ADOLESCENCE
posted on 11 Oct 2005 09:01 by iczer in FICTION....การโอบกอดใครคนหนึ่ง....
ห้วงเวลาซึ่งสับสนราวกับความฝัน
ยามเมื่อสัมผัสร่างกายของกันและกัน
มันมีความหมายว่าอะไร
ทั้งน้ำตานี้
ทั้งหัวใจซึ่งรุมร้อนราวกับจะแตกเป็นเสี่ยงนี้
ฉันไม่เข้าใจเลย...
เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง...เด็กหนุ่มผมทองพลิกตัวกระทบกับแสงแดดรำไรซึ่งส่องลอดผ้าม่านเข้ามาจนต้องลืมตา...เขาทิ้งมือสะเปะสะปะควานหาเจ้าโทรศัพท์เครื่องเล็กซึ่งพกติดตัวเสมออย่างไม่แจ่มใสนัก...
...ครับ อาซาโตะรับโทรศัพท์พร้อมกับหาวไปด้วย...พลางดวงตาสีน้ำตาลทองเหลือบมองนาฬิกาก็รู้ว่าเพิ่งจะ 6 โมงเช้าเท่านั้นเอง...
คาคุเองเหรอ? โทร.มาเช้าขนาดนี้มีอะไร?
อืม... ร่างเล็กในผ้าห่มพลิกตัว...ทำให้อาซาโตะนึกขึ้นได้ว่าคาโอรุนอนอยู่ด้วยกันกับเขา...
...เอกสาร...ที่วันนั้นทำให้น่ะเหรอ? เด็กหนุ่มผมทองพูดด้วยเสียงเบาลงอย่างมากด้วยกลัวร่างเล็กจะตื่น...ทว่า คาโอรุกลับเป็นฝ่ายดึงเสื้อของอาซาโตะมายึดเป็นหมอนข้างแทนไปแล้ว...เรียกรอยยิ้มจาง ๆ ประดับบนใบหน้าคม...
หายไปช่วงนึง...หาดีแล้วเหรอ?...เอ้อ...งั้นก็ได้จะกลับไปทำใหม่ให้ อาซาโตะส่งฝ่ามืออุ่นสัมผัสเส้นผมสีอ่อนนุ่มเบา ๆ พลางค่อยแกะมือเรียวอย่างระวังลุกจากเตียงไป...
********************************
ร่างบอบบางในชุดสูทสีเข้มซึ่งกำลังจัดข้าวของลงกระเป๋าเอกสาร...แม้จะดูไม่เหมาะนักเพราะยังต้องค้ำยันตัวเองด้วยไม้ค้ำ หากใบหน้างามนั้นก็ดูสดใส...
คุณหนูกลับมาแล้วค่ะ... แม่บ้านมาเรียรีบเร่งเข้ามาภายในห้องทำงานอันโอ่โถงของเจ้าของบ้านซึ่งร่างบางยืนอยู่...
คุณมาเรียบอกให้ยามาชิตะเตรียมรถแล้วใช่มั๊ยครับ?
ค่ะ แม่บ้านร่างท้วมพยักหน้าพร้อมกับตอบรับด้วยรอยยิ้ม...คาคุค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกจากห้องให้ทันขณะที่เจ้านายน้อยเข้ามาถึงห้องรับแขกพอดี...
คุณหนูครับ...ขออภัยด้วยครับที่ไม่ได้ออกไปรับ... อาซาโตะหยุดยืนตามเสียงของเลขาหนุ่ม...
ช่างเหอะ...ว่าเรื่องเอกสารก่อนก็แล้วกัน เด็กหนุ่มผมทองนั่งบนโซฟานุ่ม...ไม่ทันเห็นการสบสายตาอย่างรู้ความหมายของคาคุและมาเรียซึ่งกุลีกุจอนำชาแอปเปิลหอมกรุ่นอย่างเคยมาเสิร์ฟ...
เอ้อ...ต้องขออภัยอีกครั้งนะครับ...ท่านนำเอกสารไปที่ออฟฟิศแล้วล่ะครับ พอเห็นว่าเอกสารตกหล่นไปท่านก็เลยโทรศัพท์มาสั่งกับผม...ก็เลยคงจะต้องรบกวนคุณหนูให้ไปจัดทำเอกสารชุดนั้นที่ออฟฟิศครับ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเมื่อฟังจนจบ...พาให้คาคุและมาเรียสบสายตากันอีกครั้ง คราวนี้ดูหวาด ๆ เล็กน้อย...
ที่ออฟฟิศมีพนักงานตั้งเยอะแยะ...ก็ให้พวกเขาจัดการไปไม่ได้เหรอ?
อ๊ะ...เอ้อ... ร่างบางจนคำพูดไปครู่หนึ่ง...แต่ก็สามารถกลบเกลื่อนไปได้อย่างรวดเร็วด้วยรอยยิ้ม...
คือ...เอกสารที่ขาดไปมันไม่ปะติดปะต่อครับ...อีกอย่าง ท่านเคยได้อ่านเอกสารชุดนั้นแล้ว ท่านพอใจมากครับ...ก็เลยอยากให้เหมือนเดิม ดวงตาสีน้ำตาลทองละจากชาแอปเปิลอุ่นไปจับจ้องเลขาฯ หนุ่ม...ครู่หนึ่งใบหน้าคมก็เบือนไปอีกทางให้ความสนใจกับชาต่อ...
...พ่อ...ว่างั้นเหรอ? อาซาโตะเสมองออกนอกหน้าต่างกระจกบานใหญ่ ซึ่งสามารถมองเห็นเรือนกระจกมาการ์เร็ตที่สะท้อนแสงแดดอ่อน ๆ อยู่ไกล ๆ
ท่าน...ก็ไม่เชิงบอกออกมาตรง ๆ ครับ...แต่ก็เป็นอย่างนั้นจริง คาคุยิ้มกับมาเรีย...ใบหน้าด้านข้างของเด็กหนุ่มปกคลุมด้วยเส้นผมสีทองที่ยาวจนเกือบจะบดบังต่างหูทองคู่งามไม่ยอมหันกลับมาหาคนทั้งสองเป็นเวลานานพอควร...ราวกับกำลังซ่อนอารมณ์บางอย่างซึ่งอับอายพอที่จะไม่ให้ผู้ใหญ่ทั้งสองคนนี้ได้เห็น...
งั้นก็...ไปที่นั่นก็ได้ อาซาโตะยืนขึ้นขณะที่วางถ้วยชาซึ่งเหลือชาเพียงเล็กน้อยก้นถ้วยไว้...
เชิญครับ...คุณหนู คาคุก้มศีรษะ...อีกมือผายไปทางประตูหน้าแอบซ่อนรอยยิ้มยินดีที่ทำสำเร็จแล้วหนึ่งขั้น...
********************************
มีโทรศัพท์จากคาคุ จะกลับไปบ้านก่อน อาซาโตะ
คาโอรุถือกระดาษใบเล็กที่ถูกยัดไว้ในมือตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้อ่าน...ใบหน้าหวานในยามตื่นดูงัวเงียเล็กน้อย พลางดวงตาสีดำสนิทกวาดมองรอบ ๆ ก็พบว่ามืออีกข้างของตัวเองกำเสื้อเจ้าของถ้อยคำที่อ่านเมื่อครู่อยู่...เสื้อชุดนอนที่ดูเหมือนถอดทิ้งไว้อย่างจนปัญญาจะยื้อกลับคืน...ได้กลิ่นจาง ๆ จากร่างของอีกฝ่ายซึ่งติดอยู่กับเสื้อผืนนี้...
กลิ่นจาง ๆ แบบเดียวกับยามเมื่อได้รับการโอบกอด...เช่นเดียวกับเมื่อคืน...
สองข้างแก้มนิ่มแดงเรื่อเมื่อนึกถึง...อาซาโตะไม่พูดว่าอะไรซักคำ...ทำตัวเป็นผู้ใหญ่แซงหน้าเขาไป...ส่วนเขาก็ยังคงเป็นเด็กที่อยากจะลืมเลือนทุกสิ่งทุกอย่าง แล้วคอยให้อีกฝ่ายปกป้องตลอดไปอย่างนั้น...
ตรู๊ด ตรู๊ด... เสียงโทรศัพท์หยุดความคิดทุกอย่างของคาโอรุลง...เด็กหนุ่มพาตัวเองออกจากเตียงลงไปห้องรับแขกชั้นล่าง...
ครับ...ทาเทวากิ คาโอรุซึ่งรับโทรศัพท์อย่างไม่ค่อยแจ่มใสนัก...และเกือบจะหาวอยู่แล้ว ทว่า...เมื่อได้รับทราบข้อความจากปลายสาย...ความคิดที่อบอุ่นเมื่อครู่พร้อมยามเช้าที่ดูจะธรรมดา กลับกลายเป็นบางสิ่งซึ่งเลือนหายไปพร้อมกับประโยคของหญิงวัยกลางคนที่ส่งผ่านสายโทรศัพท์มา...
เอ๊ะ?
********************************
ตึกกระจกสะท้อนท้องฟ้าจนนำหมู่เมฆมาประดับได้...ตั้งตระหง่านด้วยความสูง 80 ชั้นใจกลางย่านธุรกิจอย่างโอ่อ่า...นักธุรกิจ เหล่าบรรดาพนักงานกินเงินเดือน หรือแม้แต่ผู้คนที่อาศัยอยู่ใกล้กับบริเวณนี้ต่างเรียกขานตึกระฟ้าหลังงามนี้ว่า มิเนคุระ ทาวเวอร์
ผู้นำตระกูล มิเนคุระ รุ่นที่ 2 ปลีกตัวจากธุรกิจกลางคืนอันมืดมิด มาสู่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในที่แจ้ง ด้วยอายุเพียง 20 ปีในขณะนั้น ได้สร้างตึกระฟ้าอันยิ่งใหญ่นี้ขึ้นเพื่อเป็นศูนย์กลางของธุรกิจตระกูลทั้งหมดได้อย่างงดงาม...
ดวงตาสีน้ำตาลทองสะท้อนสีฟ้าและหมู่เมฆอันเลือนลางในขณะที่รถยนต์สีดำเมื่อมเลี้ยวเข้าสู่ตึก...ด้วยตำแหน่งและใบหน้าอันคุ้นเคยของเลขาฯหนุ่มทำให้ไม่ต้องเสียเวลาแสดงตัว และแจ้งกิจธุระที่จะเข้าสู่ลานจอดรถชั้นสูงสุดแต่อย่างใด...
คุณหนูมาถึงแล้วครับ... คาคุเคาะประตูไม้ลายงามซึ่งติดป้ายว่าห้องประธานแล้วผายมือเชิญเด็กหนุ่มเข้าไปเมื่อได้รับคำอนุญาต...ก่อนจะเดินตามหลังแล้วปิดประตูลงอย่างเงียบ ๆ
ภายในห้องกว้างขวางติดกระจกใสกระจ่างซึ่งถ้ามองจากด้านนอกตึกจะเห็นเป็นสีฟ้าและไม่สามารถมองเห็นด้านในได้ ทว่า หากด้านในคิดจะมองออกข้างนอกก็สามารถทำได้โดยง่ายดาย ทั้งยังชัดเจนอีกด้วย กระจกเช่นนี้เป็นที่นิยมสำหรับตึกระฟ้าสูง มีทั้งความสวยงามและปลอดภัย...
คอมพิวเตอร์ PC และ Notebook ตั้งอยู่บนโต๊ะไม้แข็งแรงถึงสามเครื่อง...ด้านข้างมีชุดโซฟาเล็ก ๆ สำหรับผ่อนคลายหรือบางครั้งสำหรับรับแขกส่วนตัว โซฟาบุนวมนุ่มน่านั่ง กลมกลืนกับโต๊ะกระจกสีใสที่ประดับด้วยแจกันบรรจุดอกมาการ์เร็ตซึ่งคาคุนำมาจากเรือนกระจกที่คฤหาสน์เป็นประจำอยู่อย่างลงตัว...
อากิระในชุดสูทสีเข้มขับเน้นรูปร่างที่ดูสมส่วนให้ยิ่งน่าดูมากขึ้น...หยุดสนทนากับชายหนุ่มซึ่งนั่งตรงข้ามหันหลังให้กับผู้มาใหม่ทั้งสองลง...
อาซาโตะ...นี่คุณชิมะ ฝ่ายประสานงานต่างประเทศ เขารับผิดชอบเรื่องเอกสารที่ลูกทำ ชายหนุ่มลุกขึ้นตามคำแนะนำของอากิระ...เขารูปร่างค่อนข้างท้วม อายุพอ ๆ กับคาคุ ใบหน้าซึ่งสวมแว่นตากรอบเงินมีรอยยิ้มสบาย ๆ
ยินดีที่ได้พบครับคุณหนู...ชิมะ โคสุเกะครับ...
มิเนคุระ อาซาโตะ...สวัสดีครับ เด็กหนุ่มผมทองยื่นฝ่ามือร้อนจับกับมืออีกฝ่าย...
ต้องขออภัยด้วยครับ...ที่ต้องทำให้คุณหนูเดินทางมาถึงที่นี่แต่เป็นเรื่องเร่งด่วนจริง ๆ ชายหนุ่มยิ้มแห้ง ๆ ในขณะที่อาซาโตะก็เพียงแต่ยืนฟังเงียบ ๆ ไม่แสดงสีหน้า...
ชิมะซัง...ผมอนุญาตให้พาอาซาโตะไปที่ฝ่าย จะได้จัดการเอกสารให้เสร็จเรียบร้อยไปเลยทีเดียว อากิระเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มเป็นกันเอง...
เอ้อ...ครับท่านประธาน...ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวคุณหนูซักครู่นะครับ... โคสุเกะรับคำพลางเชื้อเชิญเด็กหนุ่มด้วยท่าทางเกรงอกเกรงใจ...พาให้หัวคิ้วเข้มเริ่มชนกันอย่างไม่ค่อยจะชิน...
ชิมะซังครับ... อาซาโตะเอ่ยขึ้น...ขณะที่ทั้งสองกำลังรอลิฟท์อยู่...
ครับ? คุณหนู
ที่ฝ่ายมีพนักงานเยอะมั๊ย?
เอ้อ...ก็เยอะพอสมควรครับ...บริษัทของเราต้องติดต่อธุรกิจกับต่างประเทศมาก รวม ๆ แล้วก็ประมาณ 40 คนเห็นจะได้ ชายหนุ่มรวบรวมความคิดเล็กน้อยก่อนจะตอบด้วยใบหน้าระบายรอยยิ้มเช่นเคย...
เอกสารพวกนั้นคาคุเป็นคนรวบรวมไม่ใช่เหรอครับ? แล้วทำไมถึงมาที่ฝ่ายต่างประเทศอีก ทั้งที่เอาไปจัดพิมพ์ใส่แฟ้มรอประชุมเลยก็ได้
เอ๊ะ...เอ้อ... แม้ว่าโคสุเกะจะมีทีท่าเกรงอกเกรงใจเด็กหนุ่ม...แต่ก็เป็นเพียงเพราะความสัมพันธ์ทางสายเลือดกับเจ้านายเท่านั้น...เขาไม่ได้คิดถึงว่าอาซาโตะจะให้ความสนใจกับลำดับความเกี่ยวพันของตำแหน่งงานแม้แต่น้อย...ชายหนุ่มขยับแว่นตาราวกับเมื่อครั้งแรกเขาไม่ได้มองอีกฝ่ายให้ชัด ๆ กระนั้น...
คืออย่างนี้ครับ...เทราจิมะซัง ซึ่งเป็นเลขาฯ ส่วนตัวของท่านประธานนั้นเป็นผู้ที่รวบรวมเอกสารก็จริงอยู่...แต่ว่าทุกครั้งท่านประธานจะให้ความสำคัญในการประชุมเสมอ อีกอย่างคราวนี้เป็นการประชุมกับบริษัทสัญชาติอเมริกาซึ่งเป็นสายงานโดยตรงของฝ่ายต่างประเทศ ท่านจึงมอบหมายให้ตรวจทาน แก้ไข และประสานกับฝ่ายจัดพิมพ์เองครับ อาซาโตะพยักหน้ารับเมื่ออีกฝ่ายพูดจบ...
ตรงนี้แหละครับ...เป็นความรับผิดชอบของผมซึ่งเป็นผู้จัดการฝ่าย...เอกสารบางส่วนหายไปในระหว่างตรวจทาน แก้ไข พอดีได้ทราบมาจากเทราจิมะซังตอนที่ผมไปขอความช่วยเหลือว่าเอกสารพวกนั้นจัดทำโดยคุณหนู ก็เลยต้องรบกวนให้มาถึงที่นี่... โคสุเกะจบประโยคพอดีเมื่อลิฟท์มาถึงชั้น 20 ซึ่งเป็นที่ตั้งของฝ่ายต่างประเทศ...
ประตูลิฟท์เปิดออกเผยให้เห็นห้องกระจกใส...ภายในอึกทึกไปด้วยเสียงของพนักงานด้วยภาษาต่างชาติ เสียงโทรศัพท์อื้ออึง...และเสียงเดินขวักไขว่...พนักงานบางคนถูกสุมอยู่ท่ามกลางกองหนังสือเอกสาร จนส่วนบนของศีรษะเท่านั้นที่โผล่พ้นออกมา...
ผมจะพาคุณหนูไปพบกับพนักงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงเลยก็แล้วกันนะครับ โคสุเกะเดินนำอาซาโตะผ่านเหล่าพนักงานโต๊ะแล้วโต๊ะเล่า...พลางพูด
ชิมะซัง...บอกพวกเขาหรือเปล่า...ที่ผมจะมา
อ้อ...พอดีเป็นเรื่องเร่งด่วนครับก็เลยยังไม่ทันได้บอกใครเลย...สงสารก็แต่ซาวาดะคุงแหละครับนั่งทำหน้านิ่วคิ้วขมวดตลอดเวลา ชายหนุ่มพูดกลั้วหัวเราะไปด้วย...
ถ้างั้นขอให้ไม่ต้องแนะนำผมเป็นทางการ...บอกแค่ว่าผมเป็นคนที่ท่านประธานส่งมาก็พอ
เอ๋...แต่แบบนั้น? ผมว่า... โคสุเกะหันขวับพูดด้วยสีหน้าลำบากใจ...
ชิมะซังก็เลิกเรียกผมว่าคุณหนูด้วย...ส่วนจะเรียกผมว่าอะไรก็ตามใจคุณ ดวงตาภายในแว่นกรอบเงินมองเด็กหนุ่มซึ่งเดินเคียงข้างอย่างไม่ค่อยชอบใจในความถือดี...แต่กระนั้นเขาก็ยังมีสีหน้ายิ้มแย้มเหมือนเคย...
...ถ้างั้นก็ได้ครับ... ชายหนุ่มตอบรับเมื่อเขาหยุดยืนใกล้กับพนักงาน 4 คน ซึ่งเดาได้ว่าทำงานเกี่ยวข้องกัน เนื่องจากโต๊ะของพวกเขาหันหน้าเข้าหากันราวกับโต๊ะประชุมเล็กกลาย ๆ
ผู้จัดการคะ? เสียงเล็ก ๆ ของหญิงสาวร่างบางในชุดสูทเรียบ ๆ ลุกขึ้นจากโต๊ะตรงมาหาโคสุเกะ...ท่ามกลางความสนใจของพนักงานในกลุ่ม...ใบหน้าซึ่งจืดชืดเพราะคิ้วสีจางไม่สู้ดีนัก
ซาวาดะคุง คือว่า...เทราจิมะซังมาไม่ได้...ท่านประธานก็เลยส่งเด็กคนนี้มาแทนน่ะ โคสุเกะผายมือแนะนำอาซาโตะ...ทันทีที่สายตาทุกคู่เบนไปหา เด็กหนุ่มก็พบว่ามีหลากหลายความรู้สึกที่มุ่งตรงมา...
เทราจิมะซังไม่สบาย เด็กคนนี้เป็นคนคอยช่วยเหลือเขาตอนนั้น...เอ้อ...เขาชื่อทานากะคุงน่ะ
ฝากตัวด้วยครับ อาซาโตะพยักหน้าพลางเอ่ย...พนักงานชาย 2 คน มองเขาด้วยสายตาหยั่งเชิง...ส่วนพนักงานหญิงอีก 2 คน โดยเฉพาะซาวาดะนั้นดูท่าทางจะถูกใจในความเป็นลูกครึ่งตะวันตก-เอเชียของเด็กหนุ่มอยู่พอสมควร...
งั้นก็หมดหน้าที่ผมแล้วล่ะ...ซาวาดะคุงฝากด้วยนะ โคสุเกะหันไปสั่งลูกน้อง...พลางส่งยิ้มให้อาซาโตะแล้วเดินจากไป...
edit @ 2005/10/11 16:39:28

