สวัสดีค่า! ถึงตอนที่ 6 แหล่ว ขอบคุณสำหรับทุก comment นะคะ อ่านแล้วปลื้มอ่ะ ทำให้อยากแต่งอีกซักภาคจริง ๆ (แอบมีเนื้อเรื่องไว้แล้ว แต่ติดทำซับอยู่ คงไม่ได้แต่งนิยายอีกนาน)

Warning : fan-fiction เรื่องนี้ เป็นแนว Yaoi หรือ ชายรักชายค่ะ หากท่านไม่มีความสนใจทางด้านนี้ เชิญกลับออกไปได้ค่ะ และขอความกรุณาผู้ที่จะนำไปลงที่อื่น (แม้จะมีหรือไม่มีก็ตาม ก็ไม่ได้เขียนเก่งไรถึงขั้นว่าจะมีใครเอาไปลงที่อื่นหรอก แต่ของแบบนี้เขาเรียกกันไว้ก่อนน่ะค่ะ) ว่าบอกเราซักนิด เครดิตชื่อคนเขียนอย่างเราซักหน่อย จะขอบคุณมากค่ะ

 

Sengoku Basara Fan-Fiction (ประหลาด)

Masa x Yuki

-A road in Dream-

   

...ได้ยินเสียง...  หญิงสาวเอ่ยด้วยความหวาดกลัว ภายในห้องอันมืดมิด อาวุธง้าวคู่ประกบวางอยู่ข้างมือเรียวขาวบอบบาง อาวุธซึ่งผู้เป็นพี่ชายได้มอบให้กับเธอ เพื่อเข่นฆ่าผู้อื่น หรือ เพื่อเข่นฆ่าตนเอง...

ทั้งเศร้า เจ็บปวด และสาปแช่งมาถึงท่านพี่  โออิจิยกมืออันสั่นระริกปิดบังใบหูของตนเอง พลางดวงตาเศร้าสลดราวหยาดน้ำจะหยดก็เหม่อมองพื้นอย่างสิ้นหวัง

ทั้งหมดเป็นเพราะอิจิเอง...  หญิงสาวทำได้เพียงรำพึงเงียบ ๆ ทว่า ลำแสงสีขาวแสนรักดวงหนึ่งก็ได้สะท้อนสู่ดวงตาเปื้อนหยาดน้ำเป็นเงาเรือง

...ท่าน...นากามาสะ?”  

*********************************

  เสียงผ้าคาดศีรษะสีแดงมัดเป็นปมดังขึ้นแผ่วเบา...สายลมยังคงพัดผ่านเนินซากุระอย่างอ่อนโยน จึงพัดพาเอาปลายผ้าคาด พร้อมกับปอยเส้นผมสีน้ำตาลยาวพลิ้วไหวไปพร้อมกัน

มาซามุเนะจูงม้าทั้งสองตัวขึ้นเนิน เป็นจังหวะเดียวกับที่หอกคู่กุเร็นถูกกระชับมั่นด้วยมือของเจ้าของ

พร้อมแล้วนะ 

ขอรับ  ยูกิมุระตอบ ชายหนุ่มยื่นมือไปสัมผัสอุ่นแผ่วเบาบนผิวแก้มอีกฝ่าย

พายุซากุระเมื่อยามค่ำคืน...ยังคงโหมกระพือเปลวเพลิงในหัวใจให้เผาผลาญทุกสิ่งมิจบสิ้น

ยูกิมุระมิได้ถอยหนี ดวงตาสีดำคู่สวยมองตามปลายนิ้วสากที่สัมผัสเรื่อยจากแก้มมาถึงริมฝีปาก พลางเมื่อมองใบหน้าของมาซามุเนะ เด็กหนุ่มก็ปล่อยกุเร็นแล้วยื่นมือออกไป

สัมผัสเบา ๆ ที่อุปกรณ์คาดตา

ยูกิมุระ?”

ดวงตาของท่าน...

มันไม่น่ามองนักหรอกนะ  มาซามุเนะจับมือเรียวเอาไว้

ข้า...อยากเห็น  ชายหนุ่มนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะปลดเชือกออก

ดวงตาขวาของมังกรนั้นเป็นสีขาวขุ่น มิอาจรับรู้ถึงแสงแห่งอรุณรุ่งที่เรืองรองจากขอบฟ้าสีมืดหม่น มาซามุเนะแค่นยิ้มเมื่อเห็นดวงตาสีดำคู่งามมองค้างอย่างพิจารณา

น่าเกลียดสินะ  สิ้นเสียงรำพึง ยูกิมุระส่ายหน้าเบา ๆ พลางสัมผัสดวงตาซึ่งมองไม่เห็นด้วยปลายนิ้ว

มาซามุเนะหลับตาทั้งสองข้างลง เผยยิ้มบาง แนบผิวแก้มกับปลายนิ้วราวกับจะจดจำสัมผัสอุ่น ๆ นี้เอาไว้

เนิ่นนาน ทว่า ซากุระก็ไม่ปลิดกลีบลงมาอีกแล้ว

                เมื่อพบกันอีกครั้ง...’

            ดวงตาของมังกรเปิดออก อุปกรณ์คาดตาแข็งแกร่ง บางเบาถูกคาดไว้ดังเดิม

เสร็จเรื่องจอมมารแล้ว ไม่ว่าอย่างไร ข้าก็จะไม่มอบแผ่นดินนี้ให้ผู้ใดทั้งสิ้น  ดวงตาสีดำของเด็กหนุ่มฉายแววเจ็บปวดเมื่อได้ยิน หากดวงตาสีน้ำตาลเข้มนั้น มิได้มีความลังเลแม้แต่น้อย แม้แต่มือสากที่แตะใบหน้าของเขาก็มิได้มีอุณหภูมิที่เปลี่ยนไป

                ข้าคงจะฆ่าเจ้าด้วยดาบของข้าเอง

                หรือไม่ เจ้าคงจะฆ่าข้าด้วยหอกของเจ้า...’       

ในสายตาของข้า ผู้ที่เหมาะสมจะได้ครองแผ่นดินมีแต่นายท่านเพียงผู้เดียวเท่านั้นขอรับ  ยูกิมุระประคองดาบคาตานะทั้ง 6 เล่มไว้กับอ้อมอก พลางยื่นส่งให้ชายหนุ่ม ด้วยดวงตาสีดำสุกใสคล้ายกับเมื่อแรกสบบนหลังม้า ที่ภูเขาไซโจ

“หึ”  มาซามุเนะ รับกรงเล็บมังกรทั้ง 6 มาไว้ในมือ

หนทางของพวกเราที่มิอาจบรรจบกันได้ มีเพียงเท่านี้...’

อย่าลืมที่เจ้าพูดล่ะ!”  ชายหนุ่มหันหลังให้กับยูกิมุระ ทั้งสองขึ้นม้าคู่ใจ แล้วควบตะบึงไปยังจุดหมาย 

********************************* 

 

ศัตรูอยู่ที่วัดฮอนโนจิ  เสียงอันแผ่วเบามิดังไปกว่า เสียงไม้ที่ไหม้ไฟ ทว่า ชัดเจนท่ามกลางสายลม ของชายหนุ่มผู้ซึ่งมีเส้นผมยาวสีเทาเงินบนหลังม้า

ท่านจะหลับแล้ว หรือ กำลังเพลิดเพลินกับเรือนกายของคิโจว (ท่านหญิงโน) กันหนอ  ชายหนุ่มยังคงเอ่ยเรียบเรื่อย ท่ามกลางผืนธงที่โบกสะบัด เขายิ้มเล็กน้อย พลางขยับเคียวคู่ใจเบา ๆ ราวกับมันกำลังสั่นไหวอย่างยินดีมิแพ้กัน

ข้าอยากให้ท่านเก็บความสนุกสนานนั้นเอาไว้ ในโลงศพของท่าน...อย่างไรเล่า...ท่านโนบุนางะ  ใบหน้ายิ้มน้อย ๆ กำลังบิดเบี้ยวเป็นรอยยิ้มกว้าง พลางแทบมิอาจปิดกั้นเสียงหัวเราะในลำคอ

อาเคจิ  มิตสึฮิเดะ...ผู้ทรยศต่อนาย

 

*********************************

เสียงฝีเท้าม้าสี่คู่ควบตะบึงมาตามถนน ทิ้งฝุ่นตลบไว้เบื้องหลัง ดึงความสนใจของมิตสึฮิเดะ ซึ่งนำทัพซุ่มอยู่บนเนินเขา  ชายหนุ่มขมวดคิ้วเล็กน้อยกับแขกที่มิได้รับเชิญ ทว่า เมื่อกำลังขยับเคียวคู่ใจเบา ๆ อยู่นั้น ม้าทั้งสองตัวซึ่งบรรทุกมังกรตาเดียว และ พยัคฆ์น้อย ก็กระโดดข้ามประตูกำแพงวัดอันสงบเงียบไปเรียบร้อยแล้ว

ข้าผู้นำแห่งโอชู ดาเตะ มาซามุเนะ! วันนี้ข้าจะมาเอาหัวจอมมาร!”

ผู้ติดตามทาเคดะ...ซานาดะ เก็นจิโร่ ยูกิมุระ! โผล่หัวออกมาเดี๋ยวนี้ โนบุนางะ!!”

ทั้งสองกระชับอาวุธในมือมั่น เมื่อประตูด้านข้างกำแพงถูกเปิดออก และกองทหารซึ่งซุ่มซ่อนอยู่ได้เผยตัวออกมาตรงเข้าปะทะทันที...

เส้นผมสีเทาเงินพลิ้วสะบัด เมื่อ มิตสึฮิเดะ นิ่งมองคนทั้งสองเบื้องล่าง

ไม่มีวี่แววของกองทัพติดตามเลย หรือว่า พวกนั้นมากันเพียงสองคน?”  เมื่อไตร่ตรองดีแล้ว ชายหนุ่มขยับเคียวเป็นสัญญาณ พลางควบม้าลงเนินเขาพร้อมกับกองทัพในทันที ทั้งยังคงความสงสัยเกี่ยวกับกองทหารภายในวัดฮอนโนจิอยู่จาง ๆ

มันเงียบสงบเกินไปจริง ๆ

เพียงกองทหารแค่หยิบมือ มิสามารถต้านทานคมหอก คมดาบของคนทั้งคู่ไปได้ พวกเขาต่างแตกพ่ายในเวลาอันรวดเร็วกับที่ มาซามุเนะ ผลักประตูวิหารด้านในเข้าไป และพบกับเพียงบัลลังก์อันว่างเปล่า

จอมมารฟ้าที่หก โอดะ โนบุนางะ มิได้นั่งอยู่บนบัลลังก์นั้น

นี่มันหมายความว่าอย่างไร?”  ยูกิมุระเอ่ยขึ้น พร้อมกับเสียงเดาะลิ้นอันไม่พึงพอใจของมาซามุเนะ ทั้งสองยืนอยู่ภายในวิหารครู่หนึ่ง ก่อนที่เสียงหัวเราะอันสนุกสนานจะดังขึ้น ตรงประตู

อาเคจิ  มิตสึฮิเดะ!”  เด็กหนุ่มเรียกชื่อชายที่ทำร้ายนายของเขาลอดไรฟันอย่างเคืองแค้น พลางกระชับกุเร็นในมือแน่นขึ้นอีก

ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้เอง หึหึ  มิตสึฮิเดะเผยยิ้มละไมเอ่ยอย่างเยือกเย็น ร่างผอมสูงพาเคียวคู่ใจขยับเข้าใกล้ทั้งคู่ทีละก้าว ทีละก้าว

แกรอพวกเราอยู่นานแล้วสินะ จอมมารอยู่ที่ไหน!?”  มาซามุเนะแค่นเสียง แต่มิลืมที่จะจับดาบให้ปลายคมวาวนั้นจดจ่อกับผู้มาเยือนคนสุดท้าย

แหม...  ชายหนุ่มผมสีเทาเงิน เปลี่ยนใบหน้าจากรอยยิ้มพรายเป็น รอยแสยะยิ้มอย่างรวดเร็ว

ดูเหมือนว่า แม้แต่ข้า ก็ถูกหลอกเช่นกัน 

บานประตู...ถูกปิดลงจนภายในมืดสนิท...

ผู้ที่ถูกเผาอยู่ในวัดฮอนโนจิวันนี้...มิใช่โนบุนางะเสียแล้ว

 

*********************************

 

เจ้าพวกขุนพลที่รวมตัวกันทางฝั่งตะวันออกถูกล่อหลอกจนป่านนี้คงจะติดกับ...รวมทั้งเจ้าคนทรยศนั่นด้วย  ท่านหญิงโน พูดพลาง เยื้องย่างด้วยเรียวขาขาวนวลประดับรอยสักผีเสื้อเหินสีม่วงอ่อน ภายในห้องส่วนตัวชั้นบนสุดของ ปราสาทอาซึจิ ซึ่งโนบุนางะกำลังทอดสายตามองไปยังวัดฮอนโนจิอย่างเงียบ ๆ

แค่เพียงคิดว่า เจ้าคนทรยศนั่นบังอาจยืมกองทหารของท่านคาซึซาโนสุเกะไปเพื่อทำร้ายตัวท่านเอง โนก็มิอาจอภัยให้ได้แล้วเจ้าค่ะ เพียงแค่ฆ่ามัน ยังมิสาสมกับที่มันทรยศท่านคาซึซาโนสุเกะเลยแม้แต่น้อย  นางพาร่างอ้อนแอ้นคุกเข่าลงแทบเท้า โนบุนางะซึ่งกลับมานั่งบนบัลลังก์ พลางรินสุรารสแรงให้ด้วยมือเรียวนุ่มนวล

ถ้าเช่นนั้น เจ้าก็จัดการกับสุนัขที่แว้งกัดเจ้าของได้เลย  โนบุนางะเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ แล้วจึงดื่มสุราในถ้วยกะโหลกจนหมดเกลี้ยง...

 

*********************************

  เปลวเพลิงสีแดงส้มเข้มข้น เต้นรำอยู่ท่ามกลางท้องฟ้า ปล่อยควันลอยคละคลุ้งเป็นเครื่องประดับที่น่ารังเกียจอย่างใจเย็น เหล่าทหารซึ่งถูกนำมาเพื่อสังหารโนบุนางะ บัดนี้ได้ปฏิบัติหน้าที่อันแท้จริงของตนเอง โดยการจุดไฟเผา ศัตรูในวัดฮอนโนจิแห่งนี้...

นี่เจ้า...ถูกเขี่ยทิ้งแล้วสิ  มาซามุเนะได้ยินเสียงไม้ด้านนอกที่เริ่มไหม้ไฟ อุณหภูมิภายในวิหารเริ่มร้อนขึ้นมาอย่างกะทันหัน ทั้งประตูก็ถูกปิดจากด้านนอก ไม่ว่าจะมองด้านไหน พวกเขาทั้งสองก็ถูกล่อหลอกให้ติดกับ รวมถึงตัวมิตสึฮิเดะด้วย...

ข้าดูถูก คิโจว (ท่านหญิงโน) มากเกินไป...ไม่นึกเลยว่านางจะซ้อนแผนของข้า  มิตสึฮิเดะยังคงรอยยิ้มบนใบหน้าไม่เสื่อมคลาย เหงื่อที่ผุดพรายเพราะความร้อนหยดลงบนปลายเคียวคมปลาบ

เจ้าคิดจะฆ่าโนบุนางะ แล้วก็ยึดครองแผ่นดินนี้สินะ  มาซามุเนะถามคำถาม พลาง คิดหาหนทางออกจากวิหารเพลิงนี้ไปพลาง และเพื่อเป็นการหลอกล่อให้มิตสึฮิเดะไม่โจมตี

แผ่นดินอะไรนั่นข้าไม่สน! ข้าแค่อยากจะเห็นการร้องขอชีวิตจากนักรบที่ยกย่องตนเองว่า จอมมาร เท่านั้น จากนั้น...อา...จากนั้นข้าจะปลิดชีวิตของมันซะด้วยมือของข้า  สีหน้าอันบิดเบี้ยวของชายผู้ทรยศนาย แปรเปลี่ยนเป็นสุขสมราวกับกำลังมีความรัก ความปรารถนาอันแสนแปลกแยกเช่นนี้ทำให้ยูกิมุระที่ภักดีต่อนายอย่างยิ่งมิอาจทนไหว

เจ้า...คนชั่วช้า! เป็นแค่ขุนพลกลับคิดฆ่าแม่ทัพตัวเอง 

แล้วแม่ทัพนั่น ก็อยากจะฆ่าขุนพลตัวเองเช่นกัน So Crazy, ดูไม่ออกเลยว่าใครบ้ากว่ากัน  มาซามุเนะสืบเท้าเข้ามาใกล้ยูกิมุระ พลางส่งสัญญาณให้รับมือกับการบุกของชายผู้บ้าคลั่งซึ่งกำลังใกล้เข้ามา

ข้ากำลังโกรธอยู่  ความโกรธนี้ให้พวกท่านรับไปก็แล้วกัน!!”  สิ้นเสียง มิตสึฮิเดะจึงคำรามก้อง แล้ววาดเคียวคู่ เข้าหาคนทั้งสองอย่างรวดเร็ว

 

*********************************

  กลุ่มควันฝุ่นตลบซึ่งถูกทิ้งไว้เบื้องหลังในผืนป่า ใช้เวลาค่อนข้างนานกว่าจะสลายจนไม่เหลือร่องรอย ทิ้งไว้เพียงรอยเท้าม้าย่ำหนักบนพื้นดินจำนวนนับไม่ถ้วน บ่งบอกถึงผู้ซึ่งเดินทางอย่างเร่งรีบจากดินแดนตะวันออกนั้น เป็นกองทัพใหญ่เพียงใด

หลังจากที่มาซามุเนะ และ ยูกิมุระ ออกเดินทางมายังวัดฮอนโนจิ เหล่าบรรดาทหารซึ่งสูญเสียแม่ทัพ ได้มารวมตัวกันที่ตระกูลทาเคดะ แม้ทัพโอชูจะถูกมาซามุเนะผู้เป็นแม่ทัพสั่งสลายกองทัพไป ทว่า สิ่งที่ตามมา ก็คือความมุ่งมั่นสำหรับคนของโอชูที่จะติดตามแม่ทัพของพวกเขาไปอย่างยิ่งยวด ภายใต้การนำทางของโคจูโร่

ทั้ง ทาเคดะ , โอชู , โตกุกาวะ และอาไซ ต่างรวบรวมกำลังพล เมื่อทราบแผนการล้มล้างจอมมารฟ้าที่หกกันถ้วนทั่ว พวกเขาทั้งหมดจึงมุ่งหน้ามายังวัดฮอนโนจิ เพื่อชำระแค้น และทวงแผ่นดินแห่งความสงบกลับคืนมา แม้จะล้าหลังมาซามุเนะอยู่บ้าง แต่จากการเดินทางไม่หยุดพักแม้แต่น้อย ก็ทำให้ระยะทางย่นลงและเกือบตามมาถึงจุดหมายแล้ว

ซาสุเกะเองก็นำกองกำลังนินจาของทาเคดะ ติดตามกองทัพมาด้วยเช่นกัน ขณะที่ชายหนุ่มกำลังกระโดดขึ้นไปตามแนวต้นไม้เพื่อสังเกตการณ์ บนท้องฟ้าก็ปรากฏร่างระหงอันคุ้นเคยกำลังตกลงมา...

อ๊า...!”  นินจาสาวหล่นลงมาเมื่ออุปกรณ์ในการบินที่โดยสารมาแตกหักเสียหาย ทว่า ก่อนจะตกกระแทกถึงพื้น อ้อมแขนอันแข็งแรงของซาสุเกะก็รับร่างของนางไว้ได้ทัน

ไง

ดูเหมือนจะบินโดยราบรื่นดีนะ  นินจาหนุ่มทักทายด้วยรอยยิ้ม คราแรกหญิงสาวรู้สึกโล่งใจเมื่อได้พบหน้า ทว่า ก็มิรอช้าในการสอบถามข้อข้องใจในทันทีด้วยใบหน้าบูดบึ้ง

ขลุ่ยนั่นคืออะไรกัน?” 

ขลุ่ย...อา...นั่นมันอาวุธสุดท้ายในการบินของนินจาอย่างไรเล่า  เมื่อได้รับคำตอบ คาซึงะก็ส่งสายตาขุ่นเขียวให้กับนินจาหนุ่มในทันที

ข้านึกว่า เป็นของที่พอเป่าแล้ว เจ้าจะออกมาช่วยข้าเสียอีก 

หา!?”  คำพูดเอาแต่ใจของหญิงสาวทำให้ซาสุเกะพึงพอใจ ทว่า ชายหนุ่มก็แสร้งเลิกคิ้วด้วยสีหน้าฉงน

เรื่องนั้นจะเป็นไปได้อย่างไร? เอ้า...แต่ข้าก็ออกมาแล้วนี่  สิ้นเสียงซาสุเกะก็ยิ้มจนตาหยี ทำให้นินจาสาวซึ่งกำลังเหนื่อยอ่อนกับการเอาชีวิตรอดมาจากปราสาทอาซึจิไร้ซึ่งคำพูดจะต่อล้อต่อเถียงอีกต่อไป

ขณะที่กำลังสบายใจอยู่นั่นเอง หญิงสาวก็รู้สึกตัวว่าตนเองถูกอุ้มอยู่ในอ้อมแขนนินจาหนุ่มตั้งแต่เมื่อครู่ที่ตกลงมาแล้ว ใบหน้านวลชาวาบ พลางออกแรงดิ้นในทันที

ปล่อยนะยะ! ว๊าย!!” 

อ๊ะ...อ้าว...?”  จากการดิ้นโดยแรงทำให้คาซึงะหลุดจากอ้อมแขนซาสุเกะเกือบทันที และเพราะไม่ทันตั้งตัวนางจึงหล่นจากกิ่งของต้นไม้ ตกลงก้นกระแทกบนพื้นอย่างแรง เมื่อเห็นสภาพของนินจาสาว ซาสุเกะจึงกลั้นยิ้มไว้ด้วยการใช้นิ้วถูจมูกตนเองเบา ๆ

ทว่า สถานการณ์เช่นนี้ ไม่ใช่เวลาที่จะมามัวเล่นอยู่ได้ นินจาหนุ่มจึงนั่งลงบนกิ่งไม้ พลางเอ่ยถามคาซึงะ

แล้ว...รายงานสถานการณ์ล่ะ?”

...โอดะ โนบุนางะ อยู่ที่ปราสาทอาซึจิ...ที่วัดฮอนโนจิเป็นกลลวง  นินจาสาวบอกรายงานซึ่งประสบกับตนเองให้ฟัง พลางลูบสะโพกที่ระบมไปด้วย...

 

*********************************

  เปลวเพลิงซึ่งโหมกระหน่ำ แทบจะเผาผลาญหยาดเหงื่อบนใบหน้าให้สลายเป็นไอควันจางไปในช่วงนาทีที่ผุดออกมา มิอาจทำให้ชายหนุ่มทั้งสามซึ่งกำลังประดาบ หอก และเคียว กันนั้น หยุดยั้งไปได้

เสียงวิหารไหม้ไฟ ซึ่งเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นเถ้าถ่านร่วงหล่นลงมาทีละชิ้น ทำให้สถานการณ์ที่ถูกขังอยู่ในวงล้อมของอัคคีย่ำแย่ลงเรื่อย ๆ

ประกายอาวุธแลบแปลบราวกับดอกไม้ไฟ สะท้อนกลับไปมา จนที่สุด...ปลายหอกแหลมก็พาดผ่านผิวเนื้อแก้ม พลางตัดปลายเส้นผมสีเทาเงินไป เมื่อหยาดหยดสีแดงเริ่มไหลลงมาถึงปลายคาง มิตซึฮิเดะจึงแย้มยิ้มมากกว่าเดิมอย่างสมใจ

...เจ็บจัง...  เสียงของชายหนุ่มผู้ถือครองเคียวคู่ ฟังราวกับกำลังปรีดายิ่งนัก

น่าจะใกล้เวลาจะจัดการมันได้แล้ว  มาซามุเนะก้าวมายืนเคียงเด็กหนุ่มซึ่งกำลังหายใจหอบ เนื่องจากอากาศเริ่มเหลือน้อยเต็มที...

ท่านมาซามุเนะ! เรื่องจัดการกับชายผู้นี้ขอให้ข้า...  ยูกิมุระเอ่ยขึ้น เขามิอาจอภัยให้ผู้ที่ทำร้ายนายเหนือหัวของเขาได้ เหนืออื่นใด มิอาจอภัยให้กับความคิดคดทรยศต่อนายเหนือหัวยิ่งกว่า ชายผู้นี้อันตราย ไม่ว่ากับสิ่งใด คนที่มิอาจยึดมั่นต่อหน้าที่ที่ได้รับ ไม่สามารถคาดเดาได้ น่ากลัวยิ่งกว่าอะไรทั้งสิ้น

ทว่า ขณะที่ทั้งสองกำลังกระชับอาวุธในมือ พลางใกล้จะปะทะกับมิตสึฮิเดะอีกครั้ง ประตูไม้ซึ่งถูกเผาได้ถูกทำลายลง ด้วยคมดาบคาตานะเล่มหนึ่ง

ท่านมาซามุเนะ!”  ร่างสูงใหญ่ของโคจูโร่วิ่งเข้ามาภายในวิหาร ควันไฟซึ่งได้รับทางออกก็ทำให้ลดความขื่นในอากาศลงได้จาง ๆ

>...โคจูโร่...มาจนได้นะ  มาซามุเนะเก็บดาบคาตานะเข้าฝัก เอ่ยพลางยิ้มให้กับผู้มาทีหลัง 

จอมมารอยู่ที่ปราสาทอาซึจิขอรับ นินจาหญิงของเอจิโกะสืบข่าวมาได้  เมื่อมาถึงโคจูโร่มิรอช้า รีบรายงานข่าวที่ได้รับมาให้กับนายอย่างรู้งาน

ปราสาทมีลักษณะเป็นป้อมปราการขนาดใหญ่ คาดว่ามันคงตั้งใจจะยึดครองแผ่นดินในคราวเดียว ท่านจะปล่อยโอกาสเช่นนี้ไปไม่ได้ขอรับ...กองทัพคอยอยู่ด้านนอกแล้ว โปรดเคลื่อนทัพไปที่อาซึจิ ตรงนี้ข้าจัดการเองขอรับ  โคจูโร่ชักดาบคาตานะจากฝักคู่ข้างเอว ยืนระหว่างกลางทั้งสองฝ่ายเมื่อรายงานเสร็จสิ้น แม้จะไม่ค่อยเข้าใจว่าอะไรเป็นอะไร แต่ยูกิมุระก็ยังมิอาจตัดใจจากการประมือกับมิตสึฮิเดะไปได้จึงเอ่ยขัด

ท่านคาตาคุระ!ชายผู้นี้ข้า...!”

ท่านก็ต้องไปด้วย! อย่าลืมสิ ว่าก่อนหน้านี้ท่านได้สัญญาอะไรกับพยัคฆ์แห่งไคเอาไว้  โคจูโร่กางแขนข้างหนึ่งกันเอาไว้ ในช่วงขณะนี้ เวลาเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งยวด ไม่ว่าทางทะเลเซโตะจะตอบรับอะไร หรือ มาเอดะ เคย์จิจะเจรจาสำเร็จหรือไม่  เมื่อโอกาสมาถึงก็มิควรจะทิ้งขว้าง มาซามุเนะซึ่งเข้าใจดีอยู่แล้ว จึงแตะไหล่เด็กหนุ่มเบา ๆ

ขะ...ข้า...เข้าใจแล้ว...  ยูกิมุระลดหอกลง พลางมองแผ่นหลังสูงใหญ่ด้วยดวงตาสีดำคู่สวย

“Ok, ที่นี่ข้าฝากเจ้าด้วยล่ะ โคจูโร่ 

ระวังตัวด้วยนะขอรับ ท่านคาตาคุระ  มาซามุเนะ และ ยูกิมุระ ฝ่าเปลวเพลิงออกไปทางประตูที่โคจูโร่เปิดออกไว้อยู่ก่อนอย่างรวดเร็ว

ปราสาทอาซึจิพร้อมรบแล้วหรือ? สำหรับงานเลี้ยงครั้งสุดท้ายที่นั่นจะต้องเป็นที่ ๆ เหมาะสมที่สุดเป็นแน่  ชายผู้มีผมสีเทาเงินเอ่ยขึ้นเบา ๆ หลังจากนิ่งเงียบมาแสนนาน...ใบหน้าของเขามิอาจบ่งบอกได้อีกเลย ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกเช่นไร ก็ถูกเก็บซ่อนไว้ภายในใบหน้านิ่งดูเย็นชาราวกับน้ำแข็งสะท้อนบนเปลวไฟโหมกระหน่ำ ทว่า โคจูโร่ มิอาจสูญเสีย เวลา ได้อีกต่อไป

น่าเสียดาย...ที่เจ้าไม่ได้รับเชิญ อาเคจิ มิตซึฮิเดะ  ชายหนุ่มถือดาบคาตานะมั่น ขณะที่เปลวเพลิงก็มิได้ปรานีลดอุณหภูมิลงเลยแม้แต่น้อย 

 

*********************************

 

ให้ข้า...ได้พบกับท่านพี่เถอะเจ้าค่ะ ท่านพี่หญิง...  ร่างแบบบางคุกเข่าลงแทบเท้าพี่สะใภ้ พลางเอ่ยขอด้วยน้ำเสียงสั่นสะท้าน

เรื่องนั้น ไม่จำเป็นหรอก นังน้องสาวหน้าโง่  ดวงตายาวเรียวคู่งามหรี่มองน้องสะใภ้ด้วยความเย็นชา รอยยิ้มเหยียดหยามปรากฏขึ้นบนริมฝีปากบาง พลางชักกระบอกปืนออกจากสายรัดหนังบนต้นขา

...ได้โปรดเถอะเจ้าค่ะ... 

การที่เจ้าไม่ฆ่านินจาหญิงของเอจิโกะ แล้วยังปล่อยให้มันหนีรอดไปได้ แปลว่าเจ้าไม่มีความภักดีกับท่านคาซึซาโนะสุเกะ...แมลงไร้ค่าอย่างเจ้า ไม่มีสิทธิ์ได้พบกับท่านคาซึซาโนะสุเกะเพื่อขอโอกาสได้เป็นครั้งที่สองหรอก!”  ฝ่าเท้านุ่มเนียนเหยียบลงบนพื้นไม้ขัดเงา  คืบเข้าใกล้ร่างที่คุดคู้อยู่ ต่อว่า อย่างมิปรานี

ข้าไม่ได้มาเพื่อร้องขอชีวิตนะเจ้าคะ ท่านพี่หญิง! ข้าเพียง...เพียงแต่...  ดวงตาเศร้าสร้อยของหญิงสาวผู้สูญเสียมิอาจมอบความรู้สึกที่ต้องการสื่อ ไปถึงอีกฝ่ายได้แม้แต่น้อย

คำพูดของแมลงไร้ค่าไม่มีความหมายอะไรหรอก ข้าจะฆ่าเจ้าโดยไม่ให้ได้รับความเจ็บปวดก็แล้วกัน นี่ถือว่าข้าปรานีเจ้าแล้วนะ  ท่านหญิงโนจ่อปากกระบอกปืนกับหน้าผากของน้องสะใภ้  พลางนิ้วเรียวงามก็แตะที่ไกปืน

...อา...ท่านนากามาสะ  โออิจิพร่ำเรียกชื่อสามีออกจากริมฝีปากงามเบา ๆ ชั่วขณะที่ราวกับนางได้สูญเสียสติสัมปชัญญะไปจนล้มลงกับพื้น...เงาสีดำขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นใต้ร่างบอบบาง...

เอ๊ะ?”  ท่านหญิงโน เอ่ยได้เพียงเท่านั้น ก่อนที่จะถูกเงาซึ่งรวมรูปร่างจนคล้ายกับมือคนนับจำนวนไม่ถ้วนสีดำสนิทโอบล้อมไว้

เสียงปืน...ได้ดังขึ้น เพียงหนึ่งนัด...

ทว่า ดังก้องทั่วปราสาทอาซึจิ 

*********************************

 

 

 

อ่านแล้วคิดยังไงกันบ้าง เชิญที่ nekomasaxinuyuki จ๊ะ

Credits : Capcom, Production I.G.

Comment

Comment:

Tweet

นั่นสิๆ จะลงเอยกันไหมอ่ะ
แอบบลุ้นให้ลงเอยกันจังเลย
ใกล้จบแล้วใช่มิ อิอิ
สู้ๆนะคะ ขอบคุณคนแต่งมากเลยค่ะ

#4 By แมวน้อย (180.183.215.164) on 2011-10-13 03:45

ยูคิจัง ท่านมาซา กรี๊ดดดดดดดดด

ท่านหญิงโนตาย แล้ว -A-//
โออิจิ น่าสงสารจริงๆ

#3 By NousagiMoE on 2010-12-22 18:31

เหอะๆๆๆ อุเหม่ ตอนนี้ก็ยังแอบหวานปนเศร้าได้อีกนะคูณพี่ เฮ่อ มันจะลงเอยกันได้ไหมเนี่ย ฮึ???

ตอนนี้สงสารคาซึงะแฮะ หล่นลงมาแบบนั้น... อูยยยย เจ็บแทน

#2 By DaftDee on 2010-08-02 15:39

มาซามุเนะะะะะะ ยูคิ น่าร๊ากกกกกกกกส์ ไว้มาต่ออีกนะครับ

#1 By ✖::キララ†h`13::✖ on 2010-07-29 22:41