Adolescence ตอนใหม่ค่ะ

posted on 07 Nov 2007 11:08 by iczer in FICTION

สวัสดีค่ะ ทุก ๆ คน  มาอัพแล้วเด้อ เพิ่งเขียนเสร็จมะกี้นี้เองค่ะ ทีแรกว่าจะเขียนต่อ แต่มาดูจำนวนหน้าแล้ว โห.... ตั้ง 14 หน้ากระดาษ A4 แน่ะ (ปกติจะประมาณ 7-8 หน้าก็จะเอามาลงแล้ว) เอาลงซักหน่อยดีกว่าเนอะ เชิญทัศนากันดีกว่าค่ะ

 

Warning : นี่คือ นิยาย ชายรักชาย หรือ Boy's love หรือ Yaoi (แม้ตอนนี้จะแค่ Shonen-ai ก็เถอะ) ท่านใดที่หลงเข้ามาและรับทราบข้อความนี้ หากไม่ใช่สิ่งที่ท่านตามหาก็เชิญกลับออกไปได้ค่ะ ต้องขออภัยด้วย 

 

 

Adolescence

เสียงพูดคุยอย่างสบาย ๆ ของผู้คนบนท้องถนนในวันหยุด ทำให้การเลือกซื้อของขวัญสำหรับอาซาโตะในวันนี้ไม่รีบเร่ง...ด้วยสภาพครอบครัว และอุปนิสัยส่วนตัว ทำให้เด็กหนุ่มไม่ค่อยมีเพื่อนมากนัก...ของขวัญสำหรับวันพิเศษของเพื่อนที่ผ่านมา คาโอรุก็เคยมอบให้กับอากิระเพื่อนสาววัยเด็กเพียงคนเดียวเท่านั้น และแม้การหาซื้อของขวัญซึ่งจะต้องมอบในอีกไม่กี่วันข้างหน้าจะกะทันหันเกินไปก็ตาม...แต่คาโอรุก็รู้สึกว่าการใช้เวลาทั้งวันในวันหยุดนี้เป็นความรื่นรมย์ที่น่าสนุก...

เด็กหนุ่มเดินเข้าบางร้านที่น่าสนใจจากการตกแต่งวินโดว์โชว์...สอบถามรายละเอียดและดูสินค้าตัวอย่าง รวมทั้งสินค้าสำหรับขายจริง โดยที่ยังไม่ได้ด่วนตัดสินใจ...ในขณะที่กำลังจะเดินเข้าร้านเครื่องเงินตามที่ได้รับการแนะนำมาจากคาคุ น้ำเสียงสดใสและแรงดึงจากปลายเสื้อแจ็คเก็ตทำให้คาโอรุต้องหยุด...

"พี่คาโอรุคะ!!"

"อ้าว...? จินัตสึจัง"  เด็กผู้หญิงตัวเล็กยิ้มกว้าง...เมื่อรู้ว่าคาโอรุยังไม่ได้ลืมการพบกันในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำคราวนั้น...

"สวัสดีค่ะ แล้วพี่ตัวโตไม่มาเหรอคะ?"  จินัตสึพูดด้วยน้ำเสียงสดใส พลางดวงตากลมโตก็กวาดมองหา...

"สวัสดีจ๊ะ เอ...พี่ตัวโต?...อ๋อ...มิเนคุระ...พี่เขาชื่อมิเนคุระ อาซาโตะจ๊ะ...เขาไม่มาหรอกวันนี้พี่มาคนเดียว"

"เหรอคะ..."

"แล้วจินัตสึจังมากับใครจ๊ะ?"  คาโอรุถามขณะที่จูงมือเล็ก ๆ หลบแดดแรงยามกลางวันในร่มเงาของร้านค้า...

"มากับคุณพ่อค่ะ...มาซื้อของ" 

"จิจัง...ทำไมข้ามถนนมาคนเดียวล่ะลูก!!"  เสียงตะโกนที่เต็มไปด้วยความห่วงใยดังจากกลางถนนบนทางม้าลาย...เป็นเสียงซึ่งฟังดูนุ่มกว่าคนปกติแม้จะเป็นเสียงซึ่งเกิดจากการตะโกนแล้วก็ตาม...ชายวัยทำงานในชุดเสื้อกางเกงยีนส์ธรรมดา ๆ กระหืดกระหอบพร้อมกับถือห่อของพะรุงพะรังวิ่งตรงมาหาเด็กหญิง...

"คุณพ่อคะ...นี่ไง ๆ พี่คาโอรุที่พาจินัตสึไปหาคุณครูอาโกะ..."  เสียงใส ๆ แนะนำคาโอรุแบบเด็ก ๆ

"เอ๊ะ? อ๋อ...จิจัง เอ้อ...ลูกสาวผมพูดถึงคุณบ่อย ๆ ต้องขอบคุณมากนะครับที่ช่วยเหลือ...โซโนะ  จิฮิโระครับ"  ชายหนุ่มแนะนำตัวพลางโค้งให้กับคาโอรุซึ่งเด็กกว่าอย่างเป็นธรรมชาติ...รูปหน้าอันอิดโรยเล็กน้อยเปล่งรอยยิ้มที่เหมือนกับลูกสาว...ดวงตาสีเข้มภายใต้กรอบแว่นตากลมใสระยิบระยับราวกับดวงตาของเด็กนั้นดูใจดี และจริงจังในคราวเดียว...

"ไม่เป็นไรครับ...ทาเทวากิ  คาโอรุครับ...เอ่อ...ผมช่วยถือของนะครับ"

"อ๋อ...ไม่เป็นไรครับ...ไม่เยอะเท่าไหร่ผมถือได้...อ๊ะ...หวา!!"  ชายหนุ่มยิ้มปฏิเสธยังไม่ทันขาดคำ...มะเขือเทศสีแดงสดลูกใหญ่ก็ทรยศเจ้าของโดยเริ่มกลิ้งหล่นออกจากถุงกระดาษที่หอบไว้เอียง ๆ ...แต่ก็พอดีกับที่มือเรียวขาวของคาโอรุรองรับไว้...มะเขือเทศเจ้ากรรมจึงไม่หล่นเละลงพื้น...

"...ขอบคุณมากครับ...เกรงใจจริง ๆ"  จิฮิโระยิ้มแห้ง ๆ ในความไม่ระวังของตัวเองให้กับเด็กหนุ่ม...

"คุณพ่อก็อย่างนี้ทุกทีแหละ...ป้ำ ๆ เป๋อ ๆ"  เด็กหญิงบ่นโดยที่มือเล็ก ๆ เท้าสะเอวตัวเองเอาไว้ด้วยความแก่แดดแก่ลม...แต่ผู้เป็นพ่อก็ไม่ได้ถือสาแต่อย่างใด...

"ถ้างั้น...ผมจะช่วยถือให้จนกว่าจะถึงบ้านละกันนะครับ...ยังไงวันนี้ผมก็ว่างอยู่" 

"พี่คาโอรุจะไปบ้านหนูเหรอคะ ดีใจจังค่ะ!!!" 

"จิจัง...รบกวนพี่เขานะลูก"  ชายหนุ่มหันไปปรามเด็กหญิงที่กระโดดโลดเต้นอย่างร่าเริง...

"ไม่รบกวนเลยครับ...เนอะจินัตสึจัง"

"ค่า!!!"  เด็กหญิงตอบรับเสียงใส...ทำให้ผู้เป็นพ่อจนใจ...

"ถ้าอย่างนั้นก็ขอบคุณมากครับ"  จิฮิโระยิ้มให้เด็กหนุ่มที่เพิ่งรู้จัก...พลางเดินไปพร้อม ๆ กัน...

 

********************************

 

รั้วสีขาวน่ารัก...สนามหญ้ากว้างขวางเขียวขจีและตัดเรียบปรากฏสู่สายตาเมื่อคนทั้งสามเดินผ่านย่านการค้ามาได้เพียง 10 นาที จิฮิโระเชื้อเชิญคาโอรุผ่านกองทราย และอุปกรณ์การละเล่นของเด็กวัยไม่ถึง 5 ขวบ จนมาถึงตัวบ้านเล็ก ๆ ซึ่งถัดจากอาคารกะทัดรัดสีขาวไปด้านหลัง...

"กลับมาแล้วครับ"

"กลับมาแล้วค่า!!"  เสียงทักทายของเด็กหญิงซึ่งดังกว่าผู้เป็นพ่อ...นำพาให้ร่างบอบบางในชุดผ้ากันเปื้อนอันเรียบง่ายออกมาจากห้องครัว...

"ยินดีต้อนรับกลับค่ะ...เอ๊ะ...? คุณ...ที่เจอกันวันนั้น"  เมื่อเห็นคาโอรุ...หญิงสาวเอ่ยด้วยอาการกึ่งตกใจกึ่งประหลาดใจ...

"สวัสดีครับ"

"เอ่อ...สวัสดีค่ะ..." 

"คุณครูอาโกะ จำได้มั๊ยคะ พี่คาโอรุไงที่พาหนูมาส่ง"  จินัตสึตรงเข้าไปหาหญิงสาว พลางใช้มือเล็ก ๆ จับมือเรียวอันนุ่มนวลนั้นอย่างเคยชิน...

"อ๊ะ...จ๊ะ จำได้ค่ะ...ยินดีต้อนรับค่ะ"  อาโกะยิ้มให้กับเด็กหญิง และกล่าวต้อนรับคาโอรุ

"เข้ามาก่อนสิครับ...อุตส่าห์ช่วยถือของมาให้ตั้งไกล"  จิฮิโระเอ่ยเชิญพลางรวบของจากมือคาโอรุเพื่อนำไปเก็บไว้ในห้องครัว...

"ค่ะ...เชิญค่ะ..." 

"เอ่อ...ไม่รบกวนดีกว่าครับ..."

"อ้าว? จะกลับแล้วเหรอคะ อยู่กับจินัตสึอีกหน่อยสิคะพี่คาโอรุ"  เด็กหญิงผละจากครูสาวแล้วมายึดมือของคาโอรุไว้แทน...พลางส่งเสียงอ้อนตามประสาเด็ก ๆ

"...นั่นสิคะ...ฉัน...เอ่อ...อยากจะคุยกับคุณอยู่พอดีด้วย"  อาโกะสนับสนุน...พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง ในดวงตาซึ่งคล้ายกับมิโดรินั้นฉายแววกังวลสั่นไหวอยู่จาง ๆ ...

"หวา!!!"  เสียงร้องของชายหนุ่มดังจากภายในห้องครัวพร้อมเสียงของหนัก ๆ หล่นโครมกับพื้นดังสนั่น ทำให้คนทั้งสามซึ่งอยู่ด้านนอกต้องรีบวิ่งไปดูเหตุการณ์พร้อม ๆ กัน...

"ฮิโระคุง!!!"  หญิงสาวไปถึงก่อนพลางเข้าไปพยุงชายหนุ่มซึ่งนอนหมดท่าอยู่บนพื้นห้องครัว...ปลายผมที่รวบไว้หลวม ๆ รวมถึงเสื้อบางส่วนเปรอะไปด้วยคราบและเปลือกไข่...

"ขอโทษครับ อาโกะซังผมทำครัวเลอะอีกแล้ว..."  ชายหนุ่มยิ้มแห้ง ๆ พลางเกาศีรษะอย่างเขิน ๆ พาให้ใบหน้าเรียวงามของหญิงสาวประดับด้วยรอยยิ้มอย่างคลายกังวล

"อีกแล้วเหรอคะ...มาค่ะ...ลุกขึ้นเถอะ"  จิฮิโระพยุงตัวภายใต้ความช่วยเหลืออย่างอ่อนโยนของอาโกะ...บรรยากาศที่ปรากฏออกมาจากการกระทำ ทำให้คาโอรุรู้สึกได้ถึงความ ‘พิเศษ' ระหว่างคนทั้งสองขึ้นมา

"คุณพ่อเนี่ย...ซุ่มซ่ามประจำเลย..."  เด็กหญิงบ่น หากก็เข้าไปช่วยปัดเศษเปลือกไข่ออกจากปลายเสื้อของผู้เป็นพ่อตามประสา...

"ทำให้ทาเทวากิคุงเห็นอะไรแย่ ๆ ซะแล้วสิ..."  แม้จะเจ็บตัว แต่ชายหนุ่มก็ยังแสดงท่าทีเกรงอกเกรงใจ คาโอรุซึ่งอายุน้อยกว่า ทำให้เด็กหนุ่มคิดถึงคำพูดของมิโดริที่ดูขัดแย้งกับความสุภาพอันนี้จนต้องนึกแปลกใจ...

"ไม่ครับ...ไม่เป็นไร" 

"ขอตัวสักครู่นะครับ...เชิญตามสบาย" 

"...ผ้าขนหนูกับชุดอยู่ตรงชั้นบนสุดในห้องนอนนะคะ ฮิโระคุง"  ชายหนุ่มพยักหน้ารับ...พลางเดินหายออกไปจากห้อง...

"ดื่มชาด้วยกันก่อนนะคะ..."  อาโกะลงมือใช้ผ้าชุบน้ำสะอาด ตามด้วยผ้าผืนแห้งเช็ดคราบเปลือกไข่ออกจากพื้นจนหมดด้วยเวลาอันรวดเร็วก่อนจะเอ่ยชวนคาโอรุ...ซึ่งเด็กหนุ่มก็ตอบรับ...

"จินัตสึจังวันนี้มีโรลส้ม กับ ทาร์ตสตรอเบอร์รี่ เอาอันไหนดีจ๊ะ" 

"ทั้งสองเลยค่า!!"  เด็กหญิงยิ้มกว้าง พลางชูสองนิ้วแสดงเจตนารมณ์เต็มที่...ก่อนจะเรียกเสียงหัวเราะเบา ๆ จากอาโกะได้อย่างง่ายดาย...

 

********************************

 

ท่ามกลางแสงแดดอ่อน และกลิ่นซากุระจาง ๆ ภายใต้ร่มเงาของหลังคาระเบียงบ้านหลังเล็ก ซึ่งมองเห็นสนามหญ้า รวมทั้งกองทรายที่เด็กหญิงกำลังเล่นอยู่...คาโอรุและอาโกะนั่งตรงข้ามกันบนเก้าอี้สีขาวน่ารัก...พลางจิบชาและหัวเราะน้อย ๆ กับประติมากรรมทรายที่จินัตสึสร้างและเรียกอวดให้ทั้งสองหันไปดูอยู่บ่อย ๆ

"ทาเทวากิซัง...เรื่องที่จะคุย...เอ้อ...เกี่ยวกับมิโดริจังน่ะค่ะ"  หญิงสาววางแก้วชาซึ่งหลงเหลือเพียงความอุ่นเล็กน้อยลงบนโต๊ะ...พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สกัดกั้นลมหายใจเป็นช่วง...

"เรียกคาโอรุก็ได้ครับ" 

"อะ...ค่ะ...คือว่า...มิโดริจัง...เป็นยังไงบ้างคะ?"  อาโกะประสานมือซึ่งเรียวขาวและมีริ้วรอยเล็กน้อยบนโต๊ะ...พลางเสยเส้นผมซึ่งพลิ้วเพราะสายลมอ่อนให้ทัดบนใบหู...หญิงสาวรู้สึกกระอักกระอ่วนที่ต้องมาถามไถ่ กับเรื่องของคนในครอบครัวตนเองกับคนที่เรียกได้ว่าเป็นแค่คนรู้จักเช่นนี้...แต่ความห่วงใยต่อน้องชายเอาชนะความรู้สึกด้านลบนี้ออกไปจนเกือบหมด...

 "เขาสบายดีหรือเปล่า....เพราะว่าไม่ได้พบกันนานทีเดียว เขาค่อนข้างจะหลบฉันน่ะค่ะ...คาโอรุซังก็คงพอจะทราบ" 

"สบายดีครับ...แล้วก็แข็งแรงด้วย เขาเป็นตัวแทนห้องลงแข่งวิ่งในงานกีฬาของโรงเรียนน่ะครับ"  คาโอรุเอ่ยตอบด้วยรอยยิ้ม...พลางรู้สึกถึงสายสัมพันธ์ที่เรียกว่าครอบครัวขึ้นมาเมื่อเห็นความห่วงใยเต็มเปี่ยมต่อน้องชายของหญิงสาวตรงหน้า...

"งั้นเหรอคะ?....เขาน่ะชอบวิ่งมาแต่ไหนแต่ไรแล้วล่ะค่ะ ที่จริงแล้วก็เคยได้รับการทาบทามจากโรงเรียนที่มุ่งเน้นด้านกรีฑาอยู่หลายที่เชียวค่ะ..."  ใบหน้าอ่อนโยนของหญิงสาวเริ่มมีรอยยิ้มตามเด็กหนุ่ม...พลางเอ่ยถึงความสามารถที่น่าภูมิใจของน้องชายอย่างมีความสุข...

"ไปดูมั๊ยครับ...วันมะรืนนี้จะมีงานกีฬาที่ว่าอยู่แล้ว...ถึงแม้จะไม่ใช่งานวัฒนธรรมที่มีการออกร้านและเปิดให้บุคคลภายนอกเข้าร่วม...แต่ผู้ปกครองสามารถเข้าไปชมการแข่งขันได้ครับ"  เมื่อคาโอรุเอ่ยปากชวน...ความรู้สึกดีใจปนหวั่นเกรงก็บังเกิดหมุนวนขึ้นภายในความคิดของอาโกะ...หญิงสาวถูมือเรียวของตนเองเบา ๆ อย่างกังวลใจ...

"จะดีเหรอคะ? ถ้ามิโดริเห็นฉัน...เขาจะ..."

"น่าจะดีนะครับอาโกะซัง..."  ชายหนุ่มซึ่งเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว...เดินตรงเข้ามาหา...

"ฮิโระคุง?"

"เราไปยืนดูไกล ๆ หน่อยก็ได้นี่ครับ...จะได้ไม่ลำบากใจกัน"  จิฮิโระนั่งลงตรงเก้าอี้ว่างข้าง ๆ หญิงสาว...พลางใบหน้าซึ่งดูใจดีของเขาฉายแววจริงจังจนอาโกะเองคลายความกังวลลงไปมาก...

"นั่นสินะคะ...อย่างน้อย....ได้เห็นก็ยังดี..."  หญิงสาวพยักหน้า...พลางนึกสมเพชตัวเองที่ไม่สามารถปลุกปลอบความกล้าให้ออกมาได้มากกว่านี้...การทรยศต่อความภาคภูมิใจของน้องชายมานั้นทำให้เธอไม่อาจที่จะเปล่งเสียงหรือพูดอธิบายอะไรได้เลยเมื่ออยู่ต่อหน้าสายตาผิดหวังและเจ็บแค้นที่จ้องมองตรงมา...

"...อาโกะซัง"  จิฮิโระมองเห็นความเศร้าที่ลอดผ่านออกมาจากดวงตาของหญิงสาวแล้ว...แม้ว่าอยากจะปลอบ...อยากจะพูดอะไรให้เธอที่ล้ำค่าเทียบเท่ากับลูกสาวคนสำคัญร่าเริงขึ้น...แต่เขาก็ไม่สามารถทำได้...

เพราะสิ่งที่ทำให้ความเจ็บปวดนี้หายไปได้...ไม่ใช่อ้อมกอดของเขา...มีเพียงมิโดริเท่านั้น...เพียงรอยยิ้มและคำให้อภัยจากมิโดริ...เท่านั้น...

"...แล้ว...ทาเทวากิคุงเล่นกีฬาอะไรครับ?"  จิฮิโระหันไปถามเด็กหนุ่ม...เพื่อให้อาโกะได้ปรับเปลี่ยนอารมณ์บ้าง...

"ผมไม่ได้เล่นอะไรหรอกครับ...เป็นฝ่ายพยาบาลข้างสนามเท่านั้นเอง" 

"จินัตสึอยากเป็นพยาบาลค่า!!"  เด็กหญิงโบกมืออย่างร่าเริงข้าง ๆ ผู้สูงวัยกว่าทั้ง 3 เมื่อได้เห็นความไร้เดียงสาของสาวน้อยคนนี้แล้ว รอยยิ้มจึงปรากฏบนใบหน้าอันเศร้าหมองของอาโกะจนได้...

"จะเป็นพยาบาลได้น่ะ...ความสะอาดต้องมาอันดับหนึ่งนะจ๊ะจินัตสึจัง" 

"...อ้าว?"  เมื่อถูกอาโกะหยอกล้อ...เด็กหญิงจึงกางมือที่เปรอะเต็มไปด้วยทรายทั้งสองออกดู และร้องด้วยเสียงอันดัง พร้อมกับรอยยิ้มแหย ๆ ...ในที่สุดบรรยากาศที่ตึงเครียดจนถึงเมื่อครู่ ก็ถูกเสียงหัวเราะพัดพาไปพร้อมกับกลีบซากุระซึ่งพลิ้วผ่านไปตามสายลม....

 

********************************

 

เสียงดนตรีอันรื่นเริงดังขึ้นเป็นระยะ...งานกีฬาของโรงเรียนมัธยมซากะได้เริ่มต้นขึ้นภายใต้ท้องฟ้าสีครามสดใส...

เหล่านักเรียนและบรรดาอาจารย์ต่างก็ค่อนข้างยุ่งกันเกือบทุกคนเพื่อทำหน้าที่ของตนเอง และเพื่อให้งานผ่านพ้นไปด้วยดี...ทำให้คาโอรุซึ่งเป็นฝ่ายพยาบาล และอาซาโตะที่โดนดึงตัวไปช่วยกรรมการนักเรียน ทำหน้าที่คอยจัดการภาพรวมของงานได้เพียงแค่วิ่งสวนทางกันไปมามากกว่าที่จะได้หยุดและพูดคุยกัน...

ในตอนเช้าจะเป็นการแข่งขันประเภททีมเนื่องจากมีการจัดแข่งขันแบบพบกันหมดของตัวแทนทุกชั้นปี ดังนั้นจึงต้องจัดการหาคู่แข่งขันคู่สุดท้ายก่อนเวลาเย็น ซึ่งจะเป็นเวลาตัดสินผู้ชนะ...และเนื่องจากอากาศในฤดูใบไม้ผลินี้มีลมพัดเย็นสบายอยู่ตลอดเวลา การแข่งขันกรีฑาจึงถูกจัดให้อยู่ในตอนบ่ายหลังจากรับประทานอาหารกลางวันกันเรียบร้อยแล้ว...

การแข่งขันกรีฑาโดยเฉพาะวิ่ง 100 เมตร และ 200 เมตร นั้น เป็นประเภทกีฬาที่มิโดริลงชื่อเข้าแข่งขัน...คาโอรุจึงแจ้งเอาไว้กับอาโกะ และจิฮิโระ   เพื่อให้ทั้งสองจัดเวลามาดูการแข่งขันได้ทัน..  ...ดังนั้นในช่วงเวลาเช้ามิโดริจึงค่อนข้างว่าง เขาจึงใช้ประโยชน์จากช่วงเวลาเหล่านั้นในการนั่งคอยดูและช่วยเหลือคาโอรุเป็นบางครั้งเมื่อได้รับการร้องขออย่างแข็งขัน...

"รุ่นพี่คาโอรุล่ะครับ?"  มิโดริที่เพิ่งกลับจากการส่งอุปกรณ์ในการรักษาแผลฟกช้ำให้กับเพื่อนร่วมชั้นซึ่งลงแข่งขันฟุตบอลที่สนามตามคำขอของคาโอรุ...เมื่อไม่เห็นร่างเล็กอยู่บริเวณนั้นเขาจึงถามกับเอริซึ่งเป็นฝ่ายพยาบาลเช่นกัน...

"...ไปเอายาเพิ่มที่ห้องพยาบาลจ๊ะ...ฟุตบอลนี่เล่นกันแรงจริง ๆ จนยาไม่พอเลย"  เด็กสาวรุ่นพี่เอ่ยตอบ...ในขณะที่กำลังง่วนอยู่กับการพันผ้าพันแผลให้เข้าม้วน...

"นี่ก็ใกล้จะแข่งจบแล้วนะ อีกเดี๋ยวก็วิ่งแข่งแล้วโอโทกิคุงยังไม่เตรียมตัวอีกเหรอ?"  หลังจากเก็บอุปกรณ์ที่วางระเกะระกะให้เข้าที่แล้วเอริจึงดึงเก้าอี้มานั่งข้าง ๆ เด็กหนุ่ม...

"เอ้อ...ครับ...งั้น...ไปนะครับ"  มิโดริลุกจากเก้าอี้...พลางลัดออกไปด้านหลังสนาม...เขาตั้งใจจะออกตามหาคาโอรุก่อน เนื่องจากกลัวว่ารุ่นพี่ที่ชอบจะโดนดึงตัวไว้แล้วมาไม่ทันดูการแข่งขันของเขานั่นเอง...เด็กหนุ่มเร่งฝีเท้าเป็นการอบอุ่นร่างกายไปในตัว และหายลับไปทางด้านตึกเรียน...

 

********************************

 

"ขออนุญาตครับ"  เสียงเปิดประตูบานเลื่อนของห้องพยาบาลดังขึ้น พร้อมกับเสียงทุ้มแฝงอำนาจนิด ๆ ของเด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลทอง...ทว่า ภายในห้องพยาบาลกลับเงียบเชียบไม่มีใครตอบรับ...มีเพียงเสียงเฮฮาจอแจจากการแข่งขันดังเบา ๆ จากนอกหน้าต่างลอดเข้ามาให้ได้ยินเท่านั้น...

"อ้าว...? มิเนคุระ..."  คาโอรุหอบกล่องยาหลายประเภทในอ้อมแขนลัดผ้าม่านข้างเตียงมาเห็นพอดี...

"อาจารย์คงไม่อยู่ล่ะสิ..."  อาซาโตะถอนใจ...เขาไม่รอให้กล่องยาเหล่านั้นหล่นออกนอกกองโดยยื่นฝ่ามือใหญ่มารับไว้ล่วงหน้า...

"ขอบคุณ...ใช่แล้วล่ะ อาจารย์ไปดูคนบาดเจ็บที่สนามบาสฯ น่ะ...แต่พอดียาพวกนี้อาจารย์เตรียมเอาไว้แล้ว ฉันก็เลยเข้ามาเอา"  ร่างเล็กปล่อยให้อาซาโตะหยิบกล่องยาจากอ้อมแขนตนกล่องแล้วกล่องเล่าไปจนสามารถถือเองได้แล้ว...จึงวางกล่องยาเหล่านั้นใส่ในกล่องใหญ่ที่เตรียมมาอีกที...ซึ่งเด็กหนุ่มผมทองก็วางมันลงไปด้วยเช่นเดียวกัน...

"มีอะไรรึเปล่า?"

"กำหนดการของพวกอาจารย์ช้าลงจากของเดิม...ก็เลยแยกกันไล่บอกอาจารย์ทุกคน" 

"ฝ่ายจัดการยุ่งน่าดูเลยนะ..."  คาโอรุตั้งใจจะยกกล่องใหญ่ที่ใส่กล่องยาจนเกือบเต็ม...แต่ก็ถูกอาซาโตะแย่งมันไปก่อน...

"ฝ่ายพยาบาลก็ยุ่งเหมือนกันไม่ใช่เหรอ?  เหงื่อโชกเชียว...เห็นนายวิ่งไปวิ่งมาตั้งแต่เช้าแล้วนะ"  อาซาโตะพูดด้วยน้ำเสียงขุ่น...พลางแตะฝ่ามือบนไรผมชื้นเหงื่อของร่างเล็กเบา ๆ

"...ไม่เป็นไรหรอก...สนุกดี"  คาโอรุยิ้มรวมทั้งตอบคำถามด้วยน้ำเสียงที่รื่นเริง...

"ซาซากิบอกว่านายยังไม่ได้กินข้าว..." 

"เอ๋...? อ้าว...จริงด้วย...ลืมไปเลย"  คาโอรุอุทานพร้อมกับได้ยินเสียงท้องร้องของตัวเองดังประท้วงเบา ๆ เนื่องจากวุ่นวายกับอาการบาดเจ็บของบรรดานักกีฬาสมัครเล่นทั้งหลาย ทำให้ร่างเล็กลืมเรื่องอาหารกลางวันไปเสียสนิท...

"เฮ้อ..."  อาซาโตะถอนหายใจอีกครั้ง...เส้นผมสีอ่อนนุ่มมือบนศีรษะได้รูปถูกสัมผัสเบา ๆ เขาเหนื่อยหน่ายกับการกระทำอย่างอื่นจนลืมใส่ใจตัวเองของคาโอรุ...ในขณะเดียวกันก็รู้สึกดีที่มีโอกาสได้ดูแล...

"กินซะ"  เด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลทองค้นในกระเป๋าเสื้อจนทั่วก็เจอเพียงลูกอมรสคาราเมลที่มาโกโตะเจ้ากี้เจ้าการยัดเยียดมาให้...เขาจับมือเล็กหงายขึ้นเพื่อรับมันไป....

"อ๊ะ....ขอบคุณนะ..."  คาโอรุแกะลูกอมพลางส่งเข้าไปในปาก ลิ้มรสความหวานหอมของขนมชิ้นเล็ก ๆ นี้ประทังอาการขุ่นเคืองของกระเพาะ....ในขณะที่เสียงนกหวีดหมดเวลาการแข่งขันฟุตบอลรอบรองฯ ดังสะท้อนผ่านบานหน้าต่างเข้ามา...

"...ค่อยสดชื่นขึ้นหน่อย...เอ่อ...แต่ฉันต้องไปแล้วล่ะ"  ใบหน้างามยื่นออกไปนอกหน้าต่างรับสายลมแผ่ว...พลางรีบหันไปเพื่อยกกล่องที่วางบนโต๊ะเตี้ย...แต่ถูกฝ่ามืออุ่นรั้งลำแขนเล็กเอาไว้

"ยังไม่ต้องไปไหนทั้งนั้นแหละ..."  น้ำเสียงทุ้มเข้มวางอำนาจสั่งการเต็มที่...ก่อนที่จะดึงร่างเล็กนั่งลงบนเก้าอี้มีพนักพิงข้างหน้าต่าง...พลางผ้าเย็นผืนหนึ่งก็ถูกแปะบนใบหน้าขาวนวลซึ่งแดงเรื่อเล็กน้อยจากการไม่ได้หยุดพักเลยมาตั้งแต่เช้า...

"...เย็นนะ...มิเนคุระ...?"  คาโอรุบ่นเบา ๆ ผ่านผืนผ้า...แต่ก็ยอมนั่งบนเก้าอี้อย่างนั้นโดยไม่ลุกหนี...ความเย็นซึ่งแผ่นซ่านไปทั้งหน้าทำให้ร่างเล็กรู้สึกสบาย...

"ก็ทำให้เย็นน่ะสิ...หน้าร้อนไปหมดแล้วรู้ตัวบ้าง"  อาซาโตะลากเก้าอี้มานั่งด้านหน้าของอีกฝ่าย...พลางใช้หลังมือแตะพวงแก้มนิ่มพอให้รู้สึก...

"...ขอโทษ..."  มือเรียวเลิกผืนผ้าออกเผยให้เห็นดวงตาสีดำสนิทคู่งาม ซึ่งสบกับดวงตาสีน้ำตาลทองพอดิบพอดี...เมื่อมานึกถึงว่าอาซาโตะต้องมาคอยเป็นธุระให้กับสิ่งที่หลงลืมไป...ความรู้สึกผิดและตำหนิตนเองก็แล่นเข้าสู่หัวใจของคาโอรุจนต้องเอ่ยขอโทษ...

"ช่างเถอะ...อยู่นิ่ง ๆ ซักพักละกัน"  อาซาโตะพูดปัดตามนิสัย...แต่น้ำเสียงแฝงอำนาจเอาแต่ใจนั้นอ่อนลงมากจนแทบไม่หลงเหลือ...ผ้าผืนบางเย็นชื่นใจ พร้อมกับกลิ่นหอมอ่อน ๆ และสายลมของฤดูใบไม้ผลิทำให้คาโอรุรู้สึกง่วงนอนขึ้นมาทันที...โดยเฉพาะเมื่อฝ่ามือใหญ่ยังคอยเล่นเส้นผมของเขาอยู่เรื่อย ๆ

"คาโอรุ"  น้ำเสียงอ่อนโยนเปล่งออกมาข้างหูให้ร่างเล็กสะดุ้ง...แม้ว่าความดื้อดึงจะเป็นนิสัยที่แก้ไม่หาย แต่ระยะหลังมานี้คาโอรุเชื่อฟังเขามากขึ้น...รับรู้ถึงความห่วงที่เขามีให้...จนอาซาโตะอดไม่ได้ที่จะมีรอยยิ้มจาง ๆ  บนใบหน้า...

และ...ริมฝีปากงามก็ถูกช่วงชิงรอยสัมผัสไปอย่างแผ่วเบา ราวกับการร่วงหล่นของกลีบซากุระบนผืนดิน...

ภายในใจของคาโอรุมีอุณหภูมิสูงขึ้นราวกับเปลวไฟกองเล็ก ๆ ที่กำลังสั่นไหว...

"...เดี๋ยวมีคนเห็น..."  เมื่อกลุ่มเส้นผมสีน้ำตาลทองผละห่างออกไปพร้อมกับความอบอุ่นที่แสนร้อน...คาโอรุจึงเอ่ยขึ้นมาเบา ๆ

"ไม่มีใครซักหน่อย"  อาซาโตะยิ้มพร้อมกับใช้ผ้าเย็นเช็ดไปตามแนวใบหน้าสวย...

"ถือเป็นของขวัญวันเกิด ก็แล้วกัน"

"เอ๊ะ?!"  ดวงตาสีดำสนิทเบิกขึ้น...พลางนึกถึงงานวันเกิดของอีกฝ่ายในยามค่ำเมื่อเสร็จจากงานกีฬา...

"รออยู่ที่บ้านนะ...แล้วจะให้รถมารับ...นายก็ไปหาข้าวกินซะ"  เวลาที่กระชั้นและภารกิจที่ยังไม่จบสิ้นในวันอันแสนยาวนาน ทำให้ทั้งสองพักผ่อนได้เพียงครู่เดียวเท่านั้น...เด็กหนุ่มผมทองยกกล่องใหญ่ซึ่งเป็นจุดประสงค์ที่ร่างเล็กมาที่นี่...พลางเดินออกจากห้องไปพร้อมกับมัน...โดยที่ไม่รู้เลยว่า ‘ไม่มีใคร' ที่พูดเมื่อครู่นั้นไม่เป็นความจริงแม้แต่น้อย...

"...จริงสิ...ของขวัญ"  คาโอรุรู้สึกเป็นห่วงสิ่งที่เขาใช้เวลาวันหยุดเกือบค่อนวันหาซื้อมา...มันถูกเก็บสงบเงียบอยู่ในล็อคเกอร์ของเขาตั้งแต่เช้า...ที่จริงกว่างานเลี้ยงจะเริ่มก็เป็นเวลาที่งานกีฬาเสร็จสิ้นไปนานแล้ว ของขวัญชิ้นนั้นจะเก็บไว้ที่บ้านก็ได้...แต่ไม่รู้ทำไม...ร่างเล็กจึงเลือกที่จะเอามันมาด้วย...

ของขวัญชิ้นแรก...ล้ำค่าเสียจน ไม่อยากทิ้งมันไว้เดียวดายในที่ ๆ ไม่มีคนอยู่...

ล้ำค่าเสียจน...ไม่กล้าเอามันใส่กระเป๋าพกติดตัว...

"รุ่นพี่คาโอรุ..! อยู่นี่เอง"  น้ำเสียงร่าเริงผ่านเข้ามาพร้อมกับเสียงประตูเปิด...เด็กหนุ่มซึ่งมีชื่ออันเหมาะสมกับฤดูนี้วิ่งเข้ามาหาคาโอรุอย่างดีใจราวกับสุนัขตัวใหญ่ที่เจอเจ้าของ...

"อ้าว...มิโดริคุง"

"ผมหารุ่นพี่ตั้งนานแน่ะ...การแข่งขันฟุตบอลจบแล้วนะครับ...ถึงคิวแข่งวิ่งของผมแล้ว"  เด็กหนุ่มหรี่ดวงตาสีน้ำตาลลงอย่างน้อยใจ...ทำให้คาโอรุรู้สึกเอ็นดู...

"งั้นก็ไปกันดีมั๊ย? แล้วมิโดริคุงอบอุ่นร่างกายแล้วเหรอ?"  คาโอรุลุกขึ้นพลางพับผ้าเย็นใส่กระเป๋า...ซึ่งมิโดริจ้องมองมันอยู่ครู่หนึ่ง...

"ครับ...ระหว่างที่ตามหารุ่นพี่น่ะแหละ"  ทั้งสองเดินออกไปพร้อมกันโดยที่มิโดริวิ่งเหยาะ ๆ ไปด้วยตลอดทาง...

 

********************************

 

"คุณพ่อ! คุณครู! เร็ว ๆ สิคะ!"  เสียงใสของสาวน้อยดังขึ้นขณะที่กำลังวิ่งนำหน้าผู้ใหญ่ทั้งสองอย่างร่าเริง...

"จ้า ๆ วิ่งดูทางข้างหน้าด้วยนะจิจัง"  เด็กและผู้ใหญ่สามคนเข้าประตูโรงเรียนมัธยมซากะอย่างเร่งรีบ...โดยวิ่งไปตามทางที่คาโอรุบอกเอาไว้...เมื่อพ้นเนินแนวต้นไม้พุ่มเตี้ยก็พบกับหลังคาเต๊นท์ชั่วคราวซึ่งเป็นที่ตั้งของฝ่ายพยาบาลข้างสนามที่คาโอรุและเอริ รับผิดชอบอยู่พอดิบพอดี...

ภายในสนามซึ่งเดิมเคยเป็นสระว่ายน้ำมาก่อน ค่อนข้างกว้างใหญ่ เนื่องจากการปรับปรุงทัศนียภาพของโรงเรียน สระว่ายน้ำจึงถูกย้ายไปไว้ด้านหลังตึกเรียน...ส่วนสถานที่ตรงนี้ถูกเปลี่ยนแปลงไปเป็นสนามฟุตบอลรวมทั้งสนามกรีฑา...ดังนั้นเนินซึ่งอาโกะ จิฮิโระ และจินัตสึมาถึงนั้นจึงเป็นเนินที่สูงพอสมควรทำให้มองเห็นสนามได้อย่างทั่วถึง...จึงเต็มไปด้วยผู้คนที่มารอชมการแข่งขัน...

"ว้าว!! กว๊าง... กว้าง!! จินัตสึชอบจังค่ะ!!"  เด็กหญิงส่งเสียงดังอย่างร่าเริง...พลางลมเย็นสดชื่นที่หอบเอากลีบซากุระก็พัดผ่านแก้มแดงปลั่งเพราะการวิ่งให้คลายร้อน...

"มากันแล้วเหรอครับ?"  คาโอรุเดินขึ้นเนินมาเอ่ยทัก...เนื่องจากได้ยินเสียงของจินัตสึ...

"พี่คาโอรุ!"  เด็กหญิงกระโดดเข้าหาคาโอรุทันที...

"สวัสดีจ๊ะ จินัตสึจัง"

"ใกล้จะเริ่มรึยังคะ?"  หลังจากทักทาย...หญิงสาวก็ถามคำถามกับคาโอรุด้วยความร้อนใจ...

"ครับ...อีกไม่ถึง 10 นาทีนี้แหละ...มิโดริคุงเตรียมตัวอยู่ตรงนั้นครับ"  คาโอรุยิ้มพลางชี้ไปทางซ้ายมือซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของลู่วิ่ง...ในบรรดาเด็กหนุ่มที่กำลังจะลงแข่งขันนั้น มิโดริดูโดดเด่นกว่าใคร รูปร่างของเขาเหมาะกับกีฬากลางแจ้งเป็นอย่างยิ่ง ร่างสูง สีผิวเข้มนิด ๆ จนตกเป็นเป้าสายตาของบรรดาสาว ๆ ได้ไม่ยาก...

" ...ตอนนั้นมัวแต่ตกใจจนทำอะไรไม่ถูกเลยไม่ทันได้เห็นเด็กคนนั้นชัด ๆ อย่างนี้...รู้สึกว่าจะสูงขึ้นมากเลยทีเดียว"  อาโกะมองน้องชายด้วยดวงตาสีน้ำตาลอ่อนโยนพลางยิ้มบอกจิฮิโระซึ่งยืนเคียงข้าง...

"อ๊ะ...เริ่มแล้วครับ"  คาโอรุเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นผู้เข้าแข่งขันทั้งหมดเตรียมตัวที่จุดสตาร์ท...โดยไม่ได้เป็นกังวลถึงปมปัญหาซึ่งทำให้สองพี่น้องเข้าหน้ากันไม่ติด...สาเหตุที่เขาเอ่ยชวนอาโกะมาในวันนี้ก็คาดหวังเอาไว้บ้างว่าทั้งสองจะสามารถปรับความเข้าใจกันได้...

ดังนั้น...จึงไม่ได้ระวัง และไม่เคยคิดเลยว่ามิโดรินั้นจะเต็มไปด้วยทิฐิ และเจ็บปวดกับเรื่องของพี่สาวมากเพียงใด...จนกระทั่ง...

เด็กหนุ่มรุ่นน้องใช้ดวงตาสีน้ำตาลมองหาร่างบอบบางในฝูงชน...กวาดผ่านเต้นท์ฝ่ายพยาบาลข้างสนามซึ่งมีเพียงเอริที่นั่งเรียบร้อยรอชมการแข่งขันอยู่เพียงลำพัง...แม้จะร้อนใจบ้างเล็กน้อย แต่เขาก็ยังมีเวลาก่อนที่จะออกวิ่ง...จนในที่สุดก็พบบนเนินหญ้าเหนือจุดสตาร์ท...

เนินหญ้าสูง...

ทำให้ผู้ชมสามารถมองเห็นในสนามได้อย่างถนัดชัดเจน...ขณะเดียวกันความสูงต่ำของมันก็ทำให้ผู้ที่อยู่ในสนามมองเห็นผู้คนบนเนินได้เช่นเดียวกัน...เสื้อผ้าโทนสีอบอุ่นเรียบร้อย...รวมถึงท่าที่เสียบผมอันพลิ้วไหวเข้ากับใบหูด้วยมือข้างไม่ถนัดนั้น...เป็นสิ่งที่มิโดริไม่เคยลืมเลือน...

พี่สาว....

พี่สาวที่น่าภาคภูมิใจ และน่าเจ็บแค้นใจ...

"ทำไม?...ถึง...?" 

"นี่เธอ...ได้ยินสัญญาณรึเปล่า?  คนอื่น ๆ เขาเตรียมพร้อมหมดแล้วนะ"  อาจารย์ชายซึ่งทำหน้าที่เป็นกรรมการเรียกจากด้านหลัง เนื่องจากเห็นเด็กหนุ่มไม่ขยับเขยื้อนตามเสียงสัญญาณนกหวีด...

"มิ...โดริจัง?"  ผู้เป็นพี่สาวก็รู้สึกถึงสายตาของน้องชายที่มองตรงมาเช่นกัน...ความกลัวแล่นเข้าสู่จิตใจของเธออีกครั้ง...ปะปนกับความเสียใจตอกย้ำซ้ำไปมาถึงการเลินเล่อของตัวเองที่ทำให้มิโดริเห็นจนได้...

"นี่เธอ! ได้ยินรึเปล่า?"  เมื่อถูกมือของอาจารย์จับหัวไหล่...มิโดริซึ่งยืนนิ่งก็เสียมารยาทสะบัดตัวอย่างแรงจนทำให้ผู้ใหญ่กว่าต้องเซถอยไปด้านหลัง...

"ผมถอนตัวครับ"  เด็กหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงชืดชา...พลางหันหลังออกจากลู่วิ่งไป...เหตุการณ์นี้แม้จะทำให้หลายคนแปลกใจอยู่บ้าง แต่นี่เป็นเพียงการแข่งกีฬาภายในโรงเรียนเท่านั้น ผู้ชมทั่วไปจึงไม่มีใครสนใจเหตุผลที่มิโดริออกจากการแข่งขัน...นอกจากบรรดาเพื่อนร่วมห้องที่หวังในฝีเท้า...เหล่าสาว ๆ ที่ชื่นชอบเขา...รวมถึงเอริ และมาโกโตะที่คุ้นเคยกันดี...

เหนืออื่นใด...ความอึดอัดอันแสนเงียบงันที่โอบล้อมจิฮิโระ และคาโอรุนั้น...ไม่อาจเทียบกับความเสียใจที่อาโกะได้รับเลยแม้แต่น้อย...

"คุณครูคะ?"  จินัตสึดึงนิ้วก้อยของหญิงสาวเบา ๆ ...แม้จะเป็นเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ หากแต่รับรู้ได้ถึงบรรยากาศอันเศร้าซึม จึงพยายามปลอบใจบุคคลอันเป็นที่รักแม้จะไม่เข้าใจอะไรเลยก็ตามที...

"ขอโทษนะคะ...ฉัน...คง...ต้องกลับแล้ว"  อาโกะเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นและบางเบา ราวกลั้นสะอื้น...ทำให้คาโอรุรู้สึกเสียใจที่ทำให้เธอต้องมาพบกับความเฉยชาจากน้องชายแบบนี้...

"อาโกะซัง คือ..."

"มาที่นี่ทำไม?"  น้ำเสียงแข็งกระด้าง...ทำให้หญิงสาวสะดุ้งเฮือกใหญ่...ดวงตาสีน้ำตาลคลอด้วยหยาดน้ำหันไปจ้องมองเด็กหนุ่มที่อยู่ด้านหลัง...

"มิโดริจัง?"

"นายน่ะ...ยังกล้ามาเสนอหน้าให้ฉันเห็นอีกเหรอ!? หา!!!"  ด้วยความเร็วของอดีตนักกีฬาโรงเรียนระดับมัธยมต้น...เด็กหนุ่มจึงปล่อยหมัดกระทบใบหน้าของจิฮิโระอย่างจังจนร่างโปร่งของชายหนุ่มกระเด็นไปด้านหลัง...พร้อมกับแว่นตาซึ่งหลุดหล่นลงสู่พื้นหญ้า...

"พ่อคะ!!!"

"ฮิโระคุง!!!"  ท่ามกลางเสียงร้องของจินัตสึและอาโกะ...มิโดริซึ่งไม่ได้ยินอะไรอีกต่อไปตามกระชากคอเสื้อจิฮิโระและใช้หมัดทำร้ายอย่างต่อเนื่อง ราวกับความคลั่งแค้นจะถูกระบายออกหากได้ต่อยชายหนุ่มจนสลบคามือกระนั้น...

"อย่า!!!...มิโดริจัง...อย่า!!!!!"  อาโกะถลาขวางระหว่างกลางเพื่อช่วยเหลือคนรักที่บาดเจ็บ...ในขณะที่จินัตสึซึ่งยืนตัวสั่น ตวัดมองผู้ทำร้ายพ่อของเธออย่างโกรธเคือง...

"หยุดนะ...มิโดริคุง หยุดเดี๋ยวนี้!"  คาโอรุเองพยายามยื้อแขนที่เต็มไปด้วยพละกำลัง ทว่าไม่อาจทานได้จนถูกตวัดกระเด็นไปด้านหลัง...

"หยุดเดี๋ยวนี้นะ!!!!!!!!"  ท่ามกลางความชุลมุนวุ่นวายของผู้คนที่เห็นเหตุการณ์...เสียงตวาดดังสนั่นแสบแก้วหูในระยะใกล้สุดจากโทรโข่งซึ่งอาจารย์คุราบาชิ...อาจารย์หญิงฝ่ายปกครองใช้...หยุดการเคลื่อนไหวของมิโดริได้อย่างสิ้นเชิง...

"มีเรื่องอะไรก็พูดจากันดี ๆ สิ ห้ามก่อเรื่องชกต่อยกันภายในโรงเรียนนะ!!"  อาจารย์คุราบาชิพาร่างผอมสูงและใบหน้าซึ่งเต็มไปด้วยริ้วรอยที่บ่งบอกถึงประสบการณ์ตรงเข้ามากลางวงทันทีด้วยน้ำเสียงที่ไม่อ่อนแรงแม้แต่น้อย...

"อ้าว...ทาเทวากิเธอก็อยู่ด้วยเหรอ? ไหนบอกซิว่านี่มันเรื่องอะไรกัน?"  ในฐานะกรรมการห้องซึ่งเข้าร่วมประชุมกับกรรมการนักเรียนบ่อยครั้ง...ทำให้อาจารย์คุราบาชิซึ่งรับผิดชอบโดยตรงเกี่ยวกับกฎระเบียบของโรงเรียนจำได้...ดังนั้นเธอจึงยิงคำถามตรงไปที่คาโอรุทันที...

"เอ่อ...อาจารย์ครับ...คือ..เรื่องนี้" 

"ขอโทษครับอาจารย์...นี่เป็นความผิดของผมเองครับ"  จิฮิโระลุกขึ้นแล้วทั้งที่ใบหน้าฟกช้ำจากการถูกชก แต่เขากลับเอ่ยขึ้นขัดคำอธิบายของคาโอรุ...

"มะ...ไม่ใช่ค่ะ...ดิฉันเองค่ะ...คือ...เอ้อ..."  อาโกะรีบตัดบทของชายหนุ่มทันที...แต่ความกะทันหันทำให้เธอไม่สามารถหาคำอธิบายที่ทำให้ไม่เดือดร้อนทั้งสองฝ่ายได้เลย...

"พวกคุณเป็นผู้ปกครองสินะคะ...ถึงจะเป็นคนนอก แต่ดิฉันต้องรักษาความเรียบร้อยของที่นี่...และก็เห็นด้วยว่านักเรียนของดิฉันเป็นฝ่ายเริ่มทำร้ายคุณก่อน ดังนั้นเหตุผลก็ควรจะมาจากเด็กนักเรียนของดิฉันค่ะ"  อาจารย์คุราบาชิใช้สายตาและคำพูดอันเฉียบขาดรวบกลืนคำอธิบายกระท่อนกระแท่นของจิฮิโระและอาโกะไปเสียสิ้น...ก่อนจะถอนใจพลางเอ่ยขึ้นอีกครั้ง...

"เชิญพวกคุณที่ห้องพยาบาลก่อนเถอะค่ะ...อย่างน้อยก็ปฐมพยาบาลไว้ก่อน...ส่วนเรื่องราวเป็นยังไงดิฉันจะถามกับเด็กพวกนี้...และค่อยสอบถามจากพวกคุณทีหลังนะคะ  ขอโทษด้วยค่ะเชิญ..."   อาจารย์คุราบาชิสรุปความเบื้องต้น...จัดการอย่างเรียบร้อยและรวดเร็ว เพื่อให้การแข่งขันดำเนินต่อไปได้...พลางเดินนำหน้าผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ทุกคนมุ่งสู่อาคารเรียน...ขณะที่มิโดรินั้นเดินตามไปโดยไม่พูดอะไรออกมาอีกแม้แต่คำเดียว...

 

********************************

 

อาโกะ จิฮิโระ และจินัตสึถูกแยกไปห้องพยาบาล โดยมิโดริที่ทำแผลเบื้องต้นเรียบร้อยและคาโอรุตามอาจารย์คุราบาชิไปที่ห้องพักครู...เนื่องจากเป็นวันแข่งกีฬาอาจารย์ทุกท่านจึงแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบกระจายทั่วบริเวณโรงเรียนทำให้ห้องพักครูเงียบสงบเหมาะสำหรับการสอบถามเป็นอย่างยิ่ง...

"เอาล่ะ...เล่าเหตุการณ์ให้ครูฟังซิ...ทาเทวากิ"  ไหล่บางสะท้านเล็กน้อยเมื่อถูกอาจารย์ถาม...ไม่ว่าจะคิดยังไงการที่มิโดริเข้าไปทำร้ายร่างกายจิฮิโระโดยที่ชายหนุ่มไม่ได้ตอบโต้นั้นก็เป็นความผิดและเป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำ...แต่ตั้งแต่ทำความรู้จักกันมา เด็กหนุ่มรุ่นน้องคนนี้ถือว่าเป็นเด็กที่ดีคนหนึ่ง ถ้าหากไม่ใช่เรื่องร้ายแรงจนเหลือจะทนแล้วเขาคงจะไม่ทำร้ายใครแน่นอน...คาโอรุซึ่งครุ่นคิดอย่างดีแล้วจึงตั้งใจจะตอบออกไป ทว่า...

"...ผมไม่ชอบเขา...ก็เลยเข้าไปชกเขาครับอาจารย์"  มิโดริพูดด้วยน้ำเสียงเรียบราวกับตนเองเป็นคนนอก...ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้แม้แต่น้อย...ทำให้คาโอรุไม่อาจพูดเรื่องที่ตั้งใจจะพูดออกมาได้...

"ไม่ชอบ...? มันไม่ใช่เหตุผลเลยนะ..."  อาจารย์คุราบาชิขมวดคิ้วเหนือกรอบแว่นที่เพิ่งเอามาสวมเล็กน้อย...

"มันเป็นเหตุผลครับ...เป็นเหตุผลสำคัญ"  เด็กหนุ่มยืนกรานคำพูดของตนเอง...

"...ไม่มีอะไรจะอธิบายให้ชัดกว่านี้อีกแล้วเหรอ? เหตุผลเท่านี้ครูไม่ลงโทษเธอที่ก่อเรื่องไม่ได้หรอกนะ"  อาจารย์คุราบาชิเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น...ซึ่งมิโดริก็ไม่พูดอะไรออกมาอีก ยังผลให้คนที่ร้อนใจกลับกลายเป็นคาโอรุ...

"เอ่อ...อาจารย์ครับ...เหตุผลที่ว่า...มิโดริคุงอาจจะไม่สามารถพูดออกมาได้ในตอนนี้ก็ได้นะครับ...ถ้ายังไงให้เขาได้สงบอารมณ์ซักนิด อาจจะดีขึ้นครับ"  

"เรื่องนั้นครูรู้อยู่แล้วทาเทวากิ...ถึงได้ต้องการสอบถามพวกเธอก่อนยังไงล่ะ"  อาจารย์คุราบาชิซึ่งมีท่าทีและน้ำเสียงที่หนักแน่นเสมอนั้น...ขณะที่เอ่ยประโยคนี้มีเสียงที่อ่อนลงมากทำให้คาโอรุเข้าใจถึงปรารถนาดีที่แฝงอยู่ในความเข้มงวดของอาจารย์สูงอายุท่านนี้ได้เกือบจะทันที...เด็กหนุ่มจึงเงียบและปล่อยให้อาจารย์ได้ตัดสินใจ...

"แต่ที่ทาเทวากิพูดครูก็เห็นด้วยนะ....โอโทกิ...เธอเป็นเด็กร่าเริงครูไม่คิดว่าเธอจะก่อเรื่องเพียงเพราะเหตุผลแค่นั้นหรอก...เหตุผลของเธอจะไม่บอกครูก็ไม่เป็นไร แต่ครูไม่ต้องการให้เด็กนักเรียนของครูเติบโตขึ้นพร้อม ๆ กับความคิดในแง่ลบ..."  ดวงตาภายใต้กรอบแว่นของผู้เป็นอาจารย์จ้องมองตรงมาที่เด็กหนุ่ม...ทว่า สำหรับเวลานี้มิโดริซึ่งเงียบเฉยจนไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่นั้นทำให้อาจารย์คุราบาชิถอนหายใจ...

"ก็ได้...ครูจะให้เวลาเธอได้อยู่เงียบ ๆ ..."  อาจารย์สูงอายุลุกจากเก้าอี้ โดยที่คาโอรุเองตั้งใจว่าจะออกไปพร้อมกันกับอาจารย์ต้องสะดุดเมื่อนิ้วมือเย็นเฉียบที่มีพลาสเตอร์ยายื่นมาเกี่ยวมือเรียวของตัวเองเอาไว้...

"เอ่อ..."

"...ครูฝากโอโทกิด้วยก็แล้วกัน...เดี๋ยวครูไปดูอาการคู่กรณีก่อน"  เมื่อจบประโยค...อาจารย์คุราบาชิจึงออกจากห้องพักครูไป...บรรยากาศจึงตกอยู่ในความเงียบ...ได้ยินเสียงการแข่งขันกรีฑาอยู่ไกล ๆ

"รุ่นพี่...ใจดีจังนะครับ"  มิโดริเอ่ยขึ้นเสียงของเด็กหนุ่มกังวานน้อย ๆ ทว่า...ไม่อาจทำลายความเงียบอันน่าอึดอัดที่ครอบคลุมห้องพักครูไปได้เลย...แต่คาโอรุไม่ได้สนใจบรรยากาศเหล่านั้น ดวงตาสีดำสนิทคู่งามจับจ้องรุ่นน้องอย่างกระตือรือร้นกับประโยคที่เอ่ยออกมามากกว่า...

"...เอ๊ะ?"

"...อุตส่าห์ช่วยพูดกับอาจารย์เพื่อผม..."

‘ทั้งที่คน ๆ นั้นยังไม่มาสนใจเลย...กระทั่งตอนนี้ก็ยังคงคอยดูแลผู้ชายคนนั้นอยู่ตลอดเวลา' 

ประโยคหลังเป็นได้แต่เพียงความคิด...เด็กหนุ่มไม่เอ่ยออกมาเนื่องเพราะ....สิ้นหวัง...กับตัวเอง...กับ...สายสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องที่ไม่อาจเป็นอื่น...กับความสุขในอดีตอันเลือนราง...

ดังนั้น....ความรู้สึกที่ผิดหวังอันร้อนรุ่มนี้....จึง...

"....ชอบครับ...รุ่นพี่....ผมชอบรุ่นพี่..."  ดวงตาคู่สวยเบิกขึ้นเมื่อได้ยิน...ทว่า...ก่อนที่ความคิดของคาโอรุจะเรียบเรียงออกมาเสร็จ...นิ้วมือซึ่งมีอุณหภูมิสูงขึ้นกว่าเมื่อครู่ก็ยื่นออกมาถึงตัวแล้ว...

"รุ่นพี่..."  แรงดึงที่มีไม่น้อยกระชากร่างบอบบางของคาโอรุไปตามทางอย่างง่ายดาย...อ้อมแขนซึ่งแตกต่าง....อุณหภูมิที่ไม่คุ้นเคยเข้าโอบล้อมไปทั้งร่าง...ผิวแก้มนุ่มแดงเรื่อพร้อมกับปฏิกิริยาสะท้อนกลับอันรุนแรง...

"...ปะ...ปล่อย!"  น้ำเสียงอันหวาดหวั่น ไหล่บางเกร็งสะท้าน....พลางฝ่ามือเล็กพยายามยันแผ่นอกอีกฝ่ายเพื่อดึงตัวเองออกมา แต่ด้วยแรงแขนอันน้อยนิดทำให้คาโอรุไม่อาจหลุดจากอ้อมกอดของเด็กหนุ่มรุ่นน้องออกมาได้เลย...

แรงดิ้นขัดขืนของร่างเล็กทำให้ภายในใจยิ่งดิ่งลึก...ความผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่าถาโถมเข้ามาราวกับกระแสน้ำอันไหลเชี่ยว...เด็กหนุ่มต้องการสยบร่างตรงหน้าให้อยู่นิ่งในอ้อมแขน...ให้ใบหน้างามนี้เต็มไปด้วยรอยแห่งความสุข....

เหมือนเช่นที่มีให้อาซาโตะ...ในห้องสีขาวสะอาดนั้น...

"มิโดริคุง...! ปล่อยเถอะ...โอ๊ย!"  ปลายคางเล็กถูกจับแน่น...สิ้นเสียงร้องประท้วงถึงแรงอันหนักหน่วงแล้ว...ภายในห้องก็ตกอยู่ในความเงียบงัน...แม้กระทั่งเสียงประกาศ หรือ เสียงเชียร์กีฬาของผู้คนก็ไม่อาจเล็ดลอดเข้ามาได้...

ส่วนที่ถูกสัมผัสแน่น....ยิ่งกว่าปลายคางที่ถูกบีบ...

....ริมฝีปาก....

"ชอบครับ..."   มิโดริผละออกจากความนิ่มชื้นอันอบอุ่น...พลางรอดูปฏิกิริยาของร่างเล็กอย่างใจจดจ่อ...

"....อ๊ะ...."  รอยสัมผัสจาง ๆ ที่ค่อย ๆ เลือนหาย...เรียกความคิดทั้งหมดของคาโอรุกลับคืนมา...นิ้วมือเรียวสั่นเทาแตะริมฝีปากของตนเองอย่างตื่นกลัว...

รู้สึก...

ถึงรอยสัมผัสอุ่นร้อน...อันแผ่วเบาราวซากุระร่วง...ชัดเจนยิ่งกว่ามากนัก...

ไหล่เล็กสะท้าน เมื่อรับรู้ได้ว่าสิ่งที่ถูกกระทำเมื่อครู่นี้...

ไม่เหมือนกับที่ได้รับจาก อาซาโตะ แม้แต่น้อย

ดวงตาสีดำสนิทเบิกขึ้น...พลางแก้มนุ่มก็ส่งสีแดงเรื่อไปทั่วใบหน้างาม...จนมิโดริอดไม่ได้ที่จะยื่นมือไปสัมผัส...อีกครั้ง...

"รุ่นพี่..." 

"ยะ...อย่า!!!"  มือที่มีบาดแผลต้องชะงักกะทันหัน...เมื่อร่างเล็กผุดลุกจากเก้าอี้อย่างรุนแรง...มือเรียวทั้งสองปกปิดริมฝีปากแน่นราวกับหวาดกลัวจนต้องถอยห่าง...

 ความสิ้นหวังและน้อยเนื้อต่ำใจซัดกระหน่ำร่างกายและหัวใจของมิโดริจนแทบจะทนไม่ไหว...

"...ผม...คงน่ารังเกียจสินะ..."

‘ไม่ว่าใคร...ก็ไม่ใช่ของ ๆ เรา'

"ทั้งที่ใจดีด้วย...แต่ก็ไม่ได้เห็นว่าผมสำคัญที่สุดทุกที"  มิโดริเอ่ยด้วยน้ำเสียงเบา...รอยแผลเล็ก ๆ บนหลังมือราวกับขยายออกจนเลือดซึมเมื่อถูกกำแน่น...

‘ทำไมเรา...ต้องช้าไปก้าวนึงเสมอ'

"โอ๊ย!!"  ร่างเล็กสะดุ้งเมื่อมิโดริลุกขึ้นมารวบเอวเอาไว้อย่างรวดเร็วและรุนแรง...จนต้องส่งเสียงร้อง...

"มิโดริคุง...ปล่อยสิ...เจ็บ..."  คาโอรุประท้วงด้วยน้ำเสียงสั่น...อีกครั้งที่เรี่ยวแรงของร่างเล็กไม่อาจจะสู้กำลังกายของนักกีฬาเช่นอีกฝ่ายได้เลย...ทำได้เพียงดิ้นรนอยู่ในวงแขนอย่างไร้ผลเช่นเดิม...

"ผม...ไม่ยอมหรอก"  ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนซึ่งแฝงแววรื่นเริงอยู่เสมอ...ไม่หลงเหลือสิ่งนั้นอยู่อีกเลย...เขาผลักร่างเล็กติดกับผนังห้อง พลางปิดทางหนีเอาไว้จนหมด...ไม่สนใจแม้เสียงเรียกอันตื่นกลัวของคนตรงหน้า...

"ไม่มีทางยอมอีกต่อไปแล้ว!" 

"มิโดริ...! อื้อ!!"  ริมฝีปากบางถูกสัมผัสอย่างแรง...ดวงตาสีดำสนิทเบิกกว้างอย่างจนหนทาง แต่ยังคงพยายามดิ้นรน...

"ไม่!!..."  ร่างเล็กเบี่ยงใบหน้าเพื่อหลบเลี่ยง...แต่ก็ถูกนิ้วมือแข็งแรงจับคางบังคับให้กลับไปรับความร้อนรุ่มอันชุ่มชื้นอย่างไม่เต็มใจ...

"...ผมชอบรุ่นพี่...ไม่ให้ใครมาแย่งไปหรอก!!"  มิโดริตะโกนจนสะท้อนไปทั่วทั้งห้อง...ราวกับจะบอกกล่าวกับใครซักคน...ทว่า...มีเพียงเสียงตอบรับอันไร้ประโยชน์เบา ๆ จากปลายกระดาษซึ่งถูกสายลมพัดพาเท่านั้น...เด็กหนุ่มกัดริมฝีปากแน่นเมื่อเห็น...ดวงตาสีดำสนิทคู่สวยซึ่งเคยมองเขาอย่างอ่อนโยน...แปรเปลี่ยนเป็นหวาดกลัวและเสียใจถึงเพียงนี้...

แต่...เขาไม่อยากถอยหลัง

ไม่อยากแพ้...!

ในที่สุดลาดไหล่ขาวเนียนบอบบางก็ปรากฏแก่สายตาเมื่อกระชากสาบเสื้อเชิ้ตออก...ร่างเล็กพยายามขืนตัวและใช้มือเรียวป่ายปัดมือใหญ่ซึ่งสัมผัสมาถึงผิวเนื้อภายใต้อาภรณ์...

"มิโดริคุง!! อย่า!!!"  เสียงร้องสะท้านสะเทือนไปทั่วห้อง ไม่ได้ทำให้มิโดริหยุดการกระทำที่ล่วงล้ำและบังคับฝืนใจนี้ไปได้เลย...ยิ่งเมื่อได้เห็นและสัมผัสผิวกายนุ่มแล้วก็ยิ่งทำให้ต้องการที่จะสัมผัสต่อไปอีกอย่างไม่เกรงใจ...

ความร้อนรุ่มที่เต็มไปด้วยความคับแค้นใจครึ่งหนึ่งและความปรารถนาอีกครึ่งผลักดันให้มิโดริไม่สนใจคำร้องขอของร่างตรงหน้าแม้แต่น้อย...ด้วยแรงที่ดิ้นรนทำให้คาโอรุเสียหลักเป็นจังหวะให้เด็กหนุ่มรุ่นน้องผลักร่างเล็กล้มลงกับพื้นอย่างได้เปรียบ...

"อ๊า!!"  เมื่อไหล่ถูกกระแทกแรงกับพื้นอย่างไม่ทันตั้งตัว...คาโอรุจึงร้องออกมาอีกครั้ง...ทว่า ในเวลาเช่นนี้ความห่วงใยดูเหมือนจะถูกทิ้งขว้างไปไกลแสนไกล...เด็กหนุ่มรุ่นน้องรวบข้อมือเล็กด้วยมือข้างเดียวไพล่หลังเอาไว้...

"มิโดริคุง...!"  คาโอรุดิ้นรนอย่างรุนแรง เมื่อมืออีกข้างของมิโดริยื่นตรงเข้ามาหมายกระชากเสื้อออก...

"มิโดริ...."

‘อย่าให้ใครได้เห็นมันอีก'

"อย่า....."

‘นอกจากฉันนะ...คาโอรุ'

เสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดถูกกระชากออกเป็นอิสระจากแผ่นหลัง...

"อย่า!!!!"  เสียงร้องตะโกนดังพร้อมกับหยาดน้ำตาที่หลั่งไหล...ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนเบิกค้างอย่างตระหนกเมื่อได้เห็น

บาดแผลริ้วยาวซ้อนทับไม่เป็นระเบียบบนผิวขาวละเอียดอย่างน่าเสียดาย...

"อะ...."  เด็กหนุ่มรุ่นน้องมองรอยแผลเหล่านั้นอย่างใจหาย...เป็นผลให้ความรู้สึกคับแค้นใจเลือนลางจนไม่อาจรวมตัวใหม่ให้ทำร้ายคนตรงหน้าได้อีกต่อไป...ข้อมือบางถูกปล่อยให้เป็นอิสระ...ทว่า...ร่างเล็กยังคงคู้ตัวปล่อยให้หยาดน้ำตาไหลอย่างเงียบ ๆ

"รุ่นพี่...ผม...ขอ...โทษ"  มิโดริยันตัวลุกขึ้นด้วยข้อมือที่สั่นระริก...ร่างเล็ก ๆ อันแสนบอบบางและสวยงามเต็มไปด้วยรอยแผลมากมายจนนับไม่ถ้วน...

เพราะอะไร

เพราะใคร

คำถามเหล่านี้วนเวียนภายในห้วงสมองของมิโดริ...อย่างไร้คำตอบ...

"รุ่นพี่...ครับ"  เด็กหนุ่มยื่นมือไปอีกครั้ง...คราวนี้เพียงแค่ต้องการจะช่วยเหลือและปลอบใจ...ทว่า...ร่างเล็กที่พยายามพยุงตนเองลุกขึ้นนั้น ไม่ได้ต้องการสิ่งนั้นเลย...

"ขอโทษนะ...มิโดริคุง..."

"เอ๊ะ!?"

"ขอโทษ"  คาโอรุเอ่ยขึ้น...พลางจับเสื้อที่ถูกกระชากจนกระดุมหลุดลุ่ยด้วยมือเรียวบางน่าถนอมอันสั่นระริก...ดวงตาสีดำสนิทคู่งามประดับด้วยรอยน้ำตาล้ำค่ามองตรงมาที่อีกฝ่าย...

"ทำไม? ต้องขอโทษ...รุ่นพี่...ทั้ง ๆ ที่ผม?"  มิโดริไม่เข้าใจความหมายแม้แต่น้อย...ภายในใจยิ่งยุ่งเหยิงด้วยความรู้สึกอันซับซ้อน...

"ขอโทษจริง ๆ นะ..."  ริมฝีปากบางขบเม้มเข้าหากันจนแน่นหนัก...และค่อย ๆ พาร่างอันสั่นเทาไปตรงทางออก...

"รุ่นพี่!"  ไม่เข้าใจ...เด็กหนุ่มรุ่นน้องไม่อาจเข้าใจท่าทีเช่นนี้ได้เลย...ทั้ง ๆ ที่ตนเองทำเรื่องที่เรียกว่าไม่อาจให้อภัยได้แท้ ๆ แต่คาโอรุ...กลับเอ่ยขอโทษเขาแทน...มิโดริเอื้อมมือไปหมายจะรั้งเอาไว้ ทว่า...

"อึ๊ก!"  ร่างเล็กถอยห่างออกไป อีกทั้งดวงตาสีดำสนิทคู่งามนั่นสั่นไหวจนดูราวกับหยาดน้ำตาจะหยดลงมาอีกครั้ง...

คำพูดของมิโดริถูกกลืนหายไปในความเย็นเยือกของลำคออันแห้งผาก...กระทั่งร่างเล็กออกจากห้องไปจนลับตา...เด็กหนุ่มจึงหลงเหลือเพียงคำถาม และความสมเพชตนเองอยู่เต็มหัวใจ

 

********************************

 

คาโอรุพาร่างที่สั่นไม่หยุดผ่านระเบียงชั้นเรียนอันว่างเปล่าไปอย่างแทบไม่รู้ตัว...จนในที่สุดเมื่อมาถึงห้องเรียนซึ่งไม่มีใครอยู่เรี่ยวแรงก็ดูเหมือนจะเหือดแห้งไปเกือบทันที...ร่างเล็กตรงไปที่ล็อคเกอร์สำหรับเก็บกระเป๋าประจำห้องพลางเปิดออก...

ภายในนั้น...มีกล่องของขวัญรูปร่างยาวรีชิ้นเล็ก ๆ หลับใหลอยู่...

เมื่อของชิ้นนั้นอยู่ภายในมือ...เข่าทั้งสองข้างก็ทรุดลงกองกับพื้น...ดวงตาสีดำสนิทจ้องมองของชิ้นน้อยพลางหยาดน้ำตาก็หยดลงเปรอะเปื้อนกระดาษห่อสีเรียบ...

"ขอโทษ...นะ..."

ริมฝีปากงามเอ่ยคำพูดออกมาอย่างแผ่วเบา...

มิโดริ...เด็กหนุ่มที่มีดวงตาสีน้ำตาลอ่อนร่าเริง...กลับเต็มไปด้วยความเศร้าซึ่งไร้ทางออก...คาโอรุมองดูข้อมือที่ถูกพันธนาการจนเป็นรอยช้ำ...พลางกัดริมฝีปากเพื่อกลั้นหยาดน้ำตาอีกหน...

เพราะตัวเอง...

เพราะความช่วยเหลือที่ถือดีของตัวเอง...ทำให้บาดแผลขยายกว้างขึ้น...

เพราะคิดเอาง่าย ๆ ว่าสามารถเข้าใจความรู้สึกของผู้อื่น...

ทั้งที่ตัวเองก็เป็นแค่เด็ก...คนหนึ่ง...ที่ไร้กำลัง...

ถึงได้ทำร้ายมิโดริ...ทำร้ายตัวเอง...

แม้แต่สัญญา...กับอาซาโตะก็รักษาไม่ได้...

"ฮึก..."  ภายในห้องเรียนอันว่างเปล่า...เสียงรื่นเริงดังแว่วผ่านบานหน้าต่างมาราวกับไกลแสนไกล...เสียงสะอื้นแผ่วของร่างเล็ก ๆ ที่บาดเจ็บ...มีเพียงกล่องของขวัญชิ้นน้อยเท่านั้นที่ได้รับรู้...

********************************

จบตอนค่ะ  รู้สึกยังไงกันบ้างหลังจากอ่านเชิญร่ายที่ comment เลยนะคะ อาซาโตะออกน้อยไปนิด (ตอนหน้าบทเยอะแล้วค่ะ) แต่ก็นะ...เจ๊ผิดเองจ๊ะ คาโอรุ ที่แกล้งนู๋ขนาดนี้ ><  เป็นเด็กเจ๊ต้องทำใจนะจ๊ะ เพราะจากนี้ก็จะโดนแกล้งต่อไป 555+

จากนี้ก็จะเขียนต่อแล้วค่ะ เพราะมันไปถึงตอนที่คิดคร่าว ๆ ไว้แล้ว แต่ไม่สัญญาละกัน เพราะสัญญาทีไรผิดคำพูดทุ๊กที ขอบอกว่าจะพยายามต่อไปค่ะ

ps. รูป head เปลี่ยนอีกแล้วเจ้าค่ะ ให้สี่คณะสู่ตะวันตกไปพักก่อน ^^ ส่ง ตัวละครลับของเกมส์ Samurai warriors มาแทน ใครที่พอมีเครื่อง Playstation 2 ลองเล่นดูนะคะ แล้วจะรู้ว่าเกมส์นี้มันถูกใจสาวก Y เป็นยิ่งนัก

ภาคนี้ รันจัง (รันมารุ โมริ) เด็กในสังกัด โนบุนางะ ไม่มีเนื้อเรื่อง T0T เซ็ง - -" (ไม่มีเนื้อเรื่อง แปลว่าไม่มีฉาก CG ที่เห็นหน้าชัด ๆ น่ะเซ่!!! โธ่) ภาคที่แล้ว โนบุนางะ กับ ท่านมิตสึฮิเดะ งี้แย่งรันจังกันซะยังกะอะไรดี (หรือมันชักจะออก Y มากไปเลยต้องเพลา ๆ หน่อย) แต่ภาคนี้ ระหว่างโนบุนางะ กับ ท่านมิตสึฮิเดะ ดูยังไงก็เปล่งแสงสีม่วงกันอยู่ดีฟระ!!! ยังไงก็แล้วแต่เป็นตัวละครลับที่ถูกดิฉันเล่นจนเก่งสุดในบรรดาตัวละครไปแล้วค่ะ (ด้วยพลังแห่งรักนะเนี่ย หึหึ) มีหมด อาวุธสุดยอด Lv สูงสุด ม้าดีที่สุด เอากะดิฉันสิ

ส่วนสาวน้อยสีชมพูก็คือ โอคุนิ ว่ากันว่าเธอเป็นต้นแบบของมิโกะค่ะ เธอเดินทางใช้ความสามารถร่ายรำไปทั่วประเทศเพื่อหาเงินมาสร้างวัด ภาคนี้ก็ไม่มีเนื้อเรื่องเหมือนกับรันจัง (ก็ตัวละครลับนี่หว่า) คนนี้ยังไม่ได้เอาตัวเธอมาเล่นได้เลย แต่พอดีภาพวาดชุดนี้เธอน่ารักดีก็เลยเอามาลง (ก็ว่าจะลงรูปท่านมิตสึฮิเดะ กับ โนบุนางะ อยู่นะ แต่รูปโนบุนางะ อึมครึมไม่เข้าพวกเลยต้องปล่อยไปก่อน)

Comment

Comment:

Tweet

ขอบคุณค่าที่ชอบ confused smileแต่คนเขียนจะอืด ๆ หน่อยนะคะ อาจต้องรอนานมากกกกกก ซักหน่อย แต่จะพยายามค่ะ

#11 By **ICZER^^** on 2010-03-25 08:39

O//////oสวัดดีคร่าาาเราเพิ่งเข้ามาอ่านเป็นครั้งแรก
อยากบอกว่าชอบมากๆๆๆๆๆๆเราติดเรื่องนี้ไปเรยอ่ะ^^สู้ๆนะคะเราจะเข้ามาเม้นแร้วก็ตามต่อไป
ชอบคาโอรุกับอาซาโตะมากๆ ชอบคาคุด้วย น่ารักจังเรยอ่ะ

#10 By naru (58.9.214.195) on 2010-03-25 02:08

dee จัง สารภาพผิดค่ะ เราเองก็ไม่ได้ดูแล blog เลยเพิ่งมาเห็น 'ment ของดีเอาวันนี้เองค่ะ ขอโต๊ดจิง ๆ ดีใจที่ยังไม่ลืมกันค่ะ
เขียนเรื่องได้อืดจนแทบไม่มีใครอ่านแล้วล่ะค่ะ sad smile(คนที่ยังอ่านอยู่เราขอบคุณมาก ๆ จริง ๆ ค่ะ ที่ตามความอืดของเรามาจนถึงตอนนี้) อยากจะอัพตัวเองให้กระฉับกระเฉงเหมือนซัก 10 ปีที่แล้วจัง surprised smile

#9 By **ICZER^^** on 2008-03-20 16:22

กรี๊ซซซซซซซซซซ ท่านไอซ์ ขอโต๊ดค่าที่เข้ามาช้า ดีเคยส่งเมลล์ไปหาท่านไอซ์แล้ว่วาพอได้งาน ดีก็แทบมะได้แตะเนตเรยอ่า ขนาดบล็อกของดี ดียังทิ้งแล้วเลย ไม่มีเวลาดูแลมันเลยค่ะ เพราะว่าแต่งนิยายเรื่องใหม่มะออกเลย มะได้อัพเรย ดีนะที่ลองแวบเข้ามาเชคบล็อกท่านไอซ์ดู โฮกกกกกกก มีตอนใหม่ด้วยอ่า

ขอบคุณที่ยังไม่ลืมเรื่องนี้นะ (ผิดกับดีลิบลับ นิยายดองเค็ม)sad smile

#8 By DaftDee on 2008-03-05 22:56

โอ๊ย ดีใจจังค่ะ ที่อัพแล้ว รอมานาน

ตอนนี้ยาวมากๆ สงสารคาโอรุจังเลย ตอนหน้าให้อาซาโตะออกมาเยอะๆเลยนะคะ

#7 By Ellie (202.12.118.61) on 2007-12-20 09:08

ในที่สุดก้อได้อ่านแล้วววว >< ดีใจมากๆค่ะ ชอบเรื่องนี้มากๆ อยากอ่านตอนต่อไปเร็วๆค่ะ ถ้าอาซาโตะรู้ว่าเด็กตัวเองเกือบถูกทำมิดีมิร้ายต้องตามไปฆ่ามิโดริแน่เลย 555+ ตอนต่อไปสงสัยนองเลือด

#6 By myoubi (124.121.96.67) on 2007-11-09 10:16

แง่ง เจ้ามิโดริ บังอาจนัก

ยังติดตามอยู่เน้อ ดีใจทีเขียนต่อ อิอิ ติดตามอ่านเรื่องนี้มาร่วมๆ 5ปีได้ล่ะ ยังไงก็ค่อยๆแต่งต่อปายเรื่อยๆน้า อย่าทิ้งกานล่ะ ^_^

#5 By 'P' (203.135.197.149) on 2007-11-09 00:53

อ้าว? เอ๋? รูป Headimage นะคะ (บนสุดของ blog)อินุยังเห็นเป็น ไซยูกิ อยู่เหรอ? แต่ของพี่เป็นรูป Samurai warriors แล้วนี่นา ตรงช่อง comment พี่ไม่ได้เปลี่ยนค่ะ ยังเป็นไซยูกิอยู่

#4 By **ICZER^^** on 2007-11-08 15:55

โอ ตอนนี้ยาวสะใจ น่าสงสารโคอารุจริง ๆ อาซาโตะก็มีบทน้อย(แต่แอบสวีท หุ ๆ)ว่าแต่...ไหนตัวละครลับจากเกมหนูยังเห็นเป็นไซยูกิอยู่เลย เอ๊ะ งง??

#3 By อินุ (58.8.138.144) on 2007-11-08 10:20

ยาวนานจริง ๆ แหละค่ะ อ้อ sad smile เอ...เรื่องถาวรนี่จะว่าอีกนานก็ถือว่านาน จะว่าไม่นานก็ไม่นานนะคะ พอดีเพิ่งค้นพบว่าตัวเองมีความสามารถในการเขียนเรื่องให้ยาวได้ โดยไม่เกรงใจชาวบ้าน plot อาจมีนิดเดียวแต่ขยายได้หลายหน้า sad smile

#2 By **ICZER^^** on 2007-11-08 09:51

ยาวนาน และยาวนาน...ในที่สุดก็มาต่อแล้ว ^^ คิดถึงจังค่ะ ว่าแต่อีกนานไหมน้อกว่าอาซาโตะกับคาโอรุจะถาวรกันเสียที

#1 By อ้อ (ziaru) on 2007-11-07 12:47