สวัสดีค่ะ
  เมื่อวานเอา Adolฯ มาเขียน เหลือบไปเห็นนิยายเก่าที่เคยเขียนลงบอร์ดนึงนานมาแล้ว อ่านแล้วก็ตลกดี เพราะปกติเราจะต้องตั้งชื่อตัวละครก่อนลงมือเขียนเรื่องทุกครั้ง แต่ปรากฎว่าเรื่องนี้ ทั้งเมะทั้งเคะ หรือตัวละครประกอบดันไม่มีชื่อเรียกกันเลย เห็นแล้วอยากจะแต่งเป็นเรื่องยาวแล้วตั้งชื่อให้จัง
  แต่ตอนนี้ เอามาลงให้อ่านกันเล่น ๆ ค่ะ เพราะเรื่องที่แต่งยังไม่จบก็มี ลัดคิวไม่ได้ แฮ่ ๆ (แบบว่ามีคนเคือง) ถ้าสะดวกก็อ่านได้เลยค่ะ
 
Warning : fiction เรื่องนี้ เป็นแนว Yaoi หรือ ชายรักชายค่ะ หากท่านไม่มีความสนใจทางด้านนี้ เชิญกลับออกไปได้ค่ะ และขอความกรุณาผู้ที่จะนำไปลงที่อื่น (แม้จะมีหรือไม่มีก็ตาม ก็ไม่ได้เขียนเก่งไรถึงขั้นว่าจะมีใครเอาไปลงที่อื่นหรอก แต่ของแบบนี้เขาเรียกกันไว้ก่อนน่ะค่ะ) ว่าบอกเราซักนิด เครดิตชื่อคนเขียนอย่างเราซักหน่อย จะขอบคุณมากค่ะ
 

วันนี้เป็นวันเกิดของคนที่ผมรัก...ทั้ง ๆ อย่างนั้นเขาก็ไม่ได้มีทีท่าว่าวันนี้ควรจะเป็นวันที่แตกต่างจากวันธรรมดา เลยแม้แต่น้อย...

แต่ก็นั่นล่ะนะ...เขามีตำแหน่งเป็นถึงประธานบริษัทยักษ์ใหญ่ แต่ละวันก็ยุ่งจนแทบไม่ได้สนใจเรื่องเกี่ยวกับชีวิตประจำวันอยู่แล้ว...รวม ถึงเรื่องความรักด้วย

ใช่แล้วล่ะ ผมน่ะรักเขาข้างเดียว...ชายหนุ่มสุดแสนจะเพอร์เฟคที่มีสาว ๆ ซึ่งพร้อมจะแต่งงานกับเขาอย่างจดจ่อ จะมาสนใจ House Keeper กระจอก ๆ อย่างผมไปทำไม...ผมถอนหายใจหนึ่งเฮือก ก่อนจะปลดถุงซีลเสื้อสูทราคาแพงซึ่งจัดส่งมาจากร้านซักแห้งแขวนบน ไม้แขวนเสื้อ ก่อนจะจัดไว้ในตู้เสื้อผ้าบิลด์-อินสุดหรู...

ผมถอยมายืนมองรอบ ๆ ห้องนอนอันกว้างขวางซึ่งเรียบร้อยด้วยฝีมือของผม...พลางแอบปลื้มนิด ๆ ไม่ว่าจะมองมุมไหนก็ดูเรียบร้อยสะอาดสอ้านด้วยความเอาใจใส่ของผมทั้ง นั้น...บางคนอาจคิดว่าผมรักความสะอาดเกินไปหรือเปล่า? ก็อาจจะใช่ ไม่อย่างนั้นผมคงไม่มาทำงานพิเศษแบบนี้ทั้งที่ชีวิตในรั้วมหา’ลัยก็ยุ่ง ๆ หรอก...แถมยังได้มาทำงานในบ้านของเขาอีกด้วย ผมคงจะไม่เลิกง่าย ๆ เป็นแน่...

ที่จริง...ผมกับเขาไม่ได้เจอกันเพราะผมมาทำงานพิเศษนี้หรอก แต่...เอ้อ...เรียกว่าผมพบเขาควรจะถูก (เพราะเขาคงจำผมไม่ได้หรอก) ที่ร้าน DVD ตรงหัวมุมถนนก่อนเข้าหมู่บ้าน อันที่จริงผมมาส่งเพื่อน ก็ไป ๆ มา ๆ บ้านเพื่อนคนนี้บ่อยพลอยยืม DVD จากร้านนี้ไปดูที่บ้านบ้าง...ผมก็เลยได้พบกับเขา ตอนที่แย่ง Series CSI กันอยู่พอดี แล้วเขาก็อุตส่าห์สุภาพกับผมที่เด็กกว่าให้สิทธิ์ผมยืมไปดูก่อน

จะเรียกว่าผมหลงรูปก็ได้นะ ก็...เขาออกจะหล่อปานนั้น แถมยังสุภาพสุด ๆ อีก...ผมก็ไม่คิดว่าจะได้มาเจอเขาอีกหรอก...แต่สุดท้ายเมื่อผมรับงานพิเศษ รายได้ดี แถมยังได้เข้า-ออกบ้านคนรวย ๆ ที่จัดตกแต่งอย่างมีสไตล์ตรงตามสาขาที่ผมกำลังเรียนอยู่อีก...เหมือนชะตา ลิขิตให้ผมได้พบกับเขาเลยทีเดียว

หลังจากที่ผมเข้ามาทำงานในบ้านของเขา...ก็มีบ้างที่ได้พบ หรือว่าพูดคุยกัน ก็...รู้จักกันระดับหนึ่งล่ะน่า (คิดเข้าข้างตัวเองจริง ๆ แฮะ) มันก็ไม่แปลกอะไรสินะ ถ้าผมจะทำอาหารไว้ให้เขา...ยังไงเขาก็เป็นคนจ่ายเงินเดือนให้ผม ผมก็ควรจะตอบแทนอะไรเขาบ้างสินะ (คิดเข้าข้างตัวเองรอบ 2)

คิดแล้ว ผมก็ตรงเข้าห้องครัวที่สาดแสงเงาวับ ราวกับไม่เคยได้ใช้มาก่อนตั้งแต่สร้างบ้านหลังนี้ทันที...บนโต๊ะเตรียมอาหาร วางเรียงรายไปด้วยผักนานาชนิด และเนื้อสดใหม่ที่ผมแวะซื้อที่ ซุปเปอร์มาร์เก็ต ก่อนจะเข้ามา...ผมหั่นผักพวกนั้นใส่ กาละมัง อย่างรวดเร็ว ก่อนจะแช่ด้วยเกลือล้างสารพิษ 3 นาที จากนั้นก็จัดการโยนลงไปใน หม้อตุ๋น รอจนสุกได้ที่ ก็ค่อยใส่เนื้อลงไป...วันนี้สตูเนื้อตุ๋น กับ ผัก ต้องอร่อยแน่ ๆ

ขณะนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือของผมก็ดังขัดจังหวะ เมื่อเห็นชื่อบนโทรศัพท์ผมก็เหนื่อยหน่ายใจนิดหน่อย...เพื่อนคนที่ผมบอกคุณ เมื่อครู่นี้แหละครับ...

“ว่าไง”

“อะไรว่าไงยะ? เล่ามาสิว่าไปถึงไหนกันแล้ว” เสียงแหลมด้วยความอยากรู้อยากเห็นสุด ๆ เลยแฮะ...

“ก็ไม่ไง...เขายังไม่กลับ”

“โธ่เอ๊ย...เบื่อเลย ฉันอุตส่าห์จะเอาเรื่องเธอไปเขียนลง blog ซะหน่อยแท้ ๆ” บ่นอีก...นึกแล้วว่าจะต้องพูดงี้ แบบว่าคบกันมาตั้งกะประถมแล้วล่ะครับ รู้ไส้รู้พุงหมด แล้วก็รู้ด้วยว่าคุณเธอเป็นสาววายที่เขียนนิยายลง blog จนโด่งดังในวงการอีกต่างหาก

“นี่! พอเลยนะ ฉันไม่ใช่แหล่งความรู้ของเธอซักหน่อย”

“อ่ะ จ้า ๆ รู้แล้ว แต่นี่ฟังหน่อยนะ...วันนี้ฉันไปเดินห้างเจอหนุ่มน่ารักด้วยล่ะ!!!” เอาแล้วสิ คงจะยาว แต่ก็ฟังคุณเธอซักหน่อยละกัน...อย่างน้อยรอบ ๆ ตัวก็มีแต่ผมนี่แหละที่คุยเรื่องนี้กับเธอได้...

“เหรอ แล้วไงต่อ?” ผมตอบอย่างรู้ทัน...เธอก็กำลังกระหยิ่มใจอยู่แหง ๆ เลยเล่าไปเรื่อย ๆ จนหมดเปลือกเลยเชียว...

“อุ๊ย!!”

“อะไร?”

“เดี๋ยวนะ ๆ โทษที...รู้สึก ส้มตำ เมื่อเช้าจะทำพิษแล้วล่ะ แค่นี้ก่อนละกัน”

“หา? เออ ๆ ก็ได้”

“เดี๊ยววววว!! แล้วอย่าลืมเล่าให้ฉันฟังด้วยนะว่าเป็นไงกัน!!”

“รู้แล้ว ๆ” ผมปิดโทรศัพท์ด้วยรอยยิ้มนิดหน่อย...หันไปมองหม้อตุ๋นก็ยังเหลือเวลาอีกพอ สมควรจึงจะได้ที่ ผมก็นึกขึ้นได้ว่า ยังไม่ได้ล้างมือเลยทั้ง ๆ ที่เพิ่งหยิบพวกของสดมาแท้ ๆ คิดแล้วก็หันไปเปิดก๊อกน้ำที่อ่างล้างมือทันที...แต่ว่า

“----------- ซู่!!!!!!!” “ว๊ากกกกกก!!” เสียงน้ำที่ทะลักออกมาอย่างไร้การควบคุม ดังลั่นไปทั่วห้องพร้อม ๆ กับเสียงร้องอย่างตื่นตระหนกของผม!!

“ซวยแล้ว” หลังจากร้องจนเสียงหมดแล้วผมก็ได้แต่ยืนนิ่ง มองก๊อกน้ำ (ที่มันน่าจะ) หรู และ (ควรจะ) แข็งแรง ซึ่งย้ายมาอยู่ในมือผม...และน้ำประปาเจ้ากรรมก็ไหลนองเต็มพื้นห้องครัว...

หลังจากสติกลับมาผมก็รีบวิ่งไปปิดมิเตอร์น้ำที่อยู่ตรงสวนหน้าบ้านอย่าง เร็ว...และรีบวิ่งกลับมาดู ปรากฎว่าน้ำหยุดไหลแล้ว...หม้อตุ๋นก็ยังดีอยู่ ผมจึงจัดแจงทำความสะอาดน้ำที่นองเลอะพื้นเต็มไปหมดทันที...แต่ตัวผมนี่สิ เรียกว่าลูกหมาตกน้ำนี่ยังน้อยไปด้วยซ้ำ...

อันที่จริงก็เกรงใจเขา (เจ้าของบ้าน) อยู่หรอกนะ...แต่ก็นั่นแหละ ผมเปียกไปทั้งเนื้อทั้งตัว หัวจรดเท้าขนาดนี้ ก็กลัวจะเป็นหวัดน่ะนะ ขอใช้ห้องน้ำหน่อยละกัน...คิดแล้วก็รีบเลยดีกว่า อีกเดี๋ยวของตุ๋นในหม้อก็จะเรียบร้อยแล้ว จะได้ทำให้เสร็จก่อนที่เขาจะกลับมา...

--------------------------------------------------------


“เฮ้อ...” ในที่สุดก็เรียบร้อย เสื้อกับกางเกงที่เอาใส่เครื่องซักแห้งไว้ก็คงจะเสร็จแล้ว สตูเนื้อตุ๋นก็ด้วย คงต้องรีบหน่อย...แต่ว่า...ในขณะที่ผมในชุดวันเกิดพันแค่ผ้าเช็ดตัวผืนเดียว ตรงท่อนล่างกำลังจะเปิดประตูห้องน้ำออกไป...ประตูห้องน้ำที่ว่ามันก็เปิดเอง ซะงั้น

“เอ๋?” เสียงของผมออกมาเพียงแค่นั้น...แค่นั้นจริง ๆ ครับ เพราะใบหน้าหล่อ ๆ กับ หุ่นสูงราวกับนายแบบที่กำลังยืนขวางประตูอยู่ เขานั่นเอง...กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ฟร้า!!!!

“คุณ?” คิ้วเข้มขมวดนิด ๆ บนใบหน้าหล่อเหลา อา...เสียงก็นุ่มชวนฟัง เฮ้ย!!! ไม่ใช่เวลามาเคลิ้มแล้วนะเฟ้ย สถานการณ์ตอนนี้มันย่ำแย่เสียยิ่งกว่าอะไร กลายเป็นว่าผมซึ่งเป็นแค่คนทำความสะอาดบ้าน กลับถือวิสาสะใช้ห้องน้ำของเขาอยู่เนี่ยนะ (ครัวไม่นับนะครับ...นั่นมันใคร ๆ เขาก็ทำกัน) (ล่ะมั๊ง)

“เอ่อ...ผม...ผม คือว่า...” ไม่น่าเชื่อว่าผมจะพูดอะไรไม่ออกปานนี้ ทางเขาก็ไม่พูดอะไรออกมาอีกเลยเหมือนกัน ยิ่งตกอยู่ในความเงียบขนาดนี้ ผมก็ยิ่งเหงื่อแตกพลั่ก ๆ

“อ๊ะ!” สุดท้ายเขาก็ผละไปเฉย ๆ จะโทร.หาตำรวจรึเปล่าเนี่ย? หรือจะเอาอะไรมามัดผมไว้ก่อนจะจับส่งตำรวจ? แต่ผมไม่ใช่โรคจิตนะ (ฮือ) เสียงฝีเท้าของเขากลับมาแล้ว...ผมหมดแรงจนคุกเข่าลงกับพื้น หลับตาปี๋รอรับชะตากรรม แต่ว่า...

เสื้อคลุมอาบน้ำขนนุ่มถูกคลุมลงบนตัวผม ผมลืมตาโพลงมองสีหน้ารำคาญนิด ๆ ของเขา

“ใส่แค่ผ้าเช็ดตัวผืนเดียวแบบนี้เดี๋ยวก็เป็นหวัดหรอก” เสียงนุ่ม ๆ ของผู้ใหญ่ดุเด็กน้อยแบบไม่จริงจังนั้นทำให้ผมใจชื้นขึ้นเป็นกอง

“เอ่อ...ผม...ขอโทษนะครับ ที่ใช้ห้องน้ำของคุณตามใจชอบแบบนี้...ก๊อกน้ำในห้องครัวมันเสียน่ะครับ น้ำกระเด็นโดนเสื้อผ้าผมหมด ผมก็เลย...”

“ช่างเถอะ” เขาพูดปัด ๆ พลางลุกไปทางอื่น ใจผมก็หล่นไปอยู่ตาตุ่มอีกครั้ง...นี่ผมทำอะไรอยู่กันแน่?

“ขะ..ขอโทษจริง ๆ นะครับ ผมจะทำความสะอาดให้เรียบร้อย แล้วก็จะลาออกด้วยครับ...” ผมลุกขึ้นยืนช้า ๆ รู้สึกหัวใจว่างโหวงไปหมด รวมทั้งรู้สึกอับอายในการกระทำของตัวเองขึ้นมาทันควัน เรื่องทำอาหารในห้องครัว เรื่องใช้ห้องน้ำอีก มันเป็นเรื่องที่ถือวิสาสะทำในบ้านคนอื่นทั้งนั้น เพียงเพราะผมคิดว่าผมชอบเขาก็เลยจะทำอะไรก็ได้งั้นเหรอ? คิดตื้นจริง ๆ

“อะไรนะ?” เขาหันมาหาผมด้วยสีหน้าโกรธเคือง แถมด้วยน้ำเสียงแข็ง ๆ นั่นอีก...ผมห่อไหล่สำนึกผิดเต็มที่ หลับตาแน่นอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าของเขาย่างสามขุมเข้ามา...

เอ๋?

หือ?

ถ้าเขาต่อยผม ก็น่าจะเจ็บนะ?

แต่ต่อยนี่ มันต้องต่อยที่หน้าไม่ใช่เหรอ?

ความรู้สึกนี่มัน? มัน?

“อ๊ะ!!!” ผมผลักอกแน่น ๆ ของเขาออก เมื่อกี๊จูบนี่หว่า จูบใช่มั๊ยเนี่ย? โอ้ ลันล้า เขาจูบผม ไอ้มือเจ้ากรรมนี่ก็ผลักทำไมฟะเนี่ย! กลับไปฉันจะลงโทษแก

“ขอโทษนะ”

“เอ๊ะ?” ขอโทษอะไรคร้าบบบ อย่าขอโทษเลย ผมยินดีมาก แต่แม้ใจจะลิงโลดแค่ไหน ภายนอกก็ขอมาดนิ่ง ทำแบ๊วไว้ก่อนละกัน

“แต่คนที่ชอบมาเปลือยต่อหน้าขนาดนี้...ใครจะไปทนไหว”

หา

ผมได้แต่เบิกตากว้าง อ้าปากค้างเท่านั้นเองเมื่อได้ยิน...จากนั้นเขาก็ปัดเสื้อคลุมอาบน้ำออก แล้วดึงตัวผมเข้าไปหาอกอุ่น ๆ ของเขาอีกครั้ง จากนั้น....ก็รู้ ๆ กันอยู่อ่ะนะ ถ้าคุณอยากรู้รายละเอียดล่ะก็ ตามอ่านใน blog ยัยนั่นเองละกัน (หุหุ) ช่วยเพื่อนโปรโมทหน่อย

--------------------------------------------------------


ในที่สุดพระอาทิตย์ก็ทอแสงสุดท้ายเข้ามาทางหน้าต่างกระจกสีฟ้าน้ำทะเลสวย ผมไม่ได้ลุกจากเตียงคิงไซส์ของเขาเลยตั้งแต่สาย

หลังจากมีอะไรกันแล้ว ผมก็หลับไป พอตื่นเขาก็คลอเคลียอยู่ข้าง ๆ ไม่ให้ผมได้ลุกไปไหนเลย...มีความสุขจัง อาจจะคิดว่าผมใจง่ายไปหน่อย แต่ผมเป็นผู้ชายนะ แล้วเขาก็บอกชอบผมด้วย อะไรก็ฉุดไม่อยู่หรอก หึหึ

ผมกลิ้งตัวไปหาเขาที่นอนหลับอยู่ พลางสายตาก็เหลือบไปเห็นเสื้อสูทราคาสุดจะแพงกับเสื้อเชิ้ต กางเกงระเกะระกะอยู่บนพื้น นิสัยรักความสะอาดก็ทำงานทันที ผมค่อย ๆ ลุกจากเตียงอย่างช้า ๆ พลางค่อย ๆ หยิบเสื้อผ้าของเขาขึ้นมากะจะเอาไปแขวนไว้ก่อน (เดี๋ยวมันจะยับ) สิ่งหนึ่งก็ลื่นไถลออกมาจากกระเป๋าด้านในเสื้อสูท เป็นสายสร้อยสีเงินที่คุ้นตา...

ผมหยิบสายสร้อยนั่นออกมา พลาง นาฬิกาพก เรือนหนึ่งซึ่งห้อยติดกับสายสร้อยนั้นก็ออกมาด้วย
“นี่มัน! นาฬิกาเรานี่หว่า?” มันเป็นของที่คุณตาให้ผม แต่วันหนึ่งมันก็หายไปจากห้อง แล้วทำไม? มันถึงมาอยู่ที่นี่ได้ ในเสื้อสูทของเขาอีกด้วย คำถามมากมายวนไปวนมาอยู่ในความคิดของผม พอดีกับที่

“...อืม...” เสียงงัวเงียของเขาดังเบา ๆ ทำให้รู้ว่าเขากำลังจะตื่น ผมจึงรีบตรงรี่ไปหาทันที

“คุณเอามันมาจากไหน? นี่มันของผมนะ” ผมโกรธนะเนี่ย ตอนที่มันหายไปผมพลิกบ้านหาจนพ่อกับแม่ต้องปลอบใจอยู่เป็นนานสองนานกว่าจะ หายกลุ้มแท้ ๆ แต่มันกลับมาอยู่ที่นี่ หมายความว่าไงกันเนี่ย? เมื่อถูกผมตั้งคำถาม หน้าหล่อ ๆ ตะลึงไปชั่วขณะ สุดท้ายก็ถอนหายใจออกมา ท่าเสยผมยุ่ง ๆ พร้อมกับถอนหายใจไปด้วยนี่ยังกะนายแบบเลยนะครับพ่อคุณ

“...ฉันได้มันมา...จากเพื่อนของเธอ”

“ห๊า!!” ว่าไงนะ จากเพื่อนเหรอ เพื่อนคนไหน อย่าบอกนะว่า...

“เธอมาส่งเพื่อนที่หมู่บ้านซอยถัดไปบ่อย ๆ ใช่มั๊ยล่ะ? พอเห็นเธอฉันก็ตกหลุมรักเธอทันที เคยตามไปดูเธอถึงที่มหา’ลัยด้วยซ้ำ จนเพื่อนเธอคนนั้นสังเกตุเห็น”

“แล้ว?”

“แล้วเขาก็เลยเสนอแผนให้เธอมาทำงานที่บ้านฉัน ให้ฉันหาโอกาสใกล้ชิดกับเธอ จนได้สารภาพกับเธอนี่ไง”

“แล้วนาฬิกานี่”

“เพื่อนเธอก็เอามาให้...บอกว่าเป็นของที่เธอรักมาก ฉันก็เลยพกติดตัว เวลาคิดถึงเธอฉันก็จะหยิบออกมาดู” หลังจบคำสารภาพ...ผมก็หูอื้อตาลายไปชั่วขณะ

หมายความว่า ที่ผมอุตส่าห์พยายามปกปิดแทบตาย

หรือแม้กระทั่งคอยสงบจิตสงบใจแอบมองเขาอยู่ห่าง ๆ

จริง ๆ แล้ว เขาเองก็ชอบผมมาตั้งแต่ตอนไหนแล้วก็ไม่รู้งั้นเหรอเนี่ย?? แถมยัง เป็นแผนที่ยัยนั่นเป็นคนต้นคิดอีก ว่าแต่สตูเนื้อตุ๋นที่ผมทำนั่นก็มาจากคำยุนี่นา!!

นี่หมายความว่า ทั้งผมทั้งเขา กำลังเดินตามแผนนิยายลง blog ของยัยนั่นเหรอเนี่ย!!

เอ๊ะ? หรือว่า

“ก๊อกน้ำ...มันไม่ได้เสียอยู่แล้วใช่มั๊ยครับ?” เขายิ้มเขินนิด ๆ แล้วก็พยักหน้า

“ฉันเป็นคนไปไขให้มันหลวมไว้ก่อนตั้งแต่เช้าแล้ว”

หนอย มิน่า อยากรู้อยากเห็นว่าเรื่องราวจะเป็นยังไงขนาดนั้น ที่แท้ก็แค่อยากรู้ว่าแผนตัวเองคืบหน้าไปถึงไหนสินะ กลับไปต้องมีคิดบัญชีกันแล้ว เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดดดดด

“แต่...ฉันก็ขอบคุณเพื่อนเธอนะ” เขาไม่พูดเปล่า เอาแขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามนั้นรวบตัวผมไว้จากด้านหลัง...เมื่อเห็นผมทำ หน้างง ๆ เขาก็เปล่งรอยยิ้มอวดฟันขาวให้เห็น

“ก็ถ้าเขาไม่ช่วยวางแผนเราจะมาลงเอยกันแบบนี้เหรอ?”

ก็จริงแฮะ แต่ยังไงงานนี้ก็ต้องมีเอาคืนบ้างแหละนะ

“ฉันรักเธอนะ”

“ผมก็รักคุณครับ”

เขากอดและจูบผมเบา ๆ ราวกับเป็นสิ่งล้ำค่า แบบนี้ก็ Happy Ending แล้วล่ะนะ

หลังจากนั้นเราก็ไปฉลองวันเกิดของเขาด้วยกัน

แต่เธอไม่ได้เขียนนิยายเรื่องนี้ลง blog แน่!

-----------------------------------------------------------------------------

จบแล้วจ้า

เป็นนิยายที่คิดว่าแต่งได้ขำสุดในชีวิตล่ะค่ะ หวังว่าอ่านแล้วจะยิ้มกันได้บ้างก็ดีใจมากแล้วค่ะ ขอบคุณที่อ่านผลงานเราจนจบนะคะ

ICZERแล้วจ้า0

 

Comment

Comment:

Tweet

เจ๋งอ่า
__________________________
[url=http://www.sbobetsbobet.com/]sbobet[/url]-[url=http://www.xn--r3ce0ab1b.com]ผลบอล[/url]-[url=http://www.topstarclub.com/gclub.php]gclub[/url]-[url=http://www.allonlinecasinonews.com/]บาคาร่าออนไลน์[/url]

#5 By onzevil on 2012-04-27 19:41

ขอบคุณทุกเม้นท์คร่า

นู๋ดี พี่ไม่มีเพื่อนชายให้จิ้นแบบนี้ ไม่มี๊

#4 By HongMeawji-Fansub on 2012-04-11 08:39

ยิ้มๆ confused smile เพิ่งมีโอกาสเข้ามาอ่าน พอดีหน.ไม่อยู่ชั่วคราว เลยสบายใจ 55555555555
สาววายคนนั้น..... คือพี่ไอซ์ล่ะเซ่ะ!!!!!

#3 By DaftDee on 2012-04-06 09:44

ครับ อิอิ วะวายยยยยยยยยยยยยbig smile

#2 By Dark-kanita on 2012-01-26 12:08

Hot! Hot! Hot! หนุกเท้ เหลาๆ

#1 By เกี๊ยวน้ำ on 2012-01-26 11:51