นี่ ไม่ได้ต้องการอะไรหรอกครับ...เพียงแค่มาทำหน้าที่ของตระกูลให้เรียบร้อยเท่านั้น...

อย่าพูดอย่างนั้นค่ะ...คุณหนู....อย่าพูดอย่างนั้นเลย.... คาโอรุเช็ดหยาดน้ำตาจากใบหน้าของมาซาโกะเบา ๆ เพื่อปลอบใจ...พาให้มาริโนะรู้สึกอบอุ่นและเศร้าใจไปพร้อม ๆ กัน...ทั้งที่เด็กหนุ่มและหญิงรับใช้คนนี้ไม่ได้มีสายเลือดเดียวกัน แต่กลับผูกพันและอาทรต่อกันยิ่งกว่า....ใช่....ยิ่งกว่ากับย่าแท้ ๆ ที่ไม่เอ่ยถึงหลานชายซักคำแม้แต่ในพินัยกรรม...

********************************

ตายจริง...เวลาขนาดนี้แล้วเหรอเนี่ย? ซาวาดะอุทานเสียงดังเมื่อเหลือบไปเห็นนาฬิกาติดผนังเรือนใหญ่ตรงหน้า...ตอนนี้ในแผนกต่างประเทศก็เหลือแต่เธอ อาซาโตะ และทีมงานเท่านั้น...ทุกคนง่วนจัดการกับเอกสารสำคัญอันนี้ให้เรียบร้อยเพื่อให้ทันการประชุมในพรุ่งนี้จนลืมเวลากันไปหมด....

...ตกใจอะไรคะ...หรือว่านัดคนพิเศษเอาไว้? พนักงานสาวอีกคนหนึ่งเอ่ยแซวซาวาดะ หลังจากที่บิดขี้เกียจจนหายเมื่อย...

เปล่า...กับพวกเราน่ะก็ทำงานเลยเวลากันอย่างนี้อยู่แล้วนี่คะ...แต่คนที่เพิ่งมาครั้งแรกน่ะสิ... ซาวาดะหันไปทางอาซาโตะที่ดูไม่เดือดเนื้อร้อนใจกับการที่ต้องทำงานเสียจนค่ำราวกับพนักงานคนหนึ่งแม้แต่น้อย...เด็กหนุ่มผมทองรู้สึกถึงสายตาของสองสาวที่จ้องมองมาจึงเงยหน้าจากจอคอมพิวเตอร์...

ครับ?

ขอโทษนะจ๊ะที่ดึงตัวให้อยู่จนดึกขนาดนี้...เอกสารมันเยอะมากจริง ๆ พนักงานหญิงคนนั้นยิ้มให้กับอาซาโตะพลางเริ่มต้นเคลียร์เอกสารบนโต๊ะ...

อ้อ...ถ้าเรื่องเอกสารนั่น มันเสร็จแล้วครับ...แต่เอกสารที่บันทึกไว้อันเก่า ๆ น่าสนใจ ก็เลยอ่านดู

เอ๊ะ? ระ...เหรอจ๊ะ พนักงานหญิงหันไปมองซาวาดะและพนักงานชายที่เหลืออย่างงง ๆ เธอจำได้ว่าเจ้าเอกสารที่วางสงบนิ่งบนโต๊ะตรงที่เด็กหนุ่มชี้ มันอยู่ตรงนั้นตั้งเกือบ 3 ชั่วโมงมาแล้ว...หมายความว่า พวกเธอซึ่งเป็นพนักงานที่ได้รับคัดเลือกมาและค่อนข้างชำนาญกับงานทำนองนี้ ยังทำเอกสารเสร็จช้ากว่าเด็กหนุ่มที่เพิ่งเข้ามาทำงานวันแรกอีกอย่างนั้น...

เอ้อ...เอกสารก็เสร็จแล้ว...พวกเราก็ได้เวลากลับซะที...ทานากะคุงกลับยังไงเหรอจ๊ะ? สนใจจะไปดื่มนิดหน่อยหลังเลิกงานกับพวกเรารึเปล่า? ซาวาดะตัดบทเอ่ยชวนเด็กหนุ่มด้วยรอยยิ้ม...อาซาโตะเบิกดวงตาสีน้ำตาลทองขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่จะตอบคำ น้ำเสียงนุ่มนวลเสียงหนึ่งก็ให้คำตอบแทน...

ทานากะคุงคงต้องกลับกับผมครับ...อีกอย่างหนึ่งเขาอายุยังไม่ถึงที่จะดื่มเครื่องดื่มมีแอลกอฮอลล์น่ะครับ เลขาฯ หนุ่มลงมารับเจ้านายน้อยด้วยตัวเอง...แต่ก็ยังคงปิดบังฐานะของเขาตามที่ต้องการ...แต่ที่ทำให้ทุกคนตกใจคือประโยคสุดท้ายมากกว่า

เอ๊ะ....เอ้อ...แต่ว่าก็คงอีกไม่นานสินะคะ มีโอกาสดิฉันว่าจะเลี้ยงขอบคุณซักหน่อย ซาวาดะพูดยิ้ม ๆ กับคาคุ...

ขอโทษนะครับ ซาวาดะซังคงต้องรออีกนาน...เขาอายุยังไม่เต็ม 16 เลยครับ

เอ๋????!!! พนักงานทั้งหมดส่งเสียงตะโกนลั่นห้อง...พาให้คาคุเก็บอาการอยากหัวเราะออกมาแทบไม่อยู่...

พูดมากไปแล้ว...คาคุ อาซาโตะลุกขึ้นกระซิบเบา ๆ ใส่เลขาฯหนุ่ม...พลางปั้นสีหน้าหันไปหาทุกคน

กลับนะครับ เด็กหนุ่มโค้งให้เหล่าพนักงานที่ยังยืนนิ่งอึ้งอยู่ แล้วเดินออกไปพร้อมกับคาคุ...ทิ้งให้ที่เหลือวิพากย์วิจารณ์เขาอย่างเต็มที่แทน...

ตายแล้ว...อายุ 15 เอง...ทำไมเก่งภาษาอังกฤษขนาดนี้เนี่ย? พนักงานสาวหยิบเอกสารจากโต๊ะที่อาซาโตะนั่งตลอดการทำงานมาดู...พลางบ่นพึมพำ

ลูกชายผมอายุเท่านี้ไม่เห็นจะสนใจงานของผมซักนิดนึง... พนักงานชายอีกคนเก็บเอกสารไปพลาง พูดด้วยสีหน้าเบื่อ ๆ พลาง

เทราจิมะซังก็ดูท่าทางจะเกรงใจเขาอยู่นะ...ตกลงเด็กคนนี้เป็นใครกันแน่? ซาวาดะทำสีหน้าครุ่นคิด...แต่เธอก็สลัดหลุดมันไปได้ภายในเวลาไม่นาน...เพราะหญิงสาวสามารถแยกแยะเวลางานกับนอกเวลางานได้ เธอจึงไม่ใส่ใจอีกและคิดถึงเวลาที่ได้ดื่มเครื่องดื่มของโปรดเพื่อผ่อนคลายแทน...

********************************

เหนื่อยหน่อยนะครับคุณหนู... คาคุเอ่ยขึ้นมารถยนต์สีดำคันใหญ่บรรทุกเขา อาซาโตะ และชายชุดดำที่ทำหน้าที่ขับรถแล่นออกสู่ท้องถนน...

....ไม่นี่....ก็เพลินดี... อาซาโตะตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ...เลขาฯหนุ่มผงกศีรษะรับคำด้วยรอยยิ้มจาง ๆ

จะตรงไปที่บ้านเลยมั๊ยครับ? ท่านคงจะรออยู่ เด็กหนุ่มครุ่นคิดคำถามของคาคุครู่หนึ่ง พลางนึกขึ้นได้จึงหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดู ซึ่งหน้าจอโชว์สายที่ไม่ได้รับ 2 สาย...

เดี๋ยวนะ อาซาโตะโทร.ย้อนไปตามเลขหมายซึ่งปลายทางเป็นเครื่องโทรศัพท์ในบ้านของคาโอรุ ประมาณ 2-3 ครั้ง แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีใครรับสาย...

ย้อนไปที่บ้านคาโอรุก่อน...ดึกป่านนี้ยังไปไหนอีกก็ไม่รู้ จากประโยคนี้แสดงว่าอาซาโตะคิดจะตรงกลับบ้าน...แต่ความเป็นห่วงที่มีถึงคาโอรุนั้นมีมากกว่า...

ได้ครับ เลขาฯหนุ่มออกคำสั่งกับคนขับรถซึ่งหักเลี้ยวไปตามคำบอกทันที...

********************************

ใต้แสงอาทิตย์สาดส่องอันสดใสในยามเช้า...เหล่านกน้อยต่างร้องเพลงขับขานถึงเวลาเริ่มต้นแห่งชีวิต...ทว่า ในบริเวณบ้านตระกูลทาเทวากิอันเก่าแก่...กลับยังเต็มไปด้วยสีหม่นอันมืดครึ้ม...

พนักงานของสุสานประจำตระกูลช่วยกันยกโลงสีดำขัดมันเลื่อมอวดความเจิดจ้าเยาะเย้ยดวงอาทิตย์...ที่ซึ่งบรรจุร่างไร้วิญญาณของหญิงชราเอาไว้ภายในอย่างระมัดระวังขึ้นบนรถ...คาโอรุในชุดสูทสีดำคอยจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย จนกลายเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงให้กับงานครั้งนี้แทนที่มาซาโกะซึ่งดูจะอ่อนล้าลงเรื่อย ๆ จากความเศร้า...

เด็กคนนั้นเหรอคะ? หลานของนายหญิง หญิงวัยกลางคนร่างท้วมคนหนึ่งเอ่ยกระซิบกับหญิงสาวซึ่งเป็นลูกศิษย์วิชาจัดดอกไม้ ที่เคยพบกับคาโอรุเมื่อครั้งเด็กหนุ่มกลับมาในวันปิดเทอมฤดูหนาว...

คนนี้แหละค่ะ...ดิฉันจำแม่นหน้าตาน่ารักแบบนี้ไม่มีลืมหรอกค่ะ หญิงสาวกระซิบตอบ...

แหม...แต่ดิฉันก็ไม่อยากจะเชื่อนะคะ ที่ว่านายหญิงเจ็บออด ๆ แอด ๆ มาหลายปีแล้ว เห็นทีไรก็ดูแข็งแรงอยู่ตลอดเวลา

ดิฉันก็ไม่อยากเชื่อเหมือนกันค่ะ ยิ่งตอนที่ดุเวลาดิฉันจัดได้ไม่ตรงตามใจท่านล่ะก็...

แต่ก็นั่นล่ะนะคะ...ชีวิตคนเรา...ตอนที่ได้รับโทรศัพท์ดิฉันตกใจหมดเลย หญิงร่างท้วมถอนหายใจ พลางมองเด็กหนุ่มซึ่งโดดเด่นในกลุ่มผู้คนที่สูงวัยกว่า...

พ่อหนูคนนี้...ตอนนี้ก็เป็นผู้สืบทอดทรัพย์สมบัติที่กินกี่ชาติก็ไม่หมดแล้วสินะคะ น่าอิจฉาจริง ๆ หญิงร่างท้วมพูดยิ้ม ๆ ก่อนที่หญิงวัยไล่เลี่ยกับเธอ แต่สวมชุดสีดำที่ดูภูมิฐานกว่ามากเดินตรงเข้ามา...

อ้าว...โนบุคาวะซัง... หญิงร่างท้วมทักทายกับคุณนายโนบุคาวะซึ่งเพิ่งจะผละจากช่วยสามีจัดเตรียมดอกไม้...

สวัสดีค่ะ...คุยกันเพลินเชียวนะคะ

แหม...ก็ไม่ได้พูดอะไรกันมากหรอกค่ะ ก็แค่กำลังคุยกันถึงทายาทสมบัติหลายล้านไงล่ะคะ หญิงร่างท้วมชี้ไปที่คาโอรุประกอบการบรรยาย...คุณนายโนบุคาวะมองตามพลางแค่นเสียง...

ทายาทอะไรกันคะ...นี่โนมุเอะซังไม่ทราบหรอกเหรอคะ? โนมุเอะและหญิงสาวที่เป็นลูกศิษย์เซกิโกะต่างก็มีสีหน้าสงสัย...แต่ต่างก็รู้ว่ามีเรื่องที่น่าป่าวประกาศมาให้ฟัง จึงตั้งใจอย่างดี...

เด็กคนนั้นไม่ได้อะไรแม้แต่แดงเดียวเลยล่ะค่ะ...นายหญิงยกบ้านนี้ให้เป็นพิพิธภัณฑ์ สามีดิฉันกับอนดะซังถูกแต่งตั้งเป็นผู้ดูแล...ส่วนพวกสมบัติอื่น ๆ ก็ยกให้พวกสาวใช้บ้าง ยกให้อนดะซังบ้างน่ะค่ะ

ตายจริง!!!!

จริงเหรอคะ? โนบุคาวะซัง

จริงสิคะ...ดิฉันตะล่อมถามสามีมาได้น่ะค่ะ

แต่ว่าเป็นหลานแท้ ๆ ไม่ใช่เหรอคะ? ทำไมถึง... โนมุเอะเบาเสียงลงจากเมื่อครู่...พลางทั้งสามคนค่อย ๆ ถอยไปหลบมุมเพื่อให้คุยกันสะดวกขึ้นอีก...

...แหม...โนมุเอะซังล่ะก็ลืมแล้วเหรอคะ เรื่องที่มิโนรุซัง ลูกชายคนเดียวสุดสวาทขาดใจ...มีภรรยาเป็นเด็กรับใช้ในบ้านน่ะค่ะ...ตอนนั้นนายหญิงน่ะโกรธจัด ออกงิ้วจนคนในบ้านแทบจะรับไม่ไหวเลยนะคะ

โอ้! จริงด้วย...เรื่องมันนานซะจนดิฉันลืมไปเลย เรื่องตอนนั้นน่ะดังจนทุกครอบครัวในเมืองรู้กันหมดเลยนี่คะ โนมุเอะตบมือ...พลางนึกเรื่องเก่าแก่ออกขึ้นมาทันตา...

ดูดี ๆ แล้ว เด็กคนนั้นไม่ค่อยจะเหมือนมิโนรุซังซักเท่าไหร่เลย...หรือว่า...ที่นายหญิงไม่ให้อะไรเลย หมายความว่า นายหญิงคิดจะแก้แค้นงั้นเหรอคะ?

ก็จะมีอะไรผิดไปจากนี้ได้อีกล่ะ...น่าสงสารเหมือนกันนะคะ...อุตส่าห์มีย่ารวยขนาดนี้แต่กลับไม่ได้อะไรเลยน่ะค่ะ.......ว้าย!!!! คุณนายโนบุคาวะพูดกลั้วหัวเราะ...ก่อนที่จะตกใจสุดขีดเมื่อรู้สึกว่ามีมือของใครบางคนจับไหล่เธอเอาไว้อย่างแรง...

มาคุยอะไรกันอยู่ตรงนี้น่ะคุณ...ได้เวลาเคลื่อนขบวนแล้วนะ โนบุคาวะผู้เป็นสามีพูดเสียงเข้ม...พลางออกเดินไปก่อนโดยแทบจะไม่หันกลับมามอง...ทำให้คุณนายโนบุคาวะต้องรีบกล่าวขอตัวกับหญิงอีก 2 คนแทบไม่ทัน...

คุณพูดอะไรน่ะ...เอาเรื่องของคนที่ตายไปแล้วมานินทาแบบนี้มันบาปนะรู้มั๊ย? ผู้ใหญ่บ้านโนบุคาวะแค่นเสียงปรามภรรยาเมื่อเธอเดินแกมวิ่งมาจนทัน

นินทาอะไรกันคะ...ก็แค่พูดความจริง

ถ้าพูดความจริงกันล่ะก็...เขาไม่ทำน้ำเสียงอย่างนั้นกันหรอกนะ

เอ๊ะ! คุณ...จะหาว่าฉันผิดเหรอ? ถึงฉันไม่พูด...คนอื่นก็เอาไปพูดอยู่ดีน่ะแหละ คุณนายโนบุคาวะเชิดหน้าจัดทรงผมอย่างไม่ใยดีเสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ของผู้เป็นสามี...ซึ่งสิ่งที่คุณนายโนบุคาวะพูดก็ไม่ได้ผิดเพี้ยนไปจากนี้นัก...เสียงซุบซิบเมื่อข่าวทายาทเพียงคนเดียวกลับไม่ได้รับมรดกก็กลายเป็นหัวข้อสนทนาไปทั่ว...

ขบวนเคลื่อนไปด้วยรถยนต์แม้เชื่องช้าแต่ก็มาถึงสุสานประจำตระกูลทาเทวากิด้วยเวลาไม่นาน...เจ้าหน้าที่สุสานกำลังนำโลงซึ่งบรรจุร่างไร้วิญญาณลงสู่ผืนดิน...เสียงสะอื้นเป็นพัก ๆ ของมาซาโกะและเหล่าหญิงรับใช้ทั้งหลายดังเบา ๆ ไม่เท่ากับเสียงซุบซิบซึ่งดังขึ้นทุกขณะอย่างไม่เกรงใจ...

จริงเหรอเนี่ย?

ไม่น่าเชื่อนะคะคุณ

แต่ถ้านึกถึงเรื่องสมัยเก่าล่ะก็ นี่ล่ะเหตุผล

เห็นว่าศพของผู้หญิงคนนั้นไม่ได้ถูกฝังรวมอยู่ที่นี่นะคะ นายหญิงไม่อนุญาตน่ะค่ะ

ใจร้ายจัง

น่าสงสารจังนะคะ

เสียงทั้งหมดดังผ่านหูคาโอรุไปราวกับสายน้ำซึ่งไม่ไหลย้อนกลับ...ทว่า กับมาซาโกะแล้วคำพูดเหล่านั้นเป็นสิ่งที่ไม่น่าให้อภัย...ใบหน้าซูบหันไปตามต้นเสียงที่เงียบลงเมื่อพบกับสายตาขุ่นเขียวของเธอ...

คุณหนูคะ... มาซาโกะหันกลับมาหาเด็กหนุ่มซึ่งโอบไหล่พยุงร่างเธอไว้อย่างอ่อนโยน...พลางจะพูดปลอบใจ...แต่ทุกอย่างก็หยุดอยู่แค่ที่ริมฝีปาก...เพราะคาโอรุไม่แสดงสีหน้าใด ๆ ออกมาเลย...

มาซาโกะซังเหนื่อยมั๊ยครับ? ไปนั่งพักที่รถก่อนดีมั๊ย คาโอรุเผยรอยยิ้มจาง ๆ ในดวงตาสีดำสนิทสะท้อนภาพของหญิงรับใช้...พาให้เธอไม่อาจกลั้นน้ำตาไว้อยู่เป็นคำรบสอง...

ไม่ค่ะ...ดิฉันไม่เป็นไรค่ะ...คุณ...หนู... มาซาโกะเก็บเสียงสะอื้นกล้ำกลืนไว้ทุกคำจนหยาดน้ำตานั้นไหลลงมาเงียบ ๆ เธอก้มหน้าพลางครุ่นคิดถึงครอบครัวอันน่าเศร้านี้...จะมีอะไรเจ็บปวดไปยิ่งกว่า การที่หลานไม่รู้สึกอะไรกับการตายของย่า...จะมีอะไรเจ็บปวดยิ่งกว่า การที่ผู้เป็นย่า...เกลียดแค้นหลาน...แม้แต่ในวินาทีสุดท้ายก็ยังใช้ความตายของตัวเองฉุดดึงหลานมาสู่การแก้แค้น...มาซาโกะไม่อาจจะทำอะไรมากไปกว่านี้อีกแล้ว จึงได้แต่ร้องไห้ไปเงียบ ๆ เท่านั้น...

ในเสียงของกองดินที่ค่อย ๆ ถูกโกยฝังกลบโลงสีดำเลื่อมพราว...ในโสตประสาทของคาโอรุได้ยินเพียงเสียงของหญิงชราดังก้องอยู่

แกสองคนแม่ลูกฆ่าลูกชายของฉัน!!!พรากสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตฉันไป!!! ทั้ง ๆ ที่ฉันมีมิโนรุเพียงคนเดียวแท้ ๆพวกแกมันฆาตกร!!!

ทีนี้ก็ตาแกแล้วยังไงล่ะ? ลิ้มรสความทรมานที่เหมือนกับฉันไปซะ!!!

เด็กหนุ่มหลับตาลงเมื่อทุกอย่างสิ้นสุด...พยาบาลสาวมาริโนะมาช่วยพยุงมาซาโกะไปที่รถ ฝูงชนค่อย ๆ ทยอยจากไป ทิ้งช่อดอกไม้งามไว้บนป้ายสลักชื่อ...ไร้...ซึ่งความอาลัย...

...ยินดีด้วยครับ...นายหญิง...คุณกับผมช่างเหมือนกันจริง ๆ คาโอรุเผยรอยยิ้มอีกครั้ง...บาดแผลกลางหลังเจ็บแปลบทั้งที่อากาศก็ไม่ได้หนาวเหน็บอะไรเลย...ดวงตาสีดำสนิทถูกซ่อนอยู่ในเปลือกตาบาง ก่อนจะลืมขึ้นแล้วหันหลังจาก...คราวนี้ชั่วนิรันดร์...

...เอ๊ะ?.... ดวงตาสีดำสนิทคู่งามเบิกขึ้น...ในฝูงชนสีดำหม่นซึ่งเดินไปในทางเดียวกันกลับเกิดบางอย่างที่แตกต่าง...

เส้นผมสีทองกระทบแสงอาทิตย์โดดเด่น...ร่างอันสูงสง่า พร้อมดวงตาสีน้ำตาลทองซึ่งจ้องมองตรงมาที่เขา...สวนทางกับทุกผู้คน แน่วแน่ และแจ่มชัด จนภาพรอบข้างกลับเป็นพร่าเลือน...

มิเนคุระ...? ร่างเล็กตัวแข็งทื่อ หัวคิ้วงามขมวดเข้าหากันอย่างที่เมื่อวานจนวินาทีเมื่อครู่ไม่เคยได้ทำ...เด็กหนุ่มผมทองไม่เอ่ยสิ่งใด พลางเริ่มก้าวเดินตรงมา...

ทำไม? นายมาอยู่ที่นี่...? มือเรียวสั่นระริกยกขึ้นเสยผมสีอ่อนนุ่ม...พลางดวงตาสีดำสนิทหลบภาพตรงหน้ากลอกไปมาอย่างสับสน...

ฉะ...ฉัน...เออ...จริงด้วย...ฉันเขียนโน้ตเสียบไว้ที่ประตูว่าจะมาที่นี่... คาโอรุพึมพำพลางค่อย ๆ ถอยไปด้านหลัง...แต่อาซาโตะก็ไม่ได้สนใจเขาเร่งฝีเท้าเร็วขึ้น...

ฉัน...เอ้อ...นายหญิงเสียแล้ว...ก็เลยต้องมาจัดการให้เรียบร้อย...จัดการที่นี่...แล้วก็....อย่า... อาซาโตะก้าวเข้าใกล้มากขึ้นทุกขณะ...คาโอรุถอยจนแทบจะติดป้ายหลุมศพ...

อย่าเข้ามานะ!!!! น้ำเสียงสั่นสะท้านซึ่งดังก้องไปจนทั่ว...นำพาความสนใจมาสู่ทุกผู้คนที่ยังไม่ได้ออกจากบริเวณ...มาริโนะรีบออกจากรถ ทว่า มาซาโกะทัดทานเอาไว้...เธอจ้องมองเด็กหนุ่มผมทองอย่างจดจ่อ...

...คาโอรุ

อย่า...เข้ามา...เห็นนาย...แล้ว...ฉัน.... เรียวแขนสั่นระริกกอดไหล่บอบบางอย่างอับจนหนทาง...ริมฝีปากงามถูกฟันคมขาวกัดจนช้ำ...อาซาโตะยื่นฝ่ามืออุณหภูมิสูงอันคุ้นเคยตรงมา...

ฉัน....

ก็ไม่ต้องทนสิ ร่างเล็กถูกรวบปะทะแผ่นอก...เสียงหัวใจเต้นอันอบอุ่นส่งผ่านเข้ามา ทำให้ความรู้สึกที่ถูกผนึกในม่านน้ำแข็งหลอมละลาย...หยาดน้ำตาหยดลงมาจากดวงตาสีดำสนิทคู่สวย...

ฮึก....ทำไม...นายต้องมาที่นี่ด้วย... มือเรียวขยำเสื้ออีกฝ่ายจนยับ...พลางเสียงสะอื้นก็เริ่มต้น...

...เพราะฉันรู้ว่านายอยากเจอฉันน่ะสิ... อาซาโตะลูบเส้นผมสีอ่อนนุ่มมือปลอบใจ...

ไม่เห็นจะรู้เรื่องเลย...ฮึก....ฮือ... หยาดน้ำตาไหลลงมาไม่ขาดสาย เปรอะเปื้อนเสื้อของอาซาโตะจนเปียกปอน...เสียงร่ำร้องซึ่งระบายความคับแค้นออกมาบางเบา ทว่า ก็ได้ยินแจ่มชัด อ้อมแขนแกร่งโอบกระชับแน่นขึ้นอีกถ่ายทอดความอบอุ่นในดวงตา...ส่งผ่านเสียงเต้นของหัวใจปลอบโยนอย่างเงียบ ๆ

จบตอนค่ะ....เพิ่งเขียนเสร็จสด ๆ เลยแฮะ ไม่มีเวลาตรวจทานถ้าผิดพลาดก็บอกกันด้วยนะคะ อ่านแล้วรู้สึกยังไงกันบ้าง อย่าลืมมาคุยกันน๊า ^^ (กลัวเหงา)


edit @ 2005/11/22 14:02:53

Comment

Comment:

Tweet

สงสารคาโอรุนะ แต่ไม่ได้อะไรก็ดีอย่าง ไม่ติดค้างอะไรกันอีก
อาซาโตะก็เท่ห์มากมาย

#13 By tan-tan (125.25.191.87) on 2008-05-10 15:48

ได้อ่านแย้ว อิอิ น่าร๊ากชามัดเร้ย ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็เชียร์ อาซาโตะ+คาโอรุ จ้า แต่งต่อไวๆนะ

#12 By 'P' (61.91.69.72) on 2006-01-15 17:49

ได้อ่านตอนใหม่แล้ว ขอบคุณมากค่ะ

คาโอรุน่าสงสารมากๆ คุณย่านี่ร้ายจริงๆ แล้วก็อาซาโตะก็เท่ซะ

#11 By ยู (58.10.35.61) on 2006-01-05 01:37

แต่งได้น่ารักมากเลยค่ะ ให้ความรุสึกที่ว่า สองคนนี้ขาดกันไม่ได้เหมือนกับ
ช่วยเติมเต็มส่วนที่หายไปของกันและกันอ่ะ

#10 By Loki (61.91.123.107) on 2005-12-02 12:43

น่ารักมากๆเลยครับ

อาซาโตะดูอบอุ่นมาก

#9 By กะล่อนดง (61.91.163.123) on 2005-11-30 19:48

อ่านต่อจนครบแล้วล่ะ ขอบคุณค่ะที่ช่วยตอบ อยากอ่านต่อมากเลย

#8 By amary (202.29.48.241) on 2005-11-30 17:19

ขอบคุณทุกคนค่าที่เข้ามา 'ment คุณ teddygirl เราไม่ทิ้งเรื่องนี้หรอกค่ะ จะเขียนให้จบแน่นอน อาซาโตะกะคาโอรุเหมือนเป็นลูกชายของเราไปแล้วน่ะนะ (ทนนิดนะจ๊ะคาโอรุ ที่รังแกนู๋ก็เพราะความรักนะเนี่ย)
อินุจัง....อาซาโตะหน้าไม่แก่ขนาดนั้นหรอก เพียงแต่ซาวาดะซังเขานึกว่าอาซาโตะน่าจะอยู่มหา'ลัยแล้วต่างหาก

#7 By **ICZER^^** on 2005-11-30 10:10

กำลังหนุกเลย ฮือๆ สงสารคาโอรุ คุณย่ามหาภัยนี่แค้นฝังหุ่นจริงๆ เลย คนไรฟระ ว่าแต่...สงสัยอาซาโตะคงหน้าแก่มาก คนที่ทำงานถึงตะลึงเมื่อรู้อายุที่แท้จริง อิอิ

#6 By อินุ (61.91.166.171) on 2005-11-30 08:04

ในที่สุดเธอก็มา........ลั่น..ล้า~~~~

#5 By teaw (58.11.110.179) on 2005-11-29 22:55

ตามมาอ่านเช่นกันค่ะ ดำเนินเรื่องไปได้ช้า ๆ แต่มั่นคงดีจัง อาซาโตะมีพัฒนาการขึ้นมากเลย

#4 By take (58.10.76.113) on 2005-11-29 20:04

พอเห็นข่าวประกาศที่บอร์ดคุณอ้อ ก็รีบตามมาอ่านเลย ดีใจมากเพราะนี่เป็นนิยายหนึ่งในไม่กี่เรื่องที่เราตามอ่านอย่างใจจดจ่อ เห็นว่าเขียนสดๆ แต่มืออาชีพยังไงก็ยังเป็นมืออาชีพแหละเนอะ ภาษาไม่มีตรงไหนติดขัดเลย ยังคงเดินเรื่องช้าๆ แต่ละเอียดอ่อน และบรรยายความรู้สึกได้ดีเหมือนเคย เป็นกำลังใจให้คนเขียนเขียนเรื่องนี้จนจบ อย่าเพิ่งทิ้งกันไปเสียก่อนนะคะ

#3 By teddygirl (203.209.107.94) on 2005-11-29 15:53

ดีใจมากที่มาต่อแล้ว เพราะว่าชอบเรื่องนี้มากกกกกก เลยค่ะ

#2 By sao (61.90.193.146) on 2005-11-29 15:08

ตอนนี้น่ารักมากเลยค่ะ น่าสงสารคาโอรุจัง แล้วก้อชอบพี่เท่อาซาโตะมากๆ แค่มีอาซาโตะคาโอรุก้อคงไม่เป็นไรแน่ๆ อ่านแล้วรู้สึกแบบนี้อะค่ะ แล้วจะรอตอนต่อไปอย่าใจจดใจจ่อนะค่ะ

#1 By myoubi (61.91.227.127) on 2005-11-23 19:28