FICTION

[Short Fiction Halloween Project] My Dear INCUBUS ค่ะ

posted on 02 Nov 2009 11:07 by iczer  in FICTION

สวัสดีค่ะ

   ทีแรกกะว่า Fan-Fiction จะได้ขึ้นก่อน แต่ปรากฎ Project Halloween ที่เขียนร่วมกับน้องสาวได้ขึ้นก่อนซะงั้น เพราะแรงผลักแรงถีบสินะ หุหุ ก็อย่างหัวข้อแหละนะคะ เป็นนิยายสำหรับเทศกาลฮาโลวีนค่ะ สั้นที่สุดที่เราเคยเขียนมาเลย

  อธิบายก่อน คนที่แต่งพล็อต และตรวจบรู๊ฟ คือ เรา แต่ คนที่ลงมือเขียนทั้งหมดคือ นู๋ Dee นะคะ เรื่องนี้มีฉากนิดหน่อย ดังนั้น เราจะลงแค่ส่วนแรก สำหรับส่วนหลัง ก็ตามไปโหลดอ่านได้ที่ link ด้านล่าง ส่วนแรกนะคะ

Warning : นิยายเรื่องนี้ เป็นเรื่องระหว่างชายรักชาย ดังนั้น หากท่านที่บังเอิญมาพบแล้วไม่ได้สนใจในด้านนี้ ก็กลับออกไปได้นะคะ แล้วก็ขอความกรุณาอย่า copy หรือ เอาไปลงที่อื่น โดยไม่ได้รับอนุญาตจากทั้งเรา และ นู๋ Dee ด้วยนะคะ ขอบคุณมากค่ะ 

 

My Dear INCUBUS

 

---**---**---**---

 

ปลายเดือนตุลาคมมักเป็นช่วงที่อากาศหนาวไม่มากนัก หากแต่รัฐไอโอวาอยู่ค่อนไปทางเหนือ ทำให้อากาศมีลักษณะคล้ายกับรัฐในมิดเวสต์โดยทั่วไปคือหนาวจัดและร้อนจัดมากกว่ารัฐที่อยู่ล่างลงไปในสหรัฐอเมริกา

 

วันนี้ทั้งวันดูจะเป็นวันวุ่นวายสำหรับเคนนี่ซึ่งเป็นพวกรักสงบ ไม่ค่อยสุงสิงปาร์ตี้กับใครเขา ตั้งแต่เช้ารอบด้านก็มีแต่งานรื่นเริงไม่เว้นบ้าน ดูอย่างห้องเช่าข้างเขานั่นปะไร คู่รักนักศึกษาที่แก่กว่าเขาเปิดเพลงเกี่ยวกับผีๆ ตั้งแต่สาย แถมยังจัดหน้าห้องตัวเองให้มีหัวฟักทองแกะสลัก...แน่นอนว่าของปลอม แล้วพากันแต่งชุดพ่อมดแม่มดอย่างไม่ต้องอายใคร เพราะเด็กและวัยรุ่นละแวกนี้ก็แต่งตัวใกล้เคียงกัน บ้างก็ใส่หน้ากากผี บ้างก็เอาผ้าพันแผลใส่ทิงเจอร์ฯ มาแปะตามร่างกายให้ดูน่ากลัว ...บางคนที่ชอบความน่ารักและความสวยงามสักหน่อย ก็จะเลือกพวกชุดพ่อมดแม่มด หรือกระทั่งแดร็กคูล่าก็ยังเป็นที่นิยมกันมากอยู่

 

ตอนนี้เย็นมากแล้ว อุณหภูมิก็ลดลงตาม ...เคนนี่ใช้แขนที่ไม่ได้เต็มไปด้วยมัดกล้ามอย่างหนุ่มนักกีฬากอดอกตัวเองแน่น เขาเป็นคนขี้หนาวแม้จะเกิดในรัฐที่มีสภาพอากาศหนาวจัดแบบนี้ก็ตาม

 

ชายหนุ่มพาตัวเองเข้าห้องหลังมองบรรยากาศครื้นเครงจนเริ่มเบื่อ... บนโต๊ะญี่ปุ่นเล็กๆ บริเวณมุมห้องมีลูกกวาดและช้อคโกแลตวางอยู่หนึ่งโหลใหญ่ แม้เคนนี่จะมีเชื้อสายอินเดียนกึ่งหนึ่งอยู่ในตัวแต่เขาก็ไม่ได้ปฏิเสธวัฒนธรรมใหม่ๆ ที่กลืนกินการดำเนินชีวิตในรูปแบบเก่าไปจนสิ้น เขาออกจะชอบด้วยซ้ำที่มีเด็กๆ มาเคาะประตูห้องแล้วถาม “Trick or treat?” พร้อมด้วยรอยยิ้มกว้างใสบริสุทธิ์ มันทำให้เขารู้สึกเหมือนไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว

 

แต่ตอนนี้ห้องของเขาก็เหมือนเป็นอีกโลกหนึ่ง ดูแล้วเงียบเหงาไม่ผิดอะไรกับการอยู่ในป่าเพียงลำพัง ชีวิตเคนนี่ช่างเรียบง่าย... พ่อและแม่ต่างอยู่ที่รัฐอิลลินอยส์ ส่วนตัวเขาที่เอ็นท์ติดมหาวิทยาลัยไอโอว่าก็ย้ายมาอยู่ห้องเช่าที่ห่างไปเพียงไม่กี่กิโลเมตรเท่านั้น วันๆ ก็มีแค่เรียนกับทำงานพิเศษ เพื่อนสนิทก็มีไม่มากทำให้เขาดูออกจะโดดเดี่ยวสักหน่อยในสายตาเพื่อนฝูง

 

เคนนี่รักสัตว์ และเขาเคยคิดจะเลี้ยงสัตว์เลี้ยงสักตัว แต่ก็หวาดเกรงความยึดติดในสิ่งที่รักของตนเอง จะส่งผลเมื่อถึงเวลาที่มันจากเขาไป

 

เสียงเคาะประตูเบาๆ ดังขึ้นขัดจังหวะความคิด พร้อมกับเสียงเล็ก ๆ ของเด็กกลุ่มหนึ่ง

 

Trick or treat~~”

 

เคนนี่ยิ้ม...ชายหนุ่มหยิบเหล่าลูกกวาดที่เตรียมไว้ขึ้นมากำหนึ่งก่อนส่องไปที่ตาแมว และพบว่าหน้าประตูมีเด็กหญิงสามคนยืนเรียงหน้ากระดานและยิ้มแฉ่งอวดฟันหลออย่างรอคอย

 

Treat” ชายหนุ่มตอบกลับก่อนเปิดประตูออกไป พลางยื่นลูกกวาดให้มือเล็กๆ ที่ยื่นมารับคนละ 2-3 อัน เหล่าเด็กหญิงยิ้มแป้นก่อนหันหลังเดินจากไป เพื่อไปเคาะประตูยังบ้านอื่นๆ ต่อไป

 

เคนนี่มองเด็กเหล่านั้นอีกพักใหญ่ก่อนปิดประตูกลับเข้าสู่โลกเดิมของตนเอง ...ขณะที่กำลังมองแสงไฟงานเทศกาลซึ่งเห็นได้จากหน้าต่าง ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นอีก และคราวนี้เป็นเสียงเด็กชายที่กึ่งๆ จะแตกเนื้อหนุ่ม ...เคนนี่จำได้

 

ออร์แลนด์ เป็นเด็กวัยรุ่นที่อยู่ซอยถัดไป ...เด็กหนุ่มมีอัธยาศัยดีและขี้เล่น ดูตามจากลักษณะนิสัยแล้วออร์แลนด์ยังคงเห็นว่าเทศกาล Trick or treat สนุกสำหรับเขาอยู่ไม่เสื่อมคลาย

 

คราวนี้เคนนี่ไม่ตอบกลับ เพียงแค่หยิบลูกกวาดขึ้นมาโดยเลือกเฉพาะช็อคโกแลตเท่านั้นติดมือมาด้วย เพราะจำได้ว่าเด็กชายชอบทานช็อคโกแลตมาก

 

และเป็นจริงดังคาด ออร์แลนด์ยืนยิ้มอยู่หน้าประตูพลางแบมืออย่างรู้ดี ว่าเคนนี่ต้องมีขนมมาให้ “โห... เคนนี่ ผมรักพี่จัง ช็อคโกแลตหมดเลย”

 

พี่รู้ว่าเธอชอบน่ะสิ แล้วนี่มาคนเดียวหรือไง? เพื่อนๆ ล่ะ”

 

ออร์แลนด์เบ้ปากอย่างหมั่นไส้แต่กลับดูน่ารักในสายตาคนอื่น “ก็พวกนั้นบอกว่า หมดวัยจะมาเคาะประตูขอขนมแล้ว ผมเลยมาเล่นคนเดียว” เคนนี่โยกหัวเด็กหนุ่มด้วยความเอ็นดูก่อนกล่าว

 

เธอนี่ขี้เล่นไม่มีเปลี่ยนเลยนะ เอาล่ะรอตรงนี้ พี่มีของแถม” เคนนี่หายกลับเข้าไปในห้องอีกครั้ง และกลับออกมาพร้อมโคมไฟฟักทองอันเล็กที่มีหลอดไฟติดอยู่ข้างใน ชายหนุ่มเพียงบังเอิญซื้อมาเพราะเห็นว่าน่ารัก แต่จนแล้วจนรอดก็ได้แต่นึกว่าจะซื้อมาทำไม

 

พี่ให้”

 

ว้าววว ขอบคุณครับ” ออร์แลนด์รับมาอย่างว่องไวก่อนแนบแก้มกับอีกฝ่ายเป็นการขอบคุณ และวิ่งจากไปอย่างร่าเริง เคนนี่ส่ายหัวน้อยๆ พลางนึกว่า อายุก็ไม่ใช่น้อยๆ ยังติดนิสัยป้าโรซี่ผู้เป็นแม่มาทำแบบนี้อยู่อีก หากเป็นสาวๆ แล้วยังทำแบบนี้อยู่ คงเป็นเรื่องอันตรายอยู่ล่ะนะ ก็หน้าตาไม่ได้ขี้เหร่ตรงไหนเลย

 

...ค่ำนั้นมีเสียงเคาะประตูไม่ถี่นัก แต่ก็เล่นเอาขนมในโหลเหลืออยู่เพียงก้นๆ

 

เวลาผ่านเลยจนเกือบเที่ยงคืนแล้ว เคนนี่คาดว่าคงไม่มีเด็กที่ไหนมาเคาะประตูอีกก็เตรียมจะไปดื่มนมอุ่นๆ นอน หากเพียงแต่เอื้อมมือออกไปยังไม่ทันได้ปิดไฟ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นเป็นจังหวะหนักแน่น

 

Trick or treat?” น้ำเสียงไม่คุ้นเคยดังขึ้น เสียงนั้นเป็นเสียงชายหนุ่มเต็มตัวไม่ผิดแน่ แต่ฟังดูแล้วมีแววขี้เล่นแผ่วจางอยู่ในน้ำเสียงทุ้มเข้ม

 

เคนนี่ชั่งใจอยู่นานว่าจะตอบรับไปดีหรือไม่ ก่อนตัดสินใจเดินไปส่องดูที่ตาแมวก่อน ...หน้าประตูของเขาเป็นชายหนุ่มร่างสูงยืนยิ้มกว้างจนตาหยีอยู่ ด้านหลังมีปิกสีดำเหมือนค้างคาว อีกทั้งยังมีหางเล็กๆ โผล่ออกมาอีกด้วย ชายหนุ่มได้แต่นึกฉงนว่า โตป่านนี้แล้วยังเล่น Trick or treat อยู่อีกหรือ? แต่ก็ไม่ติดใจสงสัยอะไรนัก ก่อนตอบกลับไปเบาๆ

 

Treat” ก่อนหมุนตัวกลับเข้ามาในห้องเพื่อหยิบโหลลูกกวาดมาทั้งโหล

 

ผมให้คุณหมดนี่เลย” เคนนี่ยิ้มพลางยื่นโหลลูกกวาดไปให้ แต่แทนที่ชายหนุ่มที่เพิ่งถาม Trick or treat ออกมาจะรับมันไป เขากลับยื่นหน้ายิ้มๆ เข้ามาใกล้แล้วพยักหน้าเบาๆ ก่อนดันเคนนี่เข้าห้องและปิดประตูให้เสร็จสรรพ ชายหนุ่มเจ้าของห้องยืนอึ้งอยู่กลางห้องเช่าเล็กๆ ของเขาพลางสอดส่ายสายตาหาทางเอาตัวรอด เพราะดูเหมือนชายตรงหน้าจะมาแบบไม่เป็นมิตรเสียแล้ว แต่กลับผิดคาดก็ตรงที่ร่างสูงๆ พาตัวเองมาหย่อนก้นบนเก้าอี้มุมโต๊ะกินข้าวแทนที่จะมีอาการคุกคามอื่นใด ...และรอยยิ้มยังส่งมาให้ไม่เสื่อมคลาย

 

เคนนี่มองใบหน้าขาวจัดอย่างไม่ยอมคลายการระวังตัว และเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตอนที่เขาส่องตาแมวออกไปมอง อีกฝ่ายยังมีปีกและหางที่เข้าเทศกาลวันฮาโลวีนอยู่ แต่ขณะนี้ชายหนุ่มที่นั่งมองมาทางเขาอย่างอารมณ์ดีตรงหน้า...กลับไม่มีปีกและหางอยู่อีกแล้ว ...เอาไปซ่อนไว้ที่ไหน??

 

ทว่า...เรื่องนั้นคงไม่สำคัญเท่าทำอย่างไรให้คนแปลกหน้านี่ออกจากห้องเขาให้ได้ก่อน

 

ผมให้ขนมคุณแล้ว ...ยังต้องการอะไรอีก?”

 

น้ำเสียงกล้าๆ กลัวๆ ของเคนนี่ทำให้ชายแปลกหน้า..ที่หน้าตาค่อนข้างดี หัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนเดินเข้าไปใกล้อีกฝ่ายพลางทำหน้าตาที่สาวๆ เห็นแล้วต้องออกปากว่าน่ารักกันทุกราย ...ดวงตากลมโตสีน้ำตาลอ่อนจัด ราวกับตาของ..แมว อ่อนเชื่อมและดูน่าสงสาร ริมฝีปากอิ่มคลี่ยิ้มหยดย้อยราวกับไม่ยอมให้อีกฝ่ายปฏิเสธตนได้

 

ข้างนอกหนาว แล้วก็หิวด้วย”

 

หน้าตาท่าทางก็ดี ไม่น่าเป็นพวกจรจัดไปได้ คือสิ่งที่เคนนี่คิด แต่เขากลับกล่าวไปอีกเรื่อง

 

ผมพอมีอาหารเหลืออยู่ แต่แค่พิซซ่าชิ้นเดียว กับนม ...คงพอทำให้อิ่มได้ ผมมีแจ็คเก็ตที่ไม่ค่อยได้ใช้อยู่หนึ่งตัว..ยกให้คุณ แต่คงให้คุณค้างที่นี่ไม่ได้” เคนนี่กล่าวอย่างเอื้อเฟื้อ แม้จะไม่มั่นใจว่าอีกฝ่ายจะยอมออกไปดีๆ หรือไม่ก็ตาม ...ความจริงแม้อีกฝ่ายจะไม่เอ่ยขอค้าง เขาก็พอเดาเจตนาได้จากการที่ชายร่างสูงลอบมองไปทางเตียงของเขาอย่างผิดสังเกต

 

เคนนี่รอคอย... คอยคำตอบของชายแปลกหน้าว่าจะมีปฏิกิริยาอย่างไร

 

ข้าคือ คาร์ล เลกซ์ ฟินนีอัส เรียกว่า คาร์ล ก็ได้ อันที่จริง..ข้ามาขอบคุณ ที่วันก่อนนู้นนน ช่วยข้าไว้”

 

หา?!” เคนนี่สับสน ถ้าสมองเขาไม่เสื่อม... คนหน้าตาดีขนาดนี้มีหรือเขาจะจำไม่ได้ ยังไง๊ยังไงก็ไม่เคยเจอมาก่อนอย่างแน่นอน

 

อ้อ!! จะจำกันไม่ได้ก็ไม่แปลก ข้าคือสุนัขป่าที่เจ้าช่วยไว้เมื่อไม่กี่วันก่อน จำได้รึยัง?”

 

หมาจรจัดตัวนั้น?”

 

ไม่ใช่ๆ เจ้าต้องเรียกว่าหมาป่าถึงจะถูก!! หมาจรจัดที่ไหนมันจะสวยได้ขนาดนั้น!! ข้าออกจะสง่างาม... เจ้ายังกอดด้วยความเสน่หาอยู่เลยนี่ ขนของข้ารึก็ออกจะนุ่ม”

 

คาร์ลจีบปากจีบคอพูดชมตัวเองไม่หยุด ก่อนจะหันไปสังเกตเห็นใบหน้าซีดเผือดของเจ้าของห้อง ฝ่ายนั้นถอยหลังไปชนเข้ากับโต๊ะวางโทรศัพท์พอดี มือจึงรีบคว้ากดหมายเลขเพื่อโทรออก เป้าหมายคือสถานีตำรวจ!!

 

[b]‘ช่วยด้วยครับ มีโจรโรคจิตอยู่ในห้องผม!!’[/b]

 

มันเป็นประโยคเดียวที่เคนนี่อยากตะโกนกรอกใส่ทันทีที่มีคนรับสาย แต่ทำไม...โทรศัพท์ถึงได้เงียบเป็นป่าสากแบบนี้กัน??

 

ชายหนุ่มเหลือบมองมือใกล้ๆ ที่กระชากสายโทรศัพท์ของเขาขาดจากกัน ที่แน่ๆ เขาไม่มีวันโง่ทำแบบนี้กับโทรศัพท์ตัวเอง แล้วจะใครหากไม่ใช่คนแปลกหน้า เคนนี่ผงะถอยหนีอีกครั้ง ทว่าอีกฝ่ายกลับคว้าตัวเขาไว้แนบกับอก ก่อนผลักหน้าต่างห้องเคนนี่ออกกว้าง

 

ชายหนุ่มสาบานได้ว่าตอนนี้เขาเห็นปีกและหางที่เคยเห็นตอนส่องดูตาแมวแล้ว ปีกสีดำราวกับปีกค้างคาวกางออกพลางขยับเบาๆ ก่อนเคนนี่จะรู้สึกได้ว่าอากาศเย็นเยียบบาดลึกลงบนผิวทั่วกาย

 

คาร์ลพาร่างของเขาพุ่งออกมาทางหน้าต่างและหยุดอยู่กลางอากาศหนาวเย็น มองเห็นแสงไฟตามบ้านต่างๆ พราวระยับไม่แพ้ดวงดาวบนท้องฟ้า สายลมหวีดหวิวอยู่ข้างหูไม่หยุด ... เคนนี่เริ่มหนาวสั่น เป็นที่อากาศ...หรือเพราะกลัวกันแน่

 

เคนนี่อยากหลับมันเสียตรงนี้ ตัดขาดการรับรู้ทุกอย่าง เขาหวังว่ามันคงเป็นเพียงแค่ฝัน ...เมื่อเขาตื่นขึ้น ทุกอย่างจะกลับเป็นเหมือนเดิม ..แต่หลับตาเท่าไหร่เสียงลมหวีดหวิวก็ไม่ยอมหายไปเสียที

 

เมื่อปล่อยให้ความมึนงงครอบงำเขาไปพักใหญ่ ชายหนุ่มก็เริ่มดึงสติตัวเองกลับคืนมา จนรู้ว่าเขาไม่ควรสมยอมกับการกระทำที่ละเมิดสิทธิส่วนบุคคลแบบนี้

 

ปล่อยผมลง!!” ชายหนุ่มตะโกนแข่งกับเสียงลมที่ดังอื้ออึง ถึงแม้จะบอกให้ปล่อย แต่ก็หวังว่าคาร์ลคงไม่ซื่อปล่อยเขาลงพื้นขณะที่ยังลอยอยู่กลางอากาศแบบนี้นะ

 

คาร์ลดูจะไม่สนใจอาการดิ้นรนแต่เพียงวาจาของเคนนี่นัก ปิศาจหนุ่มขยับปีกตัวเองอีกครั้งพาไปยังที่มาของเสียงเพลงอันครึกครื้น …ขบวนพาเหรดของเมืองกำลังเล่นร้องอย่างมีชีวิตชีวา ขบวนจะเดินไปจนถึงหอนาฬิกาใหญ่กลางเมืองและเริ่มเฉลิมฉลองกันที่นั่น คาร์ลพาเคนนี่และตัวเองร่อนลงยังท้ายสุดของขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยผู้คนซึ่งแต่งตัวเป็นภูติ ผี ปิศาจ แล้วแต่จินตนาการของตนเอง บ้างสวยงาม บ้างน่ากลัว แต่ทุกคนก็สนุกสนานร้องรำไปตามดนตรีไม่มีหยุด

 

เคนนี่ฮึดฮัดในตอนแรก ก่อนจะมองเห็นรอบกายที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ พลันความรู้สึกกรุ่นโกรธกลับหายวับ เหลือทิ้งไว้เพียงความเงียบเหงาในหัวใจ แต่แล้ว...ด้านหลังและไหล่ก็รู้สึกถึงความอบอุ่น เคนนี่แหงนมองคนข้างๆ เมื่อพบว่าที่มาของความอบอุ่นนั้นคืออ้อมแขนของร่างสูงที่พาเขามา ...คาร์ลโอบบ่าเขาไว้หลวมๆ พลางพาเดินไปข้างหน้าร่วมกับขบวนพาเหรด มีคุณลุงซึ่งแต่งชุดเคาน์แดร็กคูล่า ควงคู่มากับคุณป้าที่น่าจะเป็นภรรยาซึ่งสวมชุดราตรีสวย พยักเพยิดชักชวนเคนนี่ด้วยรอยยิ้มให้ร้องเพลงตาม แถมยังมีบรรดานักยิมนาสติกลีลาสาวกลุ่มใหญ่ดึงมือเขาให้เต้นรำตามจังหวะอีกด้วย

 

เคนนี่ยิ้ม ก่อนจะกลายเป็นยิ้มกว้าง และกลายเป็นเสียงหัวเราะในที่สุด ...เสียงของเขาเรียกได้ว่าค่อนข้างห่วย แต่ก็ไม่รู้สึกเขินอายแต่อย่างใด เพราะทุกคนต่างก็ร้องเพลงด้วยเสียงของตนเองกันทั้งนั้น ด้านข้างของเขาเป็นกลุ่มเด็กชายที่ดูซุกซนอยู่ไม่น้อย พ่อแม่คงแต่งตัวให้ พวกเขาจึงดูเป็นผีที่น่ารักอยู่ไม่หยอก ถัดออกไปด้านหน้ามีตัวตลกที่แต่งหน้าเป็นลายแดงๆ เลอะไปหมด ราวกับโดนเลือดสาดมาอย่างนั้น

 

เคนนี่รู้สึกสนุกสนาน เขาไม่ได้อยู่คนละโลกกับผู้คนรอบข้างอีกแล้ว ...เหมือนเขาเป็นส่วนหนึ่ง ส่วนหนึ่งของสีสันและความมีชีวิตชีวา

 

ผ่านไปครู่ใหญ่ขบวนพาเหรดภูตผีก็มาหยุด ณ ลานกว้างบริเวณหอนาฬิกากลางเมือง ร้านรวงมากมายเปิดขายของกันคึกคัก รวมทั้งการแสดงมายากล และละครหุ่นที่ดึงดูดความสนใจได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่

 

คุณ...คืออะไรกันแน่ ที่บอกว่าเป็นหมาป่าที่ผมเคยช่วยแล้วตอนนี้ก็เป็นคน...” เคนนี่ทบทวนหลายครั้ง ขณะเดินตามคาร์ลไปรอบงานจึงได้ตัดสินใจถามออกมา ปิศาจหนุ่มผงกศีรษะอย่างเข้าใจพลางพาอีกฝ่ายแยกตัวออกจากกลุ่มคนแล้วจึงเริ่มการบรรยาย ‘เหตุใดปิศาจสุดหล่อถึงกลายเป็นหมา’

 

ความจริงนั่นไม่ใชร่างจริงของข้านะ แท้จริงแล้วข้าคืออินคิวบัสผู้ยิ่งใหญ่ ที่ต้องเป็นแบบนั้นเพราะไปแพ้พนันกับท่านซาตานเอาน่ะสิ ตาแก่เจ้าเล่ห์นั่น ชิ!! พอสาปเราได้ปุ๊บก็เตะโด่งให้มาผจญภัยทั้งร่างอย่างนั้นตั้ง7วัน 7วันเชียวนะ ใจร้ายน่าดูเจ้าว่าจริงมั้ย?”

 

เคนนี่ไม่ได้ตกตะลึงอย่างที่ควรเป็น เพราะเขาเองก็ประจักษ์แล้วอีกฝ่ายคือปิศาจในตอนที่พาเขาบินออกมาทางหน้าต่างห้องตัวเองแล้ว เพียงแต่คาร์ลแค่ทำให้รู้เพิ่มขึ้นเท่านั้นว่าเป็นปิศาจชนิดไหน ดีเหลือเกินแล้วที่ไม่ได้มีเจตนาร้ายต่อเขา คืนนี้ช่างเป็นคืนที่วุ่นวายเสียจริง...

 

เอาเถอะ... ผมถือว่าคืนนี้เป็นประสบการณ์ของชีวิตละกัน” เคนนี่นวดขมับพลางเอ่ยกับตัวเองเบาๆ ทำใจได้เร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดีเท่านั้นละนะ

 

ขณะกำลังปลงตกกับชีวิตก็แทบจะผงะถอยหลังหัวฟาดพื้น เมื่อคนตัวสูงก้มหน้าลงมาหาในระยะประชิดมองมาด้วยแววตาขี้อ้อนหิวแล้ว”

 

..หิว? โอใช่ ...ผมลืมเสียสนิท คงไม่ต้องกลับไปกินพิซซ่าเย็นๆ ในห้องหรอก ซื้อที่นี่ดีกว่า คุณรอผมอยู่ที่นี่นะ เดี๋ยวกลับมา”

 

เคนนี่ตบไปที่กระเป๋ากางเกงของตัวเอง ซึ่งปกติจะมีกระเป๋าสตางค์ใบเล็กติดตัว แต่ตอนที่ออกมาเจ้าปิศาจนั่นดันหิ้วเขามาด้วยไม่บอกไม่กล่าวกันก่อน ทั้งตัวเลยเหลือแค่เศษเงินที่พอจะซื้อขนมได้สักชิ้น ...เดินได้สักพักชายหนุ่มก็เห็นร้านเครปที่มีเด็กๆ มุงกันอยู่เต็มไปหมด ดูแล้วน่าอร่อยและเงินอันน้อยนิดของเขาก็พอซื้อได้ 1 ชิ้นพอดี

 

หลังจากยืนต่อคิวอยู่นาน เครปร้อนๆ ราดวิปปิ้งครีมสีขาวก็มาอยู่ในมือ ชายหนุ่มเดินกลับมายังที่ๆ บอกให้คาร์ลรออยู่แต่กลับไม่เห็นแม้แต่เงา

 

หายไปไหน? เอ...คาร์ลสินะ อยู่แถวนี้หรือเปล่า คาร์ล” เคนนี่เรียกไปพลางสอดส่ายสายตาหาไปพร้อมกัน กระทั่งเห็นร่างสูงๆ ยืนอยู่กลางสวนสาธารณะใกล้ๆ แสงจันทร์อาบไล้ใบหน้าด้านข้างทำให้ดูมีเสน่ห์อย่างประหลาด ...เคนนี่ส่ายหัวน้อยๆ ไล่ความคิดไร้สาระออกไปก่อนเดินตรงเข้าไปหา

 

มาแล้ว... บอกให้รอที่เดิมไง ถ้าผมหาคุณไม่เจอจะทำยังไง?”

 

คาร์ลยิ้ม ...เคนนี่คงลืมไปแล้วว่าเขาเป็นคนพาเคนนี่มาเอง และคงลืมไปอีกเช่นกันว่าเขาเป็นปิศาจ ...หรืออาจจะไม่ทั้งสองอย่าง เคนนี่ก็แค่เป็นคนใจดีที่ห่วงคนอื่นอยู่เสมอ

 

ใบหน้าขี้อ้อนกลับสู่อินคิวบัสหนุ่มอีกครั้งพลางโอบไหล่บางให้มานั่งพักที่ม้านั่งตัวยาว

 

นี่เป็นเครปญี่ปุ่น คุณเคยกินมั้ย อร่อยนะผมชอบ ..เลยอยากให้คุณลองบ้าง” เคนนี่เป็นฝ่ายชวนคุยอีกครั้งโดยเลือกที่จะไม่บอกว่าแท้จริงแล้วเงินไม่พอซื้อต่างหากเอาไว้

 

เคนนี่กินให้ดูก่อนหนึ่งคำก่อนจะส่งต่อไปให้อินคิวบัสที่บอกว่าหิวนักหิวหนา คาร์ลกัดเครปเข้าไปคำโต ทำให้วิปปิ้งครีมเลอะตามมุมปาก

 

ฮะๆ เป็นปิศาจภาษาอะไรกัน กินขนมแค่นี้ยังให้เลอะเป็นเด็กๆ ไปได้” เคนนี่ว่า พลางใช้นิ้วโป้งปาดครีมที่เลอะเข้าปากตัวเองโดยไม่คิดอะไร

 

...แต่กับเจ้าอินคิวบัสที่หน้าซื่อใส แต่ใจเจ้าเล่ห์สิคิด!!

 

คาร์ลป้ายวิปครีมจากเครปขึ้นมาไล้ริมฝีปากบางและเลียเข้าปากตนเองอย่างรวดเร็ว ..ถึงแม้จะเร็วแต่เคนนี่ยังรู้สึกถึงความร้อนชื้นจากลิ้นนุ่ม ...ชายหนุ่มหน้าซีดขึ้นมาทันตา เจ้าปีศาจนี่กำลังทำอะไรเนี่ย??

 

ตามต่อได้ที่ My Dear INCUBUS ค่ะ

 

 

อ่านแล้วคิดยังไงบ้าง เชิญที่ มาสะ และ ยูกิ (ณ basara) นะคะ หุหุ

Adolescence ตอนล่าสุดค่ะ

posted on 23 May 2008 23:31 by iczer  in FICTION

สวัสดีค่า หลังจากอืดถืดมาเสียนาน Adolescence ก็ออกตอนต่อมาแล้วนะคะ (เอ...จะมีใครอ่านอยู่มั๊ยน้อ) ตอนนี้ก็เรียกได้ว่ายาวพอสมควรทีเดียว หวังว่าคงไม่ทำให้เบื่อกันไปซะก่อนนะคะ ถ้าอย่างนั้นแล้วก็เชิญทัศนาเลยนะคะ

asato&kaoru

 

Warning : นิยายเรื่องนี้คือความรักระหว่างชายกับชาย หรือ Yaoi ถ้าหากท่านเกิดหลงเข้ามาและมิได้มีความสนใจทางด้านนี้ กรุณากลับออกไปเถอะค่ะ เพราะนี่คงไม่ใช่สิ่งที่ท่านตามหาแน่นอน ขอบคุณค่ะ 

 

ส่วน link ที่เห็นด้านล่างนี้ คือ file download ของนิยายเรื่องนี้ค่ะ ตั้งแต่ต้นจนล่าสุด ใครสนใจจะเก็บไว้ในเครื่องก็เชิญจิ้มไปได้เลยค่ะ

 ADOLESCENCE ตั้งแต่เริ่มต้นจนล่าสุด

ส่วน link นี้ คือ link download ตอนล่าสุด สำหรับคนที่อ่านจากตอนที่แล้วมาแล้วค่ะ

 Download adolescence ล่าสุด

ชี้แจงนิดนึงนะคะ ปกติเราจะลงตัวนิยายไว้ใน entry เลย แต่ว่าเรามาคิด ๆ ดูแล้ว ทำเป็น link download น่าจะดีกว่า (ก็....นะ...หลายคนคงพอทราบเหตุผลกัน) และอีกอย่างมันทำให้คนที่ใช้เน็ท 56 K เกิดความลำบากในการเปิด blog เราอีกด้วย เพราะว่า blog เราตอนนี้มีทั้งเพลงทั้งภาพ เยอะแยะไปหมด บางทีอาจเป็นการยากในการเปิดด้วยเน็ทที่ไม่ใช่ ADSL

ถ้าใครเข้ามาแล้วไม่ได้รับความสะดวกต้องขออภัยด้วยค่ะ มีข้อคิดเห็นแนะนำเรายังไงก็บอกกันได้นะคะ เรายินดีค่ะ 

อ่านแล้วคิดเห็นประการใด โปรดร่ายที่เจ้าแฝดฮิตาจิอิง (comment) นะคะ คนเขียนจะได้ชื่นใจ มีแรงขับให้เคลื่อนต่อถึงแม้จะเป็นประมาณเต่าเรียกพี่ก็เถอะ แต่ถึงเส้นชัยแน่นอนค่ะ

ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดเร็ว ๆ นี้จะคลอด fan-fic เรื่องแรกในชีวิตออกมา แต่การ์ตูน (Anime) เรื่องไหน คู่ใดจะตกเป็นเหยื่อนั้น ไว้รอดูกันละกันนะคะ (และบางทีอาจเป็นแค่โฆษณาเก้ออีกด้วย แหะแหะ ทำไมเราเป็นคนเอื่อยเฉื่อยงี้เนี่ย)

(ข้อความนี้เป็นการขอร้องนะคะ ถึงแม้ว่าจะไม่มีใครทำก็ตามแต่เราขอชี้แจงไว้ก่อนค่ะ) หากว่าใคร load ไปแล้วเกิดชอบและอยากนำนิยายของเราไปเผยแพร่ที่อื่น ขอความกรุณา แจ้งให้เรารับทราบ ว่าคุณได้นำนิยายของเราไปเผยแพร่ที่อื่นนะ หรือลง credit ให้เราแค่นั้นก็ได้ค่ะ

แม้นิยายเรื่องนี้จะไม่ได้โด่งดังเป็นที่รู้จัก หรือเราเขียนได้สุดยอดอะไรก็เถอะค่ะ แต่อย่างน้อยมันก็มาจากสมองและความพยายามของเรา (และของคนอ่านหลาย ๆ ท่านที่กรุณาทั้งผลักทั้งดันจนหอบแฮ่ก ๆ ไปตาม ๆ กัน) ก็เป็นมารยาทดี ๆ ในโลกไซเบอร์ที่เราควรทำกันนะคะ ขอบคุณค่ะ

Adolescence ตอนใหม่ค่ะ

posted on 07 Nov 2007 11:08 by iczer  in FICTION

สวัสดีค่ะ ทุก ๆ คน  มาอัพแล้วเด้อ เพิ่งเขียนเสร็จมะกี้นี้เองค่ะ ทีแรกว่าจะเขียนต่อ แต่มาดูจำนวนหน้าแล้ว โห.... ตั้ง 14 หน้ากระดาษ A4 แน่ะ (ปกติจะประมาณ 7-8 หน้าก็จะเอามาลงแล้ว) เอาลงซักหน่อยดีกว่าเนอะ เชิญทัศนากันดีกว่าค่ะ

 

Warning : นี่คือ นิยาย ชายรักชาย หรือ Boy's love หรือ Yaoi (แม้ตอนนี้จะแค่ Shonen-ai ก็เถอะ) ท่านใดที่หลงเข้ามาและรับทราบข้อความนี้ หากไม่ใช่สิ่งที่ท่านตามหาก็เชิญกลับออกไปได้ค่ะ ต้องขออภัยด้วย 

 

 

Adolescence

เสียงพูดคุยอย่างสบาย ๆ ของผู้คนบนท้องถนนในวันหยุด ทำให้การเลือกซื้อของขวัญสำหรับอาซาโตะในวันนี้ไม่รีบเร่ง...ด้วยสภาพครอบครัว และอุปนิสัยส่วนตัว ทำให้เด็กหนุ่มไม่ค่อยมีเพื่อนมากนัก...ของขวัญสำหรับวันพิเศษของเพื่อนที่ผ่านมา คาโอรุก็เคยมอบให้กับอากิระเพื่อนสาววัยเด็กเพียงคนเดียวเท่านั้น และแม้การหาซื้อของขวัญซึ่งจะต้องมอบในอีกไม่กี่วันข้างหน้าจะกะทันหันเกินไปก็ตาม...แต่คาโอรุก็รู้สึกว่าการใช้เวลาทั้งวันในวันหยุดนี้เป็นความรื่นรมย์ที่น่าสนุก...

เด็กหนุ่มเดินเข้าบางร้านที่น่าสนใจจากการตกแต่งวินโดว์โชว์...สอบถามรายละเอียดและดูสินค้าตัวอย่าง รวมทั้งสินค้าสำหรับขายจริง โดยที่ยังไม่ได้ด่วนตัดสินใจ...ในขณะที่กำลังจะเดินเข้าร้านเครื่องเงินตามที่ได้รับการแนะนำมาจากคาคุ น้ำเสียงสดใสและแรงดึงจากปลายเสื้อแจ็คเก็ตทำให้คาโอรุต้องหยุด...

"พี่คาโอรุคะ!!"

"อ้าว...? จินัตสึจัง"  เด็กผู้หญิงตัวเล็กยิ้มกว้าง...เมื่อรู้ว่าคาโอรุยังไม่ได้ลืมการพบกันในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำคราวนั้น...

"สวัสดีค่ะ แล้วพี่ตัวโตไม่มาเหรอคะ?"  จินัตสึพูดด้วยน้ำเสียงสดใส พลางดวงตากลมโตก็กวาดมองหา...

"สวัสดีจ๊ะ เอ...พี่ตัวโต?...อ๋อ...มิเนคุระ...พี่เขาชื่อมิเนคุระ อาซาโตะจ๊ะ...เขาไม่มาหรอกวันนี้พี่มาคนเดียว"

"เหรอคะ..."

"แล้วจินัตสึจังมากับใครจ๊ะ?"  คาโอรุถามขณะที่จูงมือเล็ก ๆ หลบแดดแรงยามกลางวันในร่มเงาของร้านค้า...

"มากับคุณพ่อค่ะ...มาซื้อของ" 

"จิจัง...ทำไมข้ามถนนมาคนเดียวล่ะลูก!!"  เสียงตะโกนที่เต็มไปด้วยความห่วงใยดังจากกลางถนนบนทางม้าลาย...เป็นเสียงซึ่งฟังดูนุ่มกว่าคนปกติแม้จะเป็นเสียงซึ่งเกิดจากการตะโกนแล้วก็ตาม...ชายวัยทำงานในชุดเสื้อกางเกงยีนส์ธรรมดา ๆ กระหืดกระหอบพร้อมกับถือห่อของพะรุงพะรังวิ่งตรงมาหาเด็กหญิง...

"คุณพ่อคะ...นี่ไง ๆ พี่คาโอรุที่พาจินัตสึไปหาคุณครูอาโกะ..."  เสียงใส ๆ แนะนำคาโอรุแบบเด็ก ๆ

"เอ๊ะ? อ๋อ...จิจัง เอ้อ...ลูกสาวผมพูดถึงคุณบ่อย ๆ ต้องขอบคุณมากนะครับที่ช่วยเหลือ...โซโนะ  จิฮิโระครับ"  ชายหนุ่มแนะนำตัวพลางโค้งให้กับคาโอรุซึ่งเด็กกว่าอย่างเป็นธรรมชาติ...รูปหน้าอันอิดโรยเล็กน้อยเปล่งรอยยิ้มที่เหมือนกับลูกสาว...ดวงตาสีเข้มภายใต้กรอบแว่นตากลมใสระยิบระยับราวกับดวงตาของเด็กนั้นดูใจดี และจริงจังในคราวเดียว...

"ไม่เป็นไรครับ...ทาเทวากิ  คาโอรุครับ...เอ่อ...ผมช่วยถือของนะครับ"

"อ๋อ...ไม่เป็นไรครับ...ไม่เยอะเท่าไหร่ผมถือได้...อ๊ะ...หวา!!"  ชายหนุ่มยิ้มปฏิเสธยังไม่ทันขาดคำ...มะเขือเทศสีแดงสดลูกใหญ่ก็ทรยศเจ้าของโดยเริ่มกลิ้งหล่นออกจากถุงกระดาษที่หอบไว้เอียง ๆ ...แต่ก็พอดีกับที่มือเรียวขาวของคาโอรุรองรับไว้...มะเขือเทศเจ้ากรรมจึงไม่หล่นเละลงพื้น...

"...ขอบคุณมากครับ...เกรงใจจริง ๆ"  จิฮิโระยิ้มแห้ง ๆ ในความไม่ระวังของตัวเองให้กับเด็กหนุ่ม...

"คุณพ่อก็อย่างนี้ทุกทีแหละ...ป้ำ ๆ เป๋อ ๆ"  เด็กหญิงบ่นโดยที่มือเล็ก ๆ เท้าสะเอวตัวเองเอาไว้ด้วยความแก่แดดแก่ลม...แต่ผู้เป็นพ่อก็ไม่ได้ถือสาแต่อย่างใด...

"ถ้างั้น...ผมจะช่วยถือให้จนกว่าจะถึงบ้านละกันนะครับ...ยังไงวันนี้ผมก็ว่างอยู่" 

"พี่คาโอรุจะไปบ้านหนูเหรอคะ ดีใจจังค่ะ!!!" 

"จิจัง...รบกวนพี่เขานะลูก"  ชายหนุ่มหันไปปรามเด็กหญิงที่กระโดดโลดเต้นอย่างร่าเริง...

"ไม่รบกวนเลยครับ...เนอะจินัตสึจัง"

"ค่า!!!"  เด็กหญิงตอบรับเสียงใส...ทำให้ผู้เป็นพ่อจนใจ...

"ถ้าอย่างนั้นก็ขอบคุณมากครับ"  จิฮิโระยิ้มให้เด็กหนุ่มที่เพิ่งรู้จัก...พลางเดินไปพร้อม ๆ กัน...

 

********************************

 

รั้วสีขาวน่ารัก...สนามหญ้ากว้างขวางเขียวขจีและตัดเรียบปรากฏสู่สายตาเมื่อคนทั้งสามเดินผ่านย่านการค้ามาได้เพียง 10 นาที จิฮิโระเชื้อเชิญคาโอรุผ่านกองทราย และอุปกรณ์การละเล่นของเด็กวัยไม่ถึง 5 ขวบ จนมาถึงตัวบ้านเล็ก ๆ ซึ่งถัดจากอาคารกะทัดรัดสีขาวไปด้านหลัง...

"กลับมาแล้วครับ"

"กลับมาแล้วค่า!!"  เสียงทักทายของเด็กหญิงซึ่งดังกว่าผู้เป็นพ่อ...นำพาให้ร่างบอบบางในชุดผ้ากันเปื้อนอันเรียบง่ายออกมาจากห้องครัว...

"ยินดีต้อนรับกลับค่ะ...เอ๊ะ...? คุณ...ที่เจอกันวันนั้น"  เมื่อเห็นคาโอรุ...หญิงสาวเอ่ยด้วยอาการกึ่งตกใจกึ่งประหลาดใจ...

"สวัสดีครับ"

"เอ่อ...สวัสดีค่ะ..." 

"คุณครูอาโกะ จำได้มั๊ยคะ พี่คาโอรุไงที่พาหนูมาส่ง"  จินัตสึตรงเข้าไปหาหญิงสาว พลางใช้มือเล็ก ๆ จับมือเรียวอันนุ่มนวลนั้นอย่างเคยชิน...

"อ๊ะ...จ๊ะ จำได้ค่ะ...ยินดีต้อนรับค่ะ"  อาโกะยิ้มให้กับเด็กหญิง และกล่าวต้อนรับคาโอรุ

"เข้ามาก่อนสิครับ...อุตส่าห์ช่วยถือของมาให้ตั้งไกล"  จิฮิโระเอ่ยเชิญพลางรวบของจากมือคาโอรุเพื่อนำไปเก็บไว้ในห้องครัว...

"ค่ะ...เชิญค่ะ..." 

"เอ่อ...ไม่รบกวนดีกว่าครับ..."

"อ้าว? จะกลับแล้วเหรอคะ อยู่กับจินัตสึอีกหน่อยสิคะพี่คาโอรุ"  เด็กหญิงผละจากครูสาวแล้วมายึดมือของคาโอรุไว้แทน...พลางส่งเสียงอ้อนตามประสาเด็ก ๆ

"...นั่นสิคะ...ฉัน...เอ่อ...อยากจะคุยกับคุณอยู่พอดีด้วย"  อาโกะสนับสนุน...พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง ในดวงตาซึ่งคล้ายกับมิโดรินั้นฉายแววกังวลสั่นไหวอยู่จาง ๆ ...

"หวา!!!"  เสียงร้องของชายหนุ่มดังจากภายในห้องครัวพร้อมเสียงของหนัก ๆ หล่นโครมกับพื้นดังสนั่น ทำให้คนทั้งสามซึ่งอยู่ด้านนอกต้องรีบวิ่งไปดูเหตุการณ์พร้อม ๆ กัน...

"ฮิโระคุง!!!"  หญิงสาวไปถึงก่อนพลางเข้าไปพยุงชายหนุ่มซึ่งนอนหมดท่าอยู่บนพื้นห้องครัว...ปลายผมที่รวบไว้หลวม ๆ รวมถึงเสื้อบางส่วนเปรอะไปด้วยคราบและเปลือกไข่...

"ขอโทษครับ อาโกะซังผมทำครัวเลอะอีกแล้ว..."  ชายหนุ่มยิ้มแห้ง ๆ พลางเกาศีรษะอย่างเขิน ๆ พาให้ใบหน้าเรียวงามของหญิงสาวประดับด้วยรอยยิ้มอย่างคลายกังวล

"อีกแล้วเหรอคะ...มาค่ะ...ลุกขึ้นเถอะ"  จิฮิโระพยุงตัวภายใต้ความช่วยเหลืออย่างอ่อนโยนของอาโกะ...บรรยากาศที่ปรากฏออกมาจากการกระทำ ทำให้คาโอรุรู้สึกได้ถึงความ ‘พิเศษ' ระหว่างคนทั้งสองขึ้นมา

"คุณพ่อเนี่ย...ซุ่มซ่ามประจำเลย..."  เด็กหญิงบ่น หากก็เข้าไปช่วยปัดเศษเปลือกไข่ออกจากปลายเสื้อของผู้เป็นพ่อตามประสา...

"ทำให้ทาเทวากิคุงเห็นอะไรแย่ ๆ ซะแล้วสิ..."  แม้จะเจ็บตัว แต่ชายหนุ่มก็ยังแสดงท่าทีเกรงอกเกรงใจ คาโอรุซึ่งอายุน้อยกว่า ทำให้เด็กหนุ่มคิดถึงคำพูดของมิโดริที่ดูขัดแย้งกับความสุภาพอันนี้จนต้องนึกแปลกใจ...

"ไม่ครับ...ไม่เป็นไร" 

"ขอตัวสักครู่นะครับ...เชิญตามสบาย" 

"...ผ้าขนหนูกับชุดอยู่ตรงชั้นบนสุดในห้องนอนนะคะ ฮิโระคุง"  ชายหนุ่มพยักหน้ารับ...พลางเดินหายออกไปจากห้อง...

"ดื่มชาด้วยกันก่อนนะคะ..."  อาโกะลงมือใช้ผ้าชุบน้ำสะอาด ตามด้วยผ้าผืนแห้งเช็ดคราบเปลือกไข่ออกจากพื้นจนหมดด้วยเวลาอันรวดเร็วก่อนจะเอ่ยชวนคาโอรุ...ซึ่งเด็กหนุ่มก็ตอบรับ...

"จินัตสึจังวันนี้มีโรลส้ม กับ ทาร์ตสตรอเบอร์รี่ เอาอันไหนดีจ๊ะ" 

"ทั้งสองเลยค่า!!"  เด็กหญิงยิ้มกว้าง พลางชูสองนิ้วแสดงเจตนารมณ์เต็มที่...ก่อนจะเรียกเสียงหัวเราะเบา ๆ จากอาโกะได้อย่างง่ายดาย...

 

********************************

 

ท่ามกลางแสงแดดอ่อน และกลิ่นซากุระจาง ๆ ภายใต้ร่มเงาของหลังคาระเบียงบ้านหลังเล็ก ซึ่งมองเห็นสนามหญ้า รวมทั้งกองทรายที่เด็กหญิงกำลังเล่นอยู่...คาโอรุและอาโกะนั่งตรงข้ามกันบนเก้าอี้สีขาวน่ารัก...พลางจิบชาและหัวเราะน้อย ๆ กับประติมากรรมทรายที่จินัตสึสร้างและเรียกอวดให้ทั้งสองหันไปดูอยู่บ่อย ๆ

"ทาเทวากิซัง...เรื่องที่จะคุย...เอ้อ...เกี่ยวกับมิโดริจังน่ะค่ะ"  หญิงสาววางแก้วชาซึ่งหลงเหลือเพียงความอุ่นเล็กน้อยลงบนโต๊ะ...พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สกัดกั้นลมหายใจเป็นช่วง...

"เรียกคาโอรุก็ได้ครับ" 

"อะ...ค่ะ...คือว่า...มิโดริจัง...เป็นยังไงบ้างคะ?"  อาโกะประสานมือซึ่งเรียวขาวและมีริ้วรอยเล็กน้อยบนโต๊ะ...พลางเสยเส้นผมซึ่งพลิ้วเพราะสายลมอ่อนให้ทัดบนใบหู...หญิงสาวรู้สึกกระอักกระอ่วนที่ต้องมาถามไถ่ กับเรื่องของคนในครอบครัวตนเองกับคนที่เรียกได้ว่าเป็นแค่คนรู้จักเช่นนี้...แต่ความห่วงใยต่อน้องชายเอาชนะความรู้สึกด้านลบนี้ออกไปจนเกือบหมด...

 "เขาสบายดีหรือเปล่า....เพราะว่าไม่ได้พบกันนานทีเดียว เขาค่อนข้างจะหลบฉันน่ะค่ะ...คาโอรุซังก็คงพอจะทราบ" 

"สบายดีครับ...แล้วก็แข็งแรงด้วย เขาเป็นตัวแทนห้องลงแข่งวิ่งในงานกีฬาของโรงเรียนน่ะครับ"  คาโอรุเอ่ยตอบด้วยรอยยิ้ม...พลางรู้สึกถึงสายสัมพันธ์ที่เรียกว่าครอบครัวขึ้นมาเมื่อเห็นความห่วงใยเต็มเปี่ยมต่อน้องชายของหญิงสาวตรงหน้า...

"งั้นเหรอคะ?....เขาน่ะชอบวิ่งมาแต่ไหนแต่ไรแล้วล่ะค่ะ ที่จริงแล้วก็เคยได้รับการทาบทามจากโรงเรียนที่มุ่งเน้นด้านกรีฑาอยู่หลายที่เชียวค่ะ..."  ใบหน้าอ่อนโยนของหญิงสาวเริ่มมีรอยยิ้มตามเด็กหนุ่ม...พลางเอ่ยถึงความสามารถที่น่าภูมิใจของน้องชายอย่างมีความสุข...

"ไปดูมั๊ยครับ...วันมะรืนนี้จะมีงานกีฬาที่ว่าอยู่แล้ว...ถึงแม้จะไม่ใช่งานวัฒนธรรมที่มีการออกร้านและเปิดให้บุคคลภายนอกเข้าร่วม...แต่ผู้ปกครองสามารถเข้าไปชมการแข่งขันได้ครับ"  เมื่อคาโอรุเอ่ยปากชวน...ความรู้สึกดีใจปนหวั่นเกรงก็บังเกิดหมุนวนขึ้นภายในความคิดของอาโกะ...หญิงสาวถูมือเรียวของตนเองเบา ๆ อย่างกังวลใจ...

"จะดีเหรอคะ? ถ้ามิโดริเห็นฉัน...เขาจะ..."

"น่าจะดีนะครับอาโกะซัง..."  ชายหนุ่มซึ่งเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว...เดินตรงเข้ามาหา...

"ฮิโระคุง?"

"เราไปยืนดูไกล ๆ หน่อยก็ได้นี่ครับ...จะได้ไม่ลำบากใจกัน"  จิฮิโระนั่งลงตรงเก้าอี้ว่างข้าง ๆ หญิงสาว...พลางใบหน้าซึ่งดูใจดีของเขาฉายแววจริงจังจนอาโกะเองคลายความกังวลลงไปมาก...

"นั่นสินะคะ...อย่างน้อย....ได้เห็นก็ยังดี..."  หญิงสาวพยักหน้า...พลางนึกสมเพชตัวเองที่ไม่สามารถปลุกปลอบความกล้าให้ออกมาได้มากกว่านี้...การทรยศต่อความภาคภูมิใจของน้องชายมานั้นทำให้เธอไม่อาจที่จะเปล่งเสียงหรือพูดอธิบายอะไรได้เลยเมื่ออยู่ต่อหน้าสายตาผิดหวังและเจ็บแค้นที่จ้องมองตรงมา...

"...อาโกะซัง"  จิฮิโระมองเห็นความเศร้าที่ลอดผ่านออกมาจากดวงตาของหญิงสาวแล้ว...แม้ว่าอยากจะปลอบ...อยากจะพูดอะไรให้เธอที่ล้ำค่าเทียบเท่ากับลูกสาวคนสำคัญร่าเริงขึ้น...แต่เขาก็ไม่สามารถทำได้...

เพราะสิ่งที่ทำให้ความเจ็บปวดนี้หายไปได้...ไม่ใช่อ้อมกอดของเขา...มีเพียงมิโดริเท่านั้น...เพียงรอยยิ้มและคำให้อภัยจากมิโดริ...เท่านั้น...

"...แล้ว...ทาเทวากิคุงเล่นกีฬาอะไรครับ?"  จิฮิโระหันไปถามเด็กหนุ่ม...เพื่อให้อาโกะได้ปรับเปลี่ยนอารมณ์บ้าง...

"ผมไม่ได้เล่นอะไรหรอกครับ...เป็นฝ่ายพยาบาลข้างสนามเท่านั้นเอง" 

"จินัตสึอยากเป็นพยาบาลค่า!!"  เด็กหญิงโบกมืออย่างร่าเริงข้าง ๆ ผู้สูงวัยกว่าทั้ง 3 เมื่อได้เห็นความไร้เดียงสาของสาวน้อยคนนี้แล้ว รอยยิ้มจึงปรากฏบนใบหน้าอันเศร้าหมองของอาโกะจนได้...

"จะเป็นพยาบาลได้น่ะ...ความสะอาดต้องมาอันดับหนึ่งนะจ๊ะจินัตสึจัง" 

"...อ้าว?"  เมื่อถูกอาโกะหยอกล้อ...เด็กหญิงจึงกางมือที่เปรอะเต็มไปด้วยทรายทั้งสองออกดู และร้องด้วยเสียงอันดัง พร้อมกับรอยยิ้มแหย ๆ ...ในที่สุดบรรยากาศที่ตึงเครียดจนถึงเมื่อครู่ ก็ถูกเสียงหัวเราะพัดพาไปพร้อมกับกลีบซากุระซึ่งพลิ้วผ่านไปตามสายลม....

 

********************************

 

เสียงดนตรีอันรื่นเริงดังขึ้นเป็นระยะ...งานกีฬาของโรงเรียนมัธยมซากะได้เริ่มต้นขึ้นภายใต้ท้องฟ้าสีครามสดใส...

เหล่านักเรียนและบรรดาอาจารย์ต่างก็ค่อนข้างยุ่งกันเกือบทุกคนเพื่อทำหน้าที่ของตนเอง และเพื่อให้งานผ่านพ้นไปด้วยดี...ทำให้คาโอรุซึ่งเป็นฝ่ายพยาบาล และอาซาโตะที่โดนดึงตัวไปช่วยกรรมการนักเรียน ทำหน้าที่คอยจัดการภาพรวมของงานได้เพียงแค่วิ่งสวนทางกันไปมามากกว่าที่จะได้หยุดและพูดคุยกัน...

ในตอนเช้าจะเป็นการแข่งขันประเภททีมเนื่องจากมีการจัดแข่งขันแบบพบกันหมดของตัวแทนทุกชั้นปี ดังนั้นจึงต้องจัดการหาคู่แข่งขันคู่สุดท้ายก่อนเวลาเย็น ซึ่งจะเป็นเวลาตัดสินผู้ชนะ...และเนื่องจากอากาศในฤดูใบไม้ผลินี้มีลมพัดเย็นสบายอยู่ตลอดเวลา การแข่งขันกรีฑาจึงถูกจัดให้อยู่ในตอนบ่ายหลังจากรับประทานอาหารกลางวันกันเรียบร้อยแล้ว...

การแข่งขันกรีฑาโดยเฉพาะวิ่ง 100 เมตร และ 200 เมตร นั้น เป็นประเภทกีฬาที่มิโดริลงชื่อเข้าแข่งขัน...คาโอรุจึงแจ้งเอาไว้กับอาโกะ และจิฮิโระ   เพื่อให้ทั้งสองจัดเวลามาดูการแข่งขันได้ทัน..  ...ดังนั้นในช่วงเวลาเช้ามิโดริจึงค่อนข้างว่าง เขาจึงใช้ประโยชน์จากช่วงเวลาเหล่านั้นในการนั่งคอยดูและช่วยเหลือคาโอรุเป็นบางครั้งเมื่อได้รับการร้องขออย่างแข็งขัน...

"รุ่นพี่คาโอรุล่ะครับ?"  มิโดริที่เพิ่งกลับจากการส่งอุปกรณ์ในการรักษาแผลฟกช้ำให้กับเพื่อนร่วมชั้นซึ่งลงแข่งขันฟุตบอลที่สนามตามคำขอของคาโอรุ...เมื่อไม่เห็นร่างเล็กอยู่บริเวณนั้นเขาจึงถามกับเอริซึ่งเป็นฝ่ายพยาบาลเช่นกัน...

"...ไปเอายาเพิ่มที่ห้องพยาบาลจ๊ะ...ฟุตบอลนี่เล่นกันแรงจริง ๆ จนยาไม่พอเลย"  เด็กสาวรุ่นพี่เอ่ยตอบ...ในขณะที่กำลังง่วนอยู่กับการพันผ้าพันแผลให้เข้าม้วน...

"นี่ก็ใกล้จะแข่งจบแล้วนะ อีกเดี๋ยวก็วิ่งแข่งแล้วโอโทกิคุงยังไม่เตรียมตัวอีกเหรอ?"  หลังจากเก็บอุปกรณ์ที่วางระเกะระกะให้เข้าที่แล้วเอริจึงดึงเก้าอี้มานั่งข้าง ๆ เด็กหนุ่ม...

"เอ้อ...ครับ...งั้น...ไปนะครับ"  มิโดริลุกจากเก้าอี้...พลางลัดออกไปด้านหลังสนาม...เขาตั้งใจจะออกตามหาคาโอรุก่อน เนื่องจากกลัวว่ารุ่นพี่ที่ชอบจะโดนดึงตัวไว้แล้วมาไม่ทันดูการแข่งขันของเขานั่นเอง...เด็กหนุ่มเร่งฝีเท้าเป็นการอบอุ่นร่างกายไปในตัว และหายลับไปทางด้านตึกเรียน...

 

********************************

 

"ขออนุญาตครับ"  เสียงเปิดประตูบานเลื่อนของห้องพยาบาลดังขึ้น พร้อมกับเสียงทุ้มแฝงอำนาจนิด ๆ ของเด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลทอง...ทว่า ภายในห้องพยาบาลกลับเงียบเชียบไม่มีใครตอบรับ...มีเพียงเสียงเฮฮาจอแจจากการแข่งขันดังเบา ๆ จากนอกหน้าต่างลอดเข้ามาให้ได้ยินเท่านั้น...

"อ้าว...? มิเนคุระ..."  คาโอรุหอบกล่องยาหลายประเภทในอ้อมแขนลัดผ้าม่านข้างเตียงมาเห็นพอดี...

"อาจารย์คงไม่อยู่ล่ะสิ..."  อาซาโตะถอนใจ...เขาไม่รอให้กล่องยาเหล่านั้นหล่นออกนอกกองโดยยื่นฝ่ามือใหญ่มารับไว้ล่วงหน้า...

"ขอบคุณ...ใช่แล้วล่ะ อาจารย์ไปดูคนบาดเจ็บที่สนามบาสฯ น่ะ...แต่พอดียาพวกนี้อาจารย์เตรียมเอาไว้แล้ว ฉันก็เลยเข้ามาเอา"  ร่างเล็กปล่อยให้อาซาโตะหยิบกล่องยาจากอ้อมแขนตนกล่องแล้วกล่องเล่าไปจนสามารถถือเองได้แล้ว...จึงวางกล่องยาเหล่านั้นใส่ในกล่องใหญ่ที่เตรียมมาอีกที...ซึ่งเด็กหนุ่มผมทองก็วางมันลงไปด้วยเช่นเดียวกัน...

"มีอะไรรึเปล่า?"

"กำหนดการของพวกอาจารย์ช้าลงจากของเดิม...ก็เลยแยกกันไล่บอกอาจารย์ทุกคน" 

"ฝ่ายจัดการยุ่งน่าดูเลยนะ..."  คาโอรุตั้งใจจะยกกล่องใหญ่ที่ใส่กล่องยาจนเกือบเต็ม...แต่ก็ถูกอาซาโตะแย่งมันไปก่อน...

"ฝ่ายพยาบาลก็ยุ่งเหมือนกันไม่ใช่เหรอ?  เหงื่อโชกเชียว...เห็นนายวิ่งไปวิ่งมาตั้งแต่เช้าแล้วนะ"  อาซาโตะพูดด้วยน้ำเสียงขุ่น...พลางแตะฝ่ามือบนไรผมชื้นเหงื่อของร่างเล็กเบา ๆ

"...ไม่เป็นไรหรอก...สนุกดี"  คาโอรุยิ้มรวมทั้งตอบคำถามด้วยน้ำเสียงที่รื่นเริง...

"ซาซากิบอกว่านายยังไม่ได้กินข้าว..." 

"เอ๋...? อ้าว...จริงด้วย...ลืมไปเลย"  คาโอรุอุทานพร้อมกับได้ยินเสียงท้องร้องของตัวเองดังประท้วงเบา ๆ เนื่องจากวุ่นวายกับอาการบาดเจ็บของบรรดานักกีฬาสมัครเล่นทั้งหลาย ทำให้ร่างเล็กลืมเรื่องอาหารกลางวันไปเสียสนิท...

"เฮ้อ..."  อาซาโตะถอนหายใจอีกครั้ง...เส้นผมสีอ่อนนุ่มมือบนศีรษะได้รูปถูกสัมผัสเบา ๆ เขาเหนื่อยหน่ายกับการกระทำอย่างอื่นจนลืมใส่ใจตัวเองของคาโอรุ...ในขณะเดียวกันก็รู้สึกดีที่มีโอกาสได้ดูแล...

"กินซะ"  เด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลทองค้นในกระเป๋าเสื้อจนทั่วก็เจอเพียงลูกอมรสคาราเมลที่มาโกโตะเจ้ากี้เจ้าการยัดเยียดมาให้...เขาจับมือเล็กหงายขึ้นเพื่อรับมันไป....

"อ๊ะ....ขอบคุณนะ..."  คาโอรุแกะลูกอมพลางส่งเข้าไปในปาก ลิ้มรสความหวานหอมของขนมชิ้นเล็ก ๆ นี้ประทังอาการขุ่นเคืองของกระเพาะ....ในขณะที่เสียงนกหวีดหมดเวลาการแข่งขันฟุตบอลรอบรองฯ ดังสะท้อนผ่านบานหน้าต่างเข้ามา...

"...ค่อยสดชื่นขึ้นหน่อย...เอ่อ...แต่ฉันต้องไปแล้วล่ะ"  ใบหน้างามยื่นออกไปนอกหน้าต่างรับสายลมแผ่ว...พลางรีบหันไปเพื่อยกกล่องที่วางบนโต๊ะเตี้ย...แต่ถูกฝ่ามืออุ่นรั้งลำแขนเล็กเอาไว้

"ยังไม่ต้องไปไหนทั้งนั้นแหละ..."  น้ำเสียงทุ้มเข้มวางอำนาจสั่งการเต็มที่...ก่อนที่จะดึงร่างเล็กนั่งลงบนเก้าอี้มีพนักพิงข้างหน้าต่าง...พลางผ้าเย็นผืนหนึ่งก็ถูกแปะบนใบหน้าขาวนวลซึ่งแดงเรื่อเล็กน้อยจากการไม่ได้หยุดพักเลยมาตั้งแต่เช้า...

"...เย็นนะ...มิเนคุระ...?"  คาโอรุบ่นเบา ๆ ผ่านผืนผ้า...แต่ก็ยอมนั่งบนเก้าอี้อย่างนั้นโดยไม่ลุกหนี...ความเย็นซึ่งแผ่นซ่านไปทั้งหน้าทำให้ร่างเล็กรู้สึกสบาย...

"ก็ทำให้เย็นน่ะสิ...หน้าร้อนไปหมดแล้วรู้ตัวบ้าง"  อาซาโตะลากเก้าอี้มานั่งด้านหน้าของอีกฝ่าย...พลางใช้หลังมือแตะพวงแก้มนิ่มพอให้รู้สึก...

"...ขอโทษ..."  มือเรียวเลิกผืนผ้าออกเผยให้เห็นดวงตาสีดำสนิทคู่งาม ซึ่งสบกับดวงตาสีน้ำตาลทองพอดิบพอดี...เมื่อมานึกถึงว่าอาซาโตะต้องมาคอยเป็นธุระให้กับสิ่งที่หลงลืมไป...ความรู้สึกผิดและตำหนิตนเองก็แล่นเข้าสู่หัวใจของคาโอรุจนต้องเอ่ยขอโทษ...

"ช่างเถอะ...อยู่นิ่ง ๆ ซักพักละกัน"  อาซาโตะพูดปัดตามนิสัย...แต่น้ำเสียงแฝงอำนาจเอาแต่ใจนั้นอ่อนลงมากจนแทบไม่หลงเหลือ...ผ้าผืนบางเย็นชื่นใจ พร้อมกับกลิ่นหอมอ่อน ๆ และสายลมของฤดูใบไม้ผลิทำให้คาโอรุรู้สึกง่วงนอนขึ้นมาทันที...โดยเฉพาะเมื่อฝ่ามือใหญ่ยังคอยเล่นเส้นผมของเขาอยู่เรื่อย ๆ

"คาโอรุ"  น้ำเสียงอ่อนโยนเปล่งออกมาข้างหูให้ร่างเล็กสะดุ้ง...แม้ว่าความดื้อดึงจะเป็นนิสัยที่แก้ไม่หาย แต่ระยะหลังมานี้คาโอรุเชื่อฟังเขามากขึ้น...รับรู้ถึงความห่วงที่เขามีให้...จนอาซาโตะอดไม่ได้ที่จะมีรอยยิ้มจาง ๆ  บนใบหน้า...

และ...ริมฝีปากงามก็ถูกช่วงชิงรอยสัมผัสไปอย่างแผ่วเบา ราวกับการร่วงหล่นของกลีบซากุระบนผืนดิน...

ภายในใจของคาโอรุมีอุณหภูมิสูงขึ้นราวกับเปลวไฟกองเล็ก ๆ ที่กำลังสั่นไหว...

"...เดี๋ยวมีคนเห็น..."  เมื่อกลุ่มเส้นผมสีน้ำตาลทองผละห่างออกไปพร้อมกับความอบอุ่นที่แสนร้อน...คาโอรุจึงเอ่ยขึ้นมาเบา ๆ

"ไม่มีใครซักหน่อย"  อาซาโตะยิ้มพร้อมกับใช้ผ้าเย็นเช็ดไปตามแนวใบหน้าสวย...

"ถือเป็นของขวัญวันเกิด ก็แล้วกัน"

"เอ๊ะ?!"  ดวงตาสีดำสนิทเบิกขึ้น...พลางนึกถึงงานวันเกิดของอีกฝ่ายในยามค่ำเมื่อเสร็จจากงานกีฬา...

"รออยู่ที่บ้านนะ...แล้วจะให้รถมารับ...นายก็ไปหาข้าวกินซะ"  เวลาที่กระชั้นและภารกิจที่ยังไม่จบสิ้นในวันอันแสนยาวนาน ทำให้ทั้งสองพักผ่อนได้เพียงครู่เดียวเท่านั้น...เด็กหนุ่มผมทองยกกล่องใหญ่ซึ่งเป็นจุดประสงค์ที่ร่างเล็กมาที่นี่...พลางเดินออกจากห้องไปพร้อมกับมัน...โดยที่ไม่รู้เลยว่า ‘ไม่มีใคร' ที่พูดเมื่อครู่นั้นไม่เป็นความจริงแม้แต่น้อย...

"...จริงสิ...ของขวัญ"  คาโอรุรู้สึกเป็นห่วงสิ่งที่เขาใช้เวลาวันหยุดเกือบค่อนวันหาซื้อมา...มันถูกเก็บสงบเงียบอยู่ในล็อคเกอร์ของเขาตั้งแต่เช้า...ที่จริงกว่างานเลี้ยงจะเริ่มก็เป็นเวลาที่งานกีฬาเสร็จสิ้นไปนานแล้ว ของขวัญชิ้นนั้นจะเก็บไว้ที่บ้านก็ได้...แต่ไม่รู้ทำไม...ร่างเล็กจึงเลือกที่จะเอามันมาด้วย...

ของขวัญชิ้นแรก...ล้ำค่าเสียจน ไม่อยากทิ้งมันไว้เดียวดายในที่ ๆ ไม่มีคนอยู่...

ล้ำค่าเสียจน...ไม่กล้าเอามันใส่กระเป๋าพกติดตัว...

"รุ่นพี่คาโอรุ..! อยู่นี่เอง"  น้ำเสียงร่าเริงผ่านเข้ามาพร้อมกับเสียงประตูเปิด...เด็กหนุ่มซึ่งมีชื่ออันเหมาะสมกับฤดูนี้วิ่งเข้ามาหาคาโอรุอย่างดีใจราวกับสุนัขตัวใหญ่ที่เจอเจ้าของ...

"อ้าว...มิโดริคุง"

"ผมหารุ่นพี่ตั้งนานแน่ะ...การแข่งขันฟุตบอลจบแล้วนะครับ...ถึงคิวแข่งวิ่งของผมแล้ว"  เด็กหนุ่มหรี่ดวงตาสีน้ำตาลลงอย่างน้อยใจ...ทำให้คาโอรุรู้สึกเอ็นดู...

"งั้นก็ไปกันดีมั๊ย? แล้วมิโดริคุงอบอุ่นร่างกายแล้วเหรอ?"  คาโอรุลุกขึ้นพลางพับผ้าเย็นใส่กระเป๋า...ซึ่งมิโดริจ้องมองมันอยู่ครู่หนึ่ง...

"ครับ...ระหว่างที่ตามหารุ่นพี่น่ะแหละ"  ทั้งสองเดินออกไปพร้อมกันโดยที่มิโดริวิ่งเหยาะ ๆ ไปด้วยตลอดทาง...

 

********************************

 

"คุณพ่อ! คุณครู! เร็ว ๆ สิคะ!"  เสียงใสของสาวน้อยดังขึ้นขณะที่กำลังวิ่งนำหน้าผู้ใหญ่ทั้งสองอย่างร่าเริง...

"จ้า ๆ วิ่งดูทางข้างหน้าด้วยนะจิจัง"  เด็กและผู้ใหญ่สามคนเข้าประตูโรงเรียนมัธยมซากะอย่างเร่งรีบ...โดยวิ่งไปตามทางที่คาโอรุบอกเอาไว้...เมื่อพ้นเนินแนวต้นไม้พุ่มเตี้ยก็พบกับหลังคาเต๊นท์ชั่วคราวซึ่งเป็นที่ตั้งของฝ่ายพยาบาลข้างสนามที่คาโอรุและเอริ รับผิดชอบอยู่พอดิบพอดี...

ภายในสนามซึ่งเดิมเคยเป็นสระว่ายน้ำมาก่อน ค่อนข้างกว้างใหญ่ เนื่องจากการปรับปรุงทัศนียภาพของโรงเรียน สระว่ายน้ำจึงถูกย้ายไปไว้ด้านหลังตึกเรียน...ส่วนสถานที่ตรงนี้ถูกเปลี่ยนแปลงไปเป็นสนามฟุตบอลรวมทั้งสนามกรีฑา...ดังนั้นเนินซึ่งอาโกะ จิฮิโระ และจินัตสึมาถึงนั้นจึงเป็นเนินที่สูงพอสมควรทำให้มองเห็นสนามได้อย่างทั่วถึง...จึงเต็มไปด้วยผู้คนที่มารอชมการแข่งขัน...

"ว้าว!! กว๊าง... กว้าง!! จินัตสึชอบจังค่ะ!!"  เด็กหญิงส่งเสียงดังอย่างร่าเริง...พลางลมเย็นสดชื่นที่หอบเอากลีบซากุระก็พัดผ่านแก้มแดงปลั่งเพราะการวิ่งให้คลายร้อน...

"มากันแล้วเหรอครับ?"  คาโอรุเดินขึ้นเนินมาเอ่ยทัก...เนื่องจากได้ยินเสียงของจินัตสึ...

"พี่คาโอรุ!"  เด็กหญิงกระโดดเข้าหาคาโอรุทันที...

"สวัสดีจ๊ะ จินัตสึจัง"

"ใกล้จะเริ่มรึยังคะ?"  หลังจากทักทาย...หญิงสาวก็ถามคำถามกับคาโอรุด้วยความร้อนใจ...

"ครับ...อีกไม่ถึง 10 นาทีนี้แหละ...มิโดริคุงเตรียมตัวอยู่ตรงนั้นครับ"  คาโอรุยิ้มพลางชี้ไปทางซ้ายมือซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของลู่วิ่ง...ในบรรดาเด็กหนุ่มที่กำลังจะลงแข่งขันนั้น มิโดริดูโดดเด่นกว่าใคร รูปร่างของเขาเหมาะกับกีฬากลางแจ้งเป็นอย่างยิ่ง ร่างสูง สีผิวเข้มนิด ๆ จนตกเป็นเป้าสายตาของบรรดาสาว ๆ ได้ไม่ยาก...

" ...ตอนนั้นมัวแต่ตกใจจนทำอะไรไม่ถูกเลยไม่ทันได้เห็นเด็กคนนั้นชัด ๆ อย่างนี้...รู้สึกว่าจะสูงขึ้นมากเลยทีเดียว"  อาโกะมองน้องชายด้วยดวงตาสีน้ำตาลอ่อนโยนพลางยิ้มบอกจิฮิโระซึ่งยืนเคียงข้าง...

"อ๊ะ...เริ่มแล้วครับ"  คาโอรุเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นผู้เข้าแข่งขันทั้งหมดเตรียมตัวที่จุดสตาร์ท...โดยไม่ได้เป็นกังวลถึงปมปัญหาซึ่งทำให้สองพี่น้องเข้าหน้ากันไม่ติด...สาเหตุที่เขาเอ่ยชวนอาโกะมาในวันนี้ก็คาดหวังเอาไว้บ้างว่าทั้งสองจะสามารถปรับความเข้าใจกันได้...

ดังนั้น...จึงไม่ได้ระวัง และไม่เคยคิดเลยว่ามิโดรินั้นจะเต็มไปด้วยทิฐิ และเจ็บปวดกับเรื่องของพี่สาวมากเพียงใด...จนกระทั่ง...

เด็กหนุ่มรุ่นน้องใช้ดวงตาสีน้ำตาลมองหาร่างบอบบางในฝูงชน...กวาดผ่านเต้นท์ฝ่ายพยาบาลข้างสนามซึ่งมีเพียงเอริที่นั่งเรียบร้อยรอชมการแข่งขันอยู่เพียงลำพัง...แม้จะร้อนใจบ้างเล็กน้อย แต่เขาก็ยังมีเวลาก่อนที่จะออกวิ่ง...จนในที่สุดก็พบบนเนินหญ้าเหนือจุดสตาร์ท...

เนินหญ้าสูง...

ทำให้ผู้ชมสามารถมองเห็นในสนามได้อย่างถนัดชัดเจน...ขณะเดียวกันความสูงต่ำของมันก็ทำให้ผู้ที่อยู่ในสนามมองเห็นผู้คนบนเนินได้เช่นเดียวกัน...เสื้อผ้าโทนสีอบอุ่นเรียบร้อย...รวมถึงท่าที่เสียบผมอันพลิ้วไหวเข้ากับใบหูด้วยมือข้างไม่ถนัดนั้น...เป็นสิ่งที่มิโดริไม่เคยลืมเลือน...

พี่สาว....

พี่สาวที่น่าภาคภูมิใจ และน่าเจ็บแค้นใจ...

"ทำไม?...ถึง...?" 

"นี่เธอ...ได้ยินสัญญาณรึเปล่า?  คนอื่น ๆ เขาเตรียมพร้อมหมดแล้วนะ"  อาจารย์ชายซึ่งทำหน้าที่เป็นกรรมการเรียกจากด้านหลัง เนื่องจากเห็นเด็กหนุ่มไม่ขยับเขยื้อนตามเสียงสัญญาณนกหวีด...

"มิ...โดริจัง?"  ผู้เป็นพี่สาวก็รู้สึกถึงสายตาของน้องชายที่มองตรงมาเช่นกัน...ความกลัวแล่นเข้าสู่จิตใจของเธออีกครั้ง...ปะปนกับความเสียใจตอกย้ำซ้ำไปมาถึงการเลินเล่อของตัวเองที่ทำให้มิโดริเห็นจนได้...

"นี่เธอ! ได้ยินรึเปล่า?"  เมื่อถูกมือของอาจารย์จับหัวไหล่...มิโดริซึ่งยืนนิ่งก็เสียมารยาทสะบัดตัวอย่างแรงจนทำให้ผู้ใหญ่กว่าต้องเซถอยไปด้านหลัง...

"ผมถอนตัวครับ"  เด็กหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงชืดชา...พลางหันหลังออกจากลู่วิ่งไป...เหตุการณ์นี้แม้จะทำให้หลายคนแปลกใจอยู่บ้าง แต่นี่เป็นเพียงการแข่งกีฬาภายในโรงเรียนเท่านั้น ผู้ชมทั่วไปจึงไม่มีใครสนใจเหตุผลที่มิโดริออกจากการแข่งขัน...นอกจากบรรดาเพื่อนร่วมห้องที่หวังในฝีเท้า...เหล่าสาว ๆ ที่ชื่นชอบเขา...รวมถึงเอริ และมาโกโตะที่คุ้นเคยกันดี...

เหนืออื่นใด...ความอึดอัดอันแสนเงียบงันที่โอบล้อมจิฮิโระ และคาโอรุนั้น...ไม่อาจเทียบกับความเสียใจที่อาโกะได้รับเลยแม้แต่น้อย...

"คุณครูคะ?"  จินัตสึดึงนิ้วก้อยของหญิงสาวเบา ๆ ...แม้จะเป็นเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ หากแต่รับรู้ได้ถึงบรรยากาศอันเศร้าซึม จึงพยายามปลอบใจบุคคลอันเป็นที่รักแม้จะไม่เข้าใจอะไรเลยก็ตามที...

"ขอโทษนะคะ...ฉัน...คง...ต้องกลับแล้ว"  อาโกะเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นและบางเบา ราวกลั้นสะอื้น...ทำให้คาโอรุรู้สึกเสียใจที่ทำให้เธอต้องมาพบกับความเฉยชาจากน้องชายแบบนี้...

"อาโกะซัง คือ..."

"มาที่นี่ทำไม?"  น้ำเสียงแข็งกระด้าง...ทำให้หญิงสาวสะดุ้งเฮือกใหญ่...ดวงตาสีน้ำตาลคลอด้วยหยาดน้ำหันไปจ้องมองเด็กหนุ่มที่อยู่ด้านหลัง...

"มิโดริจัง?"

"นายน่ะ...ยังกล้ามาเสนอหน้าให้ฉันเห็นอีกเหรอ!? หา!!!"  ด้วยความเร็วของอดีตนักกีฬาโรงเรียนระดับมัธยมต้น...เด็กหนุ่มจึงปล่อยหมัดกระทบใบหน้าของจิฮิโระอย่างจังจนร่างโปร่งของชายหนุ่มกระเด็นไปด้านหลัง...พร้อมกับแว่นตาซึ่งหลุดหล่นลงสู่พื้นหญ้า...

"พ่อคะ!!!"

"ฮิโระคุง!!!"  ท่ามกลางเสียงร้องของจินัตสึและอาโกะ...มิโดริซึ่งไม่ได้ยินอะไรอีกต่อไปตามกระชากคอเสื้อจิฮิโระและใช้หมัดทำร้ายอย่างต่อเนื่อง ราวกับความคลั่งแค้นจะถูกระบายออกหากได้ต่อยชายหนุ่มจนสลบคามือกระนั้น...

"อย่า!!!...มิโดริจัง...อย่า!!!!!"  อาโกะถลาขวางระหว่างกลางเพื่อช่วยเหลือคนรักที่บาดเจ็บ...ในขณะที่จินัตสึซึ่งยืนตัวสั่น ตวัดมองผู้ทำร้ายพ่อของเธออย่างโกรธเคือง...

"หยุดนะ...มิโดริคุง หยุดเดี๋ยวนี้!"  คาโอรุเองพยายามยื้อแขนที่เต็มไปด้วยพละกำลัง ทว่าไม่อาจทานได้จนถูกตวัดกระเด็นไปด้านหลัง...

"หยุดเดี๋ยวนี้นะ!!!!!!!!"  ท่ามกลางความชุลมุนวุ่นวายของผู้คนที่เห็นเหตุการณ์...เสียงตวาดดังสนั่นแสบแก้วหูในระยะใกล้สุดจากโทรโข่งซึ่งอาจารย์คุราบาชิ...อาจารย์หญิงฝ่ายปกครองใช้...หยุดการเคลื่อนไหวของมิโดริได้อย่างสิ้นเชิง...

"มีเรื่องอะไรก็พูดจากันดี ๆ สิ ห้ามก่อเรื่องชกต่อยกันภายในโรงเรียนนะ!!"  อาจารย์คุราบาชิพาร่างผอมสูงและใบหน้าซึ่งเต็มไปด้วยริ้วรอยที่บ่งบอกถึงประสบการณ์ตรงเข้ามากลางวงทันทีด้วยน้ำเสียงที่ไม่อ่อนแรงแม้แต่น้อย...

"อ้าว...ทาเทวากิเธอก็อยู่ด้วยเหรอ? ไหนบอกซิว่านี่มันเรื่องอะไรกัน?"  ในฐานะกรรมการห้องซึ่งเข้าร่วมประชุมกับกรรมการนักเรียนบ่อยครั้ง...ทำให้อาจารย์คุราบาชิซึ่งรับผิดชอบโดยตรงเกี่ยวกับกฎระเบียบของโรงเรียนจำได้...ดังนั้นเธอจึงยิงคำถามตรงไปที่คาโอรุทันที...

"เอ่อ...อาจารย์ครับ...คือ..เรื่องนี้" 

"ขอโทษครับอาจารย์...นี่เป็นความผิดของผมเองครับ"  จิฮิโระลุกขึ้นแล้วทั้งที่ใบหน้าฟกช้ำจากการถูกชก แต่เขากลับเอ่ยขึ้นขัดคำอธิบายของคาโอรุ...

"มะ...ไม่ใช่ค่ะ...ดิฉันเองค่ะ...คือ...เอ้อ..."  อาโกะรีบตัดบทของชายหนุ่มทันที...แต่ความกะทันหันทำให้เธอไม่สามารถหาคำอธิบายที่ทำให้ไม่เดือดร้อนทั้งสองฝ่ายได้เลย...

"พวกคุณเป็นผู้ปกครองสินะคะ...ถึงจะเป็นคนนอก แต่ดิฉันต้องรักษาความเรียบร้อยของที่นี่...และก็เห็นด้วยว่านักเรียนของดิฉันเป็นฝ่ายเริ่มทำร้ายคุณก่อน ดังนั้นเหตุผลก็ควรจะมาจากเด็กนักเรียนของดิฉันค่ะ"  อาจารย์คุราบาชิใช้สายตาและคำพูดอันเฉียบขาดรวบกลืนคำอธิบายกระท่อนกระแท่นของจิฮิโระและอาโกะไปเสียสิ้น...ก่อนจะถอนใจพลางเอ่ยขึ้นอีกครั้ง...

"เชิญพวกคุณที่ห้องพยาบาลก่อนเถอะค่ะ...อย่างน้อยก็ปฐมพยาบาลไว้ก่อน...ส่วนเรื่องราวเป็นยังไงดิฉันจะถามกับเด็กพวกนี้...และค่อยสอบถามจากพวกคุณทีหลังนะคะ  ขอโทษด้วยค่ะเชิญ..."   อาจารย์คุราบาชิสรุปความเบื้องต้น...จัดการอย่างเรียบร้อยและรวดเร็ว เพื่อให้การแข่งขันดำเนินต่อไปได้...พลางเดินนำหน้าผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ทุกคนมุ่งสู่อาคารเรียน...ขณะที่มิโดรินั้นเดินตามไปโดยไม่พูดอะไรออกมาอีกแม้แต่คำเดียว...

 

********************************

 

อาโกะ จิฮิโระ และจินัตสึถูกแยกไปห้องพยาบาล โดยมิโดริที่ทำแผลเบื้องต้นเรียบร้อยและคาโอรุตามอาจารย์คุราบาชิไปที่ห้องพักครู...เนื่องจากเป็นวันแข่งกีฬาอาจารย์ทุกท่านจึงแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบกระจายทั่วบริเวณโรงเรียนทำให้ห้องพักครูเงียบสงบเหมาะสำหรับการสอบถามเป็นอย่างยิ่ง...

"เอาล่ะ...เล่าเหตุการณ์ให้ครูฟังซิ...ทาเทวากิ"  ไหล่บางสะท้านเล็กน้อยเมื่อถูกอาจารย์ถาม...ไม่ว่าจะคิดยังไงการที่มิโดริเข้าไปทำร้ายร่างกายจิฮิโระโดยที่ชายหนุ่มไม่ได้ตอบโต้นั้นก็เป็นความผิดและเป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำ...แต่ตั้งแต่ทำความรู้จักกันมา เด็กหนุ่มรุ่นน้องคนนี้ถือว่าเป็นเด็กที่ดีคนหนึ่ง ถ้าหากไม่ใช่เรื่องร้ายแรงจนเหลือจะทนแล้วเขาคงจะไม่ทำร้ายใครแน่นอน...คาโอรุซึ่งครุ่นคิดอย่างดีแล้วจึงตั้งใจจะตอบออกไป ทว่า...

"...ผมไม่ชอบเขา...ก็เลยเข้าไปชกเขาครับอาจารย์"  มิโดริพูดด้วยน้ำเสียงเรียบราวกับตนเองเป็นคนนอก...ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้แม้แต่น้อย...ทำให้คาโอรุไม่อาจพูดเรื่องที่ตั้งใจจะพูดออกมาได้...

"ไม่ชอบ...? มันไม่ใช่เหตุผลเลยนะ..."  อาจารย์คุราบาชิขมวดคิ้วเหนือกรอบแว่นที่เพิ่งเอามาสวมเล็กน้อย...

"มันเป็นเหตุผลครับ...เป็นเหตุผลสำคัญ"  เด็กหนุ่มยืนกรานคำพูดของตนเอง...

"...ไม่มีอะไรจะอธิบายให้ชัดกว่านี้อีกแล้วเหรอ? เหตุผลเท่านี้ครูไม่ลงโทษเธอที่ก่อเรื่องไม่ได้หรอกนะ"  อาจารย์คุราบาชิเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น...ซึ่งมิโดริก็ไม่พูดอะไรออกมาอีก ยังผลให้คนที่ร้อนใจกลับกลายเป็นคาโอรุ...

"เอ่อ...อาจารย์ครับ...เหตุผลที่ว่า...มิโดริคุงอาจจะไม่สามารถพูดออกมาได้ในตอนนี้ก็ได้นะครับ...ถ้ายังไงให้เขาได้สงบอารมณ์ซักนิด อาจจะดีขึ้นครับ"  

"เรื่องนั้นครูรู้อยู่แล้วทาเทวากิ...ถึงได้ต้องการสอบถามพวกเธอก่อนยังไงล่ะ"  อาจารย์คุราบาชิซึ่งมีท่าทีและน้ำเสียงที่หนักแน่นเสมอนั้น...ขณะที่เอ่ยประโยคนี้มีเสียงที่อ่อนลงมากทำให้คาโอรุเข้าใจถึงปรารถนาดีที่แฝงอยู่ในความเข้มงวดของอาจารย์สูงอายุท่านนี้ได้เกือบจะทันที...เด็กหนุ่มจึงเงียบและปล่อยให้อาจารย์ได้ตัดสินใจ...

"แต่ที่ทาเทวากิพูดครูก็เห็นด้วยนะ....โอโทกิ...เธอเป็นเด็กร่าเริงครูไม่คิดว่าเธอจะก่อเรื่องเพียงเพราะเหตุผลแค่นั้นหรอก...เหตุผลของเธอจะไม่บอกครูก็ไม่เป็นไร แต่ครูไม่ต้องการให้เด็กนักเรียนของครูเติบโตขึ้นพร้อม ๆ กับความคิดในแง่ลบ..."  ดวงตาภายใต้กรอบแว่นของผู้เป็นอาจารย์จ้องมองตรงมาที่เด็กหนุ่ม...ทว่า สำหรับเวลานี้มิโดริซึ่งเงียบเฉยจนไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่นั้นทำให้อาจารย์คุราบาชิถอนหายใจ...

"ก็ได้...ครูจะให้เวลาเธอได้อยู่เงียบ ๆ ..."  อาจารย์สูงอายุลุกจากเก้าอี้ โดยที่คาโอรุเองตั้งใจว่าจะออกไปพร้อมกันกับอาจารย์ต้องสะดุดเมื่อนิ้วมือเย็นเฉียบที่มีพลาสเตอร์ยายื่นมาเกี่ยวมือเรียวของตัวเองเอาไว้...

"เอ่อ..."

"...ครูฝากโอโทกิด้วยก็แล้วกัน...เดี๋ยวครูไปดูอาการคู่กรณีก่อน"  เมื่อจบประโยค...อาจารย์คุราบาชิจึงออกจากห้องพักครูไป...บรรยากาศจึงตกอยู่ในความเงียบ...ได้ยินเสียงการแข่งขันกรีฑาอยู่ไกล ๆ

"รุ่นพี่...ใจดีจังนะครับ"  มิโดริเอ่ยขึ้นเสียงของเด็กหนุ่มกังวานน้อย ๆ ทว่า...ไม่อาจทำลายความเงียบอันน่าอึดอัดที่ครอบคลุมห้องพักครูไปได้เลย...แต่คาโอรุไม่ได้สนใจบรรยากาศเหล่านั้น ดวงตาสีดำสนิทคู่งามจับจ้องรุ่นน้องอย่างกระตือรือร้นกับประโยคที่เอ่ยออกมามากกว่า...

"...เอ๊ะ?"

"...อุตส่าห์ช่วยพูดกับอาจารย์เพื่อผม..."

‘ทั้งที่คน ๆ นั้นยังไม่มาสนใจเลย...กระทั่งตอนนี้ก็ยังคงคอยดูแลผู้ชายคนนั้นอยู่ตลอดเวลา' 

ประโยคหลังเป็นได้แต่เพียงความคิด...เด็กหนุ่มไม่เอ่ยออกมาเนื่องเพราะ....สิ้นหวัง...กับตัวเอง...กับ...สายสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องที่ไม่อาจเป็นอื่น...กับความสุขในอดีตอันเลือนราง...

ดังนั้น....ความรู้สึกที่ผิดหวังอันร้อนรุ่มนี้....จึง...

"....ชอบครับ...รุ่นพี่....ผมชอบรุ่นพี่..."  ดวงตาคู่สวยเบิกขึ้นเมื่อได้ยิน...ทว่า...ก่อนที่ความคิดของคาโอรุจะเรียบเรียงออกมาเสร็จ...นิ้วมือซึ่งมีอุณหภูมิสูงขึ้นกว่าเมื่อครู่ก็ยื่นออกมาถึงตัวแล้ว...

"รุ่นพี่..."  แรงดึงที่มีไม่น้อยกระชากร่างบอบบางของคาโอรุไปตามทางอย่างง่ายดาย...อ้อมแขนซึ่งแตกต่าง....อุณหภูมิที่ไม่คุ้นเคยเข้าโอบล้อมไปทั้งร่าง...ผิวแก้มนุ่มแดงเรื่อพร้อมกับปฏิกิริยาสะท้อนกลับอันรุนแรง...

"...ปะ...ปล่อย!"  น้ำเสียงอันหวาดหวั่น ไหล่บางเกร็งสะท้าน....พลางฝ่ามือเล็กพยายามยันแผ่นอกอีกฝ่ายเพื่อดึงตัวเองออกมา แต่ด้วยแรงแขนอันน้อยนิดทำให้คาโอรุไม่อาจหลุดจากอ้อมกอดของเด็กหนุ่มรุ่นน้องออกมาได้เลย...

แรงดิ้นขัดขืนของร่างเล็กทำให้ภายในใจยิ่งดิ่งลึก...ความผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่าถาโถมเข้ามาราวกับกระแสน้ำอันไหลเชี่ยว...เด็กหนุ่มต้องการสยบร่างตรงหน้าให้อยู่นิ่งในอ้อมแขน...ให้ใบหน้างามนี้เต็มไปด้วยรอยแห่งความสุข....

เหมือนเช่นที่มีให้อาซาโตะ...ในห้องสีขาวสะอาดนั้น...

"มิโดริคุง...! ปล่อยเถอะ...โอ๊ย!"  ปลายคางเล็กถูกจับแน่น...สิ้นเสียงร้องประท้วงถึงแรงอันหนักหน่วงแล้ว...ภายในห้องก็ตกอยู่ในความเงียบงัน...แม้กระทั่งเสียงประกาศ หรือ เสียงเชียร์กีฬาของผู้คนก็ไม่อาจเล็ดลอดเข้ามาได้...

ส่วนที่ถูกสัมผัสแน่น....ยิ่งกว่าปลายคางที่ถูกบีบ...

....ริมฝีปาก....

"ชอบครับ..."   มิโดริผละออกจากความนิ่มชื้นอันอบอุ่น...พลางรอดูปฏิกิริยาของร่างเล็กอย่างใจจดจ่อ...

"....อ๊ะ...."  รอยสัมผัสจาง ๆ ที่ค่อย ๆ เลือนหาย...เรียกความคิดทั้งหมดของคาโอรุกลับคืนมา...นิ้วมือเรียวสั่นเทาแตะริมฝีปากของตนเองอย่างตื่นกลัว...

รู้สึก...

ถึงรอยสัมผัสอุ่นร้อน...อันแผ่วเบาราวซากุระร่วง...ชัดเจนยิ่งกว่ามากนัก...

ไหล่เล็กสะท้าน เมื่อรับรู้ได้ว่าสิ่งที่ถูกกระทำเมื่อครู่นี้...

ไม่เหมือนกับที่ได้รับจาก อาซาโตะ แม้แต่น้อย

ดวงตาสีดำสนิทเบิกขึ้น...พลางแก้มนุ่มก็ส่งสีแดงเรื่อไปทั่วใบหน้างาม...จนมิโดริอดไม่ได้ที่จะยื่นมือไปสัมผัส...อีกครั้ง...

"รุ่นพี่..." 

"ยะ...อย่า!!!"  มือที่มีบาดแผลต้องชะงักกะทันหัน...เมื่อร่างเล็กผุดลุกจากเก้าอี้อย่างรุนแรง...มือเรียวทั้งสองปกปิดริมฝีปากแน่นราวกับหวาดกลัวจนต้องถอยห่าง...

 ความสิ้นหวังและน้อยเนื้อต่ำใจซัดกระหน่ำร่างกายและหัวใจของมิโดริจนแทบจะทนไม่ไหว...

"...ผม...คงน่ารังเกียจสินะ..."

‘ไม่ว่าใคร...ก็ไม่ใช่ของ ๆ เรา'

"ทั้งที่ใจดีด้วย...แต่ก็ไม่ได้เห็นว่าผมสำคัญที่สุดทุกที"  มิโดริเอ่ยด้วยน้ำเสียงเบา...รอยแผลเล็ก ๆ บนหลังมือราวกับขยายออกจนเลือดซึมเมื่อถูกกำแน่น...

‘ทำไมเรา...ต้องช้าไปก้าวนึงเสมอ'

"โอ๊ย!!"  ร่างเล็กสะดุ้งเมื่อมิโดริลุกขึ้นมารวบเอวเอาไว้อย่างรวดเร็วและรุนแรง...จนต้องส่งเสียงร้อง...

"มิโดริคุง...ปล่อยสิ...เจ็บ..."  คาโอรุประท้วงด้วยน้ำเสียงสั่น...อีกครั้งที่เรี่ยวแรงของร่างเล็กไม่อาจจะสู้กำลังกายของนักกีฬาเช่นอีกฝ่ายได้เลย...ทำได้เพียงดิ้นรนอยู่ในวงแขนอย่างไร้ผลเช่นเดิม...

"ผม...ไม่ยอมหรอก"  ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนซึ่งแฝงแววรื่นเริงอยู่เสมอ...ไม่หลงเหลือสิ่งนั้นอยู่อีกเลย...เขาผลักร่างเล็กติดกับผนังห้อง พลางปิดทางหนีเอาไว้จนหมด...ไม่สนใจแม้เสียงเรียกอันตื่นกลัวของคนตรงหน้า...

"ไม่มีทางยอมอีกต่อไปแล้ว!" 

"มิโดริ...! อื้อ!!"  ริมฝีปากบางถูกสัมผัสอย่างแรง...ดวงตาสีดำสนิทเบิกกว้างอย่างจนหนทาง แต่ยังคงพยายามดิ้นรน...

"ไม่!!..."  ร่างเล็กเบี่ยงใบหน้าเพื่อหลบเลี่ยง...แต่ก็ถูกนิ้วมือแข็งแรงจับคางบังคับให้กลับไปรับความร้อนรุ่มอันชุ่มชื้นอย่างไม่เต็มใจ...

"...ผมชอบรุ่นพี่...ไม่ให้ใครมาแย่งไปหรอก!!"  มิโดริตะโกนจนสะท้อนไปทั่วทั้งห้อง...ราวกับจะบอกกล่าวกับใครซักคน...ทว่า...มีเพียงเสียงตอบรับอันไร้ประโยชน์เบา ๆ จากปลายกระดาษซึ่งถูกสายลมพัดพาเท่านั้น...เด็กหนุ่มกัดริมฝีปากแน่นเมื่อเห็น...ดวงตาสีดำสนิทคู่สวยซึ่งเคยมองเขาอย่างอ่อนโยน...แปรเปลี่ยนเป็นหวาดกลัวและเสียใจถึงเพียงนี้...

แต่...เขาไม่อยากถอยหลัง

ไม่อยากแพ้...!

ในที่สุดลาดไหล่ขาวเนียนบอบบางก็ปรากฏแก่สายตาเมื่อกระชากสาบเสื้อเชิ้ตออก...ร่างเล็กพยายามขืนตัวและใช้มือเรียวป่ายปัดมือใหญ่ซึ่งสัมผัสมาถึงผิวเนื้อภายใต้อาภรณ์...

"มิโดริคุง!! อย่า!!!"  เสียงร้องสะท้านสะเทือนไปทั่วห้อง ไม่ได้ทำให้มิโดริหยุดการกระทำที่ล่วงล้ำและบังคับฝืนใจนี้ไปได้เลย...ยิ่งเมื่อได้เห็นและสัมผัสผิวกายนุ่มแล้วก็ยิ่งทำให้ต้องการที่จะสัมผัสต่อไปอีกอย่างไม่เกรงใจ...

ความร้อนรุ่มที่เต็มไปด้วยความคับแค้นใจครึ่งหนึ่งและความปรารถนาอีกครึ่งผลักดันให้มิโดริไม่สนใจคำร้องขอของร่างตรงหน้าแม้แต่น้อย...ด้วยแรงที่ดิ้นรนทำให้คาโอรุเสียหลักเป็นจังหวะให้เด็กหนุ่มรุ่นน้องผลักร่างเล็กล้มลงกับพื้นอย่างได้เปรียบ...

"อ๊า!!"  เมื่อไหล่ถูกกระแทกแรงกับพื้นอย่างไม่ทันตั้งตัว...คาโอรุจึงร้องออกมาอีกครั้ง...ทว่า ในเวลาเช่นนี้ความห่วงใยดูเหมือนจะถูกทิ้งขว้างไปไกลแสนไกล...เด็กหนุ่มรุ่นน้องรวบข้อมือเล็กด้วยมือข้างเดียวไพล่หลังเอาไว้...

"มิโดริคุง...!"  คาโอรุดิ้นรนอย่างรุนแรง เมื่อมืออีกข้างของมิโดริยื่นตรงเข้ามาหมายกระชากเสื้อออก...

"มิโดริ...."

‘อย่าให้ใครได้เห็นมันอีก'

"อย่า....."

‘นอกจากฉันนะ...คาโอรุ'

เสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดถูกกระชากออกเป็นอิสระจากแผ่นหลัง...

"อย่า!!!!"  เสียงร้องตะโกนดังพร้อมกับหยาดน้ำตาที่หลั่งไหล...ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนเบิกค้างอย่างตระหนกเมื่อได้เห็น

บาดแผลริ้วยาวซ้อนทับไม่เป็นระเบียบบนผิวขาวละเอียดอย่างน่าเสียดาย...

"อะ...."  เด็กหนุ่มรุ่นน้องมองรอยแผลเหล่านั้นอย่างใจหาย...เป็นผลให้ความรู้สึกคับแค้นใจเลือนลางจนไม่อาจรวมตัวใหม่ให้ทำร้ายคนตรงหน้าได้อีกต่อไป...ข้อมือบางถูกปล่อยให้เป็นอิสระ...ทว่า...ร่างเล็กยังคงคู้ตัวปล่อยให้หยาดน้ำตาไหลอย่างเงียบ ๆ

"รุ่นพี่...ผม...ขอ...โทษ"  มิโดริยันตัวลุกขึ้นด้วยข้อมือที่สั่นระริก...ร่างเล็ก ๆ อันแสนบอบบางและสวยงามเต็มไปด้วยรอยแผลมากมายจนนับไม่ถ้วน...

เพราะอะไร

เพราะใคร

คำถามเหล่านี้วนเวียนภายในห้วงสมองของมิโดริ...อย่างไร้คำตอบ...

"รุ่นพี่...ครับ"  เด็กหนุ่มยื่นมือไปอีกครั้ง...คราวนี้เพียงแค่ต้องการจะช่วยเหลือและปลอบใจ...ทว่า...ร่างเล็กที่พยายามพยุงตนเองลุกขึ้นนั้น ไม่ได้ต้องการสิ่งนั้นเลย...

"ขอโทษนะ...มิโดริคุง..."

"เอ๊ะ!?"

"ขอโทษ"  คาโอรุเอ่ยขึ้น...พลางจับเสื้อที่ถูกกระชากจนกระดุมหลุดลุ่ยด้วยมือเรียวบางน่าถนอมอันสั่นระริก...ดวงตาสีดำสนิทคู่งามประดับด้วยรอยน้ำตาล้ำค่ามองตรงมาที่อีกฝ่าย...

"ทำไม? ต้องขอโทษ...รุ่นพี่...ทั้ง ๆ ที่ผม?"  มิโดริไม่เข้าใจความหมายแม้แต่น้อย...ภายในใจยิ่งยุ่งเหยิงด้วยความรู้สึกอันซับซ้อน...

"ขอโทษจริง ๆ นะ..."  ริมฝีปากบางขบเม้มเข้าหากันจนแน่นหนัก...และค่อย ๆ พาร่างอันสั่นเทาไปตรงทางออก...

"รุ่นพี่!"  ไม่เข้าใจ...เด็กหนุ่มรุ่นน้องไม่อาจเข้าใจท่าทีเช่นนี้ได้เลย...ทั้ง ๆ ที่ตนเองทำเรื่องที่เรียกว่าไม่อาจให้อภัยได้แท้ ๆ แต่คาโอรุ...กลับเอ่ยขอโทษเขาแทน...มิโดริเอื้อมมือไปหมายจะรั้งเอาไว้ ทว่า...

"อึ๊ก!"  ร่างเล็กถอยห่างออกไป อีกทั้งดวงตาสีดำสนิทคู่งามนั่นสั่นไหวจนดูราวกับหยาดน้ำตาจะหยดลงมาอีกครั้ง...

คำพูดของมิโดริถูกกลืนหายไปในความเย็นเยือกของลำคออันแห้งผาก...กระทั่งร่างเล็กออกจากห้องไปจนลับตา...เด็กหนุ่มจึงหลงเหลือเพียงคำถาม และความสมเพชตนเองอยู่เต็มหัวใจ

 

********************************

 

คาโอรุพาร่างที่สั่นไม่หยุดผ่านระเบียงชั้นเรียนอันว่างเปล่าไปอย่างแทบไม่รู้ตัว...จนในที่สุดเมื่อมาถึงห้องเรียนซึ่งไม่มีใครอยู่เรี่ยวแรงก็ดูเหมือนจะเหือดแห้งไปเกือบทันที...ร่างเล็กตรงไปที่ล็อคเกอร์สำหรับเก็บกระเป๋าประจำห้องพลางเปิดออก...

ภายในนั้น...มีกล่องของขวัญรูปร่างยาวรีชิ้นเล็ก ๆ หลับใหลอยู่...

เมื่อของชิ้นนั้นอยู่ภายในมือ...เข่าทั้งสองข้างก็ทรุดลงกองกับพื้น...ดวงตาสีดำสนิทจ้องมองของชิ้นน้อยพลางหยาดน้ำตาก็หยดลงเปรอะเปื้อนกระดาษห่อสีเรียบ...

"ขอโทษ...นะ..."

ริมฝีปากงามเอ่ยคำพูดออกมาอย่างแผ่วเบา...

มิโดริ...เด็กหนุ่มที่มีดวงตาสีน้ำตาลอ่อนร่าเริง...กลับเต็มไปด้วยความเศร้าซึ่งไร้ทางออก...คาโอรุมองดูข้อมือที่ถูกพันธนาการจนเป็นรอยช้ำ...พลางกัดริมฝีปากเพื่อกลั้นหยาดน้ำตาอีกหน...

เพราะตัวเอง...

เพราะความช่วยเหลือที่ถือดีของตัวเอง...ทำให้บาดแผลขยายกว้างขึ้น...

เพราะคิดเอาง่าย ๆ ว่าสามารถเข้าใจความรู้สึกของผู้อื่น...

ทั้งที่ตัวเองก็เป็นแค่เด็ก...คนหนึ่ง...ที่ไร้กำลัง...

ถึงได้ทำร้ายมิโดริ...ทำร้ายตัวเอง...

แม้แต่สัญญา...กับอาซาโตะก็รักษาไม่ได้...

"ฮึก..."  ภายในห้องเรียนอันว่างเปล่า...เสียงรื่นเริงดังแว่วผ่านบานหน้าต่างมาราวกับไกลแสนไกล...เสียงสะอื้นแผ่วของร่างเล็ก ๆ ที่บาดเจ็บ...มีเพียงกล่องของขวัญชิ้นน้อยเท่านั้นที่ได้รับรู้...

********************************

จบตอนค่ะ  รู้สึกยังไงกันบ้างหลังจากอ่านเชิญร่ายที่ comment เลยนะคะ อาซาโตะออกน้อยไปนิด (ตอนหน้าบทเยอะแล้วค่ะ) แต่ก็นะ...เจ๊ผิดเองจ๊ะ คาโอรุ ที่แกล้งนู๋ขนาดนี้ ><  เป็นเด็กเจ๊ต้องทำใจนะจ๊ะ เพราะจากนี้ก็จะโดนแกล้งต่อไป 555+

จากนี้ก็จะเขียนต่อแล้วค่ะ เพราะมันไปถึงตอนที่คิดคร่าว ๆ ไว้แล้ว แต่ไม่สัญญาละกัน เพราะสัญญาทีไรผิดคำพูดทุ๊กที ขอบอกว่าจะพยายามต่อไปค่ะ

ps. รูป head เปลี่ยนอีกแล้วเจ้าค่ะ ให้สี่คณะสู่ตะวันตกไปพักก่อน ^^ ส่ง ตัวละครลับของเกมส์ Samurai warriors มาแทน ใครที่พอมีเครื่อง Playstation 2 ลองเล่นดูนะคะ แล้วจะรู้ว่าเกมส์นี้มันถูกใจสาวก Y เป็นยิ่งนัก

ภาคนี้ รันจัง (รันมารุ โมริ) เด็กในสังกัด โนบุนางะ ไม่มีเนื้อเรื่อง T0T เซ็ง - -" (ไม่มีเนื้อเรื่อง แปลว่าไม่มีฉาก CG ที่เห็นหน้าชัด ๆ น่ะเซ่!!! โธ่) ภาคที่แล้ว โนบุนางะ กับ ท่านมิตสึฮิเดะ งี้แย่งรันจังกันซะยังกะอะไรดี (หรือมันชักจะออก Y มากไปเลยต้องเพลา ๆ หน่อย) แต่ภาคนี้ ระหว่างโนบุนางะ กับ ท่านมิตสึฮิเดะ ดูยังไงก็เปล่งแสงสีม่วงกันอยู่ดีฟระ!!! ยังไงก็แล้วแต่เป็นตัวละครลับที่ถูกดิฉันเล่นจนเก่งสุดในบรรดาตัวละครไปแล้วค่ะ (ด้วยพลังแห่งรักนะเนี่ย หึหึ) มีหมด อาวุธสุดยอด Lv สูงสุด ม้าดีที่สุด เอากะดิฉันสิ

ส่วนสาวน้อยสีชมพูก็คือ โอคุนิ ว่ากันว่าเธอเป็นต้นแบบของมิโกะค่ะ เธอเดินทางใช้ความสามารถร่ายรำไปทั่วประเทศเพื่อหาเงินมาสร้างวัด ภาคนี้ก็ไม่มีเนื้อเรื่องเหมือนกับรันจัง (ก็ตัวละครลับนี่หว่า) คนนี้ยังไม่ได้เอาตัวเธอมาเล่นได้เลย แต่พอดีภาพวาดชุดนี้เธอน่ารักดีก็เลยเอามาลง (ก็ว่าจะลงรูปท่านมิตสึฮิเดะ กับ โนบุนางะ อยู่นะ แต่รูปโนบุนางะ อึมครึมไม่เข้าพวกเลยต้องปล่อยไปก่อน)

มาแล้วเจ้าค่ะ Adolescence

posted on 07 Sep 2006 15:10 by iczer  in FICTION

สวัสดีค่ะ ทุก ๆ คน ^^ หายไปซะนานทีเดียวดูจากวันที่ล่าสุดแล้วเกือบ 4 เดือนเลย นึกว่าซัก 2 เดือนซะอีก แหะแหะ ต้องขอโทษด้วยค่ะ เอาล่ะเพื่อไม่ให้เสียเวลาเชิญอ่านกันเลยดีกว่านะคะ

ยามเช้าของคฤหาสน์มิเนคุระในวันนี้เริ่มต้นด้วยกลิ่นกาแฟหอมกรุ่น เจือกับกลิ่นต้นหญ้าในสนามซึ่งถูกตัดตกแต่งให้เรียบเสมอใหม่ ๆ ...

บรรดาสาวใช้ต่างทักทายกับคนทำสวนอย่างร่าเริง...พลางลงมือทำงานในหน้าที่ของตนด้วยความกระฉับกระเฉงและชำนาญ...แมรี่ซึ่งทำหน้าที่แม่บ้านกำลังเตรียมเสริ์ฟกาแฟสูตรเดิมเหมือนทุก ๆ ครั้งพร้อมทั้งหนังสือพิมพ์ฉบับเช้าให้กับเจ้าของคฤหาสน์รุ่น 2 ที่กำลังจะลงมาจากชั้นบนในไม่ช้า...

อรุณสวัสดิ์ครับ...แมรี่ซัง ร่างเพรียวระหงพาตัวเองที่เดินไม่ค่อยสะดวก แต่ก็ไม่ต้องใช้ไม้ค้ำยันแล้วเข้ามาในห้องอาหารพร้อมทั้งทักทายอย่างเรียบร้อย...

อรุณสวัสดิ์ค่ะ...คาคุซัง แม่บ้านใหญ่ยิ้มรับ...พลางเลื่อนเก้าอี้ให้กับเลขาหนุ่ม....

ขอบคุณครับ...เอ้อ...นายท่านกับคุณหนูล่ะครับ?

อีกครู่คงจะลงมาแล้วล่ะค่ะ... ทันทีที่แมรี่จบประโยค บุคคลที่ถูกพูดถึงก็ปรากฎตัวในห้องพอดี...

อรุณสวัสดิ์ครับ... เด็กหนุ่มนั่งลงพร้อมคำทักทายในยามเช้า...ซึ่งคาคุและแมรี่ก็เอ่ยตอบรับด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม...

อรุณสวัสดิ์...ทุกคน อากิระมาถึงห้องเวลาเดียวกันกับที่แมรี่กำลังเสริฟ์ชาให้คาคุและเด็กหนุ่ม...ทั้ง 3 ตอบคำทักทายเกือบจะพร้อมกัน...

หลังจากทานอาหารเช้าไปได้ครึ่งหนึ่ง...อากิระจึงเริ่มบทสนทนา...

สัญญากับทางอเมริกาไปถึงไหนแล้ว อาซาโตะ

กำลังอยู่ในช่วงเจรจาครับ...ชิมะซังจะเดินทางไปประชุมพรุ่งนี้ เด็กหนุ่มตอบ...แต่ไม่ได้สังเกตุว่าดวงตาของอากิระหันไปสบกับคาคุช่วงจังหวะหนึ่ง...

อืม...อีก 3 วันจะวันเกิดลูกแล้วนะ...พ่อจัดงานเลี้ยงที่บริษัทไว้ให้แล้ว

เอ๊ะ..? ไม่เห็นต้อง...

...นานมากแล้วนะ...ที่ไม่ได้จัดงานวันเกิดให้ลูก แล้วอีกอย่างพ่ออยากให้ทุกคนเรียกนามสกุลลูกถูกซะที น้ำเสียงของผู้เป็นพ่ออ่อนโยน...ทว่า ด้วยความที่เพิ่งจะปรับความเข้าใจกันได้ไม่นานทำให้อาซาโตะไม่รู้จะแสดงสีหน้ายังไง...รวมถึงเรื่องที่เด็กหนุ่มไม่เปิดเผยฐานะของตนเองให้กับคนอื่น ๆ ในบริษัทก็ถูกล่วงรู้อีกด้วย...อาซาโตะจึงเพียงหันไปจิบชาอุ่นแทนคำตอบ...

ท่านเพียงแค่อยากอวดคุณหนูต่อหน้าทุกคนเท่านั้นเองครับ... คาคุกระซิบข้างใบหูเด็กหนุ่ม...ทว่า จงใจให้อากิระได้ยิน...ผู้นำตระกูลหนุ่มใหญ่ถึงกับสำลักกาแฟที่กำลังไหลผ่านลงคอ...

คะ...คาคุ...! ท่าทางเลิกลั่กของอากิระ พาให้คาคุ และแมรี่ที่เข้ามาช่วยเช็ดคราบกาแฟซึ่งกระเด็นไปตามแนวโต๊ะหัวเราะออกมาเบา ๆ ...ดวงตาสีน้ำตาลทองมองดูผู้ใหญ่ทั้งสามด้วยความแปลกใจครู่หนึ่ง...บรรยากาศสบาย ๆ ที่คฤหาสน์หลังนี้ทอดทิ้งไปเสียนานได้กลับเข้ามาอย่างอบอุ่น...เมื่อเห็นแบบนี้แล้ว เด็กหนุ่มเองก็อดไม่ได้ที่จะเผยรอยยิ้มออกมาอย่างจริงใจ...

เป็นรอยยิ้มอันล้ำค่า...ที่ทำให้ผู้เป็นพ่อชุ่มชื่นใจ...

...ผมพาคาโอรุมาด้วยได้มั๊ย?...

ได้สิลูก... เมื่อได้รับคำตอบ อาซาโตะจึงลุกจากโต๊ะเพื่อไปโรงเรียน...

********************************

ปาร์ตี้?

อืม...จัดที่บริษัทคงเป็นทางการไปหน่อย แต่ฉันอยากให้นายไปด้วย บทสนทนาเริ่มขึ้นเมื่อคาโอรุและอาซาโตะเพิ่งจะเว้นว่างจากการเตรียมงานกีฬา...ทั้งสองยืนพิงระเบียงหน้าห้องเรียนด้วยท่าทางสบาย ๆ

ว่าแต่เป็นงานอะไรล่ะ? ถ้าเป็นงานของบริษัทโดยตรงฉันไปคงจะแปลก ๆ นะ ร่างเล็กยืดลำแขนบางซึ่งวางบนระเบียงเพื่อคลายความเมื่อยล้าเพราะเพิ่งจะยกกล่องอุปกรณ์เข้ามา...ดวงตาสีดำสนิทหันมองคู่สนทนาที่เงียบไปครู่หนึ่ง...

...วันเกิดฉัน...

จริงเหรอ? ไม่รู้เลยนะ

ก็ช่วงนี้ของปีที่แล้ว...นายยังวิ่งตามฉันอยู่เลย คาโอรุนึกเหตุการณ์ย้อนหลังตามคำพูดอีกฝ่าย...พลางหัวเราะเบา ๆ

ใช่...เหนื่อยสุด ๆ เลย...เพราะว่านายเดินเร็วมากกะจะหนีเต็มที่เลยสินะ

นายเลยต้องตกบันได...แล้วก็โดนยิง...ขอโทษนะ คำพูดอันอ่อนโยนส่งผ่านพร้อมกับฝ่ามือใหญ่ซึ่งเอื้อมมาเสยเส้นผมสีอ่อนนุ่มที่โดนสายลมพัดผ่านจนพลิ้วไหว...ดวงตาสีดำสนิทคู่งามฉายรอยยิ้มจาง ๆ

...เรื่องผ่านมานานแล้วนะ...

อืม... อาซาโตะตอบ เด็กหนุ่มทั้งสองมองออกไปด้านนอกพร้อม ๆ กัน...ท้องฟ้าในยามฤดูใบไม้ผลิเต็มไปด้วยกลีบซากุระเริงระบำอันเปี่ยมสุข...

รุ่นพี่คาโอรุครับ!! เสียงร่าเริงของเด็กหนุ่มรุ่นน้อง พาให้อารมณ์ของอาซาโตะสะดุด...ดวงตาสีน้ำตาลทองมองหามิโดริอย่างไม่พอใจ...

รุ่นพี่อยู่ฝ่ายพยาบาลข้างสนามกรีฑาใช่มั๊ยครับ? ผมได้ยินมา... มิโดริมาถึงข้างกายคาโอรุอย่างรวดเร็ว...พลางยิงคำถามกะทันหันจนอีกฝ่ายให้คำตอบแทบไม่ทัน...

อะ...เอ้อ...ใช่แล้วล่ะ...

ผมดีใจมากเลยครับ...รุ่นพี่จะได้เห็นตอนผมวิ่งด้วย!

มิโดริแข่งวิ่ง 100 เมตรสินะ...

ใช่ครับ!! เด็กหนุ่มรุ่นน้องเผยรอยยิ้มกว้าง...แต่เมื่อดวงตาสีน้ำตาลซุกซนนั้นหันมาสบกับอาซาโตะ...ความรื่นเริงบนใบหน้าก็มลายไปเปลี่ยนเป็นความถือดีแทน...

จะไม่ แข่ง กับผมจริง ๆ เหรอครับ รุ่นพี่มิเนคุระ อาการยั่วโมโหของมิโดริ ทำให้ความอดทนของอาซาโตะขาดลง...ดวงตาสีน้ำตาลทองเข้มขึ้นจนแทบไม่เหลือส่วนที่เป็นสีน้ำตาลจ้องมองเด็กหนุ่มรุ่นน้องเขม็ง...ความกล้าดีของมิโดริถึงกับต้องชะงักไป...

นายท่าทางจะเข้าใจอะไรยาก...ฉันจะบอกอีกครั้งว่าที่นายเสนอมานั่นมัน ไร้สาระ และคาโอรุก็ไม่ใช่ของรางวัลด้วย!! ฝ่ามือใหญ่ปัดกระแทกผนังระเบียงเพื่อระบายโทสะ...จนคาโอรุสะดุ้ง...รอยยิ้มบนใบหน้าของมิโดริเหือดหายไปจนหมด...

...ผมไม่ได้คิดว่ารุ่นพี่คาโอรุเป็นของรางวัลซักหน่อย...ผมให้ความสำคัญต่างหาก!! ดวงตาสีน้ำตาลจ้องกลับ...ความโกรธเคืองนั้นเป็นของจริงจนอาซาโตะรู้สึกประหลาดใจ...

เอ่อ...ทั้งสองคน... คาโอรุปรามเสียงเบา ๆ โดยยืนคั่นกลางเอาไว้...

...มีอะไรกันน่ะ? พวกนาย เสียงเด็กสาวเอ่ยขึ้นอย่างรำคาญจากด้านหลังของมิโดริ...

คาโอรุคุง? มีอะไรรึเปล่าจ๊ะ? เอริขยับหลีกเด็กหนุ่มรุ่นน้องพร้อมกับมาโกโตะเจ้าของเสียงเมี่อครู่...ในอ้อมแขนของเด็กสาวทั้งสองเต็มไปด้วยม้วนกระดาษแข็งหลากสี...

...ไม่มีอะไรหรอก...เอ่อ...ให้ผมช่วยนะ คาโอรุตอบ...

ไม่ต้องหรอก...สะสางยักษ์สองคนนี้ให้เรียบร้อยเถอะเกะกะขวางทาง มาโกโตะบอกปัดความช่วยเหลือของคาโอรุ...พลางพยักเพยิดให้เพื่อนสาวเดินไปจากบรรยากาศอึมครึมนี้เร็ว ๆ

ขอโทษด้วยนะ...มาเอดะ

ไม่เป็นไรหรอก...โอ๊ะ!! เด็กสาวเชิดหน้านิด ๆ แต่ไม่ทันระวังขาจึงสะดุดกระดาษแข็งอันที่ยาวที่สุดในมือตัวเอง...

มาโกโตะ! ช่วงเสี้ยวนาทีที่เอริได้แต่ส่งเสียงเรียก...มาโกโตะก็ปลอดภัยจากการล้มกระแทกด้วยแขนของเพื่อนร่วมห้องผู้มีเส้นผมสีทอง...

ลำแขนที่ทำให้ในใจวุ่นวาย...ทั้งโกรธเคือง...และเป็นสุข...

...ปล่อย... เด็กสาวไม่มีแม้แต่คำขอบคุณ...เพราะต้องพยายามซ่อนใบหน้าอันร้อนผ่าวไว้ด้วยเปลือกนอกที่เย็นชา...เธอยืดตัวจนตรงแน่ว...จึงไม่ทันสังเกตุว่าม้วนกระดาษที่หอบมานั้นกลิ้งหล่นไปบนพื้นจนชนกับปลายรองเท้าคัทชูสีครีมเรียบร้อยทว่า สวยหรูคู่หนึ่งไม่ไกลกัน...

...ของคุณรึเปล่าคะ? เจ้าของรองเท้าคู่นั้นย่อตัวพลางหยิบม้วนกระดาษยื่นให้กับมาโกโตะ...เธอแต่งกายบอบบางไม่สูงนักด้วยเสื้อผ้าสีขาวและครีมอย่างเรียบร้อย...ใบหน้าที่มีเพียงลิปกลอสมันวาวดูอ่อนโยนชวนให้ผู้คนอบอุ่นใจ...

ขอบคุณค่ะ... มาโกโตะยิ้มและรับของมา...

เอ้อ...ขอโทษนะคะ...ไม่ทราบว่า... หญิงสาวผู้เรียบร้อยอ่อนโยน...ตั้งใจจะถามบางอย่างกับมาโกโตะ...ทว่า ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนของเธอประสานเข้ากับดวงตาสีเดียวกันไม่มีผิดเพี้ยนของเด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ด้านหลังอาซาโตะและคาโอรุซะก่อน...

เอ๊ะ? มิโดริจัง?! ชั่วขณะที่ดวงตาคู่งามจ้องมองมา...เด็กหนุ่มถึงกับยืนนิ่งไม่ขยับเขยื้อน...แต่เมื่อน้ำเสียงอันแสนไพเราะที่สุดในโลกสำหรับเขาเอ่ยออกมาจากริมฝีปากที่คุ้นเคยนั้น...มิโดริก็หันหลังกลับราวกับไม่ได้ยิน...

มิโดริคุง?

...ขอโทษนะครับรุ่นพี่คาโอรุ...ผมนึกได้ว่ามีธุระ หญิงสาวไม่ตกใจกับการที่มิโดริไม่สนใจเธอ...แต่กลับพยายามก้าวเข้าหาราวกับกลัวว่าจะสูญเสียโอกาสอันนี้ไป...

มิโดริจัง! เดี๋ยวก่อนสิ... เด็กหนุ่มไม่แม้แต่จะหันหลังกลับ...เสียงเรียกของหญิงสาวราวกับเข็มแหลมทิ่มแทงให้ทนไม่ได้แม้แต่จะเดิน...มิโดริออกวิ่งอย่างรวดเร็วได้ยินก็แต่เสียงฝีเท้าย่ำกับพื้นซึ่งค่อย ๆ ไกลออกไปเท่านั้น...ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนคู่งามเหม่อมองแฝงแววห่วงใยจนร่างของเด็กหนุ่มลับไป...

เอ่อ...คุณครูอาโกะ...ใช่มั๊ยครับ? จำพวกผมได้รึเปล่า? คาโอรุซึ่งนึกคุ้นตั้งแต่แรกที่เห็นหญิงสาวเอ่ยขึ้น...

เอ๊ะ...เอ้อ...ที่พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ...สินะคะ...ต้องขอบคุณมากจริง ๆ ค่ะ หญิงสาวหันมามองเด็กหนุ่มทั้งสองพร้อมกับกล่าวตอบด้วยรอยยิ้มเมื่อนึกได้...

ไม่เป็นไรครับ...เอ่อ...รู้จักกับมิโดริคุงเหรอครับ? คาโอรุเอ่ยถามอีกครั้ง พาให้ใบหน้าเรียวผุดผาดหม่นหมองลง...

ค่ะ...เด็กคนนั้น...เป็นน้องชายของดิฉันเอง อาโกะยอมรับด้วยรอยยิ้มเศร้า ๆ เด็กหนุ่มเด็กสาวทั้งสี่ที่ได้รับฟังแม้จะตกใจอยู่บ้าง ทว่า ก็มีเพียงคาโอรุเท่านั้นที่ดูจะมีอาการห่วงมากกว่า...

อ๊ะ...เอ้อ...ดิฉันมารบกวน คงต้องขอตัวก่อนนะคะ หญิงสาวสลายความหมองหม่นออกจากใบหน้า...พลางยิ้มอย่างเป็นมิตรอีกครั้งเพื่อลาจาก...

เดี๋ยวก่อนครับ...ผม...เอ้อ...มีอะไรให้ผมช่วยได้รึเปล่าครับ?

คาโอรุ! อาซาโตะปราม พลางนึกถึงความยุ่งยากที่จะตามมาข้างหน้า...ซึ่งเป็นสิ่งที่เอริคิดได้เหมือนกันทว่า ก็ไม่ได้ห้ามจริงจังเพราะรู้นิสัยของคนตรงหน้าได้เป็นอย่างดี จึงทำได้เพียงแค่เรียกชื่อด้วยน้ำเสียงเคือง ๆ และคาโอรุก็ไม่ได้สนใจเลย...

เอ๊ะ? ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนคู่งามมองไปที่เด็กหนุ่มผู้ซึ่งมีใบหน้าสวยราวกับหญิงสาว...อีกครั้ง ริมฝีปากแต่งด้วยลิปกลอสบางเบาและเล่นแสงเงาอย่างอ่อนโยนขยับเล็กน้อยเหมือนจะเอ่ยอะไรออกมา ทว่า ทุกสิ่งก็หยุดอยู่เพียงแค่ลำคอ...

ผม...ตั้งแต่เปิดเทอมมา...กับมิโดริคุงค่อนข้างสนิทกัน...บางทีอาจช่วยอะไรได้บ้าง...

เอ้อ...ไม่เป็นไรค่ะ...ขอบคุณจริง ๆ อาโกะหันหลัง พลางพยักหน้าแล้วเดินลับหายไปตามระเบียง ซึ่งเต็มไปด้วยบรรดานักเรียนที่กำลังวุ่นอยู่กับงานเตรียมกีฬาอันแสนสนุก...ร่างบอบบางในชุดสีขาวครีมอันเรียบร้อยนั้น...ไร้สีสัน...และอ่อนแอ แตกต่างกับม้วนกระดาษสีสดใสในอ้อมแขนของเอริและมาโกโตะราวกับคนละโลก...

********************************

คาโอรุคุงจ๊ะ...เอ้อ...ช่วยจัดการหน่อยได้มั๊ย? ซายะเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าลำบากใจ...พลางชี้ไปตรงโต๊ะด้านในสุด ที่ ๆ เด็กหนุ่มผู้ซึ่งร่าเริงตลอดเวลาในสายตาเธอกำลังมีใบหน้าบึ้งตึงและไม่สนใจใคร...แม้แต่บรรดาหญิงสาวที่เคยคุยเล่นกันก็เข้าหน้าไม่ติด...

พี่ซายะ...ผม...

ผู้จัดการบอกให้ช่วยหน่อยจ๊ะ...เพราะว่ากระทบกับลูกค้าท่านอื่น

ครับ คาโอรุพยักหน้ารับคำขอร้อง...เขาไม่ได้พบกับรุ่นน้องคนนี้อีกจนกระทั่งตอนนี้...ทั้งที่มีเรื่องอยากจะถามมากมายด้วยความห่วงใย...แต่ก็ยังไม่มีโอกาสเสียที...

อย่ายุ่งได้มั๊ย! มิโดริตวาดใส่หญิงสาวคนหนึ่งซึ่งเข้ามาหา...เธอมีสีหน้าโกรธเคืองพลางรีบเดินออกจากร้านโดยสวนกับคาโอรุพอดี...

น้ำครับ... มือเรียวขาววางแก้วใสซึ่งบรรจุน้ำเย็นจนเป็นหยดเกาะตามผิวตรงหน้าเด็กหนุ่มรุ่นน้องเบา ๆ ...ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนมองใบหน้างามราวกับหญิงสาวของรุ่นพี่อย่างงงงวย...

ผมไม่เอาครับ เป็นครั้งแรกที่มิโดริพูดปฏิเสธสิ่งที่คาโอรุหยิบยื่นให้...

...ดื่มซักหน่อยจะได้ใจเย็นลง...รู้ใช่มั๊ยว่าเสียมารยาทกับทุกคนที่เขาตั้งใจจะมาคุยด้วย คาโอรุนั่งลงด้านตรงข้ามกับมิโดริเพื่อเผชิญหน้า...ทว่า แม้จะอยู่ในตำแหน่งที่ต้องมองหน้ากัน สายตาของมิโดริก็เสมองแจกันดอกไม้ซึ่งวางด้านในโต๊ะแทน...

พี่เคยพบกับอาโกะซังนะ...ที่อควอเรี่ยม... คาโอรุเริ่มเปิดการสนทนา...ภายใต้อาการมึนตึงของเด็กหนุ่มรุ่นน้อง ทว่า ก็รับรู้ได้ถึงความสนใจ...

ตอนนั้นพี่พบกับจินัตสึจังที่กำลังหลงทาง...เป็นนักเรียนของอาโกะซัง...จินัตสึจังท่าทางติดอาโกะซังมาก เธอท่าทางเป็นคนใจดีนะ

เขาก็เป็นของเขาอย่างนั้นแหละครับ... มิโดริตอบ...แต่ก็ยังไม่หันมาสบตากับคาโอรุ...

...เธอบอกว่า...มิโดริคุงเป็นน้องชาย ประโยคธรรมดาที่คาโอรุพูดเป็นเชิงถาม...กลับได้คำตอบเป็นปฏิกิริยาที่เหนือคาดหมาย...เด็กหนุ่มรุ่นน้องหันมาเผชิญหน้าด้วยดวงตาสีน้ำตาลอ่อนเบิกกว้าง...

น้อง...ชาย... ใบหน้าซึ่งเปื้อนรอยยิ้มอยู่เป็นนิจบัดนี้ไม่หลงเหลือเค้าความสดใสเช่นนั้นอีกต่อไป...มิโดริทวนคำด้วยน้ำเสียงแหบซึ่งแห้งแล้งกว่าเดิมมาก...ราวกับคำ ๆ นี้เป็นใบมีดแหลมคมซึ่งกรีดลึกลงไปทิ้งรอยแผลย้ำซ้ำเดิมจนแทบหายใจไม่ออก...

มิโดริคุง? เป็นอะไรรึเปล่า? คาโอรุเห็นอาการของรุ่นน้องพลางนึกได้ว่าตัวเองคงจะพลาดไป...แต่พลาดเรื่องอะไรเขายังไม่อาจสรุปได้...

...พูดถึงขนาดนั้นเลยเหรอ...เขากล้าดียังไง...ทั้ง ๆ ที่ไม่มีสิทธิ์ซักหน่อย!!... มิโดริเค้นเสียงด้วยรอยยิ้ม...เขายิ้มแล้วเช่นเคย...ทว่า...ช่างเป็นรอยยิ้มอันเศร้าสร้อยและ...เจ็บปวด...เด็กหนุ่มทุบโต๊ะเสียงดังจนทำให้คนทั้งร้านหันมามอง...ซายะและบรรดาหญิงสาวซึ่งเคยชื่นชมเขาพากันหวาดกลัวขึ้นมา...

มิโดริคุง...สงบอารมณ์หน่อย...

ผมรบกวนรุ่นพี่สินะครับ... มิโดริพูดขึ้นโดยที่ใบหน้าไม่หลงเหลือรอยยิ้มอีกต่อไป...

...ไม่ใช่อย่างนั้น...

ผมกลับล่ะ! เด็กหนุ่มรุ่นน้องผุดลุกขึ้นพลางเดินจ้ำออกจากร้านอย่างรวดเร็ว...คาโอรุกล่าวขอโทษซายะ รวมทั้งผู้จัดการและลูกค้าในร้านก่อนจะรีบตามไป...

********************************

ซากุระปลิวลิ่วไปตามแรงลม ภายในสวนสาธารณะซึ่งมีผู้คนมานั่งพักผ่อนมากพอควรแม้จะค่ำแล้ว...มิโดริกระแทกนั่งลงบนเก้าอี้ยาวตัวหนึ่งใต้ต้นซากุระอย่างอารมณ์เสีย...

มิโดริคุง... คาโอรุพาร่างซึ่งหอบฮักตรงเข้ามาหา...ทำให้ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนนั้นต้องจ้องมองอย่างเหลือเชื่อ...

...รุ่นพี่...ตามผมมา?

ก็...ใช่...น่ะสิ...จะปล่อยให้อยู่คนเดียว...ได้ยังไง? จากแรงหอบทำให้น้ำเสียงหวานเอ่ยออกมาไม่ค่อยปะติดปะต่อ...มิโดริมองร่างเล็กซึ่งบอบบางกว่าตัวเองมากตามมาด้วยความห่วงใยอารมณ์ที่กำลังขุ่นมัวลดลงเกือบครึ่ง...

นั่งสิครับ...

อืม...ขอบใจนะ คาโอรุนั่งลงเคียงข้างมิโดริ...พลางพยายามให้การหายใจเป็นปกติโดยเร็ว...

ผม...ขอโทษนะครับ...ที่ทำกิริยาแบบนั้น

ไม่เป็นไรหรอก...แต่ต้องไปขอโทษพี่ซายะกับทุก ๆ คนแบบนี้ด้วยนะ

ครับ เด็กหนุ่มรุ่นน้องพยักหน้า...

เอ่อ...พี่ไม่รู้นะว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างอาโกะซังกับมิโดริคุง...แต่ว่า...อาโกะซังท่าทางจะเป็นห่วงมิโดริคุงมากนะ... คาโอรุพูดขึ้นอีกครั้ง...ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนเปลี่ยนจากความโกรธเคืองซึ่งหมุนวนยุ่งเหยิงมาตลอดตั้งแต่กลางวัน...กลายเป็นดวงตาที่สะท้อนใบหน้าหวานของอีกฝ่ายจนแทบไม่มีช่องว่าง...

...ถ้าเป็นห่วงจริง...ก็คงไม่ทำแบบนั้นหรอก

มิโดริคุง?

เขาน่ะ...หนีออกจากบ้าน...ไปกับผู้ชายที่ไม่คู่ควร...ทำให้พ่อกับแม่ต้องร้องไห้...ป่านนี้แล้วแท้ ๆ เด็กหนุ่มรุ่นน้องกำหมัดทุบลงบนพนักเก้าอี้ยาวอย่างแรงจนรู้สึกได้ถึงความสั่นสะเทือน...

ถึงตอนนี้พ่อกับแม่จะยกโทษให้แล้ว...แต่ผมไม่มีวันยกโทษให้หรอก! มิโดริเงื้อหมัดที่มีรอยปื้นแดงจาง ๆ จากการกระแทกเมื่อครู่อีกครั้ง...ทว่า มันก็กลับไม่ได้สัมผัสกับพนักเก้าอี้เช่นเดิม เพราะมือเรียวขาวที่เล็กกว่ายื่นมาประคองเอาไว้อย่างนุ่มนวลแทน...

อย่าทำอีกเลย...มิโดริคุง... เด็กหนุ่มรุ่นน้องสะดุ้งเมื่อ เจ้าของมือนุ่มนั้นเคลื่อนเข้าใกล้จนเห็นใบหน้าของตัวเองสะท้อนอยู่ในดวงตาสีดำสนิทคู่สวย...แววตาอันอ่อนโยนและห่วงใยช่างคล้ายกันนักกับหญิงสาวผู้สร้างความเจ็บปวดที่มิอาจลบเลือน...จนทุกวันนี้...

รุ่นพี่...?

ยิ่งทำร้ายร่างกายเท่าไหร่...หัวใจก็ได้รับบาดแผลเพิ่มขึ้นเท่านั้น...

...อ๊ะ!!... มิโดริไม่อาจเปล่งเสียงออกมา...ไม่อาจเอ่ยคำอะไรได้อีก...แม้แต่ในความคิดคำนึงก็แทบจะหยุดนิ่ง...ห้วงเวลาซึ่งมือเรียวอันอ่อนโยนยึดกุมเขาเอาไว้นี้...อยากจะให้คงอยู่ตลอดไป...

มิโดริคุงไม่ได้เกลียดอาโกะซังนี่นา...เพียงแค่ลำบากใจที่จะพบ...พี่อาจจะยุ่งไม่เข้าเรื่อง แต่คิดว่าสายใยระหว่างพี่น้องตัดกันไม่ขาดหรอกนะ...ปรับความเข้าใจกันในขณะที่ยังพบพูดคุยกันได้ดีกว่า...ถ้าหากวันไหนเกิดอยากจะพบแต่ไม่สามารถพบได้อีกแล้วล่ะ...ถึงจะมาเสียใจทีหลัง แต่ทุกอย่างก็ไม่หวนกลับมาอีกแล้วนะ... น้ำเสียงหวานเอ่ยอย่างอ่อนโยนเต็มไปด้วยความห่วงใย...ทุกคำ ทุกประโยค แฝงไว้ด้วยเรื่องราวที่ผันผ่านซึ่งมิโดริยังไม่เคยได้รับรู้...

...รุ่นพี่... มิโดริจ้องมองร่างเล็กบอบบางตรงหน้าตัวเองราวกับเพิ่งจะได้พบเป็นครั้งแรก...ไม่ใช่แค่คำปลอบใจ...ไม่อยากได้เพียงแค่ความอ่อนโยน...ทว่า...มากกว่านั้น...เพิ่มขึ้นยิ่งกว่านั้น...มาก...ราวกับไร้จุดสิ้นสุด...

...เอ๊ะ?! แรงแขนที่มากไม่แพ้อาซาโตะรั้งร่างเล็กเข้ามาในอ้อมกอด...ริมฝีปากบางเอ่ยออกมาได้เพียงคำอุทาน...ปฏิกิริยาต่อต้านส่งผลออกมาตามสัญชาตญาณ...

มิโดริคุง...ปล่อย... คาโอรุขืนตัวในอ้อมแขนแข็งแรงของเด็กหนุ่มรุ่นน้อง...เรียวแขนบางผลักไหล่อีกฝ่ายด้วยแรงที่มากมาย แต่ก็ไม่ได้ทำให้การโอบกอดนั้นสิ้นสุดลง...

รุ่นพี่...ผม...ได้โปรดเถอะครับ... หยาดน้ำอุ่นหยดลงเปื้อนลาดไหล่บาง...น้ำเสียงแหบที่ฟังรื่นหูนั้นสั่นสะท้าน...คาโอรุหยุดการขัดขืนแทบจะทันใด...

มิโดริคุง...? เมื่อคิดได้ว่าคนตรงหน้าต้องการที่พึ่งพิงชั่วขณะ...คาโอรุจึงไม่ต่อต้านใด ๆ อีก...มือเรียวค่อย ๆ ลูบไหล่และหลังของอีกฝ่ายเบา ๆ

ขอโทษ...ครับ

ไม่เป็นไรหรอก...จนกว่ามิโดริคุงจะสบายใจ... มิโดริซบใบหน้ากับลำคอขาวระหง...เพิ่มแรงกระชับร่างเล็กขึ้นอีก...พลางนึกถึงพี่สาวแสนสำคัญ ความผิดหวังที่ทำให้เจ็บปวด...ร่างตรงหน้าอันบอบบาง...ที่เข้าใกล้เพียงเพราะบรรยากาศอันคล้ายคลึง...แต่...เวลานี้ไม่อยากจะหยุดอยู่เพียงแค่นี้อีกต่อไปแล้ว...

อยากเป็นคนสำคัญ...ต้องเป็นคนที่ถูกเลือก...

ถ้าสามารถอยู่เคียงข้าง ได้สัมผัสมืออันอบอุ่นนี้ตลอดไปต้องมีความสุขแน่ ๆ ...

อยากได้...

ต่อให้ต้องแย่งมาจาก ใคร ก็จะไม่ยอมแพ้อีกแล้ว...เหมือนครั้งนั้น

ไม่ยอม...

ในสายลมอุ่นที่ซึ่งซากุระแทบจะได้สัมผัสท้องฟ้า...ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนของมิโดริมีแววมุ่งมาดคาดหวังอันแรงกล้าแอบซ่อนไว้...อย่างจริงจัง...

********************************

รถยนต์สีดำเมื่อมเคลื่อนเข้ามาใกล้พร้อมกับช่วงจังหวะที่คาโอรุเพิ่งจะเดินถึงหน้ารั้วบ้าน...ร่างสูงซึ่งลงมาจากรถนั้นคุ้นเคยพาให้ดวงตาสีดำสนิทเปล่งรอยยิ้ม...

คาโอรุ...เพิ่งกลับเหรอ? อาซาโตะเดินตรงเข้ามาหา...แม้จะเป็นเวลาค่ำแล้ว แต่ดูเหมือนว่าเขาเองก็เพิ่งจะเสร็จจากการฝึกงานที่มิเนคุระทาวเวอร์...

อืม...นายเองก็เหมือนกัน...เข้ามามั๊ย? คาโอรุหยิบกุญแจจากกระเป๋าตั้งใจจะเปิดประตู...

...ฉันมารับนายไปที่บ้าน...

เอ๊ะ?

เกี่ยวกับ...งานวันเกิดของฉัน... อาซาโตะมีสีหน้าเหนื่อยหน่ายภายใต้อารมณ์ที่ดูจะดีกว่าที่คิด แม้คาโอรุจะแปลกใจอยู่บ้างแต่ก็พยักหน้ารับ...

ได้สิ...เดี๋ยวนี้เลยเหรอ?

อืม...ถ้าเสร็จเร็วจะมาส่ง ถ้าช้านายก็ค้างที่บ้านเลยละกัน อาซาโตะจับข้อมือเล็กฉุดให้ขึ้นรถก่อน...แต่พอได้ฟังประโยคนี้จบ...คาโอรุก็มีสีหน้าลำบากใจ...

เอ๋...อีกแล้วเหรอ?

...ทำไม? มีอะไรไม่พอใจเหรอ? อาซาโตะตามเข้ามา...และรถก็เริ่มเคลื่อนออกจากหน้าบ้าน...

ไม่ใช่อย่างนั้น...ทุก ๆ คนต้อนรับดีมาก...ฉัน เกรงใจ... ฝ่ามือร้อนจงใจวางน้ำหนักบนศีรษะซึ่งปกคลุมด้วยเส้นผมสีอ่อนนุ่มแรง...ทำให้คาโอรุหยุดพูดทันที...

...เพราะทุกคนชอบนาย...ถึงอยากทำดีด้วย ไม่ต้องเกรงใจไปหรอก... อาซาโตะผ่อนแรงของฝ่ามือลง พลางเปลี่ยนเป็นสัมผัสเส้นผมนุ่ม ๆ นั้นเบา ๆ

เอ๊ะ?! สีแดงเรื่อบนใบหน้างามเผยออกมาให้เห็น...อาการดีใจที่ไม่อาจเก็บไว้อยู่ปรากฎออกมาในรูปของรอยยิ้ม...ยิ่งทำให้อาซาโตะเผลอมองจนแทบจะลืมเวลา...

...ฉัน...เอ่อ... ริมฝีปากบางที่ขยับอยู่ไม่ไกลสะท้อนเป็นเงาจาง ๆ ในดวงตาสีน้ำตาลทอง...คาโอรุซึ่งรับรู้ว่าตัวเองถูกจ้องมองยิ่งพยายามก้มหน้า เปิดเผยหลังคอที่ขาวสะอาดให้อีกฝ่ายมองดูอย่างไม่รู้ตัว...

...งานพิเศษเป็นไงบ้าง?

เอ๊ะ...อืม...ก็ดี...เอ้อ...มิโดริคุงมาที่ร้านด้วย... นิ้วมือซึ่งเกลี่ยเส้นผมนุ่มหยุดชะงักไปทันที...คราวนี้ต่อให้เป็นคาโอรุที่ความรู้สึกช้าก็ยังรับรู้ได้ว่าอีกฝ่ายกำลังอารมณ์เสียแล้ว...

เอ่อ...ช่างเถอะ...แล้วงานที่บริษัทนายล่ะ?

ก็...ไม่มีอะไรมาก

...อืม...เหรอ... เมื่อเห็นอาการของคาโอรุแล้ว อาซาโตะก็ต้องยอมแพ้...เด็กหนุ่มผมทองถอนหายใจ พลางหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา...

กินข้าวมารึยัง?

เอ้อ...ยังหรอก... เพราะหลังจากตามมิโดริที่ออกจากร้านอย่างกะทันหันไป...กว่าจะกลับเข้าร้านได้ก็นานคาโอรุจึงเปลี่ยนเวรให้ซายะออกไปทานข้าวโดยที่ตัวเองอยู่ที่ร้านจนปิด...

งั้นให้แมรี่ซังเตรียมให้ละกัน...อยากกินอะไรล่ะ?

อะไรก็ได้...

นายนี่...อีกแล้วนะ...แมรี่ซังเขาเป็นแม่บ้าน...แล้วก็ชอบทำอาหารด้วยนายจะเกรงใจอะไรกันนักหนา...

...แต่ว่า... คาโอรุเงียบเสียงอีกครั้งเมื่อฝ่ามือใหญ่สัมผัสผิวแก้มของตนเอง...

ซูชิก็แล้วกัน...นายชอบนี่นะ...แล้วแมรี่ซังก็แค่เตรียมใส่จานเท่านั้น...ตกลงมั๊ย? อาซาโตะเอ่ยด้วยรอยยิ้มจาง ๆ ดวงตาสีน้ำตาลทองไม่มีแววขุ่นเคืองอีกจึงทำให้ร่างเล็กรู้สึกสบายใจ...

อืม...ขอบคุณนะ... คาโอรุตอบแทนอาซาโตะด้วยรอยยิ้ม...พลางรถก็เคลื่อนตัวเข้าสู่คฤหาสน์มิเนคุระพอดิบพอดี...

ภายในคฤหาสน์มิเนคุระซึ่งปลูกสร้างด้วยสไตล์ตะวันตกตามแผ่นดินที่นายหญิงผู้ล่วงลับของบ้านถือกำเนิดมา...อบอวลไปด้วยเสียงพูดคุยอย่างออกรสของผู้นำตระกูล และชายชราเจ้าของร้านตัดสูทอันเก่าแก่ซึ่งรอเด็กหนุ่มทั้งสองไปพลาง จิบชาอุ่น ๆ ไปพลางอย่างสบายใจ...

คุณหนูกลับมาแล้วครับท่าน คาคุซึ่งยังคงใช้ไม้ค้ำยันอยู่แจ้งให้กับชายทั้งสองทราบ...ทั้งยังเชื้อเชิญอาซาโตะและคาโอรุซึ่งกำลังเดินเข้ามาอย่างเรียบร้อย

ยินดีต้อนรับครับ...คุณคาโอรุ

สวัสดีครับ...เทราจิมะซัง...สบายดีนะครับ...

สบายดีครับ คาคุยิ้มรับให้กับความอารีที่เด็กหนุ่มมีให้...

...อาซาโตะ...คาโอรุคุงมาทางนี้สิ... อากิระกวักมือเรียกเด็กหนุ่มทั้งสอง...ซึ่งคาโอรุเพิ่งจะได้ยินผู้นำตระกูลคนนี้เรียกตนเองด้วยชื่อเป็นครั้งแรก แม้จะแปลกใจอยู่บ้างแต่ก็รู้สึกยินดี...

สวัสดีครับ...

สวัสดี...ขอโทษด้วยนะที่จู่ ๆ อาซาโตะก็ไปรับทั้งที่เพิ่งกลับจากงานพิเศษ

ไม่เป็นไรครับ...

อ้อ...ทางนี้โอนเนอร์ซาคุยะ...เป็นเจ้าของร้านตัดสูทซาคุยะ อากิระผายมือแนะนำชายชราที่อยู่ด้านข้าง...คาโอรุโค้งทักทายอย่างเรียบร้อย...ทำให้ความรู้สึกแรกพบนี้ดีมากในสายตาของโอนเนอร์...

โอนเนอร์จะตัดสูทให้กับฉันสำหรับสวมไปงานปาร์ตี้ที่ว่า...ฉันคิดว่านายเองก็คงต้องตัดเหมือนกัน อาซาโตะเอ่ยอธิบาย...ทำให้คาโอรุมีปฏิกิริยาทันที...

เอ๊ะ?...แต่ว่าต้องมาเป็นธุระให้กับฉันอย่างนี้ ฉันว่า...

ถือว่าเป็นของขวัญจากฉันก็แล้วกันนะ คาโอรุคุง...เพราะเธอช่วยครอบครัวของเราไว้หลายอย่าง อากิระพูดต่อทันที ไม่ให้โอกาสคาโอรุเอ่ยปฏิเสธ...

...แต่ผม...

คุณเอเล็คตร้าบอกว่าจะมาร่วมงานด้วย...เธอย้ำหนักมากับนายท่านเลยล่ะครับว่าต้องให้คุณคาโอรุใส่สูท...เธอจะได้พาควงรอบ ๆ งาน คาคุเสริมทัพอีกทาง...ตอนนี้คาโอรุถูกรุมล้อมด้วยคนของตระกูลมิเนคุระถึง 3 คน ทำให้แทบพูดอะไรไม่ออก...

เอ่อ...

ขอความกรุณาด้วยครับโอนเนอร์ อาซาโตะคว้าข้อมือเล็กฉุดให้ตรงไปยังห้องด้านในทันที...ทั้ง ๆ ที่เสียงประท้วงของคาโอรุก็ดังเบา ๆ ไปตลอดทาง...

เชิญครับโอนเนอร์... ชายชรายิ้มรับคำเชิญของผู้นำตระกูล พลางขยับแว่นเล็กน้อยและเดินไปตามทางที่เด็กหนุ่มทั้งสองหายไปพร้อมกับบรรดาลูกน้อง...

********************************

วัดตัวเรียบร้อยแล้วครับ เสียงของชายชราเอ่ยขึ้นเมื่อสิ้นสุดการวัดขนาดตัวภายนอกอย่างคร่าว ๆ ของคาโอรุ...ผู้ซึ่งยอมพ่ายแพ้ความช่างบังคับของคนในตระกูลมิเนคุระอย่างจนใจ...แต่ยังไม่วายส่งสายตาเคือง ๆ ไปให้กับอาซาโตะซึ่งนั่งกำกับพร้อมจิบชาอย่างไม่ทุกข์ร้อนอยู่บ่อย ๆ จนเด็กหนุ่มผมทองอดไม่ได้ที่จะแอบหัวเราะอยู่หลายครั้ง...

ผมจะให้ทาเทวากิซังลองสวมสูทที่อยู่ในราวนี้ก่อนนะครับ...ถ้าไม่ถูกใจหรือต้องแก้ไขจะได้มีรูปหลักเอาไว้ก่อน... โอนเนอร์เพียงแค่กวักมือราวสูทที่น่าจะเป็นไซส์ของคาโอรุก็ถูกเข็นมาหยุดอยู่เบื้องหน้า...

ทาเทวากิซัง...รูปร่างค่อนข้างเล็ก แต่ว่าไหล่และหลังตรงราวกับได้รับการฝึกมาตั้งแต่เด็ก...น่าจะสวมสูทได้สวยทีเดียวครับ... โอนเนอร์ยิ้ม...พลางรอให้คาโอรุถอดเสื้อนักเรียนออกเพื่อลองสวมสูทหลากสีบนราวเหล่านั้น...

เอ้อ...ผม...

โอนเนอร์ครับ...คาโอรุมีความจำเป็น...ผมจะช่วยเขาลองเอง ถ้ายังไงโอนเนอร์กับทุกคนช่วยออกไปรอก่อนได้มั๊ยครับ? อาซาโตะลุกขึ้นพลางเดินเข้ามาใกล้...

อ้อ...ได้สิครับ...ถ้าสวมเรียบร้อยแล้วกรุณาเรียกผมนะครับ โอนเนอร์พยักหน้าพลางเดินออกจากห้องไปพร้อมกับบรรดาลูกน้อง...

ขอบคุณนะ คาโอรุถอนหายใจยาว...แม้ว่ารูปร่างและผิวที่ให้เห็นภายนอกเสื้อผ้าจะทำให้คาดเดาได้ว่าจะเป็นเช่นเดียวกันทั้งหมด...ทว่า...บาดแผลซ้อนทับอันนับไม่ถ้วนนั้นก็เป็นสิ่งที่คาโอรุไม่ต้องการให้ใครได้เห็น...อาซาโตะซึ่งเข้าใจดีจึงได้ขอให้ทุกคนออกไป...เวลานี้ทั้งห้องเหลือแต่เพียงเด็กหนุ่มทั้งสองและราวเสื้อสูท...

...นายผิวขาวลองสูทสีเข้มดูก่อนละกัน อาซาโตะเอื้อมดึงสูทสีเข้มซึ่งแขวนไว้เต็มราวหนึ่งมาสำรวจ...พร้อมกันกับที่คาโอรุเริ่มปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตออก...

ตัวนี้ดีมั๊ย?

อะ...อื้ม... อาซาโตะหันไปเพื่อส่งสูทให้กับคาโอรุเมื่อได้รับคำตอบ...

ทว่า ก็ชะงักลง เมื่อดวงตาสีน้ำตาลทองสะท้อนริ้วแผลซึ่งพาดกันไปมาจากการถูกทารุณกรรมของผู้เป็นย่าแท้ ๆ กลางหลังบอบบาง...รวมทั้งบาดแผลกระสุนที่เกิดจากความดื้อรั้นอันโง่เขลาของตัวเอง...ฝ่ามือร้อนอดไม่ได้ที่จะสัมผัสมัน และตอกย้ำซ้ำไปมาถึงความรู้สึกอยากปกป้องอันเห็นแก่ตัวในคราวเดียว...

...อะ...! ร่างเล็กของคาโอรุนั้นมีอุณหภูมิที่ไม่สูงนัก...แม้บาดแผลเหล่านั้นจะกลายเป็นแผลเป็นไปแล้ว ทว่า ก็รับรู้ได้ถึงนิ้วมืออุ่นจนร้อนของอาซาโตะที่แตะต้องมันได้เป็นอย่างดี...

...คาโอรุ... ความร้อนที่อยู่ภายในร่างของอาซาโตะไม่อาจเบาบางลงด้วยสายลมของฤดูใบไม้ผลิซึ่งพัดพาซากุระอันอ่อนโยน...เขารู้ดีว่าอุณหภูมิที่ต่ำกว่าบนร่างของคาโอรุเท่านั้นที่จะทำได้...

มิเนคุระ...? น้ำเสียงหวานเอ่ยออกมาแผ่วเบา แม้จะหันหลังอยู่ แต่ก็รับรู้ได้ว่าอีกฝ่ายเข้ามาใกล้...ใกล้...จนหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ...ราวกับรอคอย...เหมือนจะรู้อยู่แล้วว่าอ้อมกอดอันอบอุ่นนั้นจะรั้งร่างของเขาไว้...

เป็นความกังวลแสนหวาน...ความยินดีอันเจ็บปวด...

...ขอโทษนะ... เสียงของอาซาโตะพร่าและใกล้มากกระทั่งได้ยินอยู่ริมหู...

อื้อ...!! ร่างเล็กกระตุกสั่นเมื่อรู้สึกถึงริมฝีปากอันชุ่มชื้นสัมผัสกับบาดแผลเหล่านั้น...เรี่ยวแรงที่มีอยู่เลือนหายไปจนต้องเกี่ยวยึดผ้าม่านราคาแพงไว้ให้ช่วยพยุง...

รัก...นะ...ฉันรักนาย... ริมฝีปากของอาซาโตะเคลื่อนขึ้นมาถึงลำคอขาวระหง...ความรู้สึกที่ก่อขึ้นทำให้หยาดน้ำเอ่อในดวงตาสีดำสนิท...จนลมหายใจติดขัด...

อะ...อาซาโตะ...อย่า...พวกโอนเนอร์...อยู่ข้างนอก...

รู้แล้ว...ขอนิดเดียว... อาซาโตะรู้ดีว่าการกระทำไม่เหมาะสมนักสำหรับเวลาแบบนี้...ทว่า อารมณ์ปรารถนาในตัวคาโอรุที่ถูกปลุกขึ้นมันกะทันหันจนไม่อาจหยุดได้...

ในที่สุดริมฝีปากบางก็ถูกสัมผัสแน่นราวกับตามหามาแสนนาน...ลิ้นอุ่นถือสิทธิ์แตะต้องไปทั่วจนไม่อยากผละจาก...น้ำเสียงหวานสั่นที่ลอดออกมาให้ได้ยินนั้น น่าพึงพอใจยิ่งกว่าอะไร...

...อะ...อาซา..โตะ...อืม... ร่างเล็กไม่อาจทานความร้อนที่ถูกส่งมาให้อย่างรวดเร็วนี้ได้...เรียวขาจึงอ่อนพับแทบจะล้ม...แต่ในที่สุดอาซาโตะก็ถอนริมฝีปากออกอย่างเสียดาย...

...ฉันไปตามคาคุมาช่วยดีกว่า... ฝ่ามือร้อนเสยเส้นผมนุ่ม...พลางพูดเพื่อกลบความรู้สึกอันร้อนรุ่มภายใน...

เอ่อ...อืม... คาโอรุรับคำ...ทว่า เพียงแค่สิ้นเสียงประตูปิดร่างที่เจ้าของไม่อาจพยุงได้อีกก็ทรุดลงกองกับพื้น...ความร้อนที่ถูกอีกฝ่ายทิ้งเอาไว้ให้ยังคงอยู่จนแทบจะหายใจไม่ออก...

********************************

การลองสูทผ่านไปอย่างเรียบร้อย...โดยที่อาซาโตะรออยู่นอกห้อง...คาคุซึ่งมาช่วยคาโอรุเลือกก็ทำหน้าที่กับโอนเนอร์ได้ดีอย่างไม่มีที่ติ จนในที่สุดเด็กหนุ่มก็ได้สูทที่เหมาะกับรูปร่าง...ซึ่งจะสำเร็จจริง ๆ ก็อีกหลายวันข้างหน้าก่อนวันงาน...

เอ่อ...เทราจิมะซังครับ...มีเรื่องอยากจะถามหน่อย เมื่อส่งโอนเนอร์และลูกน้องกลับแล้ว...คาโอรุจึงเดินตามคาคุมา...โดยที่ให้อาซาโตะไปรอที่ห้องอาหารก่อน...

...ครับ... ใบหน้าที่งดงามของเลขาหนุ่มยิ้มให้อย่างจริงใจ...ทำให้คาโอรุรู้สึกสบายใจเป็นอย่างมาก

คือว่า...มิเนคุระ...มีอะไรที่ชอบเป็นพิเศษรึเปล่าครับ? อย่างพวกเครื่องประดับ หรือว่าของใช้...

อืม...คุณคาโอรุจะซื้อของขวัญให้คุณหนูเหรอครับ? คาคุตอบอย่างรู้ทัน...ทำให้พวงแก้มนิ่มแดงเรื่อขึ้นมาทันที...

เอ้อ...ครับ...ปีที่แล้วก็ไม่ทันให้...

...อืม... คาคุทำท่าใช้ความคิดครู่หนึ่ง...ก็ตบมือเหมือนกับจะนึกอะไรออก

...ที่จริงผมก็ไม่ค่อยทราบนัก...แต่มีช่วงหนึ่งที่คุณหนูชอบสวมเครื่องประดับอย่างพวกสร้อยคอ หรือแหวนเงินน่ะครับ...ตอนนี้ถึงจะไม่ค่อยใส่ให้เห็นแต่ว่าก็เก็บเอาไว้อย่างดีทีเดียวครับ...

ทำไมอย่างนั้นล่ะครับ?

คือ...ตอนนั้นคุณหนูคงได้รับอิทธิพลมาจากคุณเอเล็คตร้ามากน่ะครับ...อย่างที่รู้เธอมีกิจการเกี่ยวกับจำพวกความสวยความงาม...ถ้าคุณหนูไม่ซื้อมาใส่เอง...ก็คุณเอเล็คตร้านั่นแหละที่คะยั้นคะยอให้ใส่แน่ ๆ

งั้นเหรอครับ คาโอรุนึกถึงเอเล็คตร้าญาติสาวคนสวยของอาซาโตะขึ้นมาได้เป็นมโนภาพทันที...ดูจากหลาย ๆ อย่างแล้ว อาซาโตะเองก็คงแพ้ทางเธอมากทีเดียว...

...แล้ว...ตกลงจะซื้ออะไรเป็นของขวัญล่ะครับ?

เอ๊ะ...เอ้อ...เอาไว้ผมจะลองไปเดินหาดูนะครับ...ขอบคุณครับเทราจิมะซัง... เมื่อคาโอรุเดินลับหายไปแล้ว...คาคุก็ลองคิดดูว่าของขวัญที่จะทำให้นายน้อยดีใจที่สุด สุดท้ายก็คิดได้ว่าไม่พ้นเจ้าของร่างเล็กนั่นแหละ...ก็คงมีแต่เจ้าตัวเท่านั้นที่ไม่รู้ซักที...

คาคุ...ยิ้มอะไรเหรอ? มีเรื่องน่าดีใจอะไร? เสียงทุ้มของผู้นำตระกูลเอ่ยขึ้นข้างหูเลขาหนุ่ม...

ทะ...ท่าน...! ร่างบางถอยไปหนึ่งก้าวพลางอุทานออกมา...

...พวกเด็ก ๆ ทานข้าวกันแล้วเหรอ?

อ้อ...ครับ...เอ้ย! ขออภัยครับ ยังครับ แต่แมรี่ซังเตรียมไว้พร้อมแล้ว... คาคุกุมปลายหูตัวเองไม่ปล่อย ใบหน้างามนั้นแดงจัดอย่างเคือง ๆ จนตอบคำถามตะกุกตะกักพาให้อากิระหัวเราะ...

...อืม...เอาเถอะยังเด็ก ๆ กันอยู่ ระบบเผาผลาญคงจะทำงานดีถึงจะเลยเวลาอาหารมากไปหน่อยก็เถอะ...ผิดกับคนแก่อย่างฉัน นี่ก็ง่วงซะแล้วสิ... อากิระทำท่าจะเดินขึ้นบันไดในขณะที่คาคุซึ่งฟังคำบ่นของเจ้านายแล้วก็ยังยืนหัวเราะอยู่...

...คาคุ...ไปนอนกันได้แล้ว... ผู้นำตระกูลเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงขึงขัง...ทำให้คาคุหยุดหัวเราะทันที...

ผม...คือ...งานยังไม่เสร็จครับ...

...ถ้าไม่มีเธอฉันจะนอนได้ยังไง? งานไม่มีอะไรเร่งไม่ใช่เหรอ?

ผะ...ผม...ไม่ใช่หมอนข้างของท่านนะครับ เมื่อได้ฟังใบหน้าของคาคุแดงจัดจนถึงใบหู พลางพูดตอบเสียงเบา...

...ก็ไม่ใช่น่ะสิ... อากิระลงบันไดมาฉุดร่างบางบังคับให้ไปด้วยกัน...

เป็นคนรักต่างหาก ในที่สุดคาคุก็แพ้กับคำพูดที่อบอุ่นอันนี้...จึงยอมขึ้นบันไดไปพร้อมกับอากิระ...

********************************

อ่านแล้วคิดเห็นยังไงกันบ้างเชิญ Comment ได้ที่ด้านล่างนะคะ อันที่จริงแล้วมันติดขัดอยู่ตรงบทบาทของมิโดริกับอาโกะน่ะค่ะ ยากจนขี้เกียจไปเลย แต่พอมาถึงคาโอรุกับอาซาโตะ ไหลลื่นเชียว....^^"อยากจะเขียนให้ยาวกว่านี้นะคะ เพราะรู้สึกว่าเนื้อเรื่องไม่ค่อยคืบหน้าเท่าที่ควร แต่มันก็ได้เกือบ 10 หน้ากระดาษ (A4) แล้วก็เลยคิดว่าพอก่อนดีกว่า

ใบ้นิด ๆ ว่าตอนหน้าไฮไลท์อยู่ที่งานปาร์ตี้นี่แหละค่ะ ^^ ฮุฮุ รูปด้านบนสุดเป็นรูปของมาโกโตะ (ซ้าย) และเอริ (ขวา) ค่ะ สองสาวผู้อาภัพของเรื่อง (เห็นอย่างนี้แล้วจับคู่รักกันไปเลยดีกว่ามั๊ยสาว ๆ) ส่วนรูปด้านบนนี่ก็อาซาโตะและคาโอรุ หน้าหนาว....แต่ตอนวาดนี่ร้อนจนเหงื่อตกซิก ๆ ...ผิดฤดูกาล ๆ ๆ