สวัสดีค่ะ ตามมาติด ๆ กะตอนที่ 3 พลังแห่งการเขียนเสร็จแล้วมันดีงี้นี่เอง แต่ยังไงก็พยายามได้ประมาณนั้นแหละเพราะเรื่องอื่นยังเขียนไม่เสร็จ (ฮา) 

รู้สึกว่าจะตัดตอนได้ดูแปลก ๆ ไงมะรู้แฮะ นี่ยังเหลืออีกตั้งเยอะ ถ้าลงทุก entry มันจะกลายเป็น blog ยาว ๆ ไปรึเปล่าเนี่ย ทีแรกว่าจะลงสีรูปมาสะ กับ ยูกิ ให้เสร็จ แล้วค่อยลงตอนที่ 3 ปรากฎว่ายังไม่ได้ทำไรเลย (ขี้เกียจซะงั้น) อาจดีต่อสายตาคนอ่านก็ได้นิ เสร็จเมื่อไหร่ก็เอามาลงเมื่อนั้นล่ะนะ

เอ้าเชิญอ่านกันเถอะค่ะ 

Warning : fan-fiction เรื่องนี้ เป็นแนว Yaoi หรือ ชายรักชายค่ะ หากท่านไม่มีความสนใจทางด้านนี้ เชิญกลับออกไปได้ค่ะ และขอความกรุณาผู้ที่จะนำไปลงที่อื่น (แม้จะมีหรือไม่มีก็ตาม ก็ไม่ได้เขียนเก่งไรถึงขั้นว่าจะมีใครเอาไปลงที่อื่นหรอก แต่ของแบบนี้เขาเรียกกันไว้ก่อนน่ะค่ะ) ว่าบอกเราซักนิด เครดิตชื่อคนเขียนอย่างเราซักหน่อย จะขอบคุณมากค่ะ

Sengoku Basara Fan-Fiction (ประหลาด)

Masa x Yuki

-A road in Dream-

 

ตอนที่ 3

               หลังวิ่งออกมาจากเรือน ด้วยการขับไล่ไสส่งของมาซามุเนะ ยูกิมุระก็หยุดยืนนิ่ง รสชาติเลือดเจือสุราแปร่งปร่ายังคงติดอยู่ที่ปลายลิ้นราวกับจะไม่มีวันลบเลือนไปได้

            เด็กหนุ่มรู้สึกเจ็บใจที่ถูกปฏิบัติอย่างเย้ยหยัน ทว่า หยาดน้ำตาซึ่งยังคงไหลอาบแก้มอยู่นี้กลับถูกกลั่นออกมาจากความปวดร้าวอย่างยิ่ง แม้แต่ตอนที่ถูกนายท่านว่ากล่าว หรือถูกสั่งสอนด้วยกำลังอย่างไม่ปรานีก็ยังไม่มีความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจเช่นนี้ปรากฏออกมาเลยแม้แต่น้อย

            เจ้าบ้า...เจ้ามังกรบ้า! ขอให้ท่านคาตาคุระกลับมาเจอตอนกำลังดื่มเหล้าด้วยเถอะ!”  ระหว่างที่ยูกิมุระ กำลังก่นด่าชายหนุ่มพร้อมกับปาดน้ำตาไปด้วยนั้น เสียงระเบิดดังสนั่นจากที่ไกลก็ปลุกให้สัญชาตญาณแห่งนักรบตื่นตัวขึ้น

            พวกเจ้า...ออกไปดูหน่อย”  เด็กหนุ่มรู้ว่า เวลานี้ซาสุเกะไม่อยู่เพราะนำคำเตือนจากนายท่านไปส่งให้กับคาซึงะนินจาสาวคนสนิทของอุเอสึงิ  เคนชิน ดังนั้นจึงเรียกเฉพาะเหล่านินจาที่เหลืออยู่ให้ออกไปสืบดูต้นตอของเสียงระเบิดนี้แทน

อันที่จริงเมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น เขาควรจะไปรายงานให้กับนายท่าน และมาซามุเนะทราบ แต่เพราะเขาไม่อยากจะเจอหน้าคนที่เพิ่งไล่เขาออกมาอย่างนั้น ยูกิมุระจึงตามหาโคจูโร่ ‘ตาขวามังกร’ แทนเจ้ามังกรตัวจริงน่าชิงชังคนนั้นก่อน ส่วนกับชินเก็นควรรอให้นินจากลับมาแล้วค่อยรายงานจะได้ไม่เป็นการรบกวนนายมากเกินจำเป็นในยามวิกาลเช่นนี้

 

*********************************

           

            ยูกิมุระตามหาโคจูโร่จนต้องกลับมาที่เรือน พลันได้ยินเสียงสะบัดดาบดังมาจากสวนทางด้านหนึ่ง

หลังจากที่ดูแลบรรดาทหารของโอชูแล้ว โคจูโร่ก็ไปช่วยงานเล็ก ๆ น้อย ๆ ของทาเคดะเพื่อเป็นการตอบแทน ดังนั้นจึงเพิ่งจะกลับมาที่บ้านของชินเก็น ทว่า ในยามวิกาลดึกสงัดเช่นนี้เขาไม่อยากรบกวนการพักผ่อนของมาซามุเนะจึงไม่ได้เข้าไปหาแต่กลับออกมาซ้อมดาบที่สวนนี้เพียงคนเดียวแทน...

            อีกเหตุผลหนึ่งก็คือ ถึงตอนนี้เขายังคงเสียใจที่ไม่เข้มแข็งพอจะห้ามมาซามุเนะไม่ให้ต่อสู้กับมิตสึฮิเดะนั่นเอง การอยู่คนเดียวซักพักเป็นการดีที่จะกำจัดจิตใจอันสับสนออกไปได้...การซ้อมดาบดำเนินต่อไปเพียงอึดใจหนึ่งก็เกิดเสียงระเบิดดังขึ้น ก่อนที่ยูกิมุระจะเข้ามาหาในอีกครู่ถัดมา

            ท่านคาตาคุระ”

            ข้าได้ยินเสียงเอะอะ....จากทางตะวันตก”  โคจูโร่เอ่ยตอบเด็กหนุ่มที่กำลังเดินใกล้เข้ามา

            เรื่องนั้นข้าส่งนินจาออกไปสืบดูแล้วขอรับ” 

            งั้นหรือ”  ชายหนุ่มเก็บดาบเข้าฝักด้วยอารมณ์ปกติ ทว่า ก่อนหน้าที่จะเอ่ยทักนั้น ยูกิมุระได้เห็นสีหน้าอันเจ็บปวดของเขาแล้ว เรื่องที่ทำให้นายต้องบาดเจ็บถึงขนาดนั้นผู้เป็นบ่าวย่อมต้องปวดใจอย่างแน่นอน เด็กหนุ่มจึงอดไม่ได้ที่จะพูดต่อ

            ข้าเข้าใจความรู้สึกของท่าน...ถ้าหาก...ถ้าหากเกิดเรื่องขึ้นกับนายท่านของข้าล่ะก็...ข้าก็คง”

            ตะ...แต่ว่านั่นก็ไม่ใช่ความผิดของท่านคาตาคุระหรอก เพราะจริง ๆ แล้วพวกท่านช่วยไม่ให้พวกเราถูกพลปืนพวกนั้นรุมล้อม”  ใบหน้าซึ่งประดับด้วยบาดแผลคลายความตึงเครียดลงเล็กน้อย เมื่อได้ยินคำปลอบใจของเด็กหนุ่มซึ่งอายุน้อยกว่า

            สถานการณ์เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา...ไม่ต้องมาใส่ใจไปหรอก”

            ท่านคาตาคุระ”  ยูกิมุระตั้งใจจะพูดอะไรออกไปอีก ทว่า ก็ต้องหยุดอยู่เพียงเท่านั้น เพราะซาสุเกะได้ปรากฏตัวขึ้นพร้อมนายทหารของโอชูซึ่งได้รับบาดเจ็บ

            ข้าไปถึงที่เกิดเหตุพบเขานอนบาดเจ็บอยู่ แล้วก็พบจดหมายนี่ด้วย”  นินจาหนุ่มยื่นกระดาษขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่นักให้กับยูกิมุระ เมื่อเด็กหนุ่มได้อ่านมันแล้วก็รีบเรียกโคจูโร่แล้วมอบกระดาษให้เขาอ่าน

            พวกนั้นจับทหารของท่านเป็นตัวประกัน แลกกับชุดเกราะของทาเคดะ และดาบของท่านดาเตะ เส้นตายคือวันพรุ่งนี้”

            ลงชื่อ...มัตสึนากะ ดันโจ ฮิซาฮิเดะ? เป็นคน ๆ นั้นหรือ?”  โคจูโร่พูดด้วยน้ำเสียงโกรธเคือง...

            ได้ยินว่าเขาไม่ได้ต้องการรวมแผ่นดิน แต่ขังตัวเองอยู่ในวัดและกลายเป็นคนบ้าของสะสมล้ำค่าไปแล้ว”  ซาสุเกะบอกข้อมูลที่นินจามีให้กับทั้งสอง...

            จังหวะเดียวกันนั้น หลังจากที่สลบไปเพราะเจ็บแผลมาซามุเนะก็ฟื้นขึ้นมาทันได้ยินการสนทนาของคนทั้งสามนอกเรือนพอดี

            ดาบทั้ง 6 เล่มของท่านมาซามุเนะ...กับเกราะเก่าแก่ประจำตระกูลทาเคดะ...เจ้านั่นจะหยามกันเกินไปแล้ว”  โคจูโร่กัดริมฝีปาก พลางดวงตาของนักรบก็วาวโรจน์ขึ้นด้วยโทสะแต่ยังเต็มไปด้วยความรอบคอบ

            ข้าจะไปรายงานนายท่าน”

            ไม่ต้อง! นี่เป็นปัญหาของพวกเราเอง ไม่ต้องการเป็นหนี้บุญคุณทาเคดะไปมากกว่านี้หรอก อีกอย่างทาเคดะก็คงไม่มอบของสำคัญเช่นนั้นให้เพื่อแลกกับตัวประกันที่เป็นคนของทัพอื่น”

            แต่ว่า!”  เด็กหนุ่มตั้งใจจะท้วงให้ถึงที่สุด แต่เสียงของซาสุเกะก็แทรกเข้ามา

            ยูกิมุระ! แบบนี้ถูกต้องแล้ว” 

            อ๊ะ...”  ยูกิมุระไม่เข้าใจว่านี่คือสิ่งที่ถูกต้องได้อย่างไร นายท่านของเขาไม่ใช่คนเห็นแก่ตัวอย่างแน่นอน แล้วเรื่องที่โคจูโร่จะเดินทางไปเพื่อมอบดาบทั้ง 6 เล่มของมาซามุเนะให้อีก หากของกำนัลไม่ครบ คนจะได้กลับมาหรือ

            ห้ามบอกท่านมาซามุเนะเด็ดขาด ถ้าท่านถามหาบอกว่าเจ้าพวกนั้นตายแล้วที่นากาชิโนะ”

            มีคนมากวนใจถึงที่ขนาดนี้ จะปล่อยให้ผ่านไปได้ยังไง? โคจูโร่” 

    &n