สวัสดีค่ะ ตอนที่ 5 แล้วเนะ เอามาเปลี่ยนบรรยากาศ anime บ้างละกัน

Warning : fan-fiction เรื่องนี้ เป็นแนว Yaoi หรือ ชายรักชายค่ะ หากท่านไม่มีความสนใจทางด้านนี้ เชิญกลับออกไปได้ค่ะ และขอความกรุณาผู้ที่จะนำไปลงที่อื่น (แม้จะมีหรือไม่มีก็ตาม ก็ไม่ได้เขียนเก่งไรถึงขั้นว่าจะมีใครเอาไปลงที่อื่นหรอก แต่ของแบบนี้เขาเรียกกันไว้ก่อนน่ะค่ะ) ว่าบอกเราซักนิด เครดิตชื่อคนเขียนอย่างเราซักหน่อย จะขอบคุณมากค่ะ

 

Sengoku Basara Fan-Fiction (ประหลาด)

Masa x Yuki

-A road in Dream-

            น้ำ...ซึ่งนำพาตนเองอย่างอ่อนโยน...

            บางครั้ง...ก็รุนแรงราวกับจะมอบบทลงโทษให้แก่ผู้คน...

            น้ำที่รุนแรงนี้ ทำให้ดินแดนของไค ต้องจมอยู่ภายใต้นั้น...

            นำพาความโศกสลด มาสู่ผู้คน

 

*********************************

 

            ทาเคดะ ชินเก็น ถูกพบร่างอยู่ริมแม่น้ำ พร้อมกับยูกิมุระ...ชายซึ่งเป็นผู้นำแห่งดินแดนนี้ นำพาทุกคนไปสู่แสงสว่างฤดูใบไม้ผลิอันสดใส บัดนี้กลับนอนนิ่ง หลับใหล...ด้วยสีหน้าอันซีดเซียว...

            บรรดาทหารของทาเคดะ ผู้คนแห่งไค ต่างพากันนิ่งเงียบ ทั้งยืน และนั่งเฝ้า ‘นายท่าน’ ด้วยสีหน้าเป็นทุกข์เหมือนกันทุกคน...

            ข่าวที่อุเอสึงิ  เคนชิน มังกรแห่งเอจิโกะ ก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสด้วยฝีมือ ท่านหญิงโน และโมริ รันมารุ ยิ่งทำให้ทุกคนใจหาย พันธมิตรตะวันออกในเวลานี้ เหลือผู้นำเพียงแค่คนเดียว คือ ดาเตะ มาซามุเนะ แห่งโอชู เท่านั้น

            ยูกิมุระ เอาแต่นิ่งเงียบ..อยู่ข้าง ๆ ชินเก็น

            ข้าได้ข่าวมาว่า โนบุนางะ เคลื่อนกำลังพลไปที่ยามาชิโร่ บางทีอาจพักที่วัดฮอนโนจิ เพื่อเตรียมตัวบุกดินแดนแถบทะเลเซโตะก็เป็นได้”  หลังจากที่ได้พบกับคาซึงะซึ่งมุ่งมั่นจะไปจัดการโนบุนางะเพื่อแก้แค้นด้วยตนเองแล้ว ซาสุเกะที่กลับมาไม่ทันเหตุร้ายของชินเก็น ก็ได้รวบรวมสติส่งนินจาออกไปสืบข่าวอีกครั้งในเวลาอันย่ำแย่เช่นนี้เพื่อให้ใช้ข้อมูลเป็นแนวทางในการตัดสินใจของมาซามุเนะ

            ไม่น่าเป็นไปได้ ทั้งโมริ และ โจโซคาเบะ คานอำนาจกันมานาน ทั้งยังมิได้ประกาศความเป็นศัตรูกับโอดะเหมือนพวกเรา ถ้าคิดจะโจมตี โอดะน่าจะโจมตีพวกเรามากกว่า”  โคจูโร่ออกความเห็น ซึ่งทุกคนในที่นั้นก็เห็นพ้องต้องกัน และคอยฟังสิ่งที่ชายหนุ่มเอ่ยต่อมา

            ...น่าจะเป็นกับดัก จากศึกที่นากาชิโนะ พวกเราสูญเสียไพร่พลเป็นจำนวนมาก จึงไม่พร้อมที่จะทำศึก แถมทั้งพยัคฆ์แห่งไค และเทพสงครามแห่งเอจิโกะ ก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสโอดะควรจะฉวยโอกาสนี้ กำจัดพวกเราให้สิ้นซาก แล้วค่อยไปโจมตีแถบทะเลเซโตะก็คงมิช้าไปหรอก”

            ถ้าเช่นนั้น มาเอดะ เคย์จิ ก็ยังพอมีเวลาที่จะไปเกลี้ยกล่อมผู้นำทั้งสองได้ ส่วนการเคลื่อนพลไปยามาชิโร่ ก็คือกับดักที่ล่อให้พวกเราไปติดกับนั่นเอง”  ซาสุเกะสรุปทุกอย่าง พลางดวงตาของนินจาอันคมกริบก็หันไปมองยูกิมุระที่นั่งนิ่งราวกับอยู่ในภวังค์

            ตอนนี้ กำลังพลที่เหลืออยู่ของทั้งโตกุกาวะ และ อาไซ  ปรารถนาจะแก้แค้นให้นายของพวกเขา ความรู้สึกเหล่านั้น เวลานี้ ทาเคดะ และ อุเอสึงิ ก็ได้เข้าใจอย่างถ่องแท้เช่นกัน”  ซาสุเกะย้ำชัดทุกถ้อยคำ ทั้งดวงตาก็ยังไม่ละไปจากร่างที่ดูราวกับไร้ชีวิตของเด็กหนุ่ม เขาหวังจะให้ทุกคำสนทนานี้แทรกซึมเข้าไปถึงห้วงแห่งความเศร้า และแปรเปลี่ยนเป็นพลัง

            ให้เปลวเพลิงสีแดง ได้โชติช่วงในสนามรบ

            พวกเราไม่พร้อมจะทำศึกอยู่แล้ว...เพียงแค่ตั้งรับก็เต็มกลืนด้วยซ้ำ ถ้าโอดะคิดจะกำจัดพวกเรา ก็แค่ส่งกองทัพเข้ามาก็เพียงพอ แต่ถึงกับใช้วิธีลอบทำร้ายผู้นำแทนเช่นนี้ ก็เพื่อให้พวกเราหวาดกลัว...ให้พวกเราเคียดแค้น สร้างสงครามแห่งความแค้นไปทั่วทุกผืนดิน...”  โคจูโร่เอ่ยอย่างสุขุม พลางมองนายเหนือหัวที่ตั้งแต่ พบชินเก็น และยูกิมุระ ที่ปลายน้ำแล้ว ก็ยังไม่พูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว

            ดวงตาสีน้ำตาลข้างเดียวนั้น จ้องมองยูกิมุระ ที่ไม่ได้รู้สึกถึงตนเองเลยแม้แต่น้อย

            “...พวกนั้น เปลี่ยนแปลงความฝันที่จะรวมแผ่นดิน ให้หลงเหลือเพียงความอาฆาตแค้นเท่านั้น จากนั้นก็นั่งหัวเราะเยาะพวกเราซึ่งเต้นรำไปตามที่มันต้องการ...คนที่คิดแผนการเลว ๆ อย่างนี้ได้ จะมีก็แต่...”

            โคจูโร่”  เสียงของนายที่แทรกเข้ามาทำให้ชายหนุ่มหยุดชะงัก...ใบหน้าของมาซามุเนะค่อย ๆ คลี่ยิ้มออกเมื่อบ่าวหันมา

            ทำไม...เราไม่เดินเข้าไปในกับดักเสียเลยล่ะ”

            ท่านมาซามุเนะ?”

            ไม่ว่าอย่างไร ตอนนี้จอมมารก็อยู่ที่ยามาชิโร่ แล้ว ไม่ว่าจะตอนนี้ หรือครั้งหน้า เราก็ต้องได้เจอเจ้าอาเคจิแน่นอน ข้ารู้ว่าเจ้าต้องการบอกอะไร โคจูโร่” 

            ท่านมาซามุเนะ”  มังกรตาเดียวยิ้ม โคจูโร่ผู้เป็นบ่าว ซึ่งเป็นดั่งพี่ชาย ไม่เคยทำเขาผิดหวัง ไม่ว่าเมื่อไหร่ โคจูโร่ก็เข้าใจสิ่งที่เขาพูด สิ่งที่เขากระทำเสมอ ดังนั้น...

            มันไม่สู้กับข้าที่ แม่น้ำมิไดกาว่า เพราะมันต้องการให้ข้านำกองทัพไปเผชิญหน้ากับมัน แล้วจะได้กำจัดทุกคนให้สิ้นซากในคราวเดียว หึ!”

            “I’m MAD! (โกรธแล้วนะเฟ้ย!) มันไม่เห็นหัวข้าซักนิด!”  มาซามุเนะลุกขึ้น และโคจูโร่ผู้รู้ใจนายที่สุดก็เข้าใจความหมาย เขาจึงเอ่ยห้ามอย่างรวดเร็ว

            ท่านมาซามุเนะ! ข้าว่าควรจะให้พวกมันรอจะดีกว่า เมื่อมันหมดความอดทนแล้ว กว่าจะถึงเวลานั้น กำลังพลของแคว้นตะวันออกทั้งหมดก็น่าจะพร้อมแล้ว ไม่ว่ามาเอดะ จะเกลี้ยกล่อมทางเซโตะได้หรือไม่ พวกเราก็จะมีโอกาสมากกว่าตอนนี้ และบางทีเราก็อาจจะสามารถล้อมโอดะได้”

            หึ...แผนของลุงกับพ่อหนุ่มรักสนุกนั่น ถูกพวกนั้นดูออกหมดแล้ว...เป็นไปไม่ได้ที่จะปิดล้อม คนที่รู้ตัวว่าจะถูกล้อมอยู่แล้ว”

            แต่ว่า พวกเราควรจะรวมตัวกันไว้ หากแยกจากกันตอนนี้ล่ะก็...”

            เป็นอะไรไปโคจูโร่? ที่ผ่านมานี่ก็ไม่ใช่วิธีที่พวกเราทำมาตั้งแต่ต้นแล้วไม่ใช่หรือ?”  เมื่อประสานสายตาเข้าด้วยกัน โคจูโร่จึงนิ่งเงียบ

            ข้าถูกยิงที่นากาชิโนะ เจ้าก็ทำราวกับว่าเป็นความผิดของเจ้าทั้งหมด ทั้งที่ไม่ว่าเมื่อไหร่ เจ้าก็คอยระวังหลังให้ข้าอยู่เสมออยู่แล้วนี่, You see?”

            อะ...ท่านมาซามุเนะ หรือว่า?”  โคจูโร่เข้าใจในทันทีถึงความหมายที่นายต้องการจะบอก...

            แล้วเจ้าล่ะว่าอย่างไร? ซานาดะ ยูกิมุระ...”  เสียงของมาซามุเนะสะท้อนกลับไปมาภายในห้อง ทว่า เสียงนั้นไม่ได้ทำให้ยูกิมุระละสายตาจากนายหันมามองเขาได้

            การได้ตระหนักถึงสิ่งนี้นั้น ช่างเจ็บปวด

            แต่ที่ทำให้ไม่สบอารมณ์ยิ่งกว่า คือ เปลวเพลิงอันงดงามที่เขาหลงใหล กำลังมอดแสงลงอย่างน่าเสียดาย

            ข้า...นายท่าน...ขออภัยขอรับนายท่าน”  น้ำเสียงที่เคยสดใส กลับหมองหม่นลงอย่างคาดไม่ถึง

            ตอนที่อาเคจิโจมตีเข้ามา...ข้าไม่สามารถช่วยอะไรนายท่านได้เลย”

            นายน้อย! การที่คนสำคัญของแคว้นตกเป็นเป้าหมายของการโจมตี มันเป็นเรื่องของการแย่งชิงเหยียบย่ำผู้อื่นเพื่อให้ตนเองได้อยู่ในจุดสูงสุดของยุคนี้นะ ไม่ว่าเราหรือศัตรูก็ใช้วิธีการเดียวกันทั้งนั้น”  ซาสุเกะอดรนทนไม่ได้ เขาเองก็เพิ่งจะเคยเห็นท่าทีหมดอาลัยตายอยากของเพื่อนร่วมรบคนนี้เป็นครั้งแรกเช่นกัน...เวลานี้ เวลาที่ชินเก็นและเคนชิน ไม่สามารถจะสั่งการทัพอะไรได้ ยูกิมุระที่เปรียบเสมือนมือขวาของชินเก็น ต้องเป็นศูนย์รวมให้กับทุกคนในทาเคดะ...ทว่า กลับกลายมาเป็นแบบนี้เสียได้

            ท่านเข้าใจมั๊ย?”

             แต่...ข้า ไม่สามารถทำอะไรได้เลย แล้วยังดึงชาวบ้านที่ไม่เคยแม้แต่จะจับดาบ ต้องมาเดือดร้อนไปด้วย”

            งั้นก็ยิ่งต้องแสดงความโกรธให้พวกศัตรูได้เห็นสิ! ท่านจะคอยให้พวกโอดะมาจัดการถึงที่นี่เลยหรืออย่างไร?!”  เสียงตะโกนของซาสุเกะดังไปถึงด้านนอก บรรดานายทหารซึ่งนั่งอย่างซึมเศร้าเมื่อได้ยินประโยคนี้ ความโกรธแค้นที่เก็บสะสมไว้ก็ค่อยปะทุขึ้นมาภายในใจพวกเขาทีละน้อย

            ไม่ได้มีแต่ท่านหรอก ที่อยากจะอยู่ข้าง ๆ นายท่าน”  ซาสุเกะถอนใจ เมื่อได้ระบายออก ส่งผลให้ประโยคนี้เป็นคำปลอบใจเบา ๆ ระหว่างเพื่อน

            แต่ข้า....”

            ข้าไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรต่อไป...ข้ามันไร้ประโยชน์...”  มือของเด็กหนุ่มซึ่งกำแน่นบนหน้าขาตนเอง กำลังสั่นระริก เขาพยายามใช้มืออีกข้างจับมันไว้ ทว่า กลับกลายเป็นทั้งสองมือของเขาสั่นสะท้านไปพร้อม ๆ กัน

            “...ข้า...กลัว...”  ยูกิมุระซ่อนใบหน้าอันเจ็บปวดของตนเองภายใต้แสงเทียน  เมื่อเห็นดังนั้น มาซามุเนะจึงเลื่อนบานประตูเปิดออก พลางพาตัวเองผ่านบรรดาทหารของทาเคดะ ให้หยาดฝนเม็ดน้อยตกกระทบใบหน้าอันร้อนรุ่มด้วยความโกรธเกินจะยั้ง

            นายท่าน?”  เหล่าทหารแห่งโอชูซึ่งมารวมตัวกันได้เอ่ยปากเรียกนายเหนือหัว ถึงขนาดนี้แล้ว จากคำสนทนาที่พวกเขาได้ยิน ไม่ว่าอย่างไรมาซามุเนะก็คงจะเปิดศึกกับจอมมารเป็นแน่ พวกเขาไม่จำเป็นต้องเตรียมใจ เพราะพร้อมเสมอเพื่อติดตามนายไปทุกหนทุกแห่ง

            “Break it up (พอที)”  ชายหนุ่มรำพึงออกมา พลางสูดลมหายใจลึก

            ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ทัพดาเตะแห่งโอชูจะไม่มีอีกแล้ว!” 

            เสียงของชายหนุ่มก้องไปทั่วบริเวณ

            เป็นครั้งแรกนับจากชินเก็นบาดเจ็บ ยูกิมุระได้หันมามองมาซามุเนะ

            ท่าน...มาซามุเนะ...?”

            ข้าจะเด็ดหัวจอมมารด้วยตนเอง”  มาซามุเนะยิ้มพลางพูดอย่างมั่นใจ ทว่า บรรดาทหารแห่งโอชูต่างก็มีสีหน้ากังวลใจยิ่งนัก พวกเขารีบห้ามปรามนายเป็นการใหญ่

            นายท่าน!”

            ท่านแม่ทัพ! พวกเราขอตามไปด้วย!”

            ไม่ได้!”