[fiction] -Adolescence-
posted on 17 Oct 2007 14:45 by iczerสวัสดีค่า สำหรับนิยายเขียนเอง (Original ที่เขียนมา 10 ปีแล้วไม่จบซักที) ADOLESCENCE นี้ นี่คือตอนล่าสุดนะคะ
งานกีฬาเสร็จสิ้นลงไปแล้ว...ทุกคนต่างเหน็ดเหนื่อยแต่ก็มีรอยยิ้มเปื้อนบนใบหน้า...เด็กนักเรียนต่างยังขันแข็งช่วยกันเก็บกวาด ทำความสะอาดอุปกรณ์ทั้งหลายด้วยเสียงพูดคุยอย่างสนุกสนาน...เป็นยามแสงสนธยาที่น่ารื่นรมย์
เด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลทองพาร่างสูงอันโดดเด่นผ่านบรรดาเพื่อนร่วมโรงเรียนไปหาร่างเล็กซึ่งกำลังง่วนอยู่กับการเก็บอุปกรณ์พร้อม ๆ กับเอริและเพื่อนร่วมชั้นคนอื่น ๆ
“คาโอรุ”
“อ๊ะ..! เอ้อ...มิเนคุระ...มีอะไรเหรอ?” ชั่วขณะหนึ่ง ดวงตาสีน้ำตาลทองจับสังเกตอาการสะดุดติดจะกลัวเล็กน้อยของคาโอรุได้...แต่เขาก็ไม่ได้ถามอะไร...
“งานเริ่ม 2 ทุ่ม หลังจากนี้เตรียมตัวทันใช่มั๊ย?”
“อืม...อีกนิดเดียวก็เสร็จแล้วล่ะ อ๊ะ...ซาซากิอันนี้ผมยกไปเองนะ...เจอกันที่งานนะมิเนคุระ” คาโอรุยิ้มตอบอีกฝ่าย...พลางยกกล่องอุปกรณ์จากไปทิ้งให้อาซาโตะอยู่กับเอริ...แม้เด็กสาวจะตัดใจจากคาโอรุได้แล้วและแม้อยากจะรู้ความหมายของบทสนทนาเมื่อครู่ แต่เรื่องที่ไม่ถูกใจนักเวลาอยู่ใกล้อาซาโตะนั้นยังมีอยู่...และรู้ดีด้วยว่าระหว่างเขากับเธอนั้น...ไม่สามารถที่จะพูดคุยแบบเพื่อนกันได้อย่างแน่นอน...เธอจึงไม่พูดอะไรและลงมือเก็บของต่อ...
กระทั่งมีมือใหญ่ยื่นออกมาช่วยเก็บของลงกล่องให้กับเธอ...เอริจึงทั้งประหลาดใจและอดไม่ได้ที่จะถามคำถามขึ้นมา...
“คาโอรุคุงดูแปลก ๆ ไปนะ...รู้รึเปล่า?”
“รู้”
“แล้ว...ไม่คิดจะถามเหรอ?”
“คิดสิ...” ของในกล่องเต็มแล้ว...ทั้งเอริและอาซาโตะต่างหันมองกันและกัน...การที่ต้องเผชิญหน้ากับบุคคลซึ่งหลงใหลคนที่เราชอบนั้น เป็นความรู้สึกราวกับรู้จัก และเป็นศัตรูในเวลาเดียว...เด็กหนุ่มและเด็กสาวต่างมองเห็นความรู้สึกภายในของกันและกัน...ต่างก็ครุ่นคิด...ถึงคนเพียงคนเดียว...
“มิเนคุระคุงคงไม่รู้...ก่อนหน้าการแข่งขันกรีฑานิดหน่อย...โอโทกิคุงมีเรื่องชกต่อยกับผู้ชายคนหนึ่ง คาโอรุคุงก็อยู่ในเหตุการณ์ด้วย” ดวงตาสีน้ำตาลทองของอาซาโตะสั่นไหวเล็กน้อย...ในแสงอาทิตย์สนธยานี้ดูงดงามราวกับสีซีเปีย...ทว่า แฝงความไม่พอใจอยู่ภายในจนเด็กสาวรู้สึกได้...
“พอดีอาจารย์คุราบาชิมาระงับเหตุการณ์ก่อน...ทั้งคู่กรณีแล้วก็โอโทกิคุงกับคาโอรุคุงก็โดนเรียกไปหมดเลย...คาโอรุคุงหายไปนานทีเดียว พอกลับมาก็ดูซึม ๆ ยังไงไม่รู้...”
“งั้นเหรอ” อาซาโตะยกกล่องไว้ในอ้อมแขน...โดยที่เด็กสาวก็ลุกตาม
“ไม่รู้ว่านัดอะไรกันหรอกนะ...แต่ช่วยดูแลคาโอรุคุงหน่อยก็แล้วกัน...” เอริเตือนด้วยน้ำเสียงเข้ม...ซึ่งหาได้ยากสำหรับเด็กสาวที่ค่อนข้างอ่อนหวานเรียบร้อยอย่างเธอจะพูดออกมา...อาซาโตะนึกไปถึงว่าคำพูดเหล่านี้น่าจะมาจากมาโกโตะซึ่งห้าวหาญไม่กลัวใครเสียมากกว่า...
“ขอบใจที่เป็นห่วง...ฉันจะจำไว้” อาซาโตะเอ่ยเช่นนี้ก็เหนือความคาดหมายของเอริเช่นกัน...บรรยากาศของคู่แข่งและศัตรูซึ่งอบอวลไปทั่วจนถึงเมื่อครู่เริ่มเบาบางลงบ้างแล้ว...หากมาเริ่มคิดดู ทั้งสองก็ไม่เคยได้พูดคุยกันโดยตรงมาก่อน...เด็กหนุ่มผมทองที่ทั้งไร้มารยาทและดื้อรั้นในสายตาเธอ ยอมอ่อนข้อให้ถึงเพียงนี้...เด็กสาวจึงเผยรอยยิ้มออกมาจาง ๆ
“ฉันเป็นห่วงคาโอรุคุงต่างหากล่ะ...” เอริยกกล่องเล็กขึ้นไว้ในอ้อมแขน ขณะที่ปล่อยให้กล่องใหญ่แสนหนักอยู่กับอาซาโตะแทน...ทั้งคู่เดินไปทางด้านห้องเก็บอุปกรณ์ด้านหลังโรงเรียนโดยมีเด็กสาวเดินนำเกินหนึ่งก้าว...
********************************
เมื่ออากาศอันแสนเย็นชื่นแผ่ตัวปกคลุมไปทั่วบริเวณเพราะดวงอาทิตย์ลาลับ ก็เป็นเวลาเดียวกับที่เด็กหนุ่มยันกายลุกขึ้นจากผืนหญ้า...มือทั้งสองเต็มไปด้วยเศษดิน เศษหญ้าและคราบเลือดปนเปกันจนแทบจะกลายเป็นเนื้อเดียว...กระนั้นเปลวไฟในดวงตาสีน้ำตาลอ่อนก็ยังไม่อาจมอดดับลงไปได้แม้แต่น้อย...
คำตอบ...
ภายในห้องสีขาวสะอาด...ภาพที่เห็นทำให้อิจฉาเสียจนแสบตา...
รวมถึง...บาดแผลกลางหลังอันน่าเสียดาย...
มิโดริไม่อาจหยุดยั้งความคิดคำนึงถึงใบหน้างามเปื้อนน้ำตานั้นไปได้...เจ็บใจ...เจ็บใจที่ไม่สามารถทำอะไรได้...
เจ็บใจที่พบช้าไป...ต้องเจ็บใจเช่นนี้เสมอ...
ทว่า...แม้จะอยู่ที่นี่ต่อไป...คำตอบก็ไม่เดินทางมาหาอย่างแน่นอน...
เด็กหนุ่มจึงก้าวขาออกจากบริเวณสวนหลังโรงเรียนอันเงียบสงบ...ไปสู่เสียงเพลงรื่นเริงและเสียงพูดคุยอย่างสบายใจของบรรดาเพื่อนร่วมโรงเรียนด้วยความรู้สึกที่แปลกแยก...
ทว่า...ในที่สุด คนที่ทั้งอยากพบ และไม่ต้องการเผชิญหน้า...ก็ปรากฏแก่สายตาอย่างรวดเร็วโดยแทบไม่ทันตั้งตัว...ภายในดวงตาสีน้ำตาลทองสะท้อนภาพของเด็กหนุ่มรุ่นน้องเป็นสัญญาณให้รู้ว่าเจ้าของดวงตานี้ก็รับรู้ถึงตัวตนของอีกฝ่ายแล้วเช่นกัน...
ภายในร่างของมิโดริ...ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นผลักดันให้ก้าวไปข้างหน้าจนไม่อาจทานไหว...เด็กหนุ่มรุ่นน้องปราดเข้าขวางทางข้างหน้าของอาซาโตะ...ในดวงตาสีน้ำตาลอ่อนที่มักแฝงความเป็นศัตรูอยู่อย่างใจเย็น กลับเผยตัวตนออกมาโดยไม่มีการปิดบัง...การเผชิญหน้าในครั้งนี้...ไม่ได้อยู่ในความตั้งใจของรุ่นพี่ผมสีน้ำตาลทองแม้แต่น้อย...เวลานี้เขาคิดเพียงแค่ว่าท่าทางจนหนทางเช่นนั้นเป็นแค่เรื่องน่ารำคาญใจ...
“...ถอยไป...” เสียงทุ้มต่ำไม่มีแม้แต่ไมตรีเล็ก ๆ น้อย ๆ ลอดผ่านริมฝีปากของอาซาโตะออกมา...ทั้งที่เส้นทางก็ไม่ได้คับแคบถึงขนาดเดินสวนกันไม่ได้ แต่ด้วยทิฐิที่ติดเป็นนิสัยทำให้เขาไม่คิดแม้แต่จะเดินเลี่ยง...
“เอ่อ...มิโดริคุง ช่วยหลบไปนิดนึงเถอะ พวกพี่ผ่านไปไม่ได้จ๊ะ” เอริเอ่ยขึ้น...เพราะรู้สึกถึงความเป็นศัตรูอย่างชัดแจ้งที่ทั้งสองแสดงใส่กันแล้ว...จึงนึกห่วงถึงเรื่องที่มิโดริก่อไว้เมื่อกลางวัน...หากคราวนี้มีเรื่องขึ้นอีกอาจารย์คงจะไม่ปล่อยเอาไว้อีกแน่ ๆ ...ทว่า ความพยายามนั้นก็ไม่ได้ทำให้เกิดผลใด ๆ ขึ้นเลย ราวกับเด็กหนุ่มทั้งสองรอบตัว...ไม่ได้ยินเสียงของเธอเลยแม้แต่น้อย
พวกเขายังคงจ้องมองกันและกัน...อย่างไม่มีใครยอมใครเช่นเดิม...
“เอ่อ...” สิ้นเสียงครางเล็ก ๆ อย่างกำลังหาหนทางประนีประนอมสถานการณ์ของเอริ...ฝ่ามือของอาซาโตะก็ผลักดันไหล่หนาแบบนักกีฬาของเด็กหนุ่มรุ่นน้องเพื่อให้ร่างของเขาพ้นทาง...แม้จะเซเล็กน้อยตามแรง ทว่า มิโดริก็ยังคงขวางทางอยู่เช่นเดิม...และ...!!
“มิโดริคุง!!” เสียงร้องของเด็กสาวเต็มไปด้วยความรู้สึกที่รับมือกับเหตุการณ์ไม่ไหว...อาซาโตะซึ่งมีส่วนสูงกว่ามิโดริเล็กน้อยกำลังถูกกระชากคอเสื้อ ตามมาด้วยหมัดซึ่งอาบเลือดจาง ๆ ...
หมัดนี้...แม้จะรวดเร็วในดวงตาของเอริ...แต่สำหรับอาซาโตะที่เรียกได้ว่าเข้ารับการฝึกร่างกายมาย่อมต่างกัน...เด็กหนุ่มผมทองหลบหมัดที่ว่า และเปลี่ยนเป็นฝ่ายกระชากเด็กหนุ่มรุ่นน้องจนตัวเกือบลอยสะบัดกระแทกลงกับพื้น...ด้วยมือเพียงข้างเดียว
ซากุระร่วงหล่นอีกครั้ง...ท่ามกลางเสียงรื่นเริงเฮฮาที่เริ่มมีการบรรเลงดนตรีบ้างแล้วดังแว่วมาตามสายลม...ในความเย็นเยือกที่เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อเล็ก ๆ ของเด็กสาว...และความเงียบสงัดอันไร้คำพูด ที่ซึ่งเปลวไฟใกล้ปะทุของเด็กหนุ่มทั้งสอง...
********************************
อาโกะ จิฮิโระ และจินัตสึ กลับออกจากตึกเรียน...เมื่อจิฮิโระซึ่งเรียกได้ว่าเป็นฝ่ายเสียหาย...อธิบายเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อบ่ายให้กับอาจารย์คุราบาชิฟังเรียบร้อยแล้ว...หญิงสาวค่อนข้างร้อนใจเมื่อได้ยินว่ามิโดริหายไปจากห้องพักครูทั้ง ๆ ที่อาจารย์ยังสอบถามไม่เสร็จ...แม้จะยังสบายใจได้บ้างว่าอาจารย์คุราบาชิไม่คิดจะลงโทษเรื่องที่เกิดขึ้นให้หนักหนาเมื่อทราบถึงความสัมพันธ์ทางสายเลือดของเธอกับเด็กหนุ่มแล้วก็ตาม...
“คุณพ่อยังเจ็บอยู่รึเปล่าคะ?” เสียงใสเต็มไปด้วยความห่วงใยลอดออกจากปากเล็กน่ารักของเด็กหญิง...ทำให้ผู้เป็นพ่อเผยรอยยิ้ม...
“ไม่เป็นไรจ๊ะ...พรุ่งนี้ก็หายแล้วล่ะ” อาโกะมองการสนทนาของพ่อลูกด้วยความรู้สึกผิด...เธอกัดริมฝีปากพลางหยุดเดิน...
“ขอโทษนะ ฮิโระคุง...ฉัน...” คำพูดที่อยากเอ่ยได้หยุดอยู่แค่ลำคอ...หญิงสาวก้มใบหน้าที่ราวกับจะร้องไห้ของตนเองลง...ในขณะที่กำลังพยายามเค้นคำพูดเหล่านั้น...
คำพูดมากมายที่อยากจะเอ่ยให้สาสมกับความผิด...
ให้สมกับบาดแผลบนใบหน้าของชายหนุ่ม...ให้กับรอยขีดข่วนในใจของเด็กหญิงตัวน้อย ๆ
ทว่า...มือใหญ่อบอุ่นก็วางลงมาบนบ่าบอบบางของเธออย่างแผ่วเบา...ราวกับว่าเจ้าของฝ่ามือนั้นกำลังกลัว...กลัวว่าน้ำหนักที่ส่งผ่านมานั้นจะสร้างความเจ็บปวดให้กับเธอ...
ความอ่อนโยนอย่างที่สุดของจิฮิโระ...ทำให้อาโกะรัก...ยิ่งรัก...
และทรมาน...จนหยาดน้ำตาเอ่อออกมาเต็มใบหน้า...
“ไม่เป็นไรครับ...อาโกะซัง...”
“...ฮิ...โระคุง...”
“คุณครู...อย่าร้องไห้สิคะ...” จินัตสึเข้ามือดึงมือของอาโกะเบา ๆ ดวงตากลมโตของเด็กหญิงตัวน้อยเต็มไปด้วยความกังวลและห่วงใยจนหญิงสาวปาดเช็ดน้ำตา...
“จ๊ะ...ครูไม่ร้องแล้วล่ะ”
“ไปตามหามิโดริคุงกันเถอะครับ” จิฮิโระเอ่ยขึ้น...ทำให้ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนชุ่มน้ำเงยมองเขา...
“...เอ๊ะ?...”
“มาถึงขั้นนี้แล้ว...ผมว่าถ้าได้คุยกันอีกสักครั้งล่ะก็...มิโดริคุงต้องเข้าใจเหมือนกับคุณพ่อคุณแม่แน่นอนครับ” ชายหนุ่มเผยรอยยิ้มให้กับหญิงสาวอันเป็นที่รัก...พลางทำให้ภายในใจของอาโกะอบอุ่นขึ้นอีกครั้งหนึ่ง...
“...ค่ะ...” หญิงสาวพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มที่เปื้อนน้ำตา...
********************************
“หึ...หึหึ” เสียงหัวเราะในลำคอของมิโดริ ทำลายความเงียบของเปลวไฟนั้น...สร้างความสงสัยให้กับเอริ...และทำให้หัวคิ้วสีเดียวกับเส้นผมของอาซาโตะขมวดเข้าหากันเล็กน้อย...
“...มิโดริคุง...เป็นอะไรรึเปล่า?” เอริวางของพร้อมกับย่อตัวลงใกล้ ๆ เด็กหนุ่มที่ยังไม่เงยหน้า...
“ไม่เป็นไรครับพี่ซาซากิ...ก็แค่...” มิโดริก้มหน้าลงไปอีก...หลังมือที่สกปรกทำให้เด็กสาวรุ่นพี่รู้สึกเป็นห่วง...
“ไปกันได้แล้วซาซากิ...” ด้วยน้ำเสียงเรียบที่ราวกับเหตุการณ์เมื่อครู่ไม่ได้เกิดขึ้นทำให้เอริรู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย...ถึงแม้มิโดริจะเป็นฝ่ายเริ่มก่อน แต่การไม่สนใจใยดีเช่นนี้ไม่ได้ให้ผลตอบแทนที่ดีกลับมาเลย...และสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้...ไม่ได้เลวร้ายน้อยกว่าที่เอริคิดเอาไว้เลย...
“รุ่นพี่คาโอรุเป็นคนสวยนะครับ...” มิโดริที่ดูเหมือนจะสงบลงได้บ้างแล้ว...ค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นพร้อมกับเอ่ยด้วยเสียงแหบที่ฟังรื่นหูเป็นพิเศษ...
“แถมยังใจดีอุตส่าห์ช่วยพูดกับอาจารย์ให้ผม...แล้วก็อุตส่าห์ขอเวลาจากอาจารย์ให้” เด็กหนุ่มลุกขึ้นยืน...พลางปัดเศษหญ้า และกลีบซากุระให้พ้นไปจากตัว...พลางยิ้มอย่างสดใส...
“อยากจะพล่ามอะไรก็ตามใจ” อาซาโตะพูดปัดด้วยความรำคาญ...เขายกกล่องที่เอริวางลง และออกเดิน...ยิ่งเรียกรอยยิ้มมาประดับบนใบหน้าของเด็กหนุ่มรุ่นน้องให้มากขึ้นไปอีก...
“ในห้องพักครูที่ไม่มีใคร...เหมาะสุด ๆ ที่จะทำกับรุ่นพี่คาโอรุอย่างที่รุ่นพี่ทำ จริงมั๊ย?” ร่างสูงชะงัก...เอริรู้สึกถึงความกดดันที่เรียกได้ว่าออกมาจากตัวของอาซาโตะ...แม้จะเห็นเพียงแค่แผ่นหลังก็ตาม...จนเธอใจคอไม่ดี...
“มิโดริคุง...พอเถอะ...พวกพี่จะได้เสร็จธุระซะทีนะจ๊ะ” เด็กสาวรุ่นพี่พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน...มิโดริที่เธอรู้จักจะค่อนข้างเอาใจผู้หญิงรอบตัวเก่งมาก ดังนั้นคราวนี้เอริคิดว่า เด็กหนุ่มจะหันมาให้ความสนใจกับคำพูดของเธอและผละไป...ทว่า...
“ผมเห็นนะในห้องพยาบาล...ก็เลยลองทำอย่างนั้นบ้าง...” มิโดรินั้นเฉยเมยราวกับไม่ได้รับรู้ว่าเอริอยู่ตรงนั้น...พยายามจะทำให้เหตุการณ์มันดีขึ้น...เขายังคงหันไปหาแผ่นหลังของอาซาโตะ...เอ่ยทุกคำพูดอย่างเน้นย้ำชัดเจน...
“...หมายความว่ายังไง?” น้ำเสียงของอาซาโตะต่ำและคาดคั้นอย่างที่มิโดริเดาเอาไว้...เด็กหนุ่มรุ่นน้องจึงเผยรอยยิ้มเยาะหยันออกมา...
“ผิวของรุ่นพี่คาโอรุขาว แล้วก็ลื่นมือมาก...เสียดายไม่น่ามีแผลแบบนั้นเต็มหลังเลย”
“...แผล?” น้ำเสียงฉงน ลอดออกมาจากปากของเอริได้เพียงครึ่งคำเท่านั้น...
เสียงลั่นของกล่องอุปกรณ์ที่หล่นลงบนพื้นดังสนั่น...คราวนี้มิโดริถูกดึงคอเสื้ออย่างรุนแรง...ทว่า...เขากลับไม่มีทีท่าตระหนกแม้แต่น้อย...ยังคงเอ่ยต่อไป
“โกรธเหรอครับรุ่นพี่!!! โกรธที่ผมรู้ความลับของรุ่นพี่คาโอรุแล้วงั้นเหรอครับ?! อึ๊ก!!!” อาซาโตะสะบัดแขนออกไปด้านหน้า ทำให้แผ่นหลังของมิโดริกระแทกถูกรั้วเหล็กเสียงดัง...ร่างของเด็กหนุ่มรุ่นน้องถูกตรึงแน่นและคอก็เริ่มแสบเพราะอาซาโตะเหมือนกับไม่ได้ออมแรงอีกต่อไปแล้ว...
“มิเนคุระ!! พอเถอะ...มิโดริคุงก็ด้วย เลิกพูดแบบนั้นซะที!!” เอริเข้าห้ามระหว่างเด็กหนุ่มทั้งสอง...แม้เธอจะอยากเข้าใจสิ่งที่มิโดริพูดถึงเกี่ยวกับคาโอรุ...แต่เวลานี้เธอทั้งอยากหาคนมาช่วยห้ามเพราะลำพังแค่เด็กสาวอย่างเธอคนเดียวจะจัดการเด็กหนุ่มที่แข็งแรงทั้งสองนี้ได้อย่างไร...ทว่า...หากมีคนมารับรู้เหตุการณ์ทะเลาะวิวาทให้มากเข้า ทั้งสองก็จะเดือดร้อนโดยเฉพาะมิโดริที่เพิ่งจะก่อเรื่องไปแล้วด้วย...
“อย่าเลยครับรุ่นพี่ซาซากิ...ไม่เห็นเหรอรุ่นพี่มิเนคุระอยากรู้ออกจะตายไป!!!”
“เรื่องที่รุ่นพี่คาโอรุมีแต่รอยแผลเหมือนกับถูกทำร้ายเต็มหลังไปหมดน่ะ!!! เอ๊ะ?” มิโดริพูดออกมายาวเหยียดอย่างสาแก่ใจ...ทว่า...เมื่อเขามองอาซาโตะตรง ๆ อีกครั้ง...ที่คาดว่าจะเห็นความโกรธรุนแรงราวกับเปลวไฟซึ่งกำลังเผาไหม้ เขากลับพบ...
ความเย็นชา...เย็นชาราวกับก้นบึ้งอันไร้ที่สิ้นสุดไหลวนอยู่ในดวงตาสีทองที่แทบจะไร้สีน้ำตาล...แม้จะกล้าดีถึงเพียงไหน...แต่มิโดริก็ได้รับรู้ว่า ...เขาได้ทำให้อาซาโตะโกรธจริง ๆ แล้ว...
ความโกรธของคน ๆ นี้...
ชืดชา...เย็นเยียบ...ขัดแย้งกับเส้นผมสีทองสว่างจ้าอย่างสิ้นเชิง...
“กล้าดียังไง...ถึงเอาเรื่องนี้มาพูดกับคนอื่น” หยาดเหงื่อเม็ดเล็กผุดออกมาจากไรผมของมิโดริ...เมื่อได้ฟังน้ำเสียงที่ไร้ซึ่งความปรานีของอาซาโตะ...เอริเองถึงกับหนาวสะท้าน...เพราะเธอก็ไม่เคยเห็นเด็กหนุ่มผมทองโกรธอย่างแท้จริงเช่นนี้มาก่อนเช่นกัน...
“คิดว่าเรื่องแบบนี้สมควรจะเอามาพูดเพื่อความสะใจของนายรึไง?”
“อึ๊ก!” แรงของฝ่ามือรุมร้อนรัดคอเสื้อมิโดริเข้าอีก...จนลมหายใจของผู้ถูกกระทำลอดออกมาอย่างยากลำบาก...
“พะ...พอเถอะ...มิเนคุระคุง...มิโดริคุงท่าทางจะเจ็บนะ” เอริใช้ความกล้าเดินเข้าใกล้ทั้งคู่ และพยายามไกล่เกลี่ยอีกครั้ง...
“บาดแผลขนาดนั้น!!!! นายคิดว่าคาโอรุอยากจะให้คนอื่นเห็นหรือรับรู้ไปทั่วรึยังไง!!!! หา!!!!” เสียงตวาดของอาซาโตะ เสียดแทงเข้าไปในห้วงสมองของมิโดริ...
ทั้งที่น่าสงสารขนาดนั้น...แต่เขากลับ...
“....ผม....” ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนเต็มไปด้วยแววแห่งความเสียใจและสับสน...ถึงตอนนี้แรงที่ถูกดึงรัดคอเสื้อแทบจะไม่มีความหมายอีกแล้ว...
“มิโดริจัง!” เสียงหวานอุ่นผ่านเข้ามาราวกับสายลมอ่อน...หลังจากลองเดินตามหาเกือบทุกที่ในบริเวณโรงเรียนแล้ว อาโกะจึงมาถึงสวนหลังโรงเรียน เธอได้ยินเสียงเอะอะ จนต้องให้ความสนใจตามเสียงมา...และได้เห็นมิโดริ จากสภาพตำแหน่งที่ถูกตรึงติดกับรั้วเหล็กโดยถูกยึดคอเอาไว้ ทำให้เธอเข้าใจว่าน้องชายกำลังจะถูกทำร้าย...จึงรีบส่งเสียงเพื่อช่วยเหลือ...
“พี่...?” ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนหันไปตามเสียง เป็นแววตาที่เต็มไปด้วยอารมณ์มากมายเมื่อเห็นหญิงสาวที่สอนให้รู้จักความยินดี และความเจ็บปวดเข้ามาหาด้วยความห่วงใย...ในที่สุดฝ่ามืออุ่นร้อนก็คลายออก...ปล่อยให้อากาศไหลเข้าไปภายในปอดจนเด็กหนุ่มรุ่นน้องต้องใช้เข่าเพื่อช่วยพยุงร่างไม่ให้ล้มลงกับพื้นทั้งตัว...
“...คาโอรุไม่ใช่พี่สาวนาย...” อาซาโตะพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาเช่นเดิม...ทว่า...มันกลับเสียดแทงเข้าไปในหัวใจของมิโดริ...ยิ่งกว่า...ยิ่งเสียกว่าคำต่อว่าเมื่อครู่เสียอีก...
อาซาโตะรู้...ในสิ่งที่เขาพยายามจะไม่รู้...
ทั้งที่ก็รู้ดีตลอดมา...
การหนีครั้งนี้...ตัวเขาเองนี่แหละ ที่ทำให้มันพังทลาย...
“มิโดริจัง...นะ...นี่อะไรกันจ๊ะ? เดี๋ยวก่อนสิเธอ! อย่าเพิ่งไป!” อาโกะเข้าพยุงร่างน้องชายที่ตัวใหญ่กว่าโดยไม่สนใจว่าตนเองจะรองรับเขาได้หรือไม่...และเมื่อเห็นอาซาโตะและเอริกำลังเดินห่างออกไป เธอก็รีบเรียกทั้งสองไว้...ทว่า...
“...ผมก่อเรื่องเองครับ...พี่...พวกเขาไม่ได้ทำอะไร” มิโดริเอ่ยห้ามด้วยเสียงที่แหบขึ้นเนื่องจากเส้นเสียงเพิ่งจะถูกคลายจากการรัดหลายนาที...
“แต่ว่า...พี่เห็น...เอ๊ะ?!” อาโกะที่ตั้งใจจะตามพวกอาซาโตะเพื่อต้องการคำอธิบายต้องหยุดชะงักลง เพราะอ้อมแขนของน้องชายโอบรอบเอวของเธอเอาไว้เพื่อห้ามปราม...
“มิโดริ...จัง?”
“...ผมก่อเรื่องอีกแล้ว...เป็นเรื่องที่ไม่น่าให้อภัย...ไม่น่าให้อภัยจริง ๆ” มิโดริกอดเอวพี่สาว...เขาที่ตัวสูงใหญ่กว่าเธอมากนัก กลับตัวสั่นระริกและก้มหน้าลง อ่อนแอ ต้องการพึ่งพาเธอเหมือนตอนที่ยังเป็นเด็กตัวน้อยในความทรงจำ...อาโกะยื่นมือเรียวขาวนุ่มนวลวางบนศีรษะน้องชายอย่างแผ่วเบา...
“...ต่อให้โลกนี้ไม่มีใครให้อภัย...พี่ก็จะอยู่ข้างมิโดริจังเสมอจ๊ะ” น้ำเสียงอ่อนโยน...เป็นความอ่อนโยนอย่างที่สุดที่พี่สาวจะมีให้กับน้องชาย...เป็นการให้อภัยของคนในครอบครัวซึ่งไม่อาจก้าวข้าม...ไม่อาจดับความปรารถนาอันร้อนรุ่มที่เผาไหม้อยู่ในหัวใจ...
แต่เด็กหนุ่มก็คิด...ถึงวันที่จะดับมันได้ขึ้นมา...
ก้าวข้ามความสัมพันธ์ที่ทรมานเช่นนี้
โดยยังคงได้เห็นทั้งรอยยิ้มของเธอ
และ...
ของคาโอรุ...อีกครั้ง...
********************************
ดนตรีจังหวะสนุกสนานที่ทำให้ผู้คนขยับร่างกายเบา ๆ ไปตามใจ สร้างบรรยากาศสบาย ๆ ให้กับห้องโถงชั้นบนสุดของ มิเนคุระ ทาวเวอร์ ซึ่งถูกดัดแปลงตกแต่งให้กลายเป็นห้องจัดเลี้ยงสำหรับฉลองวันเกิดลูกชายเพียงคนเดียวของตระกูล...
บริเวณงานถูกประดับด้วยดอกมาการ์เร็ต และดวงไฟเล็ก ๆ คล้ายกับงานคริสต์มาส ตรงกลางถูกจัดเป็นเวทีกลมขนาด 5 คนยืน เพื่อให้การแสดงรวมถึงพิธีการสามารถให้ผู้ร่วมงานมองเห็นได้ทั่วถึง...ค่อนข้างเป็นงานขนาดย่อม ที่เน้นการปฏิสัมพันธ์ใกล้ชิดของผู้ร่วมงานมากกว่าจะเป็นงานแบบเป็นทางการตามปกติที่ห้องโถงกว้างขวางแห่งนี้เคยจัดมา...เนื่องจากบรรดาแขกที่มาร่วมงาน ส่วนใหญ่คือพนักงานของมิเนคุระ ทาวเวอร์ และบริษัทในเครือฯ นอกจากนั้นเป็นแขก VIP ที่มิเนคุระ อากิระเป็นผู้เชิญมาโดยตรง...
วันนี้อากิระยิ้มสดใสตั้งแต่เช้า...ชายหนุ่มรู้สึกเบิกบานใจเป็นที่สุด เพราะความสุขที่สูญหายไปได้กลับมาหาเขาแล้ว...แม้ว่า จะไม่ได้ทำให้ชีวิตที่เสียไปคืนกลับมา...ทว่า...สำหรับความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นระหว่างเขากับอาซาโตะนั้นก็เป็นที่น่าพอใจ และมีค่าจนไม่อาจหาอะไรมาแทน...
วันนี้อากิระจึงยิ้ม...และเชิญแขกพิเศษ...
ที่เขาและอาซาโตะ ทั้งกลัวเกรง และอยากพบมาร่วมงานนี้ด้วย...
“ท่านครับ...” คาคุซึ่งอยู่ในชุดสูทสีเทาเข้ม ขับเน้นให้ร่างเพรียวบางของเขาน่ามอง...เดินผ่านผู้คนโดยพาคาโอรุซึ่งเพิ่งมาถึงงานมาด้วย...
“...สวัสดีครับ...มิเนคุระซัง...ขอบคุณที่เชิญมาร่วมงานนะครับ” เด็กหนุ่มเอ่ยด้วยรอยยิ้ม...แม้สีหน้าจะดูเหนื่อยล้าอยู่บ้าง...แต่คาโอรุก็กลบเกลื่อนมันเอาไว้...
“สวัสดี...ตามสบายนะ วันนี้ฉันลองจัดแบบที่วัยรุ่นจะชอบน่ะ...คาโอรุคุงคิดว่าเป็นยังไงบ้างล่ะ?”
“...ดูสบาย ๆ ดีครับ...ผมชอบมากเลย...แล้วก็ขอบคุณสำหรับรถที่ไปรับ รวมถึงสูทด้วยนะครับ...” ผู้ต่างวัยคุยกันอย่างสบาย ๆ จนกระทั่งคาคุนำเครื่องดื่มมาให้กับคาโอรุ...
“สำหรับผู้ยังไม่บรรลุนิติภาวะครับ”
“ขอบคุณครับ เทราจิมะซัง” คาโอรุรับแก้วขนาดเหมาะมือที่บรรจุเครื่องดื่มสีสวย แบบไร้แอลกอฮอลล์จากชายหนุ่มมาถือไว้อย่างนุ่มนวล...ในขณะที่การสนทนาระหว่างคนทั้งสามใกล้จะเริ่มอีกครั้ง เสียงของผู้คนซึ่งจอแจอยู่รอบด้าน ก็กลับกลายเป็นแผ่วลงเล็กน้อย และดูเหมือนจะคุยเป็นเรื่องเดียวกัน...เมื่อหญิงสาวที่โดดเด่นคนหนึ่งกำลังเดินเข้ามาในบริเวณงาน...
“...คาโอรุคุง!!” เสียงของเอเล็คตร้าเอ่ยทักเจ้าของชื่อแต่ไกล...หญิงสาวต่างชาติในวัยที่เฉิดฉายและเต็มเปี่ยมด้วยความมั่นใจ ปรากฎตัวด้วยชุดเดรสสีม่วงอ่อน ซึ่งผ่าโคนขาด้านข้างเผยให้เห็นเรียวขาเนียนสวย...และเผยเนินอกนิด ๆ เดินเข้ามาพร้อมกับควงแขนชายหนุ่มผู้ซึ่งเป็นคู่หมั้นด้วยรอยยิ้ม...
“คุณเอเล็คตร้า...มาด้วยเหรอครับ? เอ่อ...สบายดีมั๊ยครับ?” เด็กหนุ่มเอ่ยตอบเธอด้วยรอยยิ้มเช่นกัน...พลางเดินเข้าไปหาทั้งสองทันที...
“สบายดีจ๊ะ...ราอูลคะ...ตอนนั้นไม่มีโอกาสแนะนำ นี่ทาเทวากิ คาโอรุ...คนสำคัญของอาซาโตะค่ะ” แม้จะไม่ได้พบกันนานพอสมควร แต่เอเล็คตร้าก็ยังไม่ทิ้งนิสัยชอบแหย่เด็กหนุ่มไปอยู่ดี...ทำให้มือเรียวต้องหยุดชะงักการสัมผัสทักทายกับคู่หมั้นของเธอกลางคัน...
“เอ่อ...คุณเอเล็คตร้า...” ใบหน้าอ่อนเยาว์เกิดสีแดงเรื่อขึ้นบนผิวแก้มนุ่ม...แม้จะเป็นปฏิกิริยาที่เคยเห็นมาแล้ว...แต่ยังไงหญิงสาวก็ยังชอบที่จะมอง...เธอหัวเราะน้อย ๆ โดยที่ราอูลยื่นมืออันใหญ่โตไปสัมผัสกับมือเล็กของคาโอรุด้วยรอยยิ้ม...
“ยินดีที่ได้รู้จักครับ” ราอูลเอ่ยทักทายผู้อ่อนวัยอย่างสุภาพ...
“คะ...ครับ...ยินดีที่ได้รู้จัก...”
“สวัสดีครับ คุณเอเล็คตร้า...คุณเบอร์นาดีน” คาคุทักทายคนทั้งคู่...พลางนำทางไปหาอากิระซึ่งกำลังยืนยิ้มรออยู่...
“ขอบคุณที่มานะเอเล็คตร้า คุณเบอร์นาดีน”
“เรียกราอูลก็ได้ครับ...มิสเตอร์มิเนคุระ” ชายหนุ่มอายุน้อยกว่าเอ่ยอย่างสุภาพ...ทั้งคู่สัมผัสมือกันอย่างคนคุ้นเคย...เพื่อให้เกียรติกับเอเล็คตร้า...
“อ้าว...งั้นคุณก็ต้องเรียกผมว่า อากิระ ด้วยนะ...แต่คู่หมั้นของคุณน่ะผมไม่เห็นจะมาขอซักคำ...เธอถือวิสาสะเรียกของเธอเองเฉยเลย” อากิระแซวหญิงสาว...ทำให้ราอูลอดที่จะหัวเราะออกมาเบา ๆ กับความมั่นใจเต็มเปี่ยมของคู่หมั้นตัวเองไม่ได้...
“แหม...นินทากันซึ่งหน้าเลยนะคะ...แต่อากิระก็คืออากิระนี่คะ ฉันไม่เห็นจำเป็นต้องขอเลย” เอเล็คตร้าพูดอย่างไม่รู้สึกเกรงใจแม้แต่น้อย...ทำเอาวงสนทนาครึกครื้นขึ้นด้วยเสียงหัวเราะของชายหนุ่มซึ่งล้อมรอบตัวเธอ...
“...ว่าแต่ พระเอกของงานยังไม่โผล่เหรอคะ?” เมื่อเครื่องดื่มประเภทคอกเทลถูกเสิร์ฟถึงมือ...เอเล็คตร้าที่มองจนทั่วงานแล้วยังไม่เห็นอาซาโตะจึงเอ่ยขึ้น...
“อีกสักครู่คงจะมาถึงแล้วล่ะครับ” เสียงนุ่มของคาคุตอบคำถามเธอ...
“ขอบคุณจ๊ะ คาคุ...เฮ้อ...อยากได้เลขาฯ ดี ๆ อย่างนี้บ้างจัง...เลิกเป็นให้อากิระเถอะฉันจะจ้างเธอเอง” นิ้วมือเรียวดั่งลำเทียนซึ่งถูกจัดแต่งมาอย่างดีแตะบนผิวแก้มสะอาดของคาคุเบา ๆ พลางส่งข้อเสนอที่เธอก็รู้คำตอบอยู่แล้ว...แต่ก็ยังอยากจะถาม...
“ขอบพระคุณมากครับคุณเอเล็คตร้า...แต่ว่าผมอยากรับใช้ท่านแบบนี้มากกว่า” คาคุตอบด้วยรอยยิ้มหวาน...ทำเอาหญิงสาวถอนใจ...
“เฮ้อ...คุยกับพวกคุณเนี่ยไม่สนุกเอาซะเลย...คาโอรุคุงเราไปทางนั้นกันดีกว่า...ฝากราอูลด้วยนะคะอากิระ” เอเล็คตร้าจูบแก้มคู่หมั้นเบา ๆ พลางคว้าแขนของเด็กหนุ่มที่เรียวบางเกือบเท่ากับเธอจากไป...
หญิงสาวในชุดสวยเต็มไปด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม กับเด็กหนุ่มหน้าหวานในชุดสูทสีขาวซึ่งดูบอบบางและน่ามองเป็นจุดสนใจของผู้ร่วมงานทั้งหลายในทุกที่ที่ผ่าน...เมื่อทั้งคู่หยุดยืนคุยกันตรงบริเวณระเบียงด้านนอกซึ่งสายลมฤดูใบไม้ผลิพัดผ่านเอากลิ่นซากุระจาง ๆ จากที่ไกลแล้ว ผู้ร่วมงานหลายคนที่ให้ความสนใจคนทั้งสองจึงหันมาสนใจคู่สนทนาของตนเองบ้างในที่สุด...
“เฮ้อ...ลมเย็นสบายดีจริง...”
“นั่นสิครับ” คาโอรุตอบประโยคเลื่อนลอยของหญิงสาว...พลางยื่นแก้วใสที่บรรจุคอกเทลใบใหม่ให้กับเธอ...
“ขอบใจจ๊ะ...คาโอรุคุงเป็นยังไงบ้างล่ะ? เปิดเทอมแล้วใช่มั๊ย?”
“ครับ...ขึ้นปี 2 แล้ว”
“เป็นรุ่นพี่แล้วสินะ...มีรุ่นน้องมาคอยตามจีบบ้างรึเปล่าจ๊ะ?” เอเล็คตร้าพูดแซวด้วยน้ำเสียงสนุก...ทว่า...สีหน้าสบายที่ถูกเกลื่อนไว้ของคาโอรุกะเทาะแตกออกมาจนกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยเมื่อนึกถึง... ‘รุ่นน้อง’
“...เอ่อ...คุณเอเล็คตร้า...มะ...ไม่มีหรอกครับ...” แม้ว่าเด็กหนุ่มจะพยายามเก็บเศษสีหน้าเหล่านั้นมาปะติดปะต่อเพื่อตอบคำถาม...แต่สำหรับหญิงสาวที่ฉลาดอย่างเอเล็คตร้าแล้ว การทำเช่นนี้กลับกลายเป็นการเพิ่มความสงสัยให้กับเธอมากกว่า...
“คาโอรุคุง? มีอะไรรึเปล่าจ๊ะ?” สีหน้าอันสงสัยและเป็นห่วงของอีกฝ่ายทำให้คาโอรุรู้สึกตำหนิตนเอง...
“ไม่ครับ...ไม่มีอะไร” เด็กหนุ่มยิ้ม...แม้เอเล็คตร้าจะยังรู้สึกแคลงใจ แต่บรรยากาศรื่นเริงในวันนี้ทำให้เธอตัดใจที่จะไม่ถามต่อ...พอดีกับเสียงพูดคุยของผู้ร่วมงานภายในห้องโถงจู่ ๆ ก็เริ่มเงียบลงพร้อมกับแสงไฟถูกหรี่ให้เห็นเพียงสลัว...ดูเหมือนการร้องเพลงสดบนเวทีกลมได้เริ่มขึ้นแล้ว...
ทว่า…ในสายตาของผู้ร่วมงาน ไม่ได้มองหญิงสาวรูปร่างเล็กบางที่กำลังเริ่มคลอเสียงกับดนตรี...แต่เป็นเด็กหนุ่มซึ่งกำลังเดินเข้ามาในบริเวณงานต่างหาก...นอกจากรูปลักษณ์ที่เด่นสะดุดตาแล้ว...บรรดาพนักงานแผนกต่างประเทศที่เคยร่วมงานกัน ต่างก็มองเขาด้วยสายตาที่ทั้งสงสัย และเปลี่ยนแปลงไป...อย่างสิ้นเชิง...
ในแสงไฟสลัววอมแวม และเสียงกังวานของนักร้องสาว...อาซาโตะที่เพิ่งเดินทางมาถึงก็ตกอยู่ในวงล้อมของผู้คน...เส้นผมสีน้ำตาลทองที่เคยปล่อยให้ยาวไม่เป็นระเบียบระต้นคอบ่งบอกถึงความไม่ใส่ใจของเจ้าตัวถูกจัดแต่งให้เรียบร้อยขึ้น...ชุดสูทสีเข้มขรึมเมื่อถูกสวมโดยร่างสูงโปร่งยิ่งขับเน้นให้ดูภูมิฐานน่าเชื่อถือต่างจากเวลาปกติ...แม้แต่เอเล็คตร้าก็ยังถอนใจด้วยความชื่นชม...
“เอเล็คตร้า...มานานแล้วเหรอ?”
“เมื่อครู่นี้เอง...เพิ่งจะควงคาโอรุคุงได้ไม่กี่นาทีเธอก็มาซะได้” หญิงสาวตอบ พลางสะบัดเส้นผมสีทองอร่ามไปด้านหลัง...
“ทุกอย่างเรียบร้อยดีนะ...ใส่ชุดนี้แล้วไม่อึดอัดใช่มั๊ย?” ฝ่ามือร้อนแตะเข้าที่พวงแก้มนิ่ม...เป็นอุณหภูมิซึ่งสูงกว่าปกติที่คาโอรุเคยสัมผัส...แต่ก็อบอุ่นนุ่มนวลจนร่างเล็กไม่ได้ถอยหนี...
“ไม่เป็นไร...ใส่สบายดี” คาโอรุยิ้มบางกับความอ่อนโยนของอาซาโตะ...โดยปกติแล้วแม้จะไม่ค่อยใส่ใจคนรอบข้างนัก แต่เมื่ออยู่ตรงหน้าเอเล็คตร้า อาซาโตะจะไม่มีทีท่าแบบนี้กับคาโอรุให้เธอเห็นเลย...ทว่า...เวลานี้กลับไม่ใช่...หญิงสาวถอนใจและคิดว่านั่นเป็นแค่ความมั่นใจในตนเองอย่างเกินเหตุของเธอมากกว่าถึงได้รู้สึกว่าในดวงตาสีน้ำตาลทองซึ่งเปลี่ยนแสงไปตามดวงไฟในจังหวะดนตรีนั้น เต็มไปด้วยอารมณ์หลากหลายเหมือนกับสีของแสงไฟจนไม่สามารถถ่ายทอดออกมาให้เข้าใจได้...
“เอ่อ...” ดวงตาสีดำสนิทมองไปทางหญิงสาว...แก้มนุ่มมีสีเรื่อเล็กน้อยเมื่อเห็นเอเล็คตร้าจ้องมองอาซาโตะไม่วางตา...และใช้ดวงตาสีเขียวคู่งามนั้นมองมาที่เขาต่ออีกทอดหนึ่ง...เด็กหนุ่มจึงขยับตัวหนีฝ่ามือของอาซาโตะโดยอัตโนมัติ...
คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน...พลางในดวงตาสีน้ำตาลทองก็ปรากฏคลื่นของอารมณ์ที่สั่นไหวออกมา...เสียงอันหวานกังวานของนักร้องหญิง และเสียงของบรรดาผู้คนที่ล้อมรอบตัวเขาและคาโอรุ ดูเหมือนไกลแสนไกล...ไม่อาจเทียบได้...กับเสียงแหบนุ่มหูอันน่าชิงชังของมิโดริเมื่อเย็นนี้เลย...
คำพูดเหล่านั้น...ยังคงก้องสะท้อนอยู่ภายในห้วงคำนึงของอาซาโตะ...ราวกับการเล่นซ้ำอันไร้สิ้นสุดของเครื่องเล่น CD ซึ่งไม่รู้ว่าสวิตช์ที่จะหยุดมันนั้น...อยู่ตรงไหน...
“เต้นรำด้วยกันมั๊ยครับ? เลดี้” มือใหญ่ของราอูลยื่นมาตรงหน้าของเอเล็คตร้า...ขณะนี้บนพื้นที่รอบเวทีกลมได้กลายเป็นฟลอร์สำหรับเต้นรำไปแล้ว...และเริ่มมีชาย-หญิงหลายคนเคียงคู่กันขยับร่างกายไปตามจังหวะดนตรี...หญิงสาวยิ้ม...พลางยื่นมือเรียวงามวางบนมือใหญ่ของคู่หมั้น...
“เดี๋ยวมานะจ๊ะ” เอเล็คตร้ารู้สึกตัดใจไม่ลงที่จะปล่อยให้เด็กหนุ่มทั้งสองซึ่งมีท่าทีแปลก ๆ อยู่ด้วยกันตามลำพัง...แต่สำหรับเธอในเวลานี้และต่อจากนี้ไป ชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้านี้ต่างหากเป็นคนสำคัญที่สุด...เธอจึงออกไปเต้นรำกับเขา...โดยปล่อยพื้นที่ระเบียงอันแสนอุ่นสบายด้วยสายลมฤดูใบไม้ผลิไว้กับเด็กหนุ่มทั้งสอง...
“...ลม...ค่อนข้างแรงเหมือนกันนะ” คาโอรุหันหน้าออกไปรับสายลมที่กำลังพัดผ่าน...เบื้องล่างมีแสงไฟจากตึกสูงหลายแห่งกำลังล้อเล่นกับแสงดาวซึ่งมองเห็นได้จาง ๆ จากท้องฟ้า...
“อืม...” อาซาโตะตอบรับเบา ๆ ในลำคอ...พลางใช้ดวงตาสีน้ำตาลทองมองผิวแก้มสะอาดของอีกฝ่าย...
“...อ๊ะ...” นิ้วมือแข็งแกร่ง อุ่นจนร้อน...แตะผิวแก้มที่ทิ้งรอยไว้เมื่อครู่เบา ๆ ...เรียกเสียงสูง และอาการตกตื่นจากร่างเล็กได้ชั่วครู่...บนใบหน้างามซึ่งเหมือนพยายามข่มความรู้สึกหวาดกลัวจนเหมือนกับกำลังสั่น...ทำให้หัวคิ้วของอาซาโตะไม่อาจคลายความขุ่นข้องหมองใจออกไปได้เลย...
“มีเรื่องอะไรปิดบังฉันรึเปล่า? คาโอรุ” น้ำเสียงทุ้มถามด้วยโทนอันเรียบเรื่อย...ทว่า...ดวงตาสีดำสนิทคู่สวยเบิกขึ้น...ภายในนั้นซึ่งสะท้อนบนดวงตาสีน้ำตาลทองคือ ความหวาดกลัวที่ไร้ทางออก...และอาการที่ต้องการจะปกป้องบางสิ่งบางอย่างไม่ให้อีกฝ่ายได้รู้...
“...เปล่า...” ดวงตาสีดำสนิทหลุบลง...พลางเอ่ยตอบด้วยเสียงหวานอันแผ่วเบาที่ทำให้อาซาโตะต้องกัดริมฝีปากอย่างขัดใจ...มือใหญ่อุณหภูมิสูงคว้าดึงลำแขนเรียวแรง...จนร่างเล็กปลิวตาม...แผ่นอกบางปะทะแนบชิดกับร่างสูงในทันที...
“เมื่อไหร่จะเลิกทำแบบนี้ซะที...คาโอรุ”
“เอ๊ะ?....อื้อ!!” ร่างเล็กส่งเสียงได้เพียงครึ่ง ก่อนที่จะถูกช่วงชิงไปด้วยริมฝีปากอุ่น...เอวบางถูกรวบเข้าสู่อ้อมแขน...แน่น...จนอึดอัด...รวมถึงริมฝีปากที่ถูกครอบครองนั้นก็รองรับความร้อนของเรียวลิ้นซึ่งส่งผ่านเข้ามาอย่างรวดเร็ว รุนแรง ไม่หลงเหลือความอ่อนโยนที่เคยได้รับเสมอมา จนแทบไม่ไหว...
“ยะ...” ริมฝีปากนุ่มถูกปล่อยให้เป็นอิสระเพียงชั่วครู่ และถูกแนบประกบใหม่...มือเล็กกำปกเสื้อสูทของร่างสูงจนเกิดรอยยับที่จะจางหายไปเมื่อคลายมือออก...เสียงปรบมือดังก้องเมื่อดนตรีบรรเลงจบ...ดวงตาสีดำสนิทซึ่งเริ่มย้อมด้วยอารมณ์ที่ถูกรุกเร้าสะท้อนภาพของบรรดาผู้คนมากมายภายในห้องโถง สิ่งที่แยกพวกเขาจากคนเหล่านั้นมีเพียงกระจกบอบบางเพียงบานเดียวเท่านั้น...
“ไม่เอา!” คาโอรุขืนตัวออก...ทว่า...แรงแขนที่จับไว้แน่นของอีกฝ่ายนั้นยังคงดึงดันที่จะไม่ปล่อย...ร่างเล็กถูกผลักจนติดกำแพงอีกด้าน เป็นมุมที่ถ้าหากไม่มีใครออกมาจากห้องโถงก็จะไม่พบเห็นพวกเขา...แต่สถานการณ์ที่เป็นอยู่นี้ไม่ได้ทำให้คาโอรุรู้สึกหวาดหวั่นน้อยลงเลย...
“มิเนคุระ...ปล่อยเถอะ...ฉันเจ็บ”
“นายก็รู้...ว่าไม่มีทางปิดบังฉันได้ ทำไมถึงไม่พูด!” ฝ่ามือร้อนกำข้อมือเล็กจนเกิดรอยช้ำ...ดวงตาสีน้ำตาลทองเต็มไปด้วยอารมณ์โกรธเคืองเหมือนกับคำพูด...ภายในใจของคาโอรุกำลังสั่นไหว...ให้ร่างกายสั่นสะท้าน...อาซาโตะ...รู้เรื่องแล้ว...
“คาโอรุ!”
“ไม่...” ใบหน้าสวยสะบัดไปมา...น้ำเสียงเบา...และสั่นจนดนตรีที่เริ่มบรรเลงใหม่แทบจะกลบกลืนไปจนหมด...
“พูดมาสิ!” ร่างเล็กถูกดึงเข้าใกล้...พลางน้ำเสียงที่คาดคั้นนั้นทำให้คาโอรุหลุบสายตาลง...
“ไม่เอา...” สิ้นเสียงคำปฏิเสธอีกครั้ง...เสียงกัดริมฝีปากของอาซาโตะก็ดังขึ้น...
“โอ๊ย...!” น้ำเสียงหวานอุทาน พลางนิ่วหน้า...ข้อมือที่ช้ำซ้ำแล้วซ้ำเล่า ส่งผลให้มือบางเริ่มไม่มีสีเลือด...ถูกดึงแรงจนทำให้ร่างเล็กซึ่งไม่อาจต้านแรงของอีกฝ่ายไหวปลิวไปตามทางที่ร่างสูงชักนำ...
“เจ็บ...มิเนคุระ...ปล่อยนะ...” เสียงประท้วงของร่างเล็ก...ไม่ได้ทำให้อาซาโตะหยุดพาเขาก้าวผ่านบรรดาผู้คนซึ่งกำลังเต้นรำในแสงไฟวับแวมไปได้เลย...
“อาซาโตะ? คาโอรุคุง?...” เอเล็คตร้าซึ่งกำลังเต้นรำกับราอูลเหลือบเห็นเด็กหนุ่มทั้งคู่ที่พ้นจากห้องโถงไป...จึงเอ่ยขึ้น..
“มีอะไรเหรอ?”
“อ๊ะ...เปล่าค่ะ...ไม่มีอะไร...” หญิงสาวปฏิเสธพร้อมยิ้มให้กับคู่หมั้น...พลางเต้นรำต่อไปด้วยความสงสัย...
********************************
ถัดจากห้องโถงซึ่งเป็นห้องใหญ่อันดับหนึ่งในชั้นสูงสุดของมิเนคุระทาวเวอร์ปีกซ้ายที่กำลังจัดงานวันเกิดของอาซาโตะกันอยู่ในขณะนี้...จะเป็นห้องประชุมเล็กที่มีไว้สำหรับการประชุมแต่ละแผนก...ซึ่งหากเป็นนอกเวลางานจะไม่มีใครอยู่บริเวณนั้น...
“ปล่อย!” คาโอรุบิดข้อมือออกเป็นอิสระจากอีกฝ่ายจนได้...เมื่ออาซาโตะต้องแบ่งสมาธิเพื่อเปิดประตูห้องประชุมเล็ก...ทว่า...ขณะที่ร่างเล็กกำลังจะถอยกลับไปยังห้องโถงก็ถูกอีกฝ่ายเข้ามาอุ้มจนตัวลอยอย่างรวดเร็ว...ส่งผลให้ดวงตาสีดำสนิทคู่งามเบิกกว้าง พร้อมกับออกแรงดิ้น...
“มิเนคุระ! อึ๊ก!!” โซฟาตัวเขื่องซึ่งเป็นส่วนรับแขกภายในห้องรองรับร่างเล็กที่หล่นลงจากอ้อมแขนของอาซาโตะเอาไว้...แต่ยังไม่ทันที่คาโอรุจะได้ลุกขึ้น ร่างสูงก็ตามคร่อมโดยปิดกั้นหนทางหนีเอาไว้...
“มิเนคุระ...”
“ทำไม เมื่อตอนเย็นนายถึงไม่บอกเรื่องที่เด็กนั่นทำร้ายนาย” น้ำเสียงทุ้มซึ่งยังคงความเรียบเรื่อย...ทว่า ร้อนรนกว่าเมื่อครู่เอ่ยถามออกมา...พร้อมใช้ดวงตาสีน้ำตาลทองทรงอำนาจจ้องมองคาดคั้นหาคำตอบบนใบหน้างามที่เต็มไปด้วยความหวาดวิตก...
ถึงจะเห็นสีหน้าแบบนี้...
ถึงจะรู้ว่าข้อมือเล็กบางที่ตนเองกำแน่นนั้น ถูกทำร้ายจนช้ำ...
ถึงที่ไหนซักแห่งภายในห้วงคำนึง เข้าใจว่าทำไมอีกฝ่ายไม่ยอมเล่าเรื่องราวออกมา...
แต่ว่า...
“คาโอรุ!” อาซาโตะหมดความอดทนกับความเงียบงันที่อีกฝ่ายมอบให้...น้ำเสียงจึงไม่หลงเหลือความนิ่งสงบอีกต่อไป...
“บอกมาสิ ว่าเด็กนั่นทำอะไรกับนายบ้าง!! อย่าให้ฉันต้องทำร้ายนายจะได้มั๊ย!!” อาซาโตะตะโกนออกมาด้วยน้ำเสียงพร่าเล็กน้อย...ในดวงตาสีน้ำตาลทองสะท้อนภาพร่างเล็กข้างใต้ที่กำลังสั่น...และหยาดน้ำตาเม็ดสวยที่หล่นลงเปื้อนโซฟา...
“เพราะฉันไม่ต้องการให้นายรู้เรื่องนี้...เพราะมันเป็นปัญหาที่ฉันก่อขึ้นเอง...เพราะวันนี้เป็นวันที่นายควรจะมีความสุขที่สุดไงล่ะ!!” เสียงหวานสั่นทุกคำที่เอ่ย...ริมฝีปากบางถูกกัดจนเป็นรอยแดง...ร่างเล็กก้มใบหน้าซึ่งเต็มไปด้วยสายน้ำจากดวงตาจนต่ำ...ด้วยไหล่ที่กำลังสั่นสะท้าน...
“...คาโอรุ” เมื่อเห็นน้ำตาของอีกฝ่าย...ความโกรธของอาซาโตะก็เลือนหายไปจนเกือบหมด...ที่ยังหลงเหลือมีเพียงความรู้สึกผิดที่รุกไล่อีกฝ่ายมากเกินไปจนผลคือหยาดน้ำตาเปื้อนผิวแก้มนุ่ม...ฝ่ามือร้อนปล่อยข้อมือเล็กเป็นอิสระ...พลางลากนิ้วผ่านทางน้ำตาเบา ๆ เพื่อค่อย ๆ บังคับให้ใบหน้างามนั้นหันมาหา...
ทว่า...เมื่อดวงตาสีดำสนิทชื้นน้ำมองตรงมา...มือเล็กก็สะบัดฝ่ามือร้อนนั้นออก และใช้จังหวะหลุดจากอีกฝ่าย เพื่อตรงไปที่ประตู...
เพื่อหนี...
เพราะกลัว...
เรื่องที่อาซาโตะรู้...เรื่องที่ยังไม่รู้...
“ฉันยกโทษให้นาย...” เสียงทุ้มแฝงอำนาจเอ่ยขึ้นอย่างอ่อนโยน...ทำให้ร่างเล็กทั้งร่างหยุดในขณะที่กำลังจะเปิดประตู...ดวงตาสีดำสนิทซึ่งเริ่มจะแห้งแล้วกลับมีหยาดน้ำเอ่อออกมาอีกครั้ง...
“...ทำ...ไม...?” ร่างเล็กสั่นสะท้าน...เมื่อได้รับแรงกอดจากอ้อมแขนแข็งแรง...เรี่ยวแรงที่รวบรวมเพื่อจะหนีนั้น...ราวกับถูกร่างสูงช่วงชิงไปจนหมดสิ้น...
“เพราะฉันไม่ต้องการคำขอโทษ...”
“...ไม่...ทำไม...ทั้ง ๆ ที่ฉัน...ฉันเป็นคนผิดแท้ ๆ” ใบหน้างามซบกับฝ่ามือของตนเอง...ขณะที่ถูกกอดรัดแนบแน่นจนเสียงสะอื้นนั้นสะท้อนไปสู่หัวใจของอาซาโตะ...
“เพราะคำขอโทษ...ยิ่งทำให้นายรู้สึกแย่กับตัวเองมากกว่าความจริง...และที่ฉันโกรธก็เพราะฉันต้องการความจริงที่นายไม่อยากพูด...เท่านั้นเอง”
คาโอรุที่ตัวคนเดียวมาตั้งแต่เล็ก...ย่อมไม่เก่งเรื่องถ่ายทอดความรู้สึกของตนเองให้คนอื่นรับรู้แน่นอน...แต่อาซาโตะอยากจะรู้...ทุกสิ่ง...ทุก ๆ อย่าง...อยากรู้ให้หมดจนถึงกับจะทำร้ายอีกฝ่าย...เป็นความโลภที่ไม่เคยคิดเลยว่าภายในตนเองซึ่งต้องการจะหลบหนีจากผู้คนนั้น...จะมีอยู่...
“ฉันอยากรู้เรื่องของนาย...ทั้งตอนที่นายดีใจ...ฉันก็อยากเห็นรอยยิ้มนั้นเป็นคนแรก...ตอนที่นายเจ็บปวด...ฉันก็อยากกอดปลอบใจอย่างนี้จนกว่าจะหายดี...ฉันอยากดูแลนาย...อยากรู้ทุกความรู้สึกของนาย...ฉันรักนาย...”
“...ฮึก....” หยาดน้ำตาไหลผ่านใบหน้างามหยดลงสู่อ้อมแขนอาซาโตะ...นิ้วมือเรียวสั่น ทว่า...ยึดเสื้อสูทราคาแพงไว้แน่น...
เจ็บใจ...
ทั้งที่อ้อมแขนนี้ก็อบอุ่น...ทั้งที่คำพูดนั้นก็แสนจะอ่อนโยน...
ทำไม...ถึงยังกลัว...กลัวที่จะกระโจนเข้าไปหาอีกฝ่าย...
กลัว...ที่จะวางทุกอย่างไว้ในอ้อมอกแข็งแรงนั้น...
กลัวตัวเอง...ที่กำลัง ‘รัก’ อีกฝ่าย...เหลือเกิน...
“...คาโอรุ...”
“อืม...” ริมฝีปากบางถูกสัมผัสอย่างเรียกร้องและแผ่วเบา...ร่างเล็กไม่ได้ขืนตัว แม้จะถูกอีกฝ่ายอุ้มจนตัวลอยอีกครั้ง...เมื่อแผ่นหลังสัมผัสกับพื้นผิวหนังอันเรียบลื่นของโซฟา เส้นผมสีน้ำตาลทองซึ่งปรกระใบหน้าสวยจึงผละออกไปเล็กน้อย...
“...อื้อ...! อา..ซาโตะ...” ฟันคมขาวงับเบา ๆ ที่ใบหูเล็ก เรื่อยลงมาถึงลำคอบอบบาง...เน้นย้ำทุกจุดจนเกิดเสียงและร่องรอยแดงจัด...ความรุ่มร้อนที่เกิดขึ้นทุกสัมผัส สั่งให้ทุกเหตุผลกำลังแตกกระจายออกไปจากห้วงสมอง...
ที่อยากได้...จนถึงกับหวาดกลัวขนาดนี้...
เพราะรัก...สินะ...
เสียงหล่นของเสื้อสูทสองตัวทับกันอยู่บนพื้นพรม...ผิวขาวอบอุ่นถูกเผยออกมาเมื่อเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดถูกปลดออกครึ่งหนึ่ง...ในดวงตาสีน้ำตาลทองสะท้อนภาพร่างเล็กบอบบางน่าถนอมสู่ดวงตาสีดำสนิท...ทำให้แก้มนิ่มเกิดสีแดงเรื่อ...จนต้องพลิกตัวเบือนหน้าหนีด้วยความอาย...เรียกรอยยิ้มให้ปรากฏบนใบหน้าคมได้จาง ๆ
“คาโอรุ...”
“มะ...ไม่เอา...พวกเรา...แบบนี้...”
“...แบบไหนล่ะ?” สิ้นเสียงอาซาโตะก็ก้มลงจูบเส้นผมนุ่ม...เรื่อยลงมาจนสัมผัสถึงบาดแผลนับไม่ถ้วนกลางหลังบอบบาง...
“...อ๊ะ!” เมื่อถูกเรียวลิ้นอุ่น ๆ สัมผัสตามแนวแผล...ก็เรียกเสียงหวานสูงน่าฟังออกมาจากริมฝีปากงาม...แม้จะเสียดายอยู่บ้างที่ไม่ได้เห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยอารมณ์ยามควบคุมไม่ได้ของร่างเล็ก...ทว่า...ลาดไหล่ขาวที่สั่นสะท้านทุกครั้ง และเสียงหวาน ๆ ที่ลอดออกมาก็ทำให้อาซาโตะรู้สึกร้อนรุ่มจนแทบทนไม่ไหว...
หากไม่ได้เป็นของเขาทั้งหมดล่ะก็...
คงจะไม่สามารถควบคุมความโลภอันไร้สิ้นสุดนี้ได้อีกต่อไปแล้ว...
“...ยะ...อืม....” ร่างสูงละจากบาดแผลกลางหลัง...มาสัมผัสหลังคอขาวสะอาดซึ่งระไปด้วยเส้นผมสีอ่อนนุ่ม...พลางฝ่ามือร้อนก็เอื้อมไปแตะต้องยอดอกสีชมพูแข็งชันซึ่งราวกับรอการสัมผัสมาแสนนานโดยแม้แต่เจ้าของร่างก็ไม่ได้รับรู้ถึงอารมณ์ส่วนนี้ของตนเองเลย...
“งาน...ยัง...มีงาน...อ๊ะ...อา....” เสียงประท้วงเปลี่ยนเป็นเสียงครางในคอ เมื่อยอดอกถูกคลึงเบาและแรงสลับกัน...จนอารมณ์ที่เกิดขึ้นไม่รู้จะเรียกว่าพอใจ...หรืออึดอัดกันแน่...
“...รู้แล้วล่ะ...คาโอรุ...” ร่างสูงละมือจากยอดอกแข็งชันอันอ่อนนุ่ม...มาสัมผัสผิวแก้มงาม...ทว่า ในดวงตาสีดำสนิทคู่สวยนั้นรื้นชื้นด้วยน้ำตา และถูกย้อมด้วยอารมณ์ร้อนรุ่มจนใบหน้าเนียนแดงจัดอย่างน่าดู...
ในห้องสมองของร่างเล็ก...เริ่มถูกอารมณ์ปัดทุกอย่างรอบข้างให้หายไปจนเกือบหมดสิ้น...
ตอนนี้...
เพียงแค่อาซาโตะอยู่ตรงนี้...ต้องการ...
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ทำให้หัวใจต้องเต้นแรง...และเกิดตัวตนที่ไม่เคยได้รับรู้มาก่อนในตัวเองก็ตาม...
เพียงแค่อาซาโตะ...
อาซาโตะเท่านั้น...
“...รักนะ....คาโอรุ...”
คำพูดจากเสียงทุ้มนุ่มนวลนั้น...เยียวยาหัวใจได้มาก...เหลือเกิน...
“...อืม...” ริมฝีปากบางถูกครอบครองอีกครั้ง...คราวนี้...ไม่ใช่สัมผัสแผ่วเบาอีกต่อไป...หากหนักหน่วงและเรียกร้องด้วยเรียวลิ้นที่ถูกเกี่ยว...ฝ่ามือร้อนไล้สัมผัสหนัก ๆ ไปตามผิวเรียบก่อนจะปลดเข็มขัดหนังเพื่อเผยสะโพกเล็กบางของอีกฝ่ายให้พ้นกางเกง...
“...อ๊ะ!!...ยะ...อย่า!” เมื่อนิ้วมือของร่างสูงสัมผัสถูกความปรารถนาซึ่งกำลังก่อตัวขึ้นเล็กน้อย...ร่างเล็กทั้งร่างจึงสั่นสะท้าน...มือบางพยายามเอื้อมมาเพื่อปัดป้องการรุกล้ำอันน่าอาย...จนหยาดน้ำตาเอ่อท้น...
“...ไม่เป็นไรหรอก...คาโอรุ” อาซาโตะใช้มืออีกข้างรวบข้อมือบางทั้งคู่ บังคับให้อยู่เหนือกลุ่มเส้นผมสีอ่อน...พลางเอ่ยปลอบด้วยน้ำเสียงเบา...
“มะ...ไม่เอา...มันสกปรก...อื้อ!!!” เสียงประท้วงถูกกลืนหายเมื่อได้รับจูบ...คาโอรุทำได้เพียงครางเบา ๆ ในคอ...และพยายามดึงสะโพกหนี...ทว่า...น้ำหนักตัวของอาซาโตะที่แตกต่างกันกดทับลงมาจนไม่อาจขยับให้พ้นไปได้เลย...
ฝ่ามือร้อนเริ่มขยับขึ้นลง...แผ่ว...ช้า...ทว่า...ส่วนซึ่งไวต่อแรงสัมผัสที่ได้รับเป็นครั้งแรกนี้...ก็มีปฏิกิริยาตอบสนอง...ทำให้ร่างเล็กสะท้านจนสั่น...ให้หยาดน้ำตาไหลผ่านผิวแก้มแดงจัดเป็นทาง...เพราะไม่รู้จะจัดการยังไงกับอารมณ์ซึ่งกำลังถูกทำให้ปั่นป่วน...
ราวกับร่างกายที่ไม่ยอมฟังคำสั่งนี้กลายเป็นของอาซาโตะไปแล้วโดยสิ้นเชิง...
เพราะไม่ว่าตรงไหนที่ฝ่ามือนี้สัมผัส...หรือริมฝีปากอุ่นนั้นจูบ...
ก็ก่อเกิดความรู้สึกเติมเต็มอันรุ่มร้อนขึ้นมาได้ทุก ๆ ที่...
“...อ๊ะ...อา...” เสียงครางหวาน ๆ ดังขึ้นพร้อมกับเสียงหอบ...เหงื่อเม็ดเล็กซึมผ่านผิวขาวอมชมพูจนเปียกชุ่ม...เช่นเดียวกับแก่นกายที่กำลังชื้นไปด้วยน้ำสีขาวซึ่งค่อย ๆ ไหลออกมาจากส่วนปลายอันสั่นระริก...
“รักนะ...คาโอรุ...รักนาย” อาซาโตะก้มลงชิมรสหยาดเหงื่อบนบาดแผลกลางหลังด้วยปลายลิ้นเบา ๆ พร้อมกับเร่งจังหวะของฝ่ามือ...เมื่อถูกสัมผัสเร้าบนจุดอ่อนทั้งสองจุดเช่นนี้ รวมถึงคำพูดอันอ่อนหวานที่เข้าสู่โสตประสาท...อารมณ์ทั้งหมดที่ปั่นป่วนก็รวมตัวกัน พลางแตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยในห้วงสมอง...จนร่างเล็กทั้งร่างเกร็งสะท้าน...
“อะ...อาซา..โตะ...อ๊า!” เสียงหวานสั่นดังก้องไปทั่วห้อง...พร้อมกับหยาดน้ำสีขาวขุ่นทะลักเข้าสู่ฝ่ามือร้อน...อาซาโตะรับร่างเล็กซึ่งอ่อนแรงเอาไว้ในอ้อมแขน...พลางจูบเบา ๆ บนหน้าผากชื้นเหงื่อ...คาโอรุทำได้เพียงลืมตาขึ้นช้า ๆ ครั้งหนึ่งก่อนที่ภาพทุกอย่างจะเลือนหายไป...ในความมืดมิด...
********************************
“...อืม...” ร่างเล็กขยับตัวบนโซฟาจนเกิดเสียง...รู้สึกถึงฝ่ามืออุ่น ๆ กำลังแตะผิวแก้มเบา เรื่อยไปถึงกลุ่มเส้นผมนุ่ม...แม้จะรู้สึกรำคาญเล็กน้อย แต่ฝ่ามือนี้ช่างสัมผัสด้วยความนุ่มนวลอันแสนคุ้นเคย...จนคาโอรุรู้สึกวางใจ...
ฝ่ามือนี้แหละที่...
“อ๊ะ!!” ดวงตาสีดำสนิทลืมโพลงในทันที...เมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้...ทว่า...เจ้าของเส้นผมและดวงตาสีน้ำตาลทองนั้นกลับอยู่ใกล้เพียงแค่คืบ...
“ตื่นแล้วเหรอ?” เสียงทุ้มนุ่มนวลเอ่ยทักด้วยรอยยิ้ม...ร่างสูงดูจะอารมณ์ดีอย่างมากที่เห็นใบหน้างามทำได้เพียงเบิกดวงตาสีดำสนิทด้วยผิวแก้มนุ่มแดงเรื่อไปจนถึงใบหู...
เมื่อเห็นสีหน้ายิ้มแย้มเช่นนี้ของอาซาโตะแล้ว...ร่างเล็กก็กัดริมฝีปาก พลางเสมองไปทางอื่นด้วยรู้ว่า อีกฝ่ายกำลังกลั่นแกล้งเขา...
“งาน...เอ่อ...งานวันเกิดผ่านไปรึยัง?”
“ยังหรอก...นายสลบไปแค่ 10 นาทีเท่านั้นเอง” อาซาโตะตอบคำถามครึ่ง ๆ กลาง ๆ ของอีกฝ่าย...พลางแตะใบหูเล็กที่กำลังแดงขึ้นเรื่อย ๆ เล่น...
“นาย...ไม่ต้องรีบไปที่งานรึไง?”
“จะให้ทิ้งนายไปรึไงกัน?” คาโอรุหันหน้าไปทางอื่นทันทีที่อาซาโตะตอบ...ทั้งคู่อยู่ในความเงียบครู่หนึ่งจนร่างเล็กสังเกตุว่าตนเองสวมเพียงเสื้อเชิ้ตตัวเดียวซึ่งแทบปิดบังอะไรไม่ได้เลย โดยเฉพาะเรียวขาขาวซึ่งโผล่พ้นชายเสื้อออกมา...มือบางพยายามดึงปลายเสื้ออย่างไร้ประโยชน์ในสายตาของอาซาโตะ...
“อายเหรอ?” ดวงตาสีดำสนิทตวัดมองคนพูดเพียงเสี้ยววินาที...ก่อนที่จะหันใบหน้าแดงจัดของตัวเองไปทางอื่นอีกครั้ง...
“...รังเกียจรึเปล่า?” นิ้วมือแกร่งจับปอยผมสีอ่อนเบา ๆ เมื่อเอ่ยถามออกไป...พลางใช้ฝ่ามือร้อนแตะพวงแก้มนุ่มแต้มสีเรื่ออย่างน่าดูให้หันมา...
ในดวงตาสีน้ำตาลทองซึ่งสะท้อนแสงไฟจาง ๆ มีคลื่นแห่งความรู้สึกหวาดหวั่นฉายออกมาเล็กน้อย...ทว่า ก็มากพอที่จะสะท้อนให้เจ้าของดวงตาสีดำสนิทได้รับรู้...
ในห้วงแห่งอารมณ์ที่กำเนิดตัวตนซึ่งตนเองไม่รู้จัก...
ผิวหนังซึ่งถูกคนอีกคนที่ไม่ใช่ตนเองสัมผัส...
ความสุขสมบนความสั่นกลัว...
ไม่ชอบเลย...
แต่...
“...เปล่า...” เมื่อได้ยินน้ำเสียงหวานตอบ...รอยยิ้มบนใบหน้าคมจึงปรากฎออกมาจาง ๆ พลางริมฝีปากนุ่มก็ถูกแนบประกบเบา...นาน...
เป็นความอบอุ่น...ที่ทำให้หัวใจเต้นรัว...อันน่าหลงใหล
เสียงโทรศัพท์มือถือของอาซาโตะดังขึ้นในกองเสื้อสูทที่ถูกทิ้งขว้างบนพื้นพรม...ร่างสูงลุกไปหยิบโทรศัพท์รวมทั้งส่งเสื้อผ้าทั้งชุดให้กับคาโอรุด้วย...
“...ครับ” อาซาโตะรับโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงเตรียมใจ...เพราะเจ้าของปลายสายคือ เอเล็คตร้า ที่กำลังส่งเสียงเกรี้ยวกราดมานั่นเอง...
“เข้าใจแล้ว” ทว่า เด็กหนุ่มกลับไม่ได้สนใจอาการของหญิงสาวแม้แต่น้อย...กลับมองดูร่างเล็กที่กำลังสวมเสื้อผ้าอย่างทุลักทุเลรีบร้อน...เพราะพยายามจะปิดบังไม่ให้ตนเองจ้องมอง...อย่างสนุกสนาน...
“เอเล็คตร้า โทร.มาตามแล้วล่ะ” อาซาโตะปิดโทรศัพท์...ก่อนที่จะสังเกตุเห็นกล่องเล็กผูกโบว์ซึ่งกลิ้งออกมาจากเสื้อสูทของคาโอรุ...
“อ๊ะ...”
“...นี่...อะไรเหรอ?” ฝ่ามือร้อนหยิบกล่องนั้นได้ก่อน...พลางแกล้งพิจารณา และเอ่ยถามทั้งที่พอจะคาดเดาได้แล้วกับอีกฝ่าย...
“...ของ...ของขวัญ...วันเกิดของนาย” คาโอรุเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเบา...
“งั้น...ให้ฉันสิ...” อาซาโตะหย่อนกล่องของขวัญชิ้นน้อยลงบนฝ่ามือเล็ก...
“ตะ...ตอนนี้เหรอ?” น้ำเสียงหวานพูดขึ้นอย่างลำบากใจ...
“ก็ต้องตอนนี้อยู่แล้วล่ะ...เพราะฉันอยากรู้ว่านายให้อะไรฉัน” อาซาโตะยิ้ม...ในดวงตาสีน้ำตาลทองนั้นแฝงแววซุกซนที่หาได้ยาก...ทำให้คาโอรุต้องยอมแพ้...
“...เอาแต่ใจ” ร่างเล็กบ่น...พลางประคองกล่องน้อยยื่นส่งไปตรงหน้าอาซาโตะ...
“สุขสันต์วันเกิด...”
“...ขอบใจ” ใบหน้าคมฉายรอยยิ้มอบอุ่น...ทำให้แก้มนิ่มเกิดสีเรื่อขึ้นเมื่อได้เห็น...กล่องถูกเปิดออกพลางสร้อยเงินเส้นเล็ก พร้อมจี้สะท้อนแสงไฟแวววามก็เผยตัวออกมา...
“เอ่อ...ชอบมั๊ย?” ร่างเล็กถามด้วยน้ำเสียงแผ่ว...ของขวัญซึ่งใช้เวลาทั้งวันเพื่อหามา...สำหรับคนอื่นอาจเป็นเรื่องเล็กน้อย...ทว่า...สำหรับคาโอรุแล้ว...นี่เป็นครั้งแรกที่ทำให้หัวใจเต้นระทึก...
น่ากลัวเหลือเกินที่ต้องคอยมองความรู้สึกของอีกฝ่าย...
ของอาซาโตะ...
“แน่นอน” ร่างสูงยิ้มตอบ...พลางนั่งลงบนโซฟาพร้อมกับยื่นสร้อยเงินระยับให้กับคาโอรุ...
“เอ๊ะ?”
“...สวมให้ด้วยสิ...”
“ไม่เอาหรอก” ร่างเล็กส่ายหน้า...พลางยันตัวลุกขึ้นจากโซฟา...แต่ก็ถูกรวบเอวบางเอาไว้ก่อน...กลายเป็นว่าตอนนี้อ้อมแขนของอาซาโตะ โอบอีกฝ่ายเอาไว้จนขยับลุกไปไหนไม่ได้...
“...คุณเอเล็คตร้าโทร.มาตามแล้วไม่ใช่เหรอ? อย่าสิ...” ใบหน้างามแดงเรื่อ...เมื่อรู้สึกถึงความอบอุ่นจากแผ่นอกของอีกฝ่ายที่แนบชิดเข้ามา...ยิ่งทำให้จดจำได้ว่า เมื่อครู่พวกเขาทำอะไรกัน...
“ถ้าเกรงใจเอเล็คตร้า...ก็ทำสิ...” อาซาโตะตอบด้วยน้ำเสียงไม่ทุกข์ร้อนแม้แต่น้อย...ทำให้ดวงตาสีดำสนิทคู่งามตวัดมองอย่างไม่พอใจ...มือเรียวพยายามแกะแขนแกร่งที่รัดร่างไว้แต่ก็ไร้ผล...จึงทำได้เพียงกัดริมฝีปากอย่างขัดใจ...และสุดท้ายก็ยอมตามความเอาแต่ใจของอีกฝ่าย...
สร้อยเส้นน้อยวาววามในแสงไฟ ถูกส่งมาสู่มือเรียวขาว...ร่างสูงยิ้มให้กับสีหน้าสับสนของอีกฝ่าย...พลางก้มลงเพื่อให้คาโอรุสวมสร้อยให้...
“...อ๊ะ!” เมื่อสายสร้อยแน่นิ่งอยู่บนลำคออย่างแผ่วเบาของผู้สวมแล้ว...อ้อมแขนแกร่งก็กระชับวงแขนเพื่อให้ร่างเล็กแนบชิดเข้า...จนเรียกเสียงตกใจจากริมฝีปากบางออกมา...
“ขอบใจนะ...ฉันดีใจมาก...” อาซาโตะโอบกอดร่างเล็ก ศีรษะซึ่งปกคลุมด้วยเส้นผมสีน้ำตาลทองอุ่นราวกับดวงอาทิตย์ซบอยู่บนบ่าเล็กบางนุ่มนวล...
ครั้งแรกนั้น...ไม่ใช่เพียงแต่คาโอรุเท่านั้น...
สำหรับอาซาโตะแล้ว...นี่ก็เป็นของขวัญชิ้นแรก...ที่ได้รับจากคนสำคัญ...
คนสำคัญซึ่งไม่ได้มีสายเลือดเดียวกัน...
ล้ำค่า...เสียจนหัวใจสั่นไหว...
“...อืม” คาโอรุตอบรับเบา ๆ ...ซ่อนรอยยิ้มอ่อนหวานไว้กับลาดไหล่แข็งแรงของอีกฝ่าย...
เด็กหนุ่มทั้งสองโอบกอดกันและกัน...พลางเงี่ยหูฟังเสียงหัวใจด้วยความสงบเงียบ...
เพื่อดื่มด่ำครั้งแรกของกัน...
เพื่อซื้อเวลาแห่งนิรันดร์อันสูงค่าที่ไม่มีวันหวนกลับมาอีกต่อไป...



