สวัสดีค่ะ ลงต่อเนื่องกันเลยทีเดียว เหตุเกิดเพราะยังไม่มีใครมาอ่านมาเม้นท์ (ฮา) สงสัยจะเป็นการลงเพื่อความโมเอะส่วนตัวอย่างแท้จริง เอาเถอะ ไง ๆ ก็ลงต่อไปล่ะค่ะ

เชิญอ่านได้เลย

Warning : fan-fiction เรื่องนี้ เป็นแนว Yaoi หรือ ชายรักชายค่ะ หากท่านไม่มีความสนใจทางด้านนี้ เชิญกลับออกไปได้ค่ะ และขอความกรุณาผู้ที่จะนำไปลงที่อื่น (แม้จะมีหรือไม่มีก็ตาม ก็ไม่ได้เขียนเก่งไรถึงขั้นว่าจะมีใครเอาไปลงที่อื่นหรอก แต่ของแบบนี้เขาเรียกกันไว้ก่อนน่ะค่ะ) ว่าบอกเราซักนิด เครดิตชื่อคนเขียนอย่างเราซักหน่อย จะขอบคุณมากค่ะ

Sengoku Basara Fan-Fiction (ประหลาด)

Masa x Yuki

-A road in Dream-

 

ตอนที่ 2

                   การหยุดพักระหว่างรบเช่นนี้ ทุกอย่างเรียกได้ว่าสงบสุข เป็นความสงบสุขก่อนที่พายุจะบังเกิดอย่างแท้จริง การฟื้นตัวของมาซามุเนะก็เป็นไปด้วยดีอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะไม่สามารถออกมาเดินเหินภายนอกห้องได้อย่างใจนักก็ตาม

                ชายหนุ่มจึงใช้เวลาอยู่ในห้องเสียส่วนใหญ่ สิ่งที่อยู่ในความสนใจของเขาเวลานี้คือชุดเกราะนักรบสมบัติประจำตระกูลทาเคดะอันเก่าแก่ ลวดลายบนเกราะ ความเงางามซึ่งสะท้อนออกมา และเปลี่ยนสีไปท่ามกลางแสงอาทิตย์ เลือนลางในแสงจันทร์นั้น สร้างความเพลิดเพลินให้วันอันน่าเบื่อไม่น้อย

                ทั้งที่เป็นอย่างนั้น แต่ใช่ว่าจะมีการคลายเบื่อแค่เรื่องนี้เรื่องเดียว หลายวันมานี้ พยัคฆ์แห่งไค ทาเคดะ ชินเก็นก็มาเยี่ยมเยียนเขาอยู่บ้าง รวมถึง ‘เจ้าแดง’ ที่ติดตามมาด้วย ทว่า เด็กหนุ่มเอาแต่เพียงนั่งนิ่งอยู่ข้าง ๆ ชินเก็นโดยไม่พูดอะไรเลย ซ้ำยังมีอาการสองหัวคิ้วขมวดกันอย่างครุ่นคิดจนเกือบจะผูกเป็นเงื่อนได้อีกต่างหาก

                นี่กำลังเค้นสมองคิดเรื่องอะไรอยู่กันนะ?’ 

                มาซามุเนะคิดอย่างสนุกสนาน อีกอย่างที่เขาสังเกตได้ คือ ยูกิมุระหลีกเลี่ยงที่จะสบตากับเขาทุกครั้ง นั่นเป็นความหงุดหงิดในหลายวันที่ผ่านมาของชายหนุ่มไปด้วยพร้อม ๆ กัน

                ลุงชินเก็น ไหนว่าจัดตั้งพันธมิตรล้มล้างโนบุนางะอยู่ไม่ใช่หรือ? ว่างมาหาข้าบ่อยจริง ๆ นะ” 

                ก็นาน ๆ ทีจะมีเพื่อนคุย ตาแก่อย่างข้าก็ต้องฉวยโอกาสไว้ก่อนสิ”  ชินเก็นเอ่ยยิ้ม ๆ พลางมองออกไปยังสวนสวยเขียวชอุ่มด้านนอกเรือน...

                แต่ Mr. Red ที่ตามมาด้วยคงเบื่อน่าดู”  ดวงตาคมซึ่งเหลือเพียงข้างเดียวมองไปที่ร่างเพรียวในชุดเกราะแดง...เมื่อเด็กหนุ่มรู้สึกตัวว่าถูกพาดพิงถึง ใบหน้าซื่อจึงเหมือนจะฟื้นตื่นจากห้วงแห่งความครุ่นคิด พลางรีบเบือนหน้าไปในสวนอย่างทันทีจนผู้ที่ได้เห็นไม่ว่าใครก็รู้สึกได้ถึงความผิดปกติอันนี้

                ท่านยูกิมุระ...หลายวันมานี้ค่อนข้างยุ่ง ๆ ร้างลาการฝึกไปพอสมควร เรามายืดเส้นยืดสายกันซักหน่อยดีหรือไม่?”  เสียงทุ้มของโคจูโร่ดังขึ้นพอดิบพอดีท่ามกลางความเงียบ

                เอ๊ะ?” 

                ก็ดีเหมือนกันนะยูกิมุระ...ข้าอนุญาต”  ฝ่ามือใหญ่ตบต้นขาตัวเองเบา ๆ ในระหว่างที่ พยัคฆ์แห่งไค เอ่ยออกมานั้น สายตาของมาซามุเนะก็ไปหยุดอยู่ที่โคจูโร่อย่างหาคำตอบ...

                น้อมรับความประสงค์ของนายท่านขอรับ...ท่านคาตาคุระ...เชิญที่ด้านหน้า”  แม้ว่าชินเก็นจะไม่อนุญาตเด็กหนุ่มก็อยากจะร้องขอคำอนุญาตอยู่ดี...เพราะการที่ต้องมาเผชิญหน้ากับมังกรตาเดียวในความรู้สึกเช่นนี้นั้น สู้ออกไปจับหอกคู่ใจจะเป็นการดีกว่า...

                แม้ว่าคำตอบของคำถามที่เกิดขึ้นมันกำลังว่ายวนรบกวนจิตใจนั้น ไม่สามารถจะได้มาก็ตาม...                

*********************************

                เพื่อหลีกเลี่ยงการพลั้งเผลอให้บาดเจ็บ อาวุธคู่กายของคนทั้งคู่จึงไม่ได้ถูกนำมาใช้งาน หากแต่เป็นท่อนไม้เท่านั้น สำหรับโคจูโร่ แน่อยู่แล้วว่าจะเป็นดาบไม้เดี่ยวตามที่เขาถนัด ส่วนยูกิมุระเองนั้นก็เป็นหอกไม้คู่ตามความถนัดเช่นกัน

                บนสนามหญ้าที่ว่างภายในสวน ชายทั้งสองยืนห่างกันพลางถืออาวุธจำลองมั่น โดยที่นายเหนือหัวของพวกเขานั่งชมดูอยู่บนเฉลียง พลางดื่มชากรุ่นควันอุ่นไปด้วย ดวงตาแข็งแกร่งของพยัคฆ์แห่งไค ออกจะมีประกายอ่อนโยนจาง ๆ เมื่อมองดูยูกิมุระ

                “ระวังด้วย !”  สิ้นเสียงทุ้มกร้าวของโคจูโร่ ดาบและปลายหอกก็ปะทะกันอย่างรุนแรง ทั้งสองคานกันด้วยกำลังครู่หนึ่งก็ผละออกจากกัน ในครั้งแรกนี้ ต่างฝ่ายต่างก็เพียงประเมินกำลังของอีกฝ่ายเท่านั้น

                “ลุงชินเก็น...หนุ่มรักสนุกนั่นไปที่ไหนแล้วล่ะ”  ขณะที่โคจูโร่หลบปลายหอกซึ่งแทงมุ่งหมายที่ใบหน้า มาซามุเนะก็เอ่ยขึ้น

                “มาเอดะ เคย์จิหรือ? เขาเดินทางไปหาโมริและโจโซคาเบะ”

                “เพื่อขอให้เข้าร่วมพันธมิตร?”

                “ถูกแล้ว”  เมื่อสิ้นเสียงนี้ของชินเก็น ยูกิมุระกำลังกระโดดถอยไปด้านหลังเพราะถูกดาบซึ่งกวัดแกว่งราวพิรุณของโคจูโร่รุกไล่

                “สองแคว้นคานอำนาจกันมานาน...แถมยังค่อนข้างจะปิดตัวไม่ค่อยยุ่งกับฝั่งตะวันออกเท่าไหร่ จะเป็นไปได้หรือ ?”

                “ดูเจ้าไม่ค่อยชอบวิธีการแบบนี้นัก”

                “มันแน่อยู่แล้ว คนเยอะน่ารำคาญ”  มาซามุเนะชักสีหน้าอย่างที่เคยทำบ่อย ๆ น้ำเสียงก็บ่งบอกตรงตามคำพูดทุกอย่าง ทำให้ผู้สูงวัยกว่าอดจะยิ้มไม่ได้

                “ เจ้าต้องการเวที... มังกรตาเดียว ... เวทีที่เจ้าเพียงคนเดียวจะสามารถเหยียบย่ำได้”  ดวงตาซ้ายของมังกรหนุ่มฉายแววรุ่งโรจน์ถือดีออกมาเมื่อได้ยิน...เวลานี้การประดาบใกล้จะสิ้นสุดลงแล้ว

                “แต่จอมมารกำลังแผ่คลุมความดำมืดอันโศกเศร้าไปทุกหย่อมหญ้า จอมทัพเพียงหนึ่งมิอาจต้านทานได้แน่นอน เพราะพวกเรามิได้มีความโหดเหี้ยมอำมหิตเช่นเขาแม้แต่คนเดียว”

                “ลุงจะดูถูกกันเกินไปรึเปล่า?”

                “ถ้าเจ้าโหดเหี้ยมถึงเพียงนั้น...เหตุใดจึงยังอยู่ที่นี่เล่า?”  มาซามุเนะลุกพรวดขึ้นเมื่อได้ยินคำตอบซึ่งเป็นดั่งคำถามทิ่มแทงใจ ประจวบกับเวลาเดียวกันหอกไม้ได้กระเด็นขึ้นหมุนวนบนฟ้าก่อนจะตกลงมาปักบนผืนหญ้าโดยแรง ผู้ชนะก็คือ ตาขวาของมังกร โคจูโร่

                “ไม่เป็นไรนะ”  ชายหนุ่มยื่นมือออกไปฉุดดึงร่างเพรียวให้ลุกขึ้นจากพื้น

                “อ๊ะ...ขอรับ”  ยูกิมุระเก็บหอกซึ่งปักอยู่ ดวงตาสีดำหมองลงอย่างโกรธ ๆ เพียงนิดเดียวเท่านั้น แค่นิดเดียวที่หันไปมอง เขาก็พลาดท่าให้กับดาบของโคจูโร่จนได้ ขืนเป็นแบบนี้ สติสมาธิของเขาทั้งหมดคงจะไม่อาจกลับมาในรูปแบบเดิมได้อีกแล้ว ถ้าไม่ได้รับคำตอบที่ค้างคานี้อยู่ล่ะก็

                ‘ปัญหาก็คือคำถามนั่นแหละ’

                ขณะกำลังครุ่นคิด ภาพชายหนุ่มที่กำลังยืนตัวตรง จ้องมองชินเก็นเขม็งราวกับไม่พอใจอย่างยิ่งยวดก็ปรากฏสู่สายตา

                “ดวงตาของคนหนุ่มนี่ มองเมื่อไหร่ก็รู้สึกฮึกเหิมทุกครั้งเลยจริง ๆ”  ชินเก็นกล่าวพลางยิ้ม กระทั่งเมื่อเห็นยูกิมุระรีบวิ่งเข้ามาหา เขาจึงรีบตีสีหน้าเคร่งขรึมทันที...

                “นายท่าน!”

                “ยูกิมุระ! เจ้าเด็กบ้า!”  หมัดลุ่น ๆ กระแทกเข้าใบหน้าของเด็กหนุ่มอย่างจัง แรงส่งอันรุนแรงพาให้ร่างเพรียวกระแทกเข้ากับกำแพงจนเกิดรอยร้าวเสียหายเป็นหลุมใหญ่ ท่ามกลางสายตาและใบหน้าอันตกตะลึงของนาย-บ่าวแห่งโอชู

                “อั๊ก! นายท่าน...”  ยูกิมุระร่วงลงจากกำแพง พลางค่อยเดินเข้ามาหาร่างสูงใหญ่ของนายเหนือหัว

                “เมื่อกระทำสิ่งใด จิตใจ และสมาธิควรทุ่มเทให้สิ่งนั้นเพื่อความสำเร็จ แต่เจ้ากลับจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแบบนี้อย่างนั้นหรือ?!”  เสียงทรงอำนาจราวพยัคฆ์คำรามกึกก้องไปทั่วจนนายทหารซึ่งเฝ้าอยู่นอกประตูถึงกับสะดุ้ง แต่ก็เพียงเล็กน้อยเท่านั้นเพราะพวกเขาชินเสียแล้วกับการสั่งสอน ‘พยัคฆ์น้อย’ ของนายเหนือหัว จะกังวลนิดหน่อยก็แค่เรื่องที่ว่าใครจะซ่อมกำแพงเท่านั้นแหละ ทว่า อาคันตุกะจากโอชูทั้งสองนั้น ต่างก็ยืนนิ่งด้วยดวงตาเบิกค้างอย่างแปลกประหลาดใจเป็นที่สุด

                “นะ...นายท่าน ขะ...ข้าทราบแล้ว แต่นี่เป็นเพียงการประดาบ...”

                “เจ้าบ้า!!!!”  ยูกิมุระกระเด็นไปกระแทกกำแพงที่เดิมจนรอยร้าวหลุมใหญ่นั้นแตกออกจนมองเห็นด้านนอก เศษอิฐหิน และกระเบื้องร่วงกราวราวน้ำตก

                “การประดาบเล็กน้อยแค่นี้ เจ้ายังไม่สามารถทุ่มเทให้ได้ แล้วการใหญ่ในภายภาคหน้าข้าจะมอบหมายให้เจ้ากระทำได้อย่างไร!!!”  ราวกับถูกแรงกระแทกนั้นส่งผ่านเข้าสู่สมองโดยตรง ใบหน้าซื่อซึ่งมีร่องรอยช้ำได้เงยมองนายเหนือหัวอย่างตัดสินใจได้...เด็กหนุ่มพาร่างหลุดออกจากกองอิฐหิน

                “นะ...นายท่าน ข้าน้อยผิดไปแล้วขอรับ ยูกิมุระสำนึกแล้ว นายท่านสั่งสอนได้ถูกต้องแล้ว” 

                “อืม!!”

                “ต่อไปไม่ว่าจะเป็นอย่างไรในสถานการณ์ไหน ยูกิมุระจะทำทุกอย่างอย่างสุดความสามารถขอรับ!!”  รอยยิ้มเทิดทูนอย่างที่สุดปรากฏบนใบหน้าอ่อนเยาว์ พร้อมดวงตาเป็นประกายสดใสนั้นทำให้ยูกิมุระรู้สึกว่า ในรอบหลายวันมานี้ ตัวเองซึ่งเป็นตัวเองได้กลับคืนมาแล้ว

                “ถูกต้องแล้ว!!”  ชินเก็นยื่นฝ่ามืออันใหญ่โต ขยี้ศีรษะของเด็กหนุ่มอย่างเอ็นดู

                “นายท่าน!!”

                “ยูกิมุระ!!”

                “นายท่าน!”

                “ยูกิมุระ!” 

                “นายท่านนนน!”

                “ยูกิมุระ ~~~!!”

         &n