สวัสดีค่ะ ตอนที่ 5 แล้วเนะ เอามาเปลี่ยนบรรยากาศ anime บ้างละกัน

Warning : fan-fiction เรื่องนี้ เป็นแนว Yaoi หรือ ชายรักชายค่ะ หากท่านไม่มีความสนใจทางด้านนี้ เชิญกลับออกไปได้ค่ะ และขอความกรุณาผู้ที่จะนำไปลงที่อื่น (แม้จะมีหรือไม่มีก็ตาม ก็ไม่ได้เขียนเก่งไรถึงขั้นว่าจะมีใครเอาไปลงที่อื่นหรอก แต่ของแบบนี้เขาเรียกกันไว้ก่อนน่ะค่ะ) ว่าบอกเราซักนิด เครดิตชื่อคนเขียนอย่างเราซักหน่อย จะขอบคุณมากค่ะ

 

Sengoku Basara Fan-Fiction (ประหลาด)

Masa x Yuki

-A road in Dream-

            น้ำ...ซึ่งนำพาตนเองอย่างอ่อนโยน...

            บางครั้ง...ก็รุนแรงราวกับจะมอบบทลงโทษให้แก่ผู้คน...

            น้ำที่รุนแรงนี้ ทำให้ดินแดนของไค ต้องจมอยู่ภายใต้นั้น...

            นำพาความโศกสลด มาสู่ผู้คน

 

*********************************

 

            ทาเคดะ ชินเก็น ถูกพบร่างอยู่ริมแม่น้ำ พร้อมกับยูกิมุระ...ชายซึ่งเป็นผู้นำแห่งดินแดนนี้ นำพาทุกคนไปสู่แสงสว่างฤดูใบไม้ผลิอันสดใส บัดนี้กลับนอนนิ่ง หลับใหล...ด้วยสีหน้าอันซีดเซียว...

            บรรดาทหารของทาเคดะ ผู้คนแห่งไค ต่างพากันนิ่งเงียบ ทั้งยืน และนั่งเฝ้า ‘นายท่าน’ ด้วยสีหน้าเป็นทุกข์เหมือนกันทุกคน...

            ข่าวที่อุเอสึงิ  เคนชิน มังกรแห่งเอจิโกะ ก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสด้วยฝีมือ ท่านหญิงโน และโมริ รันมารุ ยิ่งทำให้ทุกคนใจหาย พันธมิตรตะวันออกในเวลานี้ เหลือผู้นำเพียงแค่คนเดียว คือ ดาเตะ มาซามุเนะ แห่งโอชู เท่านั้น

            ยูกิมุระ เอาแต่นิ่งเงียบ..อยู่ข้าง ๆ ชินเก็น

            ข้าได้ข่าวมาว่า โนบุนางะ เคลื่อนกำลังพลไปที่ยามาชิโร่ บางทีอาจพักที่วัดฮอนโนจิ เพื่อเตรียมตัวบุกดินแดนแถบทะเลเซโตะก็เป็นได้”  หลังจากที่ได้พบกับคาซึงะซึ่งมุ่งมั่นจะไปจัดการโนบุนางะเพื่อแก้แค้นด้วยตนเองแล้ว ซาสุเกะที่กลับมาไม่ทันเหตุร้ายของชินเก็น ก็ได้รวบรวมสติส่งนินจาออกไปสืบข่าวอีกครั้งในเวลาอันย่ำแย่เช่นนี้เพื่อให้ใช้ข้อมูลเป็นแนวทางในการตัดสินใจของมาซามุเนะ

            ไม่น่าเป็นไปได้ ทั้งโมริ และ โจโซคาเบะ คานอำนาจกันมานาน ทั้งยังมิได้ประกาศความเป็นศัตรูกับโอดะเหมือนพวกเรา ถ้าคิดจะโจมตี โอดะน่าจะโจมตีพวกเรามากกว่า”  โคจูโร่ออกความเห็น ซึ่งทุกคนในที่นั้นก็เห็นพ้องต้องกัน และคอยฟังสิ่งที่ชายหนุ่มเอ่ยต่อมา

            ...น่าจะเป็นกับดัก จากศึกที่นากาชิโนะ พวกเราสูญเสียไพร่พลเป็นจำนวนมาก จึงไม่พร้อมที่จะทำศึก แถมทั้งพยัคฆ์แห่งไค และเทพสงครามแห่งเอจิโกะ ก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสโอดะควรจะฉวยโอกาสนี้ กำจัดพวกเราให้สิ้นซาก แล้วค่อยไปโจมตีแถบทะเลเซโตะก็คงมิช้าไปหรอก”

            ถ้าเช่นนั้น มาเอดะ เคย์จิ ก็ยังพอมีเวลาที่จะไปเกลี้ยกล่อมผู้นำทั้งสองได้ ส่วนการเคลื่อนพลไปยามาชิโร่ ก็คือกับดักที่ล่อให้พวกเราไปติดกับนั่นเอง”  ซาสุเกะสรุปทุกอย่าง พลางดวงตาของนินจาอันคมกริบก็หันไปมองยูกิมุระที่นั่งนิ่งราวกับอยู่ในภวังค์

            ตอนนี้ กำลังพลที่เหลืออยู่ของทั้งโตกุกาวะ และ อาไซ  ปรารถนาจะแก้แค้นให้นายของพวกเขา ความรู้สึกเหล่านั้น เวลานี้ ทาเคดะ และ อุเอสึงิ ก็ได้เข้าใจอย่างถ่องแท้เช่นกัน”  ซาสุเกะย้ำชัดทุกถ้อยคำ ทั้งดวงตาก็ยังไม่ละไปจากร่างที่ดูราวกับไร้ชีวิตของเด็กหนุ่ม เขาหวังจะให้ทุกคำสนทนานี้แทรกซึมเข้าไปถึงห้วงแห่งความเศร้า และแปรเปลี่ยนเป็นพลัง

            ให้เปลวเพลิงสีแดง ได้โชติช่วงในสนามรบ

            พวกเราไม่พร้อมจะทำศึกอยู่แล้ว...เพียงแค่ตั้งรับก็เต็มกลืนด้วยซ้ำ ถ้าโอดะคิดจะกำจัดพวกเรา ก็แค่ส่งกองทัพเข้ามาก็เพียงพอ แต่ถึงกับใช้วิธีลอบทำร้ายผู้นำแทนเช่นนี้ ก็เพื่อให้พวกเราหวาดกลัว...ให้พวกเราเคียดแค้น สร้างสงครามแห่งความแค้นไปทั่วทุกผืนดิน...”  โคจูโร่เอ่ยอย่างสุขุม พลางมองนายเหนือหัวที่ตั้งแต่ พบชินเก็น และยูกิมุระ ที่ปลายน้ำแล้ว ก็ยังไม่พูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว

            ดวงตาสีน้ำตาลข้างเดียวนั้น จ้องมองยูกิมุระ ที่ไม่ได้รู้สึกถึงตนเองเลยแม้แต่น้อย

            “...พวกนั้น เปลี่ยนแปลงความฝันที่จะรวมแผ่นดิน ให้หลงเหลือเพียงความอาฆาตแค้นเท่านั้น จากนั้นก็นั่งหัวเราะเยาะพวกเราซึ่งเต้นรำไปตามที่มันต้องการ...คนที่คิดแผนการเลว ๆ อย่างนี้ได้ จะมีก็แต่...”

            โคจูโร่”  เสียงของนายที่แทรกเข้ามาทำให้ชายหนุ่มหยุดชะงัก...ใบหน้าของมาซามุเนะค่อย ๆ คลี่ยิ้มออกเมื่อบ่าวหันมา

            ทำไม...เราไม่เดินเข้าไปในกับดักเสียเลยล่ะ”

            ท่านมาซามุเนะ?”

            ไม่ว่าอย่างไร ตอนนี้จอมมารก็อยู่ที่ยามาชิโร่ แล้ว ไม่ว่าจะตอนนี้ หรือครั้งหน้า เราก็ต้องได้เจอเจ้าอาเคจิแน่นอน ข้ารู้ว่าเจ้าต้องการบอกอะไร โคจูโร่” 

            ท่านมาซามุเนะ”  มังกรตาเดียวยิ้ม โคจูโร่ผู้เป็นบ่าว ซึ่งเป็นดั่งพี่ชาย ไม่เคยทำเขาผิดหวัง ไม่ว่าเมื่อไหร่ โคจูโร่ก็เข้าใจสิ่งที่เขาพูด สิ่งที่เขากระทำเสมอ ดังนั้น...

            มันไม่สู้กับข้าที่ แม่น้ำมิไดกาว่า เพราะมันต้องการให้ข้านำกองทัพไปเผชิญหน้ากับมัน แล้วจะได้กำจัดทุกคนให้สิ้นซากในคราวเดียว หึ!”

            “I’m MAD! (โกรธแล้วนะเฟ้ย!) มันไม่เห็นหัวข้าซักนิด!”  มาซามุเนะลุกขึ้น และโคจูโร่ผู้รู้ใจนายที่สุดก็เข้าใจความหมาย เขาจึงเอ่ยห้ามอย่างรวดเร็ว

            ท่านมาซามุเนะ! ข้าว่าควรจะให้พวกมันรอจะดีกว่า เมื่อมันหมดความอดทนแล้ว กว่าจะถึงเวลานั้น กำลังพลของแคว้นตะวันออกทั้งหมดก็น่าจะพร้อมแล้ว ไม่ว่ามาเอดะ จะเกลี้ยกล่อมทางเซโตะได้หรือไม่ พวกเราก็จะมีโอกาสมากกว่าตอนนี้ และบางทีเราก็อาจจะสามารถล้อมโอดะได้”

            หึ...แผนของลุงกับพ่อหนุ่มรักสนุกนั่น ถูกพวกนั้นดูออกหมดแล้ว...เป็นไปไม่ได้ที่จะปิดล้อม คนที่รู้ตัวว่าจะถูกล้อมอยู่แล้ว”

            แต่ว่า พวกเราควรจะรวมตัวกันไว้ หากแยกจากกันตอนนี้ล่ะก็...”

            เป็นอะไรไปโคจูโร่? ที่ผ่านมานี่ก็ไม่ใช่วิธีที่พวกเราทำมาตั้งแต่ต้นแล้วไม่ใช่หรือ?”  เมื่อประสานสายตาเข้าด้วยกัน โคจูโร่จึงนิ่งเงียบ

            ข้าถูกยิงที่นากาชิโนะ เจ้าก็ทำราวกับว่าเป็นความผิดของเจ้าทั้งหมด ทั้งที่ไม่ว่าเมื่อไหร่ เจ้าก็คอยระวังหลังให้ข้าอยู่เสมออยู่แล้วนี่, You see?”

            อะ...ท่านมาซามุเนะ หรือว่า?”  โคจูโร่เข้าใจในทันทีถึงความหมายที่นายต้องการจะบอก...

            แล้วเจ้าล่ะว่าอย่างไร? ซานาดะ ยูกิมุระ...”  เสียงของมาซามุเนะสะท้อนกลับไปมาภายในห้อง ทว่า เสียงนั้นไม่ได้ทำให้ยูกิมุระละสายตาจากนายหันมามองเขาได้

            การได้ตระหนักถึงสิ่งนี้นั้น ช่างเจ็บปวด

            แต่ที่ทำให้ไม่สบอารมณ์ยิ่งกว่า คือ เปลวเพลิงอันงดงามที่เขาหลงใหล กำลังมอดแสงลงอย่างน่าเสียดาย

            ข้า...นายท่าน...ขออภัยขอรับนายท่าน”  น้ำเสียงที่เคยสดใส กลับหมองหม่นลงอย่างคาดไม่ถึง

            ตอนที่อาเคจิโจมตีเข้ามา...ข้าไม่สามารถช่วยอะไรนายท่านได้เลย”

            นายน้อย! การที่คนสำคัญของแคว้นตกเป็นเป้าหมายของการโจมตี มันเป็นเรื่องของการแย่งชิงเหยียบย่ำผู้อื่นเพื่อให้ตนเองได้อยู่ในจุดสูงสุดของยุคนี้นะ ไม่ว่าเราหรือศัตรูก็ใช้วิธีการเดียวกันทั้งนั้น”  ซาสุเกะอดรนทนไม่ได้ เขาเองก็เพิ่งจะเคยเห็นท่าทีหมดอาลัยตายอยากของเพื่อนร่วมรบคนนี้เป็นครั้งแรกเช่นกัน...เวลานี้ เวลาที่ชินเก็นและเคนชิน ไม่สามารถจะสั่งการทัพอะไรได้ ยูกิมุระที่เปรียบเสมือนมือขวาของชินเก็น ต้องเป็นศูนย์รวมให้กับทุกคนในทาเคดะ...ทว่า กลับกลายมาเป็นแบบนี้เสียได้

            ท่านเข้าใจมั๊ย?”

             แต่...ข้า ไม่สามารถทำอะไรได้เลย แล้วยังดึงชาวบ้านที่ไม่เคยแม้แต่จะจับดาบ ต้องมาเดือดร้อนไปด้วย”

            งั้นก็ยิ่งต้องแสดงความโกรธให้พวกศัตรูได้เห็นสิ! ท่านจะคอยให้พวกโอดะมาจัดการถึงที่นี่เลยหรืออย่างไร?!”  เสียงตะโกนของซาสุเกะดังไปถึงด้านนอก บรรดานายทหารซึ่งนั่งอย่างซึมเศร้าเมื่อได้ยินประโยคนี้ ความโกรธแค้นที่เก็บสะสมไว้ก็ค่อยปะทุขึ้นมาภายในใจพวกเขาทีละน้อย

            ไม่ได้มีแต่ท่านหรอก ที่อยากจะอยู่ข้าง ๆ นายท่าน”  ซาสุเกะถอนใจ เมื่อได้ระบายออก ส่งผลให้ประโยคนี้เป็นคำปลอบใจเบา ๆ ระหว่างเพื่อน

            แต่ข้า....”

            ข้าไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรต่อไป...ข้ามันไร้ประโยชน์...”  มือของเด็กหนุ่มซึ่งกำแน่นบนหน้าขาตนเอง กำลังสั่นระริก เขาพยายามใช้มืออีกข้างจับมันไว้ ทว่า กลับกลายเป็นทั้งสองมือของเขาสั่นสะท้านไปพร้อม ๆ กัน

            “...ข้า...กลัว...”  ยูกิมุระซ่อนใบหน้าอันเจ็บปวดของตนเองภายใต้แสงเทียน  เมื่อเห็นดังนั้น มาซามุเนะจึงเลื่อนบานประตูเปิดออก พลางพาตัวเองผ่านบรรดาทหารของทาเคดะ ให้หยาดฝนเม็ดน้อยตกกระทบใบหน้าอันร้อนรุ่มด้วยความโกรธเกินจะยั้ง

            นายท่าน?”  เหล่าทหารแห่งโอชูซึ่งมารวมตัวกันได้เอ่ยปากเรียกนายเหนือหัว ถึงขนาดนี้แล้ว จากคำสนทนาที่พวกเขาได้ยิน ไม่ว่าอย่างไรมาซามุเนะก็คงจะเปิดศึกกับจอมมารเป็นแน่ พวกเขาไม่จำเป็นต้องเตรียมใจ เพราะพร้อมเสมอเพื่อติดตามนายไปทุกหนทุกแห่ง

            “Break it up (พอที)”  ชายหนุ่มรำพึงออกมา พลางสูดลมหายใจลึก

            ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ทัพดาเตะแห่งโอชูจะไม่มีอีกแล้ว!” 

            เสียงของชายหนุ่มก้องไปทั่วบริเวณ

            เป็นครั้งแรกนับจากชินเก็นบาดเจ็บ ยูกิมุระได้หันมามองมาซามุเนะ

            ท่าน...มาซามุเนะ...?”

            ข้าจะเด็ดหัวจอมมารด้วยตนเอง”  มาซามุเนะยิ้มพลางพูดอย่างมั่นใจ ทว่า บรรดาทหารแห่งโอชูต่างก็มีสีหน้ากังวลใจยิ่งนัก พวกเขารีบห้ามปรามนายเป็นการใหญ่

            นายท่าน!”

            ท่านแม่ทัพ! พวกเราขอตามไปด้วย!”

            ไม่ได้!”  ชายหนุ่มตวาดเสียงดัง จากนั้นรอยยิ้มมั่นอกมั่นใจซึ่งประดับบนมุมปากเป็นประจำก็ทำให้พวกนายทหารเหล่านั้นต้องหยุด

            นี่ไม่ใช่ปาร์ตี้ที่ข้าจะร่วมสนุกไปกับพวกเจ้าได้” 

            นะ...นายท่าน...”

            ท่านมาซามุเนะ!”  นที่สุดยูกิมุระก็ลุกขึ้นจากข้างตัวนาย ร่างอันเพรียวบางปราดเปรียวนั้น กระโดดมาตรงกลางระหว่าง มาซามุเนะ และ บรรดาทหารแห่งโอชูอย่างรวดเร็ว ซาสุเกะถึงกับยืนนิ่ง เพราะเขาเองได้ตัดใจแล้วว่า ในช่วงเวลาหลายวันนี้ คงไม่ทำให้ยูกิมุระออกห่างจากชินเก็นไปได้

            ท่านคิดจะทำอะไรขอรับ?! ถึงได้ปฏิเสธความหวังดีของผู้ที่ติดตามท่านเช่นนี้ ในครั้งที่พวกเขาถูกจับตัวไป พวกเขาพยายามอย่างยิ่งที่จะมีชีวิตรอดเพื่อให้ได้ช่วยเหลือท่านในวันข้างหน้า แต่ท่านกลับ...!”

            เฮอะ...เป็นคำพูดที่เชื่อถือไม่ได้เลยนะ”  ชายหนุ่มเอ่ยทะลุกลางคำพูดของยูกิมุระ ดวงตาสีน้ำตาลข้างเดียวนั้น ส่องประกายด้วยความโกรธ

            แถมยังออกมาจากปากของ ไอ้ขี้ขลาด ที่กลัวกะอีแค่เรื่องแค่นี้อีกด้วย!”

            มาซามุเนะโกรธที่เต้นไปตามแผนของมิตสึฮิเดะ

            โกรธที่โนบุนางะในยามพบกันครั้งนั้น มันทำให้เขาได้รู้จักความกลัว

            โกรธตัวเองที่ทำอะไรไม่ได้

            ตั้งแต่ชีวิตของนากามาสะ

            น้ำตาของท่านหญิงโออิจิ

            และเลือดของชินเก็น

            ยิ่งกว่านั้น...โกรธยูกิมุระ...ที่ลดคุณค่าของตนเองลง

            มือสากจากการจับดาบ คว้าที่สร้อยคอของเด็กหนุ่มอย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างเพรียวบางนั้นก็ปลิวตามแรงดึงมาอย่างง่ายดาย

            ไอ้ของแบบนี้ มันมีไว้เป็นแค่เครื่องประดับงั้นสินะ!”

            อึ๊ก!”  ยูกิมุระกัดฟัน สู้สายตากับชายหนุ่ม ในดวงตาสีดำคู่นั้นมีประกายแห่งดวงดาวริบหรี่ขึ้นมา

            ตั้งแต่ครั้งแรกที่พบกับเจ้า!”

            ข้าหลงใหลเจ้า’

            ข้าคิดว่าเจ้าเป็นคนที่เตรียมใจไว้แล้วถึงหนทางที่เต็มไปด้วยเลือด และพร้อมที่จะก้าวข้ามแม่น้ำแห่งความตายได้!”

            สีแดงของเจ้ารบกวนข้า...แต่ถึงอย่างนั้น’

            ข้า เพิ่งรู้ ว่า ภาพของเจ้าที่ข้าเห็น เคยคิดว่าเจ้าเป็น มันก็แค่ภาพลวงตาเท่านั้น!” 

            เปลวเพลิงอันงดงามกลางสนามรบยามเมื่อเจ้าวาดหอกสีแดงชาดไป ทำให้ข้า...’

            เชิญอยู่เฝ้านายท่านของเจ้าอย่างอับอายต่อไปเถอะ!”  มาซามุเนะผลักร่างอีกฝ่ายออกไป ดวงตาของมังกรเบือนสะบัดออกห่าง ราวกับไม่อยากแม้แต่จะมอง  ไร้คุณค่าที่จะให้ความสนใจ

            “....”  ยูกิมุระตั้งใจจะเอ่ยอะไรออกไป ทว่า เสียงไม่มีออกมาแม้แต่ครึ่งคำ

            เมื่อเห็นแผ่นหลังสีน้ำเงินค่อยห่างไป เปลวไฟกองน้อยในหัวใจก็ค่อยปะทุขึ้นมาเบา ๆ ภาพที่ถูกอีกฝ่ายหันหลังจากอย่างไม่ใยดีนั้น ทำให้หัวใจเจ็บแปลบจนต้องหลอกตัวเองด้วยการกัดริมฝีปาก...แม้มิอาจเทียบเท่าแต่ก็เพียงพอที่จะไม่ทำให้ขาก้าวตามโดยละทิ้งทุกสิ่งที่อยู่เบื้องหลังนี้ไปได้

            ในเมื่อศัตรูไม่คำนึงถึงศักดิ์ศรี และความภาคภูมิใจอีกต่อไป ท่านมาซามุเนะก็จะไม่คำนึงถึงเช่นกัน ท่านเข้าใจหรือไม่ ยูกิมุระ”  เสียงของโคจูโร่ดังมาจากด้านหลัง ในช่วงเวลาที่เงาร่างของมาซามุเนะได้หายไปจากสายตาเด็กหนุ่มแล้ว...

            “...ข้า...” 

            เข้าใจ...แต่ว่า”  เด็กหนุ่มหันหลังมองเข้าไปในเรือน...ปลายกิโมโนบนผืนผ้านวมของชินเก็นยังปรากฏอยู่ในดวงตา 

            จะละทิ้งไปได้อย่างไรกัน?

            การที่ได้ติดตามท่านชินเก็นมาหลายปี ท่านยังไม่เข้าใจอีกหรือ? กับอีแค่การโจมตีของอาเคจิเพียงเท่านี้ จะสามารถทำอะไร ‘พยัคฆ์แห่งไค’ ได้”  โคจูโร่เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบ พลางเปิดประตูเรือนเข้าไปแล้วคุกเข่าข้างร่างชินเก็น...

            ขอเสียมารยาทนะขอรับ”  ชายหนุ่มเปิดผืนผ้านวมด้านข้างออก สิ่งที่สะท้อนสู่ดวงตาสีดำราวดาราบนฟากฟ้า คือ มือข้างหนึ่ง...

            มือข้างนั้น กำแน่นเป็นรูปร่างของหมัดอันทรงพลัง...

            “...นายท่าน...”

            มือซึ่ง...มอบปณิธานอันยิ่งใหญ่บนแผ่นดินนี้ให้

            มือที่คอยสอนสั่ง ทั้งยังเป็นแสงสว่างนำทางในห้วงแห่งกลียุค

            มือ...ที่เคยลูบหัวอย่างอ่อนโยน

            มือนี้

            เป็นของชายผู้ซึ่งไม่ยินยอมกับการกระทำอันเลวร้ายเหล่านั้น

            ในเมื่อนายท่าน ยังมิพ่ายแพ้

            เขาจะทำตัวน่าอับอายอยู่เช่นนี้อย่างที่ มาซามุเนะพูดได้อย่างไร!

            ท่านมาซามุเนะ!”  สิ้นเสียงอันยินดีนี้แล้ว

            เด็กหนุ่มจึงก้าวขาออกไป

 

*********************************

            น้ำ...

            สายน้ำอันเชี่ยวกราก...

            ร่างอันใหญ่โตดูเล็กลงเรื่อย ๆ จากระยะทางอันห่างไกล

            เด็กหนุ่มพยายามยื่นมือออกไปจนสุดแขน ก็พบแต่เพียงความว่างเปล่า

            มีเพียงหยาดเลือดซึ่งหลั่งไหลเบื้องหน้าเท่านั้นที่นำทาง

            ทว่า...ช่างไกลเหลือเกิน

            ไกลแสนไกล...ไกล...แสนไกล

            นายท่าน!!”  เด็กหนุ่มตะโกนจนสุดเสียงแม้จะอึดอัดเพราะแรงดันน้ำ ทว่า เมื่อลืมตาขึ้นมา กลับพบว่าตนเองอยู่บนพื้นหญ้าอันอ่อนนุ่ม...

            ฝัน?”  ยูกิมุระหดมือซึ่งยื่นออกไปข้างหน้าอย่างลืมตัวกลับมา พลางสอดส่ายสายตาไปรอบ ๆ  จึงลำดับเหตุการณ์ทั้งหมดออกมาได้

            หลังจากออกจากไคแล้ว เด็กหนุ่มควบม้าตามหลังมาซามุเนะ มาเพียงลำพัง 2 คน โดยไร้ซึ่งกองทัพ เพื่อมุ่งหน้าสู่วัดฮอนโนจิ ที่ซึ่งกับดักแห่งคมเขี้ยวของจอมมารฟ้าที่ 6 กำลังรอคอยอยู่ 

            ทั้งสองควบม้าจนตะวันตกดินแล้วจึงหยุดพักที่เนินเขาเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง ที่ซึ่งมีต้นซากุระกำลังออกดอกบานสะพรั่ง อวดสีสันราวกับเรืองแสงท่ามกลางท้องฟ้าดารดาษด้วยดวงดาว ยูกิมุระผูกม้าไว้แล้วจึงเอนตัวลงกับผืนหญ้า จนเผลอหลับตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่ทราบได้

            กลีบซากุระปลิดปลิวมาตามแรงลม

           ท่านมาซามุเนะ?”  เด็กหนุ่มลุกขึ้น เมื่อมองไม่เห็นอีกฝ่าย พลางเดินขึ้นเนินหญ้าเตี้ยจนพบม้า และเจ้าของมันนั่งอยู่ใต้ต้นซากุระใหญ่ ด้านข้างมีหมวกเกราะประดับจันทร์เสี้ยว และสุราซึ่งบรรจุในกระบอกไม้ไผ่ขนาดย่อมวางอยู่ข้างกัน

            ผู้นำแห่งโอชูคนนี้ใช้แผ่นหลังพิงลำต้นซากุระ พลางแหงนมองจันทราดวงโตบนฟากฟ้า

            ท่านไม่พักผ่อนหรือขอรับ”  มาซามุเนะไม่ตกใจแม้แต่น้อยเมื่อได้ยินเสียงเอ่ยทัก ชายหนุ่มเทสุรารสชาติเข้มข้นลงในกระบอกไม้ไผ่ที่ใช้แทนถ้วยพลางตอบ

            ก็กำลังพักอยู่นี่ไง”

            ข้าหมายถึงนอนหลับต่างหาก”  ยูกิมุระพูดเบา ๆ พลางนั่งลงข้างกัน

            กลีบซากุระชมพูอ่อนเรืองรองใต้แสงจันทร์หล่นลงในถ้วยสุราพอดิบพอดี 

            ข้านอนไม่หลับ”  มาซามุเนะยกถ้วยไม้ไผ่กลืนสุราสีใสลงคอจนเหือด แล้วจึงลุกขึ้นเดินลงเนินไป

            ท่านมาซามุเนะ?”

            ทีหลังอย่าลืมอาวุธไว้ที่ไกลตัวสิ”  เด็กหนุ่มรับหอกคู่จากมาซามุเนะ ดวงตาสีดำมองดูด้ามและปลายใหม่เอี่ยม ขณะที่มาซามุเนะลงนั่งที่เดิม

            กุเร็นคู่นี้...หักไปตอนที่สู้กับท่านฮอนดะ นายท่านจึงให้ช่างทำให้ข้าใหม่...”  มือเรียวลูบด้ามหอกเบา ๆ โดยไม่ได้สังเกตุเห็นดวงตาสีน้ำตาลซึ่งกำลังมองจ้องมา

            เป็นนายที่ดี”

            ขอรับ...ถ้าเป็นไปได้ ข้าจะรับใช้นายท่านไปตลอดชีวิต” 

            งั้นหรือ?”  มาซามุเนะวางถ้วยสุราเปล่าลงกับพื้นหญ้า ฝ่ามืออุ่นแตะผิวแก้มอีกฝ่ายเบา ๆ ทำให้ยูกิมุระละสายตาจากอาวุธคู่สีแดงชาด มาหาตน

            ชายหนุ่มยิ้มจาง นึกสมเพชตัวเองอิจฉากระทั่งอาวุธที่ไร้ชีวิต

            ท่านมาซามุเนะ?”

            ข้าจะดื่มเหล้าชมจันทร์ เจ้าก็รำหอกให้ข้าดูสิ”

            เอ๋?!”  ยูกิมุระเบิกตาโต

            ปกติแล้ว เวลาข้าดื่มเหล้าชมจันทร์ โคจูโร่จะจัดนางรำมาให้ข้าด้วย ตอนนี้ไม่มีนางรำ มีแต่เจ้า เจ้าก็ต้องรำให้ข้าดู”  มาซามุเนะยิ้มกับกิริยาของเด็กหนุ่ม แถมยังโกหกคำโตอีกด้วย...

            ขะ ข้ารำเป็นที่ไหน”

            ก็เวลาที่เจ้าฝึกซ้อมนั่นแหละ การรำอาวุธก็เป็นศิลปะอย่างหนึ่ง 

            แต่ข้า”

            ถึงอย่างไรก็นอนไม่หลับกันอยู่แล้วนี่”  มาซามุเนะรุนหลังเด็กหนุ่มให้ลุกขึ้น ยูกิมุระมีสีหน้าอ่อนใจอยู่ในที พลางนึกไปว่า พวกผู้นำแคว้นเป็นอย่างนี้กันหมดทุกคนหรือเปล่า

            เอาแต่ใจ”  ยูกิมุระบ่นพึมพำ พลางหยิบหอกคู่ขึ้น

            ใช่แล้ว...ข้ามันเอาแต่ใจ”  มาซามุเนะนั่งชันเข่ายิ้มรับ มือขวาถือถ้วยบรรจุสุราอยู่เต็ม ท่ามกลางกลีบซากุระที่ปลิดปลิว สีน้ำเงินเข้มที่ฉายในดวงตาเด็กหนุ่มนั้น แปลกแยก ทว่า สวยงาม

            เมื่อดวงตาสีน้ำตาลคมละจากถ้วยสุรามาสบ ยูกิมุระจึงรู้สึกตัว

            ที่ถึงแม้จะเบื่อหน่าย แต่ก็ยอมทำตาม

            ที่ดีใจ และ เสียใจ กับการกระทำเพียงแค่เล็กน้อยของอีกฝ่าย

            ที่เพียงแค่ถูกมอง...หัวใจก็ราวกับถูกเผาไหม้...

            ที่แท้แล้ว...

            ยูกิมุระ?”

            อ๊ะ...มะ ไม่มีอะไรขอรับ...”  เด็กหนุ่มหันหลังอย่างรีบร้อน หัวใจซึ่งยังเต้นไม่เป็นจังหวะนั้น ทำให้ต้องกำด้ามหอกแน่นขึ้นอีก

            ปลายหอกแหลมมันวาว สะท้อนแสงจันทร์นวลตากำลังถูกยืดออกไปสัมผัสกลีบซากุระอ่อนบาง พลางวาดลงเกิดเป็นประกายคล้ายจันทร์เสี้ยวชั่วพริบตา ก่อนจะตัดปลายผืนหญ้าเขียวสดชุ่มน้ำค้างกระเซ็น

            ในดวงตาสีน้ำตาลเพียงข้างเดียวนั้น สะท้อนปลายผ้าคาดผมสีแดงซึ่งกำลังเต้นรำราวกับเปลวเพลิง

            ในดวงตาสีดำคู่สวย สะท้อนสุราสีใสประดับกลีบซากุระบนริมฝีปากชายหนุ่ม

            มาซามุเนะกำลังยิ้ม

            เมื่อยูกิมุระตวัดหอกแดงคู่ขึ้นบนผืนฟ้าสีดำประดับดวงดาว ดาบคาตานะคมขาวก็วาดมาปะทะพอดิบพอดี

            ท่านมาซามุเนะ?!”

            ทั้งคู่คานกำลังกันเพียงครู่หนึ่ง ก็ผละออกจากกัน ผู้นำแห่งโอชูตั้งดาบเหนือหัวในแนวนอน พลางเผยยิ้มพราย

            “COME at me! (เข้ามาเลย!)” 

            เด็กหนุ่มเบิกดวงตาซื่อสีดำเล็กน้อย ทว่า มือเรียวซึ่งกำ ดอกบัวเพลิง (กุเร็น) ก็ขยับแยกมันออกจากกัน หนึ่งบน หนึ่งล่าง อย่างรัดกุม

             มาซามุเนะตวัดดาบแหวกฝ่าอากาศแทงตรงไปด้านหน้า ยูกิมุระรับน้ำหนักรุนแรงเหล่านั้นด้วยด้ามหอกไขว้

            ย๊าก!!”  เด็กหนุ่มใช้แรงผลักอีกฝ่ายออก มาซามุเนะจึงกระโดดถอย ทั้งคู่ยืนประจันหน้าห่างกัน 2 ช่วงตัว

            ซากุระลำต้นงาม ขาวอมชมพูจางสว่างใต้แสงจันทร์ ปล่อยกลีบร่วงหล่นราวกับสายลมฉุดกระชาก

            พร้อม ๆ กับที่สายฝนซากุระปลิดปลิวว่อน ทั้งคู่แลกดาบและหอกปะทะกันจนเกิดเสียงและประกายแสงแปลบปลาบราวดอกไม้ไฟ ทำให้ซากุระซึ่งปลิดปลิวอยู่อย่างเสรี ถูกฟันแยกขาดสะบั้นร่วงหล่นเป็นริ้วทาง

            อุณหภูมิของร่างกายเพิ่มสูงขึ้น แม้ยังอยู่ในยามราตรีอันเย็นเยียบ

            มาซามุเนะตวัดดาบจู่โจมด้านบนแต่ถูกด้ามหอกรับเอาไว้ได้  ยูกิมุระแบ่งแยกสมาธิตั้งรับ พลางใช้หอกอีกด้ามหมายจู่โจมที่ขาของอีกฝ่าย ทว่า ปลายหอกแหลมนั้นได้หยุดลงก่อนที่มาซามุเนะจะใช้คาตานะอีกเล่มเข้าขัดขวางพอดิบพอดี

            ยูกิมุระ?!”  ดาบคาตานะและหอกคู่กุเร็นหล่นลงบนพื้นหญ้าพร้อม ๆ กับที่มาซามุเนะประคองร่างเพรียวเอาไว้ได้

            อะ...ข้า...  ยูกิมุระมองมือที่สั่นสะท้านของตนเองอย่างไม่เชื่อสายตา...พลางพยายามที่จะหยุดอาการโดยแทบจะขยี้ใบหญ้าต้นน้อยจนแหลกละเอียด

            ...เขากำลังกลัว....

            ถึงบุคคลที่จากมา ถึงข้างหน้าที่กำลังจะเดินไป

            หากเขาทำไม่สำเร็จ  หากต้องสูญเสียคนที่จากมา

            หาก...คนตรงหน้า ต้องหายไป เพราะตนเอง

            ยูกิมุระ!”  มาซามุเนะเรียกชื่อเด็กหนุ่มด้วยเสียงอันดัง ร่างที่ถูกโอบจึงรู้สึกตัว ดวงตาสีดำมองมาที่ใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างตื่นกลัว

            ...ข้า...ในตอนนั้น...นายท่านไกลออกไป ไม่ว่าข้าจะพยายามไขว่คว้า ยืดแขนจนสุดแค่ไหนก็ไปไม่ถึงท่านเลย ข้านึกว่าจะต้องสูญเสียนายท่านไปทั้งแบบนั้นแล้ว เพราะความผิดของข้า...  มือเรียวที่เคยจับด้ามหอกสีแดงชาดอย่างมั่นคงหลงเหลือแต่เพียงกำลังสั่นอย่างไร้ทางออก

            ในที่สุดน้ำตาหยดน้อยก็ร่วงหล่นลงบนผืนซากุระอ่อนบาง เด็กหนุ่มหลั่งน้ำตาออกมาเงียบ ๆ ไม่มีแม้เสียงสะอื้น ต่อหน้าผู้คนของทาเคดะเขาไม่สามารถทิ้งมันลงมาให้ใครเห็นแม้แต่น้อย

            ทว่า น้ำตาหยดที่สองกลับถูกช่วงชิงไปด้วยนิ้วมืออุ่นนิ้วหนึ่ง

            เจ้าจะไม่สูญเสียหรอก

            ท่าน...มาซามุเนะ  มือสากเลื่อนจากผิวแก้มมาสัมผัสเบา ๆ ที่ปลายคาง ดวงตาสีน้ำตาลเข้มอันงดงามซึ่งสะท้อนภาพตนเองแต่เพียงผู้เดียวกำลังเคลื่อนใกล้เข้ามา เพียงนิด ทีละน้อย...

            ยูกิมุระ จึงปิดเปลือกตาลง...

            ‘ในยุคสงครามเช่นนี้ ความรักที่เกิดกับศัตรูก็มีแต่ความเศร้าเท่านั้น’

            เด็กหนุ่มเข้าใจคำพูดของซาสุเกะอย่างถ่องแท้...ในวินาทีนี้เอง

            ซากุระ...ปลิดกลีบลงเบา ๆ ต้องริมฝีปาก ก่อนที่รสสุราร้อนแรงจะกลบกลืนสัมผัสจางนั้นไปมิหลงเหลือ

            ภายในค่ำคืนอันมืดมิดซึ่งถูกดวงดาวแย่งชิงความงามไปจนสิ้น ด้วยพายุซากุระ

            ด้วยลมหายใจที่หอบกระชั้นของเด็กหนุ่ม

            มาซามุเนะ โอบกอดร่างอุ่น ๆ ข้างใต้ไว้แนบแน่น...ดังปรารถนา

            ยูกิมุระปล่อยหยาดน้ำตารินไหลต้องผืนหญ้านุ่ม ก่อนจะได้รับการปลอบใจเป็นรอยจูบเบา ๆ ที่หน้าผากชื้นเหงื่อ  เด็กหนุ่มไม่คุ้นเคยกับการถูกสัมผัสเช่นนี้ ทำได้แค่เพียงไล่ตามความรู้สึกซึ่งกำลังพุ่งสูงขึ้น ที่ร่างเบื้องบนเป็นผู้มอบให้เท่านั้น

            ทั้งทาเคดะ

            ทั้งโอชู

            ทั้งเส้นทางที่พานพบ และ หนทางอันพรากจาก...

            จนกว่าราตรีนี้จะสิ้นสุด

            มีเพียง สองคน...

 

*********************************

 
อ่านแล้วคิดยังไงมั่ง เชิญ nekomasa x inuyuki จ้า
Credits : Capcom, Production I.G.

 

Comment

Comment:

Tweet

หวานเลยยยย cry

#11 By YULATY on 2011-10-21 20:38

ชอบฉากใต้ต้นซากุระ เหมือนกันเลย อิอิ
หวานได้อีก สมกับที่รอคอย 555+
ขอบคุณค่ะ สนุกมากเลย

#10 By แมวน้อย (180.183.215.164) on 2011-10-13 03:38

กรี๊ด!!!!!!!!! อร๊าย!!!!!!!! หวานแหววได้อีก โอ๊ย! ชอบการบรรยายของคุณจริงๆ แวบมาเจอฟิคเรื่องนี้ อ่านดู แล้วติดยาวค่ะ

ปล.ว่าแต่ เล่นใต้ต้นซากุระเลยเหรอ? แต่ก็โอเคนะ
ปล2. Good job! มาซาน่ารักมากเลยอ่ะ กี๊ซ!

#9 By 赤い こころ on 2011-01-16 10:18

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด -/////-
ฉากช่างเป็นใจ! หัวใจเต้นสุดๆปเลยค่า

#8 By NousagiMoE on 2010-12-22 18:28

ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาเม้นท์นะคะ ดีใจมาก ใกล้จะจบแล้วค่ะ เด๋วดู อนิเมภาค 2 ไปพลาง ๆ กันก่อนแล้วกันนะคะ จะเอา fic มาต่อให้อีกที

#7 By **ICZER^^** on 2010-07-21 16:10

กรี๊ดกร๊าดดดด
มาสะยูกิ
อ๊ากกกก (โดนตบ)

#6 By pandarock on 2010-07-18 18:35

โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
ตามมาสครีมตั้งแต่ตอนแรกค่ะ
ชอบคู่นี้มากๆเลย

ตอนนี้มันหวานอ่ะค่า~ ทั้งเศร้าทั้งงดงามไปในตัว
ยุกกี้โมเอ๊ ไปไหน>///< ถูกใจแม่ยกมากเจ้าค่ะ~
แอบชอบที่มาซาซังเอาแต่ใจ(แถมยังฉวยโอกาส?)ด้วย กู๊ดจ๊อบค่ะ!

อยากจะบอกว่า ถูกใจตั้งแต่เฮดบล็อกยันด้านขวา ด้านล่าง
ที่สำคัญ....
กล่องคอมเมนต์โมเอ๊มากกกก(me//นอนจมกองเลือด)

ขอบคุณที่แต่งฟิคดีๆของคู่นี้มาให้อ่านกันนะคะ

#5 By 【AN JING】 on 2010-07-18 17:35

ชอบคู่นี้ค่า ฉากซ่กุระ
ช่างงามและโรเมนติกจริงๆ ^///^

ตอนนี้หนูยูของแม่หวั่นไหวแล้ว แต่ว่าตกลงหนูโดน... แล้วเหรอจ๊ะ โฮกกก

#4 By * K R E T I S * on 2010-07-18 02:00

อ๊ากกกกกกกกกก

จับจองไว้เน่อ เพราะยังอ่านตอนแรกๆๆไม่เสร็จ

โฮรกกกกกกกกกกกกกกกกก

#3 By Yaoi_is_God on 2010-07-17 18:54

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

มาสะลูกแม่(ยก) รุกได้สักที๊ โฮะๆๆๆๆ
ชอบฉากใต้ต้นซากุระจังเลยพี่ไอซ์ เข้ากับแบ็คกราวบล็อกเด๊ะเลย อ่านไปดูซากุระร่วงไป โห ได้อารมณ์มากเลย แถมมาสะยังหวานได้อีก กิ๊ซซซซซ มะ ขอจูบทีเห๊อะ ทำตัวน่ารักได้ใจแบบนี้ต้องให้รางวัล

#2 By DaftDee (203.155.225.17) on 2010-07-17 18:30

กร๊าซซซซซซซซซซซซซซซซ
เจิมค่ะ เจิม งานนี้ขอเจิมเป็นคนแรก อ่านเสร็จแล้วจะเมนต์อีกรอบ ขอกรี๊ดก่อนเหอะ อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

#1 By DaftDee (203.155.225.17) on 2010-07-17 17:37