FICTION

ADOLESCENCE

posted on 11 Oct 2005 09:01 by iczer  in FICTION

....การโอบกอดใครคนหนึ่ง....

ห้วงเวลาซึ่งสับสนราวกับความฝัน

ยามเมื่อสัมผัสร่างกายของกันและกัน

มันมีความหมายว่าอะไร

ทั้งน้ำตานี้

ทั้งหัวใจซึ่งรุมร้อนราวกับจะแตกเป็นเสี่ยงนี้

ฉันไม่เข้าใจเลย...

เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง...เด็กหนุ่มผมทองพลิกตัวกระทบกับแสงแดดรำไรซึ่งส่องลอดผ้าม่านเข้ามาจนต้องลืมตา...เขาทิ้งมือสะเปะสะปะควานหาเจ้าโทรศัพท์เครื่องเล็กซึ่งพกติดตัวเสมออย่างไม่แจ่มใสนัก...

...ครับ อาซาโตะรับโทรศัพท์พร้อมกับหาวไปด้วย...พลางดวงตาสีน้ำตาลทองเหลือบมองนาฬิกาก็รู้ว่าเพิ่งจะ 6 โมงเช้าเท่านั้นเอง...

คาคุเองเหรอ? โทร.มาเช้าขนาดนี้มีอะไร?

อืม... ร่างเล็กในผ้าห่มพลิกตัว...ทำให้อาซาโตะนึกขึ้นได้ว่าคาโอรุนอนอยู่ด้วยกันกับเขา...

...เอกสาร...ที่วันนั้นทำให้น่ะเหรอ? เด็กหนุ่มผมทองพูดด้วยเสียงเบาลงอย่างมากด้วยกลัวร่างเล็กจะตื่น...ทว่า คาโอรุกลับเป็นฝ่ายดึงเสื้อของอาซาโตะมายึดเป็นหมอนข้างแทนไปแล้ว...เรียกรอยยิ้มจาง ๆ ประดับบนใบหน้าคม...

หายไปช่วงนึง...หาดีแล้วเหรอ?...เอ้อ...งั้นก็ได้จะกลับไปทำใหม่ให้ อาซาโตะส่งฝ่ามืออุ่นสัมผัสเส้นผมสีอ่อนนุ่มเบา ๆ พลางค่อยแกะมือเรียวอย่างระวังลุกจากเตียงไป...

********************************

ร่างบอบบางในชุดสูทสีเข้มซึ่งกำลังจัดข้าวของลงกระเป๋าเอกสาร...แม้จะดูไม่เหมาะนักเพราะยังต้องค้ำยันตัวเองด้วยไม้ค้ำ หากใบหน้างามนั้นก็ดูสดใส...

คุณหนูกลับมาแล้วค่ะ... แม่บ้านมาเรียรีบเร่งเข้ามาภายในห้องทำงานอันโอ่โถงของเจ้าของบ้านซึ่งร่างบางยืนอยู่...

คุณมาเรียบอกให้ยามาชิตะเตรียมรถแล้วใช่มั๊ยครับ?

ค่ะ แม่บ้านร่างท้วมพยักหน้าพร้อมกับตอบรับด้วยรอยยิ้ม...คาคุค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกจากห้องให้ทันขณะที่เจ้านายน้อยเข้ามาถึงห้องรับแขกพอดี...

คุณหนูครับ...ขออภัยด้วยครับที่ไม่ได้ออกไปรับ... อาซาโตะหยุดยืนตามเสียงของเลขาหนุ่ม...

ช่างเหอะ...ว่าเรื่องเอกสารก่อนก็แล้วกัน เด็กหนุ่มผมทองนั่งบนโซฟานุ่ม...ไม่ทันเห็นการสบสายตาอย่างรู้ความหมายของคาคุและมาเรียซึ่งกุลีกุจอนำชาแอปเปิลหอมกรุ่นอย่างเคยมาเสิร์ฟ...

เอ้อ...ต้องขออภัยอีกครั้งนะครับ...ท่านนำเอกสารไปที่ออฟฟิศแล้วล่ะครับ พอเห็นว่าเอกสารตกหล่นไปท่านก็เลยโทรศัพท์มาสั่งกับผม...ก็เลยคงจะต้องรบกวนคุณหนูให้ไปจัดทำเอกสารชุดนั้นที่ออฟฟิศครับ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเมื่อฟังจนจบ...พาให้คาคุและมาเรียสบสายตากันอีกครั้ง คราวนี้ดูหวาด ๆ เล็กน้อย...

ที่ออฟฟิศมีพนักงานตั้งเยอะแยะ...ก็ให้พวกเขาจัดการไปไม่ได้เหรอ?

อ๊ะ...เอ้อ... ร่างบางจนคำพูดไปครู่หนึ่ง...แต่ก็สามารถกลบเกลื่อนไปได้อย่างรวดเร็วด้วยรอยยิ้ม...

คือ...เอกสารที่ขาดไปมันไม่ปะติดปะต่อครับ...อีกอย่าง ท่านเคยได้อ่านเอกสารชุดนั้นแล้ว ท่านพอใจมากครับ...ก็เลยอยากให้เหมือนเดิม ดวงตาสีน้ำตาลทองละจากชาแอปเปิลอุ่นไปจับจ้องเลขาฯ หนุ่ม...ครู่หนึ่งใบหน้าคมก็เบือนไปอีกทางให้ความสนใจกับชาต่อ...

...พ่อ...ว่างั้นเหรอ? อาซาโตะเสมองออกนอกหน้าต่างกระจกบานใหญ่ ซึ่งสามารถมองเห็นเรือนกระจกมาการ์เร็ตที่สะท้อนแสงแดดอ่อน ๆ อยู่ไกล ๆ

ท่าน...ก็ไม่เชิงบอกออกมาตรง ๆ ครับ...แต่ก็เป็นอย่างนั้นจริง คาคุยิ้มกับมาเรีย...ใบหน้าด้านข้างของเด็กหนุ่มปกคลุมด้วยเส้นผมสีทองที่ยาวจนเกือบจะบดบังต่างหูทองคู่งามไม่ยอมหันกลับมาหาคนทั้งสองเป็นเวลานานพอควร...ราวกับกำลังซ่อนอารมณ์บางอย่างซึ่งอับอายพอที่จะไม่ให้ผู้ใหญ่ทั้งสองคนนี้ได้เห็น...

งั้นก็...ไปที่นั่นก็ได้ อาซาโตะยืนขึ้นขณะที่วางถ้วยชาซึ่งเหลือชาเพียงเล็กน้อยก้นถ้วยไว้...

เชิญครับ...คุณหนู คาคุก้มศีรษะ...อีกมือผายไปทางประตูหน้าแอบซ่อนรอยยิ้มยินดีที่ทำสำเร็จแล้วหนึ่งขั้น...

********************************

มีโทรศัพท์จากคาคุ จะกลับไปบ้านก่อน อาซาโตะ

คาโอรุถือกระดาษใบเล็กที่ถูกยัดไว้ในมือตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้อ่าน...ใบหน้าหวานในยามตื่นดูงัวเงียเล็กน้อย พลางดวงตาสีดำสนิทกวาดมองรอบ ๆ ก็พบว่ามืออีกข้างของตัวเองกำเสื้อเจ้าของถ้อยคำที่อ่านเมื่อครู่อยู่...เสื้อชุดนอนที่ดูเหมือนถอดทิ้งไว้อย่างจนปัญญาจะยื้อกลับคืน...ได้กลิ่นจาง ๆ จากร่างของอีกฝ่ายซึ่งติดอยู่กับเสื้อผืนนี้...

กลิ่นจาง ๆ แบบเดียวกับยามเมื่อได้รับการโอบกอด...เช่นเดียวกับเมื่อคืน...

สองข้างแก้มนิ่มแดงเรื่อเมื่อนึกถึง...อาซาโตะไม่พูดว่าอะไรซักคำ...ทำตัวเป็นผู้ใหญ่แซงหน้าเขาไป...ส่วนเขาก็ยังคงเป็นเด็กที่อยากจะลืมเลือนทุกสิ่งทุกอย่าง แล้วคอยให้อีกฝ่ายปกป้องตลอดไปอย่างนั้น...

ตรู๊ด ตรู๊ด... เสียงโทรศัพท์หยุดความคิดทุกอย่างของคาโอรุลง...เด็กหนุ่มพาตัวเองออกจากเตียงลงไปห้องรับแขกชั้นล่าง...

ครับ...ทาเทวากิ คาโอรุซึ่งรับโทรศัพท์อย่างไม่ค่อยแจ่มใสนัก...และเกือบจะหาวอยู่แล้ว ทว่า...เมื่อได้รับทราบข้อความจากปลายสาย...ความคิดที่อบอุ่นเมื่อครู่พร้อมยามเช้าที่ดูจะธรรมดา กลับกลายเป็นบางสิ่งซึ่งเลือนหายไปพร้อมกับประโยคของหญิงวัยกลางคนที่ส่งผ่านสายโทรศัพท์มา...

เอ๊ะ?

********************************

ตึกกระจกสะท้อนท้องฟ้าจนนำหมู่เมฆมาประดับได้...ตั้งตระหง่านด้วยความสูง 80 ชั้นใจกลางย่านธุรกิจอย่างโอ่อ่า...นักธุรกิจ เหล่าบรรดาพนักงานกินเงินเดือน หรือแม้แต่ผู้คนที่อาศัยอยู่ใกล้กับบริเวณนี้ต่างเรียกขานตึกระฟ้าหลังงามนี้ว่า มิเนคุระ ทาวเวอร์

ผู้นำตระกูล มิเนคุระ รุ่นที่ 2 ปลีกตัวจากธุรกิจกลางคืนอันมืดมิด มาสู่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในที่แจ้ง ด้วยอายุเพียง 20 ปีในขณะนั้น ได้สร้างตึกระฟ้าอันยิ่งใหญ่นี้ขึ้นเพื่อเป็นศูนย์กลางของธุรกิจตระกูลทั้งหมดได้อย่างงดงาม...

ดวงตาสีน้ำตาลทองสะท้อนสีฟ้าและหมู่เมฆอันเลือนลางในขณะที่รถยนต์สีดำเมื่อมเลี้ยวเข้าสู่ตึก...ด้วยตำแหน่งและใบหน้าอันคุ้นเคยของเลขาฯหนุ่มทำให้ไม่ต้องเสียเวลาแสดงตัว และแจ้งกิจธุระที่จะเข้าสู่ลานจอดรถชั้นสูงสุดแต่อย่างใด...

คุณหนูมาถึงแล้วครับ... คาคุเคาะประตูไม้ลายงามซึ่งติดป้ายว่าห้องประธานแล้วผายมือเชิญเด็กหนุ่มเข้าไปเมื่อได้รับคำอนุญาต...ก่อนจะเดินตามหลังแล้วปิดประตูลงอย่างเงียบ ๆ

ภายในห้องกว้างขวางติดกระจกใสกระจ่างซึ่งถ้ามองจากด้านนอกตึกจะเห็นเป็นสีฟ้าและไม่สามารถมองเห็นด้านในได้ ทว่า หากด้านในคิดจะมองออกข้างนอกก็สามารถทำได้โดยง่ายดาย ทั้งยังชัดเจนอีกด้วย กระจกเช่นนี้เป็นที่นิยมสำหรับตึกระฟ้าสูง มีทั้งความสวยงามและปลอดภัย...

คอมพิวเตอร์ PC และ Notebook ตั้งอยู่บนโต๊ะไม้แข็งแรงถึงสามเครื่อง...ด้านข้างมีชุดโซฟาเล็ก ๆ สำหรับผ่อนคลายหรือบางครั้งสำหรับรับแขกส่วนตัว โซฟาบุนวมนุ่มน่านั่ง กลมกลืนกับโต๊ะกระจกสีใสที่ประดับด้วยแจกันบรรจุดอกมาการ์เร็ตซึ่งคาคุนำมาจากเรือนกระจกที่คฤหาสน์เป็นประจำอยู่อย่างลงตัว...

อากิระในชุดสูทสีเข้มขับเน้นรูปร่างที่ดูสมส่วนให้ยิ่งน่าดูมากขึ้น...หยุดสนทนากับชายหนุ่มซึ่งนั่งตรงข้ามหันหลังให้กับผู้มาใหม่ทั้งสองลง...

อาซาโตะ...นี่คุณชิมะ ฝ่ายประสานงานต่างประเทศ เขารับผิดชอบเรื่องเอกสารที่ลูกทำ ชายหนุ่มลุกขึ้นตามคำแนะนำของอากิระ...เขารูปร่างค่อนข้างท้วม อายุพอ ๆ กับคาคุ ใบหน้าซึ่งสวมแว่นตากรอบเงินมีรอยยิ้มสบาย ๆ

ยินดีที่ได้พบครับคุณหนู...ชิมะ โคสุเกะครับ...

มิเนคุระ อาซาโตะ...สวัสดีครับ เด็กหนุ่มผมทองยื่นฝ่ามือร้อนจับกับมืออีกฝ่าย...

ต้องขออภัยด้วยครับ...ที่ต้องทำให้คุณหนูเดินทางมาถึงที่นี่แต่เป็นเรื่องเร่งด่วนจริง ๆ ชายหนุ่มยิ้มแห้ง ๆ ในขณะที่อาซาโตะก็เพียงแต่ยืนฟังเงียบ ๆ ไม่แสดงสีหน้า...

ชิมะซัง...ผมอนุญาตให้พาอาซาโตะไปที่ฝ่าย จะได้จัดการเอกสารให้เสร็จเรียบร้อยไปเลยทีเดียว อากิระเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มเป็นกันเอง...

เอ้อ...ครับท่านประธาน...ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวคุณหนูซักครู่นะครับ... โคสุเกะรับคำพลางเชื้อเชิญเด็กหนุ่มด้วยท่าทางเกรงอกเกรงใจ...พาให้หัวคิ้วเข้มเริ่มชนกันอย่างไม่ค่อยจะชิน...

ชิมะซังครับ... อาซาโตะเอ่ยขึ้น...ขณะที่ทั้งสองกำลังรอลิฟท์อยู่...

ครับ? คุณหนู

ที่ฝ่ายมีพนักงานเยอะมั๊ย?

เอ้อ...ก็เยอะพอสมควรครับ...บริษัทของเราต้องติดต่อธุรกิจกับต่างประเทศมาก รวม ๆ แล้วก็ประมาณ 40 คนเห็นจะได้ ชายหนุ่มรวบรวมความคิดเล็กน้อยก่อนจะตอบด้วยใบหน้าระบายรอยยิ้มเช่นเคย...

เอกสารพวกนั้นคาคุเป็นคนรวบรวมไม่ใช่เหรอครับ? แล้วทำไมถึงมาที่ฝ่ายต่างประเทศอีก ทั้งที่เอาไปจัดพิมพ์ใส่แฟ้มรอประชุมเลยก็ได้

เอ๊ะ...เอ้อ... แม้ว่าโคสุเกะจะมีทีท่าเกรงอกเกรงใจเด็กหนุ่ม...แต่ก็เป็นเพียงเพราะความสัมพันธ์ทางสายเลือดกับเจ้านายเท่านั้น...เขาไม่ได้คิดถึงว่าอาซาโตะจะให้ความสนใจกับลำดับความเกี่ยวพันของตำแหน่งงานแม้แต่น้อย...ชายหนุ่มขยับแว่นตาราวกับเมื่อครั้งแรกเขาไม่ได้มองอีกฝ่ายให้ชัด ๆ กระนั้น...

คืออย่างนี้ครับ...เทราจิมะซัง ซึ่งเป็นเลขาฯ ส่วนตัวของท่านประธานนั้นเป็นผู้ที่รวบรวมเอกสารก็จริงอยู่...แต่ว่าทุกครั้งท่านประธานจะให้ความสำคัญในการประชุมเสมอ อีกอย่างคราวนี้เป็นการประชุมกับบริษัทสัญชาติอเมริกาซึ่งเป็นสายงานโดยตรงของฝ่ายต่างประเทศ ท่านจึงมอบหมายให้ตรวจทาน แก้ไข และประสานกับฝ่ายจัดพิมพ์เองครับ อาซาโตะพยักหน้ารับเมื่ออีกฝ่ายพูดจบ...

ตรงนี้แหละครับ...เป็นความรับผิดชอบของผมซึ่งเป็นผู้จัดการฝ่าย...เอกสารบางส่วนหายไปในระหว่างตรวจทาน แก้ไข พอดีได้ทราบมาจากเทราจิมะซังตอนที่ผมไปขอความช่วยเหลือว่าเอกสารพวกนั้นจัดทำโดยคุณหนู ก็เลยต้องรบกวนให้มาถึงที่นี่... โคสุเกะจบประโยคพอดีเมื่อลิฟท์มาถึงชั้น 20 ซึ่งเป็นที่ตั้งของฝ่ายต่างประเทศ...

ประตูลิฟท์เปิดออกเผยให้เห็นห้องกระจกใส...ภายในอึกทึกไปด้วยเสียงของพนักงานด้วยภาษาต่างชาติ เสียงโทรศัพท์อื้ออึง...และเสียงเดินขวักไขว่...พนักงานบางคนถูกสุมอยู่ท่ามกลางกองหนังสือเอกสาร จนส่วนบนของศีรษะเท่านั้นที่โผล่พ้นออกมา...

ผมจะพาคุณหนูไปพบกับพนักงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงเลยก็แล้วกันนะครับ โคสุเกะเดินนำอาซาโตะผ่านเหล่าพนักงานโต๊ะแล้วโต๊ะเล่า...พลางพูด

ชิมะซัง...บอกพวกเขาหรือเปล่า...ที่ผมจะมา

อ้อ...พอดีเป็นเรื่องเร่งด่วนครับก็เลยยังไม่ทันได้บอกใครเลย...สงสารก็แต่ซาวาดะคุงแหละครับนั่งทำหน้านิ่วคิ้วขมวดตลอดเวลา ชายหนุ่มพูดกลั้วหัวเราะไปด้วย...

ถ้างั้นขอให้ไม่ต้องแนะนำผมเป็นทางการ...บอกแค่ว่าผมเป็นคนที่ท่านประธานส่งมาก็พอ

เอ๋...แต่แบบนั้น? ผมว่า... โคสุเกะหันขวับพูดด้วยสีหน้าลำบากใจ...

ชิมะซังก็เลิกเรียกผมว่าคุณหนูด้วย...ส่วนจะเรียกผมว่าอะไรก็ตามใจคุณ ดวงตาภายในแว่นกรอบเงินมองเด็กหนุ่มซึ่งเดินเคียงข้างอย่างไม่ค่อยชอบใจในความถือดี...แต่กระนั้นเขาก็ยังมีสีหน้ายิ้มแย้มเหมือนเคย...

...ถ้างั้นก็ได้ครับ... ชายหนุ่มตอบรับเมื่อเขาหยุดยืนใกล้กับพนักงาน 4 คน ซึ่งเดาได้ว่าทำงานเกี่ยวข้องกัน เนื่องจากโต๊ะของพวกเขาหันหน้าเข้าหากันราวกับโต๊ะประชุมเล็กกลาย ๆ

ผู้จัดการคะ? เสียงเล็ก ๆ ของหญิงสาวร่างบางในชุดสูทเรียบ ๆ ลุกขึ้นจากโต๊ะตรงมาหาโคสุเกะ...ท่ามกลางความสนใจของพนักงานในกลุ่ม...ใบหน้าซึ่งจืดชืดเพราะคิ้วสีจางไม่สู้ดีนัก

ซาวาดะคุง คือว่า...เทราจิมะซังมาไม่ได้...ท่านประธานก็เลยส่งเด็กคนนี้มาแทนน่ะ โคสุเกะผายมือแนะนำอาซาโตะ...ทันทีที่สายตาทุกคู่เบนไปหา เด็กหนุ่มก็พบว่ามีหลากหลายความรู้สึกที่มุ่งตรงมา...

เทราจิมะซังไม่สบาย เด็กคนนี้เป็นคนคอยช่วยเหลือเขาตอนนั้น...เอ้อ...เขาชื่อทานากะคุงน่ะ

ฝากตัวด้วยครับ อาซาโตะพยักหน้าพลางเอ่ย...พนักงานชาย 2 คน มองเขาด้วยสายตาหยั่งเชิง...ส่วนพนักงานหญิงอีก 2 คน โดยเฉพาะซาวาดะนั้นดูท่าทางจะถูกใจในความเป็นลูกครึ่งตะวันตก-เอเชียของเด็กหนุ่มอยู่พอสมควร...

งั้นก็หมดหน้าที่ผมแล้วล่ะ...ซาวาดะคุงฝากด้วยนะ โคสุเกะหันไปสั่งลูกน้อง...พลางส่งยิ้มให้อาซาโตะแล้วเดินจากไป...



edit @ 2005/10/11 16:39:28

Adolescence ตอนใหม่จ๊ะ ^^

posted on 22 Nov 2005 14:00 by iczer  in FICTION

ไม่พูดกันมากละ เชิญทัศนา ถ้าสามารถสร้างความเพลินเพลินให้กับทุกคนที่อ่าน ผู้เขียนก็ดีใจแล้วค่ะ ^^

เสียงสัญญาณต่อสายดังต่อเนื่องเป็นระยะ....ทว่า...ปลายทางกลับไม่มีผู้ใดรับ...ครั้นจะให้ติดต่อไปถึงที่คฤหาสน์ด้วยเรื่องส่วนตัวเล็กน้อยแบบนี้ก็ดูจะไม่เหมาะสม...เจ้าของมือเรียวซึ่งวางหูโทรศัพท์เข้าที่คิด...ร่างเล็กจึงตัดใจพลางออกเดินตามเสียงประกาศครั้งสุดท้ายของสถานีรถไฟแทน...ด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก

********************************

ทานากะคุง...มาทางนี้หน่อยจ๊ะ... ซาวาดะกวักมือเรียก เด็กหนุ่มต้องละจากการง่วนพิมพ์คอมพิวเตอร์ตรงหน้า แม้แต่เสียงเรียกเข้าทำนองเพราะของโทรศัพท์มือถือเขาก็ไม่ได้ยิน...

งานที่ฝ่ายต่างประเทศนับว่ายุ่งทีเดียว อาซาโตะเพิ่งจะได้รู้ว่าบริษัทของพ่อนั้นกว้างขวางถึงเพียงนี้ นอกจากกลุ่มของซาวาดะแล้ว พนักงานคนอื่น ๆ ก็ต้องรับผิดชอบประสานงาน อำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า และธุรกิจต่างชาติอีกไม่น้อย...

นี่จ๊ะ....ฉันว่าเราน่าจะใช้ประโยคนี้มากกว่านะ...มันดูทางการสุภาพกว่าด้วย เห็นว่ายังไงจ๊ะ? ทานากะคุง หญิงสาวชี้ไปที่หน้าจอพลางวนนิ้วตรงประโยคที่ต้องการให้เด็กหนุ่มเห็น...อาซาโตะพยักหน้ารับแต่ก็รู้สึกถึงสายตาที่จ้องมองมา...

เธอ...เป็นลูกครึ่งสินะ...เอ้อ...จะว่าไงดีล่ะ? ฉันว่านามสกุลเธอดูไม่เหมาะยังไงไม่รู้.... ซาวาดะพูดกลั้วหัวเราะอยู่ในที...

ทำไมครับ?

เอ่อ...ก็ ขอโทษนะ...ฉันแค่อยากจะบอกว่าหน้าตาท่าทางของเธอ มันดูไม่เข้ากับนามสกุลโหล ๆ แบบนี้น่ะจ๊ะ นามสกุลนี้ถูกคิดขึ้นอย่างปัจจุบันทันด่วนของโคสุเกะ...เพื่อหลีกเลี่ยงความยุ่งยากหลายประการที่อาซาโตะไม่อยากจะเจอ...เมื่อได้รับฟังคำวิจารณ์ของหญิงสาวแล้ว เด็กหนุ่มก็เพียงแต่พยักหน้าเฉย ๆ

เอ้อ... ดวงตาสีน้ำตาลทองจ้องมองหน้าจอที่ถูกแก้ไขคำให้สลวยและเหมาะสมของซาวาดะโดยสนใจกับเนื้อหา...พาให้หญิงสาวรู้สึกว่าเธอแสดงคำวิจารณ์ตรงไปตรงมามากเกินไปกับคนที่เพิ่งรู้จัก แถมยังน่าจะเป็นบุคคลที่ใกล้ชิดกับเลขาฯ ประธานอีกด้วย...อาจทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจก็ได้...

ขอโทษนะจ๊ะ...ฉันเผลอตัวน่ะ

ไม่เป็นไรครับ อาซาโตะไม่ได้สนใจเธอ...ไม่แม้แต่จะยิ้มหรือขมวดคิ้วอะไรทั้งนั้น...เขาสนใจก็เพียงแต่เอกสารที่อยู่ตรงหน้า...พาให้ซาวาดะอดจะรู้สึกไม่เข้าใจขึ้นมา...

ทำไมถึงใช้เอกสารประกอบอันนี้...แทนแผ่นนี้ล่ะครับ? เด็กหนุ่มผมทองโบกเอกสาร

เอ้อ....คืออย่างนี้จ๊ะ...นี่เอกสารสองอันนี้เป็นผลการสำรวจใช่มั๊ยจ๊ะ...ทีนี้นะผลสำรวจของอันแรกน่ะไม่ตรงคอนเซปต์ และเป็นผลสำรวจของปีที่แล้วด้วย ผู้จัดการก็เลยให้สำรวจใหม่ มันเป็นข้อมูลดิบก็จริง แต่ก็สดใหม่กว่ามากก็เลยใช้แทนอันเก่าไปเลยจ๊ะ หญิงสาวอธิบาย ขณะที่อาซาโตะพยักหน้าตั้งใจฟังตลอดเวลา...แม้เธอจะรู้สึกแปร่ง ๆ กับวิธีเข้าสังคมที่ดูเก้ ๆ กัง ๆ ของเด็กหนุ่มไปบ้าง แต่อาการจดจ่อกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าโดยแทบจะไม่ใยดีสิ่งอื่นรอบข้างอีกเลยก็เป็นข้อเด่นที่น่าสนใจไม่น้อย...ซาวาดะยิ้มเล็กน้อยก่อนจะเรียกทีมของตัวเองซึ่งดูท่าทางจะรวมรวมเอกสารทั้งหมดที่แบ่งกันไปจัดการเรียบร้อยแล้ว...

คุณหนูดูตั้งใจดีนะครับ เลขาฯ หนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงยินดี ดวงตาคู่งามละจากความวุ่นวายในฝ่ายต่างประเทศหันมายิ้มให้กับผู้นำตระกูล...

....นั่นสินะ ดวงตาสีน้ำตาลเข้มฉายแววปลื้มใจเล็ก ๆ จ้องมองเด็กหนุ่มซึ่งกลมกลืนในกลุ่มคนทำงานได้อย่างน่าพอใจ...

...ความสามารถในการเข้าสังคมดูจะน้อยไปนิด แต่เรื่องงานน่าจะเชื่อใจได้นะครับ โคสุเกะพูดเสริม...ก่อนที่อากิระจะพยักหน้ารับ...

แล้วก็เอ่อ....ท่านครับ...ผมว่าพวกเราไปจากตรงนี้กันดีกว่ามั๊ยครับ?

หือม์?

คือว่า...ดูเหมือนพวกเราจะเป็นสิ่งบันเทิงให้กับพวกพนักงานไปแล้วล่ะครับ โคสุเกะพูดกลั้วหัวเราะ...สภาพชายหนุ่มที่มีตำแหน่งระดับสูงถึง 3 คนมายืนเบียดกันจนชิดผนัง ลับ ๆ ล่อ ๆ มองไปทางแผนกต่างประเทศ เป็นสิ่งที่พนักงานแผนกประชาสัมพันธ์ซึ่งอยู่ติดกันไม่เคยเห็นมาก่อน...บางคนชะเง้อจนคอจะหลุดจากตัวอยู่แล้ว...หลายคนก็แอบกระซิบกระซาบกัน พนักงานสาว ๆ ที่นาน ๆ จะได้เห็นอากิระเต็ม ๆ ตัวซักครั้งก็จ้องมองกันแทบไม่วางตา...แต่ทว่า แทนที่จะเป็นบรรยากาศเคร่งขรึมในวันทำงานทั่ว ๆ ไป กลับเป็นเรื่องขบขัน จนหลายคนอดหัวเราะไม่ได้...

นั่นสิครับท่าน...ผมว่าเราก็ไปซะทีดีกว่า เดี๋ยวคุณหนูมาเห็นเข้าซะก่อน คาคุเองก็หัวเราะไปพูดไป...

เอ้อ....ก็ได้ อากิระดูเหมือนจะคงบุคลิกผู้นำได้เป็นอย่างดี ล่าถอยจากผนังหันกลับไปขึ้นลิฟท์ แต่ไม่วายคาคุจะสังเกตเห็นใบหูของผู้นำอันเคร่งขรึมคนนี้แดงเรื่อผิดกับผิวเนื้อส่วนอื่นอย่างเห็นได้ชัด...จนร่างบางอดไม่ได้ที่จะใช้ดวงตาคู่งามมองไปตลอดทาง...พลางหัวเราะเบา ๆ

********************************

เสียงทะเลครืนครั่นไกลลิบในห้วงคำนึง...เทียบไม่ได้กับเสียงฝูงชนในชุดสีดำหม่นซึ่งดูเหมือนจะเคลื่อนตัวช้า ๆ และพร่าเลือนราวกับภาพยนตร์ไร้สี...ร่างเล็กก้าวลงจากรถในขณะที่หญิงกลางคนซึ่งต้อนรับเหล่าฝูงชนเหล่านั้นอยู่หน้าประตูไม้มะค่าบานเดิม เผยรอยยิ้มเล็กน้อยอย่างอ่อนแรงพลางรีบมาหา...

ยินดีต้อนรับกลับค่ะ...คุณหนู มาซาโกะซึ่งผอมซูบ และดูสูงวัยขึ้นกว่าครั้งที่จากมา ยื่นมืออันผ่านกาลเวลามานานกว่าจับมือของเด็กหนุ่มอย่างอ่อนโยน...

....ขอโทษนะครับ....ที่...ผมพูดว่ากลับมาแล้วไม่ได้.... ดวงตาสีดำสนิทคู่สวยมองอีกฝ่ายอย่างลำบากใจ...แต่หญิงรับใช้ผู้นี้ก็เข้าใจเป็นอย่างดี...เธอผงกศีรษะด้วยรอยยิ้ม...

ไม่เป็นไรค่ะ มาซาโกะคนนี้แค่คิดถึงคุณหนูเท่านั้นเองค่ะ...

...เอ่อ....แล้ว....ที่โทรศัพท์มาน่ะ...เป็นเรื่องจริงสินะครับ คาโอรุมองผู้คนที่เดินเข้าสู่ภายในด้วยการนำและต้อนรับของเหล่าหญิงรับใช้ที่เศร้าสร้อยในชุดกิโมโนสีดำสนิทพลางเอ่ย...ร่างซูบของมาซาโกะสะท้านเล็กน้อย...หยาดน้ำตาหลั่งไหลออกมาเงียบ ๆ

ขอโทษนะคะคุณหนู...นายหญิงไม่สบายมานานแล้วค่ะเป็นความผิดของดิฉันเองที่ไม่ได้บอกกับคุณหนูเลย เสียงต่อไปขาดหายถูกแทนที่ด้วยเสียงสะอื้น...คาโอรุโอบกอดร่างผอมที่สั่นสะท้านเอาไว้อย่างทนุถนอม...ร่างซึ่งครั้งหนึ่งเคยกอดเขาไว้แนบอก มาบัดนี้...เด็กหนุ่มเพิ่งจะตระหนักดีแล้วว่ากาลเวลาได้เปลี่ยนเขาและมาซาโกะไปมากมายแล้ว...รวมถึงวันนี้...ที่ไม่ได้นึกถึง...

มาเถอะค่ะ...ชิโรอิซังกับทุก ๆ คนกำลังรออยู่ มาซาโกะแตะแขนเด็กหนุ่มให้เดินเข้าไปด้านใน...ท่ามกลางความสนใจของผู้ร่วมงานด้านนอกที่ทั้งสงสัยถึงฐานะของคาโอรุ และผู้ที่พอจะรู้อยู่บ้างว่าตระกูลทาเทวากิมีหลานชาย...

********************************

เรือนใหญ่กว้างขวาง แฝงกลิ่นอายไม้เก่าแก่ล้ำค่า ประดับประดาด้วยไม้ดอกนานาพันธุ์รอบด้านซึ่งดูเงียบเหงา...เสียงจอแจของผู้คนดังแว่วมาไกล ๆ จากเรือนนอก...มาซาโกะพาคาโอรุมาถึงห้องโถงกว้างที่ปกติจะเอาไว้รับรองแขกสำคัญ แต่มาบัดนี้...เมื่อมือผอมเกร็งเลื่อนบานประตูออก ภายในห้อง....มีสภาพที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง...

ร่างของหญิงชราเจ้าของตระกูลนอนนิ่ง สงบเงียบอยู่ตรงกลางห้อง...รายรอบไปด้วยบรรดาผู้คนซึ่งรู้จักกันดีเพียง 4-5 คนเท่านั้น...ดวงตาสีดำสนิทคู่งามเหม่อมองทั่วทั้งห้องด้วยความรู้สึกที่ว่างเปล่า...

คาโอรุคุง... มาริโนะ...พยาบาลสาวที่สนิทสนมกับคาโอรุดีที่สุดเอ่ยทักก่อนเป็นคนแรก...

สวัสดีครับ...มาริโนะซังคุณหมอ... คาโอรุทักทายตอบ...หมอใหญ่พยักหน้ารับ

คุณหนูคะ...ท่านนี้คือ โนบุคาวะซัง ผู้ใหญ่บ้านค่ะ ส่วนท่านนี้คือ ชิโรอิซัง ทนายความประจำตระกูล อีกท่านหนึ่งคือ เซโอะซัง ประธานสำนักพิมพ์เซโอะค่ะ มาซาโกะผายมือไปทางชายวัยกลางคนร่างกลมท่าทางใจดี สวมใส่เสื้อผ้าไม่เป็นทางการมากนักแต่ก็สุภาพพอ เขายิ้มน้อย ๆ ให้เด็กหนุ่มอย่างจริงใจ ต่างกับชายอีกคนในวัย 50 เศษซึ่งสวมแว่นตากรอบเล็ก ในชุดสูทสีดำสนิทเรียบกริบ ริ้วรอยตามใบหน้าชัดเจนบ่งบอกว่าผ่านกาลเวลามาเนิ่นนานและทำทุกสิ่งด้วยความจริงจัง...ซึ่งลักษณะภายนอกนี้พอ ๆ กับหญิงวัยกลางคนที่ถูกแนะนำเป็นคนสุดท้าย ซึ่งมองคาโอรุด้วยสายตาหยั่งเชิงคมกริบ ด้วยความที่ดำรงตำแหน่งประธานฯ ทำให้เธอดูน่าเกรงขามกว่าใครในที่นี้...

สวัสดีครับ... คาโอรุทักทายชายสองหญิงหนึ่งผู้สูงวัยกว่าตามมารยาท

ครับ...เอ้อ...ในเมื่อทุกคนมากันพร้อมแล้วก็...ผมจะทำการเปิดพินัยกรรมเลยนะครับ มือผอมหยิบกระเป๋าเอกสารสีดำซึ่งวางอยู่ด้านข้างมาเปิดทันที...

เดี๋ยวสิคะ...คุณหนูเพิ่งมาถึง ยังไม่ได้เคารพ...เอ้อ...นายหญิงเลยนะคะ มาซาโกะซึ่งจัดแจงให้คาโอรุนั่งแล้ว...เอ่ยท้วงตกใจกับคำพูดของทนายความ...ทว่า เด็กหนุ่มกลับไม่ได้แสดงอาการอะไรเลย...เขาซึ่งนั่งติดกับร่างที่นอนนิ่งอยู่นี้ ใช้ดวงตาสีดำสนิทมองอีกฝ่ายด้วยอารมณ์ที่เงียบกริบ...

นายหญิงบอกกับกระผมก่อนหน้านี้แล้วครับ...ว่าเมื่อคุณหนูคาโอรุ อนดะซัง คุณหมอโทโดโรกิ พยานอีก 3 ท่านมาถึงแล้วก็ให้เปิดพินัยกรรมได้เลยไม่ต้องรออะไร น้ำเสียงแห้ง ๆ ไม่น่าฟังของทนายความสร้างโทนสม่ำเสมอน่าง่วงนอน แถมอธิบายอย่างตรง ๆ โดยไร้ความรู้สึก...ทำให้มาริโนะต้องเหลือบตามองเขาอย่างไม่พอใจ...

ไม่เป็นไรครับ มาซาโกะซัง...เชิญครับ ชิโอริซัง หญิงรับใช้หันไปมองเด็กหนุ่ม เห็นสีหน้าที่เรียบเฉยไร้อารมณ์ความรู้สึกราวกับตุ๊กตาแล้ว ยิ่งนำพาความเศร้าหมองกัดกร่อนจิตใจของเธอจนแทบทนไม่ไหว...มาซาโกะพยักหน้าเงียบ ๆ พลางเช็ดหยาดน้ำตาก่อนที่มันจะตกลงเปื้อนเสื่อเก่าแก่ราคาแพง...

...ข้าพเจ้า ทาเทวากิ เซกิโกะ ขอรับรองว่า ขณะที่เขียนข้อความในเอกสารเหล่านี้ได้ผ่านการไตร่ตรอง และมีสติถูกต้องครบถ้วนทุกประการ... น้ำเสียงโทนเสมอกันยังน่าง่วงเหงาเหมือนเมื่อครู่...แต่เวลานี้ทุกคนตั้งใจฟังอย่างเรียบร้อย...แต่มาซาโกะยังวุ่นอยู่กับการพยายามจะกลั้นเสียงสะอื้น...จนไม่มีใครสังเกตุเห็นเลยว่า คาโอรุนั้น แทบจะไม่ได้ฟังอะไรเลย...

ทรัพย์สินของข้าพเจ้าและตระกูลทาเทวากิซึ่งประกอบด้วย หนึ่ง หุ้นในโรงพยาบาล 2 แห่ง ยกให้กับนายแพทย์โทโดโรกิ คาซุมิ... หมอใหญ่มีสีหน้าตื่นตกใจ และโล่งใจในเวลาเดียวกัน...ความสัมพันธ์ระหว่างเขาและนายหญิงเปรียบไปก็เหมือนกับเจ้านายและลูกน้อง เขาไม่เคยนึกแม้แต่น้อยว่า เซกิโกะจะมอบของขวัญล้ำค่าสิ่งนี้ให้กับเขา...

สอง...ลิขสิทธิ์จากสำนักพิมพ์เซโอะ ตั้งแต่นี้ไปให้นำฝากเข้าบัญชีของอนดะ มาซาโกะ เป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัว และสำหรับแจกจ่ายให้กับหญิงรับใช้รายอื่น ๆ เพื่อประโยชน์ในการตั้งตัวในภายหน้า การแบ่งสรรปันส่วนเหล่านั้นให้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของอนดะซัง มาซาโกะสะท้านขึ้นคราหนึ่ง ส่งเสียงสะอื้นออกมาเบา ๆ ถึงนายหญิงจะเข้มงวด คำชมจากปากแทบจะไม่หลุดออกมา แต่ก็ยังอุตส่าห์นึกถึงทุกคนที่คอยรับใช้เป็นอย่างดี...ยิ่งพาให้หยาดน้ำตาของหญิงรับใช้เก่าแก่คนนี้ต้องหลั่งไหลออกมาไม่ขาดสาย...คาโอรุโอบไหล่มาซาโกะปลอบใจอย่างเงียบ ๆ

สาม...ที่ดินและคฤหาสน์ปัจจุบันให้เป็นทรัพย์สินของประเทศจัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา รวมถึงข้าวของเครื่องใช้ ของประดับทั้งหมด โดยแต่งตั้งให้โนบุคาวะ ทาดาฮิโระ ผู้ใหญ่บ้านเป็นผู้ดูแล ร่วมกับ อนดะ มาซาโกะ โดยทรัพย์สินที่เป็นที่ดินที่เกาะคิวชู 2 แห่งนั้นให้ขายแล้วนำเงินสดฝากเข้าบัญชีอนดะ มาซาโกะเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดูแลพิพิธภัณฑ์แห่งนี้สืบต่อไป... ผู้ใหญ่บ้านมีสีหน้าลำบากใจนิดหน่อย แต่ก็พยักหน้ารับฟัง...ทว่า มาริโนะ และ มาซาโกะที่หยุดสะอื้นแล้ว กลับรู้สึกว่า สิ่งที่พวกเธอได้ยินมานั้นมีอะไรบางอย่างไม่ถูกต้อง...

อนึ่ง...สุสานประจำตระกูลทาเทวากิ ที่จะฝังร่างข้าพเจ้าลงไป ขอมอบให้อนดะ มาซาโกะเป็นผู้ดูแล หากทรัพย์สินทั้งมวลที่กล่าวมาโนบุคาวะ ทาดาฮิโระ และอนดะ มาซาโกะไม่สามารถดูแลได้แล้ว จะต้องทำพินัยกรรมส่งมอบให้กับผู้สืบสายเลือดของตนเองดูแลสืบต่อไป ลงชื่อ....ทาเทวากิ เซกิโกะ น้ำเสียงชวนง่วงนอนจบลงแล้ว...แต่บรรยากาศกลับเงียบกริบยิ่งกว่า มีเพียงเสียงทนายความชิโรอิเก็บเอกสารกลับเข้ากระเป๋าเท่านั้นที่ดังขึ้นอย่างไม่เข้ากัน...สายตาทุกคู่หันมามองเด็กหนุ่มใบหน้าสวย ที่บัดนี้นิ่งเงียบราวกับตุ๊กตาไร้ชีวิตอยู่ข้างร่างของหญิงชรา...ผู้ซึ่งเป็นย่า...

เอ๊ะ? ทำไม...มีเท่านี้เหรอคะ? ชิโรอิซัง ความสงสัยของทุกผู้คนประดังประเดเข้ามาให้ห้วงความคิด ทว่า มีเพียงมาซาโกะเท่านั้นที่เอ่ยขึ้นท้วง เธอหันไปหาทนายความซึ่งเตรียมตัวลุกขึ้นอย่างไม่รั้งรอ...

เท่านี้ครับ...ตรงตามที่นายหญิงบอกผมเอาไว้ทุกประการ...เสร็จธุระแล้ว ผมต้องขอกลับก่อนนะครับ...แล้วพรุ่งนี้ผมจะมาร่วมพิธีฝัง ชิโรอิพาร่างผอมในชุดสูทเรียบกริบของเขากลับออกไป...ทิ้งให้ในใจของมาซาโกะยุ่งเหยิงด้วยคำถามมากมายที่พูดไม่ออก...

ถ้าอย่างนั้น...ผมก็ต้องออกไปจัดการเรื่องด้านนอกก่อนนะครับ... โนบุคาวะลุกขึ้นเป็นรายที่สองเกือบจะพร้อม ๆ กับเซโอะ...เขาแตะไหล่มาซาโกะเบา ๆ พลางส่งสายตาเป็นเชิงให้เธออยู่กับคาโอรุก่อนที่จะออกไป

ผมไปช่วยนะครับโนบุคาวะซัง หมอใหญ่ลุกตามผู้ใหญ่บ้านไปเกือบจะทันที

ดิฉันก็ต้องขออภัยที่วันนี้อยู่ร่วมงานไม่ได้นะคะ ต้องเข้าสำนักงานฯไปจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยตามที่นายหญิงสั่งไว้ก่อนค่ะพรุ่งนี้ดิฉันค่อยมาร่วมงานฝัง...

วันนี้...เอ้อ...ขอบคุณมากนะคะ มาซาโกะโค้งให้กับเซโอะก่อนที่จะมองเธอเลี้ยวโค้งตรงมุมเรือนลับไปจากสายตา...

คาโอรุคุง...เอ่อ...ฉัน มาริโนะอยากจะพูดอะไรซักหลาย ๆ ประโยค...เพื่อปลอบใจ...เพื่อสอบถาม...แต่คำพูดเหล่านั้นไม่ได้ออกมาแม้แต่น้อย...ราวกับบางอย่างมันสะกัดกั้นเธอเอาไว้...เด็กหนุ่มหันมาหาเธอตามเสียงเรียกที่สั่นสะท้านด้วยรอยยิ้มจาง ๆ

ครับ?

เอ้อ.... รอยยิ้มนี้ทำให้มาริโนะถึงกับพูดไม่ออก...เธอทีแรกคิดจะปลอบใจเรื่องที่ทรัพย์สมบัติทั้งหมดถูกยกให้กับคนอื่น...แล้วไม่เอ่ยถึงเด็กหนุ่มที่เป็นหลานแท้ ๆ เลยแม้แต่คำเดียว...แต่เวลานี้เธอเปลี่ยนใจแล้ว...

ขอบคุณนะครับ...มาริโนะซังที่มางาน... คาโอรุโค้งให้หญิงสาว พลางลุกขึ้นยืน...ในดวงตาสีดำสนิทนั้น...ไม่พบเห็นอะไรสะท้อนออกมาแม้แต่น้อย...

ผมจะออกไปช่วยคุณหมอกับผู้ใหญ่บ้านจัดการงานข้างนอกก่อนนะครับ...

คุณหนูคะ! มาซาโกะตรงเข้ามาขวางเด็กหนุ่มทันทีก่อนที่เขาจะก้าวพ้นจากห้อง...

ดิฉัน...ดิฉันไม่รับนะคะ....ดิฉันจะส่งทุกอย่างคืนให้กับคุณหนูค่ะ... หญิงรับใช้ตะกุกตะกักพูดด้วยความเร่งร้อน จนน้ำเสียงสั่นเครือ....ทว่า คาโอรุจับมือผอมซูบที่เย็นเฉียบของเธอเอาไว้...

นายหญิงเขียนเอาไว้ว่าให้มาซาโกะซังมอบต่อให้กับผู้สืบสายเลือดไม่ใช่เหรอครับ....ถึงมาซาโกะซังไม่แต่งงานแต่ผมจำได้ว่า มีหลานอยู่คนหนึ่งนี่ครับ

เรียกท่านย่าสิคะ คุณหนูเป็นหลานแท้ ๆ ของนายหญิงนะคะ!! ดิฉัน...ดิฉันไม่อยากจะเชื่อเลย....นายหญิง....ทำไมทำแบบนี้....ทั้งที่ก็รักคุณมิโนรุขนาดนั้นแท้ ๆ มาซาโกะสะอื้นหนักขึ้นจนแทบจะฟังคำพูดของเธอไม่ออก...ใบหน้าซึ่งเต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งกาลเวลาเศร้าหมองและคับแค้นในเวลาเดียวกัน...ตรงข้ามกับเด็กหนุ่มซึ่งกุมมือสั่นสะท้านของเธอ กลับมีรอยยิ้มจาง ๆ อย่างจนใจ...

ผมกลับมาที่นี่ ไม่ได้ต้องการอะไรหรอกครับ...เพียงแค่มาทำหน้าที่ของตระกูลให้เรียบร้อยเท่านั้น...

อย่าพูดอย่างนั้นค่ะ...คุณหนู....อย่าพูดอย่างนั้นเลย.... คาโอรุเช็ดหยาดน้ำตาจากใบหน้าของมาซาโกะเบา ๆ เพื่อปลอบใจ...พาให้มาริโนะรู้สึกอบอุ่นและเศร้าใจไปพร้อม ๆ กัน...ทั้งที่เด็กหนุ่มและหญิงรับใช้คนนี้ไม่ได้มีสายเลือดเดียวกัน แต่กลับผูกพันและอาทรต่อกันยิ่งกว่า....ใช่....ยิ่งกว่ากับย่าแท้ ๆ ที่ไม่เอ่ยถึงหลานชายซักคำแม้แต่ในพินัยกรรม...

********************************

ตายจริง...เวลาขนาดนี้แล้วเหรอเนี่ย? ซาวาดะอุทานเสียงดังเมื่อเหลือบไปเห็นนาฬิกาติดผนังเรือนใหญ่ตรงหน้า...ตอนนี้ในแผนกต่างประเทศก็เหลือแต่เธอ อาซาโตะ และทีมงานเท่านั้น...ทุกคนง่วนจัดการกับเอกสารสำคัญอันนี้ให้เรียบร้อยเพื่อให้ทันการประชุมในพรุ่งนี้จนลืมเวลากันไปหมด....

...ตกใจอะไรคะ...หรือว่านัดคนพิเศษเอาไว้? พนักงานสาวอีกคนหนึ่งเอ่ยแซวซาวาดะ หลังจากที่บิดขี้เกียจจนหายเมื่อย...

เปล่า...กับพวกเราน่ะก็ทำงานเลยเวลากันอย่างนี้อยู่แล้วนี่คะ...แต่คนที่เพิ่งมาครั้งแรกน่ะสิ... ซาวาดะหันไปทางอาซาโตะที่ดูไม่เดือดเนื้อร้อนใจกับการที่ต้องทำงานเสียจนค่ำราวกับพนักงานคนหนึ่งแม้แต่น้อย...เด็กหนุ่มผมทองรู้สึกถึงสายตาของสองสาวที่จ้องมองมาจึงเงยหน้าจากจอคอมพิวเตอร์...

ครับ?

ขอโทษนะจ๊ะที่ดึงตัวให้อยู่จนดึกขนาดนี้...เอกสารมันเยอะมากจริง ๆ พนักงานหญิงคนนั้นยิ้มให้กับอาซาโตะพลางเริ่มต้นเคลียร์เอกสารบนโต๊ะ...

อ้อ...ถ้าเรื่องเอกสารนั่น มันเสร็จแล้วครับ...แต่เอกสารที่บันทึกไว้อันเก่า ๆ น่าสนใจ ก็เลยอ่านดู

เอ๊ะ? ระ...เหรอจ๊ะ พนักงานหญิงหันไปมองซาวาดะและพนักงานชายที่เหลืออย่างงง ๆ เธอจำได้ว่าเจ้าเอกสารที่วางสงบนิ่งบนโต๊ะตรงที่เด็กหนุ่มชี้ มันอยู่ตรงนั้นตั้งเกือบ 3 ชั่วโมงมาแล้ว...หมายความว่า พวกเธอซึ่งเป็นพนักงานที่ได้รับคัดเลือกมาและค่อนข้างชำนาญกับงานทำนองนี้ ยังทำเอกสารเสร็จช้ากว่าเด็กหนุ่มที่เพิ่งเข้ามาทำงานวันแรกอีกอย่างนั้น...

เอ้อ...เอกสารก็เสร็จแล้ว...พวกเราก็ได้เวลากลับซะที...ทานากะคุงกลับยังไงเหรอจ๊ะ? สนใจจะไปดื่มนิดหน่อยหลังเลิกงานกับพวกเรารึเปล่า? ซาวาดะตัดบทเอ่ยชวนเด็กหนุ่มด้วยรอยยิ้ม...อาซาโตะเบิกดวงตาสีน้ำตาลทองขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่จะตอบคำ น้ำเสียงนุ่มนวลเสียงหนึ่งก็ให้คำตอบแทน...

ทานากะคุงคงต้องกลับกับผมครับ...อีกอย่างหนึ่งเขาอายุยังไม่ถึงที่จะดื่มเครื่องดื่มมีแอลกอฮอลล์น่ะครับ เลขาฯ หนุ่มลงมารับเจ้านายน้อยด้วยตัวเอง...แต่ก็ยังคงปิดบังฐานะของเขาตามที่ต้องการ...แต่ที่ทำให้ทุกคนตกใจคือประโยคสุดท้ายมากกว่า

เอ๊ะ....เอ้อ...แต่ว่าก็คงอีกไม่นานสินะคะ มีโอกาสดิฉันว่าจะเลี้ยงขอบคุณซักหน่อย ซาวาดะพูดยิ้ม ๆ กับคาคุ...

ขอโทษนะครับ ซาวาดะซังคงต้องรออีกนาน...เขาอายุยังไม่เต็ม 16 เลยครับ