สวัสดีค่ะ ~ ตอนที่ 4 มาแล้วค่ะ เชิญอ่านได้เลย

Warning : fan-fiction เรื่องนี้ เป็นแนว Yaoi หรือ ชายรักชายค่ะ หากท่านไม่มีความสนใจทางด้านนี้ เชิญกลับออกไปได้ค่ะ และขอความกรุณาผู้ที่จะนำไปลงที่อื่น (แม้จะมีหรือไม่มีก็ตาม ก็ไม่ได้เขียนเก่งไรถึงขั้นว่าจะมีใครเอาไปลงที่อื่นหรอก แต่ของแบบนี้เขาเรียกกันไว้ก่อนน่ะค่ะ) ว่าบอกเราซักนิด เครดิตชื่อคนเขียนอย่างเราซักหน่อย จะขอบคุณมากค่ะ

Sengoku Basara Fan-Fiction (ประหลาด)

Masa x Yuki

-A road in Dream-

 

           “ไม่ต้องตามมาหรอก ยูกิมุระ...”  เด็กหนุ่มชะงักฝีเท้าลงเมื่อถูกผู้เป็นนายเอ่ยห้าม...ในขณะที่ทั้งคู่กำลังก้าวเข้าสู่เรือนในพื้นที่ส่วนตัวของชินเก็นเอง

            ตะ...แต่ว่านายท่าน”  เด็กหนุ่มเป็นกังวลเรื่องแผนการของโนบุนางะจนไม่อยากห่างจากนาย ดังนั้นจึงเอ่ยท้วง

            ข้าอยากจะไว้อาลัยให้กับ ทาเคจิโยะ (โตกุกาวะ อิเอยาสึ) สักครู่”  ร่างอันสูงใหญ่หายลับเข้าไปภายในเรือนนอน...จากประโยคเมื่อครู่จึงทำให้ยูกิมุระทำได้แค่เพียงยืนรออยู่ที่สวนนอกเรือนเท่านั้น...

             ชินเก็นและอิเอยาสึรู้จักนับถือกันมานาน อิเอยาสึเองก็เป็นคนหนุ่มที่มีปณิธานอันแรงกล้าในการจะรวมแผ่นดิน ด้วยนิสัยของชินเก็นซึ่งชื่นชอบและสนับสนุนคนรุ่นใหม่อยู่เสมอ คงจะอดเสียใจและเสียดายกับการตายก่อนเวลาอันควรของคนหนุ่มไม่ได้...

             เด็กหนุ่มเองก็รู้สึกเศร้าใจเช่นกัน...ทั้งที่อิเอยาสึซึ่งเป็นพันธมิตรกับโอดะนั้น เมื่อครั้งศึกที่นากาชิโนะ ก็อุตส่าห์ยอมเป็นหน้าด่านให้อย่างสัตย์ซื่อแท้ ๆ แต่สิ่งที่ได้รับตอบแทนกลับเป็นการหักหลังอย่างเจ็บปวดที่สุด...

             ท่านอิเอยาสึ...”

             แล้วผู้คนของมิคาวะ จะอยู่ได้อย่างไรเมื่อไม่มีผู้นำแคว้นอีกต่อไปแล้ว...

             ยิ่งคิด...ยูกิมุระก็ยิ่งรู้สึกเจ็บใจ...มือเรียวกำแน่นอย่างไม่รู้ตัว

             เกิดกลัวขึ้นมาหรือ? เจ้าแดง”  น้ำเสียงเยาะดังขึ้นด้านหลัง เมื่อสมองแยกแยะได้แม่นยำว่าเป็นเสียงใคร เด็กหนุ่มจึงหันไปเผชิญหน้ากับเจ้าของเสียงทันที

             ข้าชื่อยูกิมุระขอรับ ท่านดาเตะ แล้วที่ว่ากลัวนั่น ข้าไม่ได้รู้สึกอย่างนั้นแม้แต่น้อย”  ดวงตาสีดำสุกใสจ้องมองอีกฝ่าย พลางตอบอย่างซื่อตรง

             Ok  มาซามุเนะยักไหล่ พลางนั่งลงบนหินขัดสีขาวนวลซึ่งจัดวางอยู่ใต้ต้นเมเปิ้ลที่ใบยังคงเป็นสีเขียวสด เมฆฝนเบื้องบนยังครึ้มและทวีความมืดดำมากขึ้น ชายหนุ่มแหงนหน้ามองท้องฟ้าสีเทา สูดรับลมซึ่งหอบเอากลิ่นฝนจาง ๆ จากที่ไกลเข้าเต็มปอด...

             ปลายผ้าคาดศีรษะสีแดง กับเส้นผมสีน้ำตาลกำลังพลิ้วไหวไปตามแรงลม...

             จอมมาร...จะส่งใครมาที่นี่กันนะ”  ดวงตาคมของชายหนุ่มมองปลายผ้าคาดสีแดงนั้นกำลังเต้นรำกลางสายลม พลางรำพึงออกมา...

             เอ๊ะ?”

             พันธมิตรตะวันออกไม่ได้รวมตัวอยู่ในที่เดียวกัน...คิดจะกำจัดพวกเราก็น่าจะกำจัดภายในเวลาไล่เลี่ยกัน เพื่อไม่ให้รวมตัวกันได้” 

            “นอกจากอาเคจิแล้ว...ยังมีท่านหญิงโนภรรยาของจอมมาร แล้วก็โมริ รันมารุอีกด้วย”  ยูกิมุระเสริม นึกถึงท่านหญิงที่ใช้อาวุธตะวันตกถล่มทาดาคัทสึจนอิเอยาสึต้องไร้การป้องกันและถูกฆ่าในที่สุด...

            “ใช่...บางทีทั้งเอจิโกะ และที่นี่ อาจจะถูกทั้งสามคนนั้นแทรกตัวเข้ามาแล้วก็เป็นไปได้”

            “ถ้าอย่างนั้น...!”

            “แต่...ถ้าคิดอีกอย่าง...อาศัยโอกาสนี้สวมรอยกำจัดตาลุงทั้งสองคนก็น่าจะได้ผล”  มาซามุเนะกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยราวกับสายลม

            “ท่านดาเตะ”  ทว่า เด็กหนุ่มไม่ได้รู้สึกสบาย ๆ เช่นนั้น ยูกิมุระยืนตัวตรง พลางส่งน้ำเสียงเข้มกลับไป

            “ไม่คิดว่าข้าจะฉวยโอกาสอะไรแบบนี้บ้างหรือ?”  มาซามุเนะลุกขึ้นจากหินขัด มือขวาแตะด้ามดาบเล่มที่ เบา ๆยูกิมุระในเวลานี้ไม่ได้นำหอกคู่ติดมือมาด้วย ในพื้นที่ส่วนตัวซึ่งเป็นเรือนนอนของนาย ไม่ค่อยจะมีพวกทหารยามเข้ามา จะมีก็แต่เพียงพวกนินจาของซาสุเกะซุ่มอยู่บ้างเท่านั้น ด้วยฝีมือของมังกรตาเดียวคนนี้ซึ่งได้ประมือมาแล้ว...โอกาสที่ว่าคงจะฉวยได้ไม่ยากนักจริง ๆ

            ลม...พัดพาเอาใบไม้แห้งหลุดจากกิ่งหมุนวนอยู่กลางอากาศ ก่อนจะตกลงสู่พื้น...

           ทว่า...

           “ไม่คิดขอรับ...ท่านไม่ใช่คนที่ใช้เล่ห์กลโกงแบบนั้น”  ยูกิมุระตอบคำถามด้วยน้ำเสียงมั่นคง...ความรู้สึกซึ่งต้องการปกป้องนายทหารของตนเองที่แม้บาดแผลฉกรรจ์ก็มิอาจห้ามได้ของชายหนุ่มนั้น ยังคงชัดเจนในห้วงความคิด เขาชื่นชมสมบัติล้ำค่าที่มาซามุเนะหวงแหน...เมื่อรวมกับความถือดีที่เจ้าตัวมี ไม่ว่าอย่างไรการเชื่อในความรู้สึกนั้น ต้องไม่ไร้ค่าแน่นอน

           ‘เจ้าต้องการเวที...มังกรตาเดียว...เวทีที่เจ้าเพียงคนเดียวจะสามารถเหยียบย่ำได้’ 

          คำตอบของยูกิมุระทำให้นึกไปถึงคำพูดของชินเก็น...ชายหนุ่มจึงคลายมือออกจากด้ามดาบ...

          “บุญคุณของทาเคดะ ข้าสัญญากับตาลุงว่าจะตอบแทนในการร่วมพันธมิตรครั้งนี้...แต่หลังจากนั้น ทาเคดะ และ โอชู ก็คือศัตรูกัน” 

          “...ข้าทราบดีอยู่แล้ว”  เสี้ยววินาทีที่ประสานสายตา ก่อนดวงตาสีดำสดใสจะเบือนหนีไป เด็กหนุ่มได้เก็บกลืนคำพูดซึ่งหัวใจกำลังจะเปิดเผยมันออกมาจนสิ้น หลงเหลือเพียงประโยคที่สมองได้แต่สั่งการออกไปเท่านั้น...

          ในที่สุด หยาดพิรุณเม็ดแรกก็ละทิ้งท้องฟ้า และร่วงหล่นลงมาบนผืนดิน...

          ทว่า...สิ่งที่กระทบถูกร่างของเด็กหนุ่ม กลับไม่ใช่...สายฝน

          “อ๊ะ?!”  ดวงตาสีดำสะท้อนเกราะสีน้ำเงินบนอ้อมแขนชายหนุ่มซึ่งโอบล้อมรอบตัวของเขาไว้

          เพียงในชั่วพริบตาเดียว นักรบซึ่งเปี่ยมประสบการณ์เช่นเขา

         กลับถูกผู้อื่นกอดไว้ในอ้อมแขนอย่างง่ายดาย...แม้ไม่ได้รู้สึกถึงผิวเนื้อโดยตรง แต่ก็ทำให้ร่างเพรียวหยุดชะงัก พร้อม ๆ กับอุณหภูมิที่พุ่งขึ้นสูงบนใบหน้า...

         หยาดพิรุณจากฟ้า เริ่มหยดลงมาทีละน้อย...

         “ทะ...ท่านดาเตะ...”

         “มาซามุเนะ” 

         “เอ๊ะ?”

        “เรียกชื่อข้าสิ...ยูกิมุระ”  น้ำเสียงเยาะหยันอยู่เสมอนั้น ยามนี้กลับบางเบาราวสายลมพัดผ่านให้หัวใจสะท้านไหว...ใบหน้าอ่อนเยาว์สะท้อนสีระเรื่ออย่างปิดไม่มิด ทว่า ดวงตากลับซุกซ่อนอยู่เบื้องหลังเปลือกตา

        มาซามุเนะกระชับวงแขนแน่นขึ้น พลางซบศีรษะลงบนลาดไหล่ของเด็กหนุ่ม...

        การลอบสังหารบุคคลซึ่งเป็นผู้นำนั้น...เป็นการจัดวางอันน่ารังเกียจของกระบวนการช่วงชิงอำนาจมาทุกยุคทุกสมัย ชายหนุ่มเชื่อใจโคจูโร่ และไม่ได้คิดมากมายนักเกี่ยวกับตนเอง ทว่า เมื่อได้มาไตร่ตรองเรื่องของทาเคดะแล้ว...

        มาซามุเนะ ก็เกิดกลัวขึ้นมาจนอดรนทนไม่ได้ ที่จะมาพบหน้ายูกิมุระ...

        ทนไม่ได้ หากเกิดอะไรขึ้นกับคนที่อยู่ในอ้อมแขนนี้...

        “ยูกิมุระ” 

        “อึ๊ก”  เมื่อได้ยินเสียงของชายหนุ่มเรียกซ้ำอยู่ข้างหู ราวกับมีบางอย่างทิ่มแทงรุกล้ำเข้ามาอย่างไม่เกรงใจ ทำให้ร้อนผ่าวไปทั้งร่าง ทว่า กลับไร้ซึ่งเรี่ยวแรง ยูกิมุระหลับตาแน่น

        “ขะ...ข้าไม่...ป่านนี้แล้ว...” 

       ป่านนี้แล้ว...นี่ก็คงเป็นเพียงการกลั่นแกล้งอันแสนสนุกของท่านอีกครั้ง

       ทำไม?

       ใบหน้าอันร้อนรุ่มของเด็กหนุ่ม ถูกหยาดฝนหยดน้อยตกลงมากระทบ แล้วค่อยทอดตัวลงมาราวกับน้ำตา ยูกิมุระสะดุ้งเมื่อรู้สึกถึงปลายลิ้นของอีกฝ่ายกำลังแย่งชิงความเย็นเยือกของหยาดฝนบนแก้มนั้นไป

        “ทำไม...ต้องบังคับข้าด้วย”

        “.....”  มาซามุเนะไม่ตอบ อีกครั้งที่ยูกิมุระรู้สึกได้ว่าเลือดในกายเดือดพล่าน...ไม่แค่เพียงครั้ง แต่ถึงสองครั้ง ทุกครั้งที่ถูกทำให้สับสนเพราะความอ่อนโยนเพียงชั่วขณะหนึ่ง...จะจบลงด้วยความโกรธและอับอาย

        “ปล่อย!”  เด็กหนุ่มกระแทกศอกไปด้านหลัง ทว่า ปฏิกิริยาของนักรบนั้นแม้บาดเจ็บก็ไม่ถูกทำร้ายเอาง่าย ๆ แน่นอน...มาซามุเนะคลายอ้อมแขนออกพลางถอยไปห่างจากร่างเพรียว 2-3 ก้าวได้ทัน

        ยูกิ....!”

        ทว่า...ครั้งที่สองนี้ กลับตอกย้ำให้รู้ซึ้งถึง ‘ความเสียใจ’

        หากมีครั้งต่อ ๆ ไปอีก เปลวไฟคงเผาไหม้หัวใจจนกลายเป็นเถ้าถ่าน หลงเหลือเพียงฝุ่นควัน...

        “ฮึก”  หยาดน้ำตาเจือสายฝนไหลหลั่งบนผิวแก้ม...ยูกิมุระกำมือแน่น ปล่อยให้สายฝนซึ่งเริ่มหนาหนักบดบังสีหน้าของตนเองเอาไว้

        “อย่าร้องไห้สิ”  มือสากโอบแก้มนุ่มเบา ๆ ความอ่อนโยนที่สัมผัสได้นี้ไม่ใช่เรื่องโกหก ยิ่งทำให้เด็กหนุ่มรู้สึกไม่เข้าใจมากขึ้นไปอีก

       “ท่านต้องการอะไรกันแน่...”

       กอดเบา ๆ ราวกับเป็นของสำคัญ

       แต่ก็ทำร้าย ด้วยคำพูดต่าง ๆ นานา

       “ทำไมต้องทำแบบนี้กับข้า”  สายฝนหนาหนัก บดบังสีแดงเข้มราวดอกสึบากิไปเกือบหมด ทัศนียภาพที่ดวงตาซ้ายเพียงดวงเดียวมองเห็นนั้น ราวกับกำลังเลือนหายไป

       ‘ทำไม’

       หากได้รับคำตอบแล้ว พวกเราจะเปลี่ยนไปเช่นไรกัน

       มาซามุเนะ ใช้นิ้วโป้งตัดผ่านทางน้ำตาเจือหยาดฝนบนแก้มอีกฝ่ายเบา ๆ ดวงตาสีดำซึ่งจ้องมองมาอย่างซื่อตรงและเจ็บปวดนั้น ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกว่าที่ยืนของตนเองกำลังพังทลายลง...ทั้งตัวตน ทั้งปณิธาน เรื่องของโอชู ทาเคดะ แม้กระทั่งการรวมแผ่นดิน...ราวกับเป็นเรื่องอื่น ทั้งยังไร้ซึ่งความสำคัญ...

        เมื่อนิ้วชี้สัมผัสบนริมฝีปากนุ่ม รู้สึกได้ถึงความชุ่มฉ่ำเจือกลิ่นอุ่น ๆ ของร่างกาย สีแดงที่คล้ายดอกสึบากิ ราวกับเปลวเพลิงไหวระริก กำลังเผาไหม้จากปลายเท้าขึ้นไปจนแทบจะหายใจไม่ออก...

       คำตอบที่คนตรงหน้าอยากได้...

       เขาจะไม่เอ่ยออกมาเด็ดขาด...

       มาซามุเนะ เผยรอยยิ้มขื่นเป็นภาพสะท้อนในดวงตาสีดำเพียงชั่วขณะหนึ่ง

      ความสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เอื้อมมือไขว่คว้าเอาไว้ พาให้หัวใจสั่นไหวอย่างห้ามไม่อยู่

      ดวงตาของมังกรซึ่งเผยความสมเพชตนเองออกมา อย่างไว้ศักดิ์ศรี บน