สวัสดีค่ะ ตามมาติด ๆ กะตอนที่ 3 พลังแห่งการเขียนเสร็จแล้วมันดีงี้นี่เอง แต่ยังไงก็พยายามได้ประมาณนั้นแหละเพราะเรื่องอื่นยังเขียนไม่เสร็จ (ฮา) 

รู้สึกว่าจะตัดตอนได้ดูแปลก ๆ ไงมะรู้แฮะ นี่ยังเหลืออีกตั้งเยอะ ถ้าลงทุก entry มันจะกลายเป็น blog ยาว ๆ ไปรึเปล่าเนี่ย ทีแรกว่าจะลงสีรูปมาสะ กับ ยูกิ ให้เสร็จ แล้วค่อยลงตอนที่ 3 ปรากฎว่ายังไม่ได้ทำไรเลย (ขี้เกียจซะงั้น) อาจดีต่อสายตาคนอ่านก็ได้นิ เสร็จเมื่อไหร่ก็เอามาลงเมื่อนั้นล่ะนะ

เอ้าเชิญอ่านกันเถอะค่ะ 

Warning : fan-fiction เรื่องนี้ เป็นแนว Yaoi หรือ ชายรักชายค่ะ หากท่านไม่มีความสนใจทางด้านนี้ เชิญกลับออกไปได้ค่ะ และขอความกรุณาผู้ที่จะนำไปลงที่อื่น (แม้จะมีหรือไม่มีก็ตาม ก็ไม่ได้เขียนเก่งไรถึงขั้นว่าจะมีใครเอาไปลงที่อื่นหรอก แต่ของแบบนี้เขาเรียกกันไว้ก่อนน่ะค่ะ) ว่าบอกเราซักนิด เครดิตชื่อคนเขียนอย่างเราซักหน่อย จะขอบคุณมากค่ะ

Sengoku Basara Fan-Fiction (ประหลาด)

Masa x Yuki

-A road in Dream-

 

ตอนที่ 3

               หลังวิ่งออกมาจากเรือน ด้วยการขับไล่ไสส่งของมาซามุเนะ ยูกิมุระก็หยุดยืนนิ่ง รสชาติเลือดเจือสุราแปร่งปร่ายังคงติดอยู่ที่ปลายลิ้นราวกับจะไม่มีวันลบเลือนไปได้

            เด็กหนุ่มรู้สึกเจ็บใจที่ถูกปฏิบัติอย่างเย้ยหยัน ทว่า หยาดน้ำตาซึ่งยังคงไหลอาบแก้มอยู่นี้กลับถูกกลั่นออกมาจากความปวดร้าวอย่างยิ่ง แม้แต่ตอนที่ถูกนายท่านว่ากล่าว หรือถูกสั่งสอนด้วยกำลังอย่างไม่ปรานีก็ยังไม่มีความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจเช่นนี้ปรากฏออกมาเลยแม้แต่น้อย

            เจ้าบ้า...เจ้ามังกรบ้า! ขอให้ท่านคาตาคุระกลับมาเจอตอนกำลังดื่มเหล้าด้วยเถอะ!”  ระหว่างที่ยูกิมุระ กำลังก่นด่าชายหนุ่มพร้อมกับปาดน้ำตาไปด้วยนั้น เสียงระเบิดดังสนั่นจากที่ไกลก็ปลุกให้สัญชาตญาณแห่งนักรบตื่นตัวขึ้น

            พวกเจ้า...ออกไปดูหน่อย”  เด็กหนุ่มรู้ว่า เวลานี้ซาสุเกะไม่อยู่เพราะนำคำเตือนจากนายท่านไปส่งให้กับคาซึงะนินจาสาวคนสนิทของอุเอสึงิ  เคนชิน ดังนั้นจึงเรียกเฉพาะเหล่านินจาที่เหลืออยู่ให้ออกไปสืบดูต้นตอของเสียงระเบิดนี้แทน

อันที่จริงเมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น เขาควรจะไปรายงานให้กับนายท่าน และมาซามุเนะทราบ แต่เพราะเขาไม่อยากจะเจอหน้าคนที่เพิ่งไล่เขาออกมาอย่างนั้น ยูกิมุระจึงตามหาโคจูโร่ ‘ตาขวามังกร’ แทนเจ้ามังกรตัวจริงน่าชิงชังคนนั้นก่อน ส่วนกับชินเก็นควรรอให้นินจากลับมาแล้วค่อยรายงานจะได้ไม่เป็นการรบกวนนายมากเกินจำเป็นในยามวิกาลเช่นนี้

 

*********************************

           

            ยูกิมุระตามหาโคจูโร่จนต้องกลับมาที่เรือน พลันได้ยินเสียงสะบัดดาบดังมาจากสวนทางด้านหนึ่ง

หลังจากที่ดูแลบรรดาทหารของโอชูแล้ว โคจูโร่ก็ไปช่วยงานเล็ก ๆ น้อย ๆ ของทาเคดะเพื่อเป็นการตอบแทน ดังนั้นจึงเพิ่งจะกลับมาที่บ้านของชินเก็น ทว่า ในยามวิกาลดึกสงัดเช่นนี้เขาไม่อยากรบกวนการพักผ่อนของมาซามุเนะจึงไม่ได้เข้าไปหาแต่กลับออกมาซ้อมดาบที่สวนนี้เพียงคนเดียวแทน...

            อีกเหตุผลหนึ่งก็คือ ถึงตอนนี้เขายังคงเสียใจที่ไม่เข้มแข็งพอจะห้ามมาซามุเนะไม่ให้ต่อสู้กับมิตสึฮิเดะนั่นเอง การอยู่คนเดียวซักพักเป็นการดีที่จะกำจัดจิตใจอันสับสนออกไปได้...การซ้อมดาบดำเนินต่อไปเพียงอึดใจหนึ่งก็เกิดเสียงระเบิดดังขึ้น ก่อนที่ยูกิมุระจะเข้ามาหาในอีกครู่ถัดมา

            ท่านคาตาคุระ”

            ข้าได้ยินเสียงเอะอะ....จากทางตะวันตก”  โคจูโร่เอ่ยตอบเด็กหนุ่มที่กำลังเดินใกล้เข้ามา

            เรื่องนั้นข้าส่งนินจาออกไปสืบดูแล้วขอรับ” 

            งั้นหรือ”  ชายหนุ่มเก็บดาบเข้าฝักด้วยอารมณ์ปกติ ทว่า ก่อนหน้าที่จะเอ่ยทักนั้น ยูกิมุระได้เห็นสีหน้าอันเจ็บปวดของเขาแล้ว เรื่องที่ทำให้นายต้องบาดเจ็บถึงขนาดนั้นผู้เป็นบ่าวย่อมต้องปวดใจอย่างแน่นอน เด็กหนุ่มจึงอดไม่ได้ที่จะพูดต่อ

            ข้าเข้าใจความรู้สึกของท่าน...ถ้าหาก...ถ้าหากเกิดเรื่องขึ้นกับนายท่านของข้าล่ะก็...ข้าก็คง”

            ตะ...แต่ว่านั่นก็ไม่ใช่ความผิดของท่านคาตาคุระหรอก เพราะจริง ๆ แล้วพวกท่านช่วยไม่ให้พวกเราถูกพลปืนพวกนั้นรุมล้อม”  ใบหน้าซึ่งประดับด้วยบาดแผลคลายความตึงเครียดลงเล็กน้อย เมื่อได้ยินคำปลอบใจของเด็กหนุ่มซึ่งอายุน้อยกว่า

            สถานการณ์เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา...ไม่ต้องมาใส่ใจไปหรอก”

            ท่านคาตาคุระ”  ยูกิมุระตั้งใจจะพูดอะไรออกไปอีก ทว่า ก็ต้องหยุดอยู่เพียงเท่านั้น เพราะซาสุเกะได้ปรากฏตัวขึ้นพร้อมนายทหารของโอชูซึ่งได้รับบาดเจ็บ

            ข้าไปถึงที่เกิดเหตุพบเขานอนบาดเจ็บอยู่ แล้วก็พบจดหมายนี่ด้วย”  นินจาหนุ่มยื่นกระดาษขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่นักให้กับยูกิมุระ เมื่อเด็กหนุ่มได้อ่านมันแล้วก็รีบเรียกโคจูโร่แล้วมอบกระดาษให้เขาอ่าน

            พวกนั้นจับทหารของท่านเป็นตัวประกัน แลกกับชุดเกราะของทาเคดะ และดาบของท่านดาเตะ เส้นตายคือวันพรุ่งนี้”

            ลงชื่อ...มัตสึนากะ ดันโจ ฮิซาฮิเดะ? เป็นคน ๆ นั้นหรือ?”  โคจูโร่พูดด้วยน้ำเสียงโกรธเคือง...

            ได้ยินว่าเขาไม่ได้ต้องการรวมแผ่นดิน แต่ขังตัวเองอยู่ในวัดและกลายเป็นคนบ้าของสะสมล้ำค่าไปแล้ว”  ซาสุเกะบอกข้อมูลที่นินจามีให้กับทั้งสอง...

            จังหวะเดียวกันนั้น หลังจากที่สลบไปเพราะเจ็บแผลมาซามุเนะก็ฟื้นขึ้นมาทันได้ยินการสนทนาของคนทั้งสามนอกเรือนพอดี

            ดาบทั้ง 6 เล่มของท่านมาซามุเนะ...กับเกราะเก่าแก่ประจำตระกูลทาเคดะ...เจ้านั่นจะหยามกันเกินไปแล้ว”  โคจูโร่กัดริมฝีปาก พลางดวงตาของนักรบก็วาวโรจน์ขึ้นด้วยโทสะแต่ยังเต็มไปด้วยความรอบคอบ

            ข้าจะไปรายงานนายท่าน”

            ไม่ต้อง! นี่เป็นปัญหาของพวกเราเอง ไม่ต้องการเป็นหนี้บุญคุณทาเคดะไปมากกว่านี้หรอก อีกอย่างทาเคดะก็คงไม่มอบของสำคัญเช่นนั้นให้เพื่อแลกกับตัวประกันที่เป็นคนของทัพอื่น”

            แต่ว่า!”  เด็กหนุ่มตั้งใจจะท้วงให้ถึงที่สุด แต่เสียงของซาสุเกะก็แทรกเข้ามา

            ยูกิมุระ! แบบนี้ถูกต้องแล้ว” 

            อ๊ะ...”  ยูกิมุระไม่เข้าใจว่านี่คือสิ่งที่ถูกต้องได้อย่างไร นายท่านของเขาไม่ใช่คนเห็นแก่ตัวอย่างแน่นอน แล้วเรื่องที่โคจูโร่จะเดินทางไปเพื่อมอบดาบทั้ง 6 เล่มของมาซามุเนะให้อีก หากของกำนัลไม่ครบ คนจะได้กลับมาหรือ

            ห้ามบอกท่านมาซามุเนะเด็ดขาด ถ้าท่านถามหาบอกว่าเจ้าพวกนั้นตายแล้วที่นากาชิโนะ”

            มีคนมากวนใจถึงที่ขนาดนี้ จะปล่อยให้ผ่านไปได้ยังไง? โคจูโร่” 

            เอ๊ะ!?”  มาซามุเนะสวมชุดเกราะสีน้ำเงินประจำตัว พร้อมทั้งพกดาบ 6 เล่มออกมา ท่ามกลางใบหน้าอันไม่สู้ดีนักของโคจูโร่

เฮ้...ม้าของข้าล่ะ”  เมื่อรู้ว่าเป็นประโยคที่พูดกับตนเองแล้ว หัวคิ้วของเด็กหนุ่มก็ขมวดกัน พลางก้มศีรษะลงไม่พูดตอบแม้แต่คำเดียว...ดวงตาสีน้ำตาลเหลือบมองอาการไม่มองหน้าของยูกิมุระครู่หนึ่ง ยิ้มเล็กน้อยในการกลั่นแกล้งของโชคชะตา แล้วจึงลงจากเรือนมุ่งหน้าไปที่ประตู

            “ท่านมาซามุเนะ”

            “Not to worry ,โคจูโร่ กองทัพของดาเตะต้องไม่มีใครหายไปเพราะเรื่องจิ๊บจ๊อยแบบนี้ ไอ้เจ้ามัตสึนากะนั่นอยู่ไหน?”

            ข้าไม่ให้ท่านไป!”  โคจูโร่พูดด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว มือแกร่งจับด้ามดาบแน่น

            ท่านคาตาคุระ...”  นายทหารที่ได้รับบาดเจ็บกล่าวห้ามเสียงเบา เพราะโคจูโร่นั้นเป็นบุรุษที่จริงจัง หากต้องการหยุดสิ่งใดหรือใคร ก็ทำตามนั้นโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย

            เจ้าคิดจะห้ามข้า?”

            ในกลียุคเช่นนี้ทหารเป็นสิ่งสำคัญ ทว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือท่าน! ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีไหนข้าก็จะไม่ปล่อยให้ท่านไปเผชิญหน้าศัตรูทั้งที่ยังบาดเจ็บแน่นอน!” โคจูโร่ชักดาบออกจากฝัก พร้อมกันกับที่นายของเขาชักดาบออกเช่นกัน

            นายท่าน! ท่านคาตาคุระ!”  เสียงตะโกนอันห่วงใยของนายทหารถูกกลบสิ้นด้วยเสียงโลหะกระทบกันอย่างรุนแรง เกิดประกายแลบแปลบครั้งแล้วครั้งเล่าของการปะทะ แต่ก็ไม่มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถอยหนี

            เป็นที่รู้กันว่า บ่าวผู้จงรักภักดี จะได้รับความไว้วางใจจากนาย ให้รับรู้ทุกๆ เรื่องราวส่วนตัวของนาย รวมถึงเป็นผู้รักษาความลับเกี่ยวกับจุดอ่อนอันสำคัญที่สุดของนายอีกด้วย ความเป็นจริงอันน่ากลัวนี้ถูกผู้ที่ได้ชื่อว่า ‘ตาขวาของมังกรซึ่งหลงเหลือเพียงตาซ้ายนั้น’ นำมาใช้เสียแล้ว

            เอ๊ะ?”  แม้เวลานี้เด็กหนุ่มไม่อยากจะเข้าใกล้มาซามุเนะแม้แต่น้อย ทว่า การประดาบซึ่งราวกับเดิมพันหนทางที่จะนำไปสู่การยอมรับในเหตุผลของอีกฝ่ายจากคนทั้งคู่นั้น เป็นสิ่งที่ไม่อาจละสายตาไปได้ รวมถึงอาการบาดเจ็บที่ดูยังไงก็ไม่มีทางหายได้ในเวลานี้ของมาซามุเนะ จึงทำให้ยูกิมุระสังเกตเห็นการเคลื่อนไหวซ้ำ ๆ ของโคจูโร่ได้อย่างชัดเจน

            ไม่เลวเลยน้า”  ซาสุเกะผิวปากอย่างชื่นชม เมื่อเห็นโคจูโร่นั้นนำจุดอ่อนของนายมาใช้ ตาขวาซึ่งสูญเสียการมองเห็นไปนั้น หากถูกโจมตีทางด้านขวาล่ะก็ ต่อให้เก่งกาจเพียงใดมาซามุเนะก็จะตกอยู่ในสถานะที่เสียเปรียบทันที ยิ่งบวกกับอาการบาดเจ็บที่ยังไม่หายดีด้วยแล้ว...ในที่สุดเพียงเสี้ยววินาทีที่บาดแผลประท้วงขึ้นมา

            อึ๊ก!!”  ด้ามดาบของโคจูโร่ปะทะเข้าที่ท้องของมาซามุเนะอย่างถนัดถนี่ ความเจ็บปวดนั้นแล่นเข้าสู่สมองอย่างรวดเร็ว จนแทบจะยืนไม่อยู่ ส่งไปถึงเด็กหนุ่มที่มองดูด้วยสีหน้าตะลึง

            โค...จูโร่...เจ้า”  ผู้เป็นบ่าวไม่รอช้าจัดการฟาดปลายดาบโดยแรงไปที่ต้นคอของนายทันที ร่างในเกราะสีน้ำเงินล้มลงกับพื้นด้วยสติที่หลุดหายไปจากแรงกระแทก  นายทหารหนุ่มรีบวิ่งเข้ามาหานายเหนือหัวอย่างร้อนรน

            ท่านคาตาคุระ...ทั้งที่ท่านแม่ทัพกำลังบาดเจ็บแต่ท่านกลับ...”  เสียงแห่งการต่อว่าได้หยุดลงเพียงเท่านั้น เมื่อได้เห็นใบหน้าประดับบาดแผลใต้แสงจันทร์  เป็นดวงหน้าอันเข้มแข็งอย่างคนตัดสินใจได้ ทว่าภายในดวงตาซึ่งสะท้อนภาพนายที่ตนเองทำร้ายกับมือกลับมีแต่ความเจ็บปวด...นายทหารหนุ่มจึงไม่อาจเอ่ยคำได้อีกต่อไป

            ในที่สุดโคจูโร่ก็นำดาบทั้ง 6 เล่มของมาซามุเนะจากไปเพียงลำพัง ทิ้งความสับสนเอาไว้ภายในใจของยูกิมุระจนไม่สามารถขยับเขยื้อนไปไหนได้เลย

 

*********************************

 

            ข้าถามว่า เหตุใดเจ้าถึงไม่รีบมาขอชุดเกราะกับข้า หรือไม่ก็นำชุดเกราะนั้นเร่งตามเขาไป?”  เสียงคำรามราวพยัคฆ์ของชินเก็นดังกึกก้องไปทั่วห้อง ยูกิมุระและซาสุเกะซึ่งนั่งอยู่ด้านล่างต่างก็ตัวหดลีบราวกับกำลังถูกพิพากษา...

            นั่นเป็นสมบัติล้ำค่าของทาเคดะขอรับ...ข้าไม่อาจ...”  เด็กหนุ่มตอบทั้ง ๆ ที่ยังไม่กล้าสบตานาย เหงื่อเย็น ๆ ไหลหยดบนพื้นเสื่อทีละหยด...

            เขาอาจเป็นศัตรูของเรา แต่เวลานี้เขาคืออาคันตุกะที่ข้า ชินเก็น คนนี้ให้การรับรองดูแล! จะมามัวใจแคบอยู่เช่นนี้ได้อย่างไร!” 

            ขะ...ขอรับ! นายท่าน”  เมื่อได้รับการอนุญาตจากนาย หัวใจของเด็กหนุ่มที่กำลังร้อนรนก็ได้รับการตอบสนอง เขารีบไปที่เรือนในพลางค่อยหยิบชุดเกราะใส่ลงในกล่องอย่างระมัดระวัง...

            มาซามุเนะซึ่งนอนกระสับกระส่ายไม่ได้สติ และเหงื่อที่ออกมากราวกับกำลังบ่งบอกถึงอาการที่แย่ลง เมื่อเห็นความทรมานของชายหนุ่มเช่นนี้ ความโกรธที่มีได้สลายไปจนหมด มือเรียวค่อยยื่นออกไป ทว่า ยังไม่ทันกระทบถูกเส้นผมสีดำนั้นก็หยุดชะงัก...

            ข้าจะพาตาขวา และ คนของท่านกลับมาให้ได้”  สิ้นเสียงเด็กหนุ่มจึงรีบเร่งออกไป โดยแบกกล่องใส่ชุดเกราะไปด้วยจุดมุ่งหมายคือการพาทุกคนที่สำคัญกับมาซามุเนะกลับมาให้ได้

 

*********************************

 

            ความทะยานอยากในสมบัติล้ำค่าของมัตสึนากะ ฮิซาฮิเดะ ถูกกำจัดลงในที่สุด โดยที่ดาบ 6 เล่ม และ เกราะของทาเคดะ ได้กลับมาสู่มือเจ้าของโดยปลอดภัย รวมทั้งนายทหารทั้ง 3 ที่ถูกจับเป็นตัวประกันก็ได้กลับคืนสู่ทัพดาเตะอีกด้วย

                วันเวลาผันผ่าน...อาการบาดเจ็บของมาซามุเนะก็ดีขึ้นตามลำดับจนออกไปไหนมาไหนเองได้แล้ว รวมถึงวันนี้ที่เขาได้ออกมาซ้อมดาบที่สนามหญ้าหน้าเรือนพัก

                “บาดแผลของท่านหายแล้วสินะขอรับ”  โคจูโร่เดินเข้ามาหาด้วยสีหน้าชื่น เมื่อเห็นนายเหนือหัวกำลังวาดดาบเป็นวงโค้งสวยงามอย่างไม่ติดขัด

                “อืม หายแล้วล่ะ”  มาซามุเนะเองก็เอ่ยตอบด้วยรอยยิ้มจางเช่นกัน

                “ถ้าเช่นนั้น...ขอท่านกำหนดโทษของข้าด้วยขอรับ”  น้ำเสียงของโคจูโร่หนักแน่น เขาก้มใบหน้าลงอย่างนอบน้อม ไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย

                ทว่า มาซามุเนะไม่ได้มองกิริยาเช่นนั้นของโคจูโร่ ดวงตาสีน้ำตาลมองไปยังปลายดาบซึ่งสะท้อนเงาแสงอาทิตย์

                “ถ้าเจ้าเอ่ยเรื่องนั้นกับข้าอีก...ข้าจะไม่ให้อภัยเจ้า โคจูโร่” 

                “ทะ...ท่านมาซามุเนะ!” 

                หนึ่งรอยยิ้มของนาย ยามเมื่อเงยหน้า ทำให้โคจูโร่ยิ้มไปด้วย

                “ขอบใจ ที่ทำให้ข้า ไม่ต้องสูญเสียอะไรเลย แม้แต่อย่างเดียว”  มาซามุเนะตบบ่าคนสนิทเบา ๆ

                “ถ้าเพียงข้าคนเดียว คงไม่อาจทำสำเร็จขอรับ...”  โคจูโร่ครุ่นคิดครู่หนึ่งถึงเหตุการณ์อันตรายที่ผ่านพ้น

                “ซานาดะ ยูกิมุระ เป็นบุคคลที่มีน้ำใจมาก”  ดวงตาซ้ายสีน้ำตาลเปล่งประกายออกมาเล็กน้อยเมื่อได้ยิน พลางก็หดแสงลงอย่างรวดเร็วเช่นกันจนน่าเสียดาย...

                “ข้ารู้”  มาซามุเนะตอบเบา ๆ พลางก้าวออกไปกลางสนามอีกครั้ง 

               

*********************************

 

              ขณะเดียวกันกองทัพโอดะ แห่งจอมมารฟ้าที่ 6 โนบุนางะ ได้แผ่ขยายเถ้าถ่านแห่งความเคียดแค้นไปทุกหย่อมหญ้า ทุกที่ที่ทัพโอดะเดินผ่าน ทั้งหมดจะเต็มไปด้วยซากศพซึ่งกลายเป็นฝุ่นควันพุ่งสู่ท้องฟ้าอันเศร้าสร้อย ทว่า ข่าวอันน่าเศร้าซึ่งนำความหวาดกลัวมาสู่พันธมิตรตะวันออกนั้น เป็นเรื่องที่ซาสุเกะได้กลับมาบอกชินเก็นในวันครึ้มฝนวันหนึ่ง...

                “โตกุกาวะ อิเอยาสึ...ตายแล้วขอรับ”  สายฟ้าได้ฟาดผ่าลงมาบนผืนดินอย่างไม่ปรานี

                “ทัพโอดะขึ้นเหนือไปแล้ว แต่กลับมาฆ่าอิเอยาสึตายถึงแดนตะวันออกได้...หมายความว่า”  พยัคฆ์แห่งไคลูบเคราเบา ๆ พลางวิเคราะห์และตั้งคำถามในคราวเดียว

                “ขอรับ...ตรวจสอบแล้วเป็นฝีมือของมิตสึฮิเดะ อาเคจิ”  ซาสุเกะตอบ

                “...ท่านอิเอยาสึ...”  ยูกิมุระนึกย้อนไปถึงเด็กหนุ่มผู้นำแคว้นอันห้าวหาญและสัตย์ซื่อ รวมถึงขุนพลทัพคู่ใจฮอนดะ ทาดาคัทสึที่ต้องตายในสนามรบเพราะแผนการของโนบุนางะ ทั้งสองเป็นบุคคลอันน่าชื่นชมโดยแท้ แต่กลับถูกหักหลังอย่างไร้น้ำใจ...โดยแผนการอันน่ารังเกียจ

                “แปลว่ามันส่งคนมากำจัดแม่ทัพของพันธมิตรตะวันออกทีละคน ๆ สินะ พวกเรายังต้องพักเพื่อฟื้นฟูกำลังรบ ไม่สามารถที่จะทำสงครามได้”  สิ้นเสียงทุ้มห้าวของนายเหนือหัว...ยูกิมุระซึ่งกำลังเสียใจกับการจากไปของอิเอยาสึก็สะดุ้งขึ้นมาทันที

                “หึ! งั้นเป้าหมายต่อไปของพวกมันก็คือ ไม่ข้า...ก็ลุงสินะ...หรือไม่ก็....”  มาซามุเนะปรายตาไปทางซาสุเกะ ก่อนจะหยุดนิ่งที่เด็กหนุ่มซึ่งกำลังก้มหน้า มือเรียวสั่นระริกนั้นขยุ้มขากางเกงของตัวเองอย่างเจ็บใจ...

                “ข้าส่งคนไปแจ้งข่าวนี้ที่เอจิโกะแล้วขอรับ”  นินจาหนุ่มรายงานให้ทั้งหมดฟัง

                “อืม”  ชินเก็นรับคำพลางกอดอกครุ่นคิด...ถึงชายผู้ซึ่งเป็นทั้งเพื่อนรู้ใจและศัตรูที่มิอาจเปลี่ยนแปลง

                “ข้าและมังกรตาเดียว อยู่ในที่เดียวกัน แต่เคนชินนั้นอยู่ไกลนัก...ถ้าไม่เกิดอะไรขึ้นกับเขาก็คงจะดี”  เมื่อได้ยินคำกล่าวของนาย นินจาหนุ่มจึงคิดถึงคาซึงะซึ่งอยู่เคียงข้างเคนชินขึ้นมาทันใด...เรื่องฝีมือในเชิงต่อสู้นั้นนางไม่เป็นรองใคร ทว่า อุปนิสัยอันเปิดเผยของนางต่างหากที่น่าเป็นห่วงว่าจะตามเล่ห์เหลี่ยมของพวกมิตสึฮิเดะได้ไม่ทัน...หากนางต้องเสียใจในเรื่องของเคนชินล่ะก็จะน่าสงสารเพียงใด

                “ถ้าอย่างนั้น ข้าจะสั่งให้เพิ่มการอารักขาให้กับพวกเจ้า” 

                “เรื่องนั้นไม่จำเป็นหรอกลุง ห่วงตัวเองดีกว่า”  ชายหนุ่มแค่นยิ้มไม่สนใจ...เขาเองก็อยากเผชิญหน้ามิตสึฮิเดะอีกซักครั้งเหมือนกัน หนี้ที่มันฝากไว้จนต้องมานอนเบื่อแทบตายอย่างนี้ต้องตอบแทนให้สาสม

                “ท่านมาซามุเนะ นี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นนะขอรับ”  โคจูโร่ซึ่งรู้นิสัยของนายดีกล่าวปรามเสียงเข้ม...

                “จากนี้ไป เราต้องระวังให้มาก”  ชินเก็นสรุป ก่อนที่ทุกคนจะแยกย้ายกันออกจากห้องประชุมไป...

                เมฆทะมึนครึ้มฝนในยามเช้า...ก่อตัวหนาแน่นขึ้นเมื่อเกือบถึงยามเที่ยง ในไม่ช้าสายฝนอันรุนแรงจะร่วงหล่นลงมา...

           

 

เอ๊ะ รู้สึกว่าตอนนี้สั้นไปเปล่าเนี่ย เอาเต๊อะ อ่านแล้วคิดยังไงกันบ้าง เชิญที่ nekomasaxinuyuki นะคะ

Credits : Capcom, Production I.G.

 

Comment

Comment:

Tweet

ตอนนี้ สั้นอ่ะ 555+
อยากอ่ายเยอะๆ สนุกดีค่ะ
ภาษาแต่งดีมากเลยค่ะ ชอบมาก

#4 By แมวน้อย (180.183.215.164) on 2011-10-13 03:03

งิ! แบบนี้ คู่นี้จะได้สมหวังมั้ยนะ T^T

#3 By NousagiMoE on 2010-12-22 17:43

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่า~~ ทีแรกก็ไม่คิดแหละว่าจะเขียนไหว แต่แบบว่าดู อนิเมแล้วอดจิ้นไม่ได้จริง ๆ มาสะน่ารักมาก
ตอนต่ออีกไม่นานนี่ล่ะค่ะ

#2 By **ICZER^^** on 2010-07-02 12:13

โอ้ยยยยยยยยยยย ไม่นึกว่าจะมีฟิคคู่นี้ให้อ่านนนนน

โฮกกกกกกกกก!! ในอนิเมะนี่โคตรจิ้นอ่ะก๊าบบบบบบ เลิฟ ๆ ยูคิจังมากมาย

ฟิคแต่งได้ดีมากเลยค่ะ สอดแทรกเนื้อหาเข้าไปในเรื่องราวได้เนียนจริง ๆ เอิ๊ก ๆ ภาษาการแต่งก็ดีด้วย

รอตามตอนต่อไปนะค้า cry

#1 By derick on 2010-07-01 19:23