[fiction] -Adolescence-

posted on 17 Oct 2007 14:45 by iczer

สวัสดีค่า สำหรับนิยายเขียนเอง (Original ที่เขียนมา 10 ปีแล้วไม่จบซักที) ADOLESCENCE นี้ เราจะทำเป็นแบบโหลดนะคะ โดยแบ่งเป็น 2 link  (พรุ่งนี้มาทำต่อเน่อ)

 

งานกีฬาเสร็จสิ้นลงไปแล้ว...ทุกคนต่างเหน็ดเหนื่อยแต่ก็มีรอยยิ้มเปื้อนบนใบหน้า...เด็กนักเรียนต่างยังขันแข็งช่วยกันเก็บกวาด ทำความสะอาดอุปกรณ์ทั้งหลายด้วยเสียงพูดคุยอย่างสนุกสนาน...เป็นยามแสงสนธยาที่น่ารื่นรมย์

 

เด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลทองพาร่างสูงอันโดดเด่นผ่านบรรดาเพื่อนร่วมโรงเรียนไปหาร่างเล็กซึ่งกำลังง่วนอยู่กับการเก็บอุปกรณ์พร้อม ๆ กับเอริและเพื่อนร่วมชั้นคนอื่น ๆ

 

คาโอรุ

 

อ๊ะ..! เอ้อ...มิเนคุระ...มีอะไรเหรอ?”  ชั่วขณะหนึ่ง ดวงตาสีน้ำตาลทองจับสังเกตอาการสะดุดติดจะกลัวเล็กน้อยของคาโอรุได้...แต่เขาก็ไม่ได้ถามอะไร...

 

งานเริ่ม  2 ทุ่ม หลังจากนี้เตรียมตัวทันใช่มั๊ย?” 

 

 

อืม...อีกนิดเดียวก็เสร็จแล้วล่ะ อ๊ะ...ซาซากิอันนี้ผมยกไปเองนะ...เจอกันที่งานนะมิเนคุระ  คาโอรุยิ้มตอบอีกฝ่าย...พลางยกกล่องอุปกรณ์จากไปทิ้งให้อาซาโตะอยู่กับเอริ...แม้เด็กสาวจะตัดใจจากคาโอรุได้แล้วและแม้อยากจะรู้ความหมายของบทสนทนาเมื่อครู่ แต่เรื่องที่ไม่ถูกใจนักเวลาอยู่ใกล้อาซาโตะนั้นยังมีอยู่...และรู้ดีด้วยว่าระหว่างเขากับเธอนั้น...ไม่สามารถที่จะพูดคุยแบบเพื่อนกันได้อย่างแน่นอน...เธอจึงไม่พูดอะไรและลงมือเก็บของต่อ...

 

กระทั่งมีมือใหญ่ยื่นออกมาช่วยเก็บของลงกล่องให้กับเธอ...เอริจึงทั้งประหลาดใจและอดไม่ได้ที่จะถามคำถามขึ้นมา...

 

คาโอรุคุงดูแปลก ๆ ไปนะ...รู้รึเปล่า?”

 

รู้ 

 

 

แล้ว...ไม่คิดจะถามเหรอ?” 

 

 

คิดสิ...  ของในกล่องเต็มแล้ว...ทั้งเอริและอาซาโตะต่างหันมองกันและกัน...การที่ต้องเผชิญหน้ากับบุคคลซึ่งหลงใหลคนที่เราชอบนั้น เป็นความรู้สึกราวกับรู้จัก และเป็นศัตรูในเวลาเดียว...เด็กหนุ่มและเด็กสาวต่างมองเห็นความรู้สึกภายในของกันและกัน...ต่างก็ครุ่นคิด...ถึงคนเพียงคนเดียว...

 

มิเนคุระคุงคงไม่รู้...ก่อนหน้าการแข่งขันกรีฑานิดหน่อย...โอโทกิคุงมีเรื่องชกต่อยกับผู้ชายคนหนึ่ง   คาโอรุคุงก็อยู่ในเหตุการณ์ด้วย  ดวงตาสีน้ำตาลทองของอาซาโตะสั่นไหวเล็กน้อย...ในแสงอาทิตย์สนธยานี้ดูงดงามราวกับสีซีเปีย...ทว่า แฝงความไม่พอใจอยู่ภายในจนเด็กสาวรู้สึกได้...

 

พอดีอาจารย์คุราบาชิมาระงับเหตุการณ์ก่อน...ทั้งคู่กรณีแล้วก็โอโทกิคุงกับคาโอรุคุงก็โดนเรียกไปหมดเลย...คาโอรุคุงหายไปนานทีเดียว พอกลับมาก็ดูซึม ๆ ยังไงไม่รู้... 

 

 

งั้นเหรอ  อาซาโตะยกกล่องไว้ในอ้อมแขน...โดยที่เด็กสาวก็ลุกตาม

 

ไม่รู้ว่านัดอะไรกันหรอกนะ...แต่ช่วยดูแลคาโอรุคุงหน่อยก็แล้วกัน...  เอริเตือนด้วยน้ำเสียงเข้ม...ซึ่งหาได้ยากสำหรับเด็กสาวที่ค่อนข้างอ่อนหวานเรียบร้อยอย่างเธอจะพูดออกมา...อาซาโตะนึกไปถึงว่าคำพูดเหล่านี้น่าจะมาจากมาโกโตะซึ่งห้าวหาญไม่กลัวใครเสียมากกว่า...

 

ขอบใจที่เป็นห่วง...ฉันจะจำไว้  อาซาโตะเอ่ยเช่นนี้ก็เหนือความคาดหมายของเอริเช่นกัน...บรรยากาศของคู่แข่งและศัตรูซึ่งอบอวลไปทั่วจนถึงเมื่อครู่เริ่มเบาบางลงบ้างแล้ว...หากมาเริ่มคิดดู ทั้งสองก็ไม่เคยได้พูดคุยกันโดยตรงมาก่อน...เด็กหนุ่มผมทองที่ทั้งไร้มารยาทและดื้อรั้นในสายตาเธอ ยอมอ่อนข้อให้ถึงเพียงนี้...เด็กสาวจึงเผยรอยยิ้มออกมาจาง ๆ

 

ฉันเป็นห่วงคาโอรุคุงต่างหากล่ะ...  เอริยกกล่องเล็กขึ้นไว้ในอ้อมแขน ขณะที่ปล่อยให้กล่องใหญ่แสนหนักอยู่กับอาซาโตะแทน...ทั้งคู่เดินไปทางด้านห้องเก็บอุปกรณ์ด้านหลังโรงเรียนโดยมีเด็กสาวเดินนำเกินหนึ่งก้าว...

 

********************************

 

เมื่ออากาศอันแสนเย็นชื่นแผ่ตัวปกคลุมไปทั่วบริเวณเพราะดวงอาทิตย์ลาลับ ก็เป็นเวลาเดียวกับที่เด็กหนุ่มยันกายลุกขึ้นจากผืนหญ้า...มือทั้งสองเต็มไปด้วยเศษดิน เศษหญ้าและคราบเลือดปนเปกันจนแทบจะกลายเป็นเนื้อเดียว...กระนั้นเปลวไฟในดวงตาสีน้ำตาลอ่อนก็ยังไม่อาจมอดดับลงไปได้แม้แต่น้อย...

 

คำตอบ...

 

ภายในห้องสีขาวสะอาด...ภาพที่เห็นทำให้อิจฉาเสียจนแสบตา...

 

รวมถึง...บาดแผลกลางหลังอันน่าเสียดาย...

 

มิโดริไม่อาจหยุดยั้งความคิดคำนึงถึงใบหน้างามเปื้อนน้ำตานั้นไปได้...เจ็บใจ...เจ็บใจที่ไม่สามารถทำอะไรได้...

 

เจ็บใจที่พบช้าไป...ต้องเจ็บใจเช่นนี้เสมอ...

 

ทว่า...แม้จะอยู่ที่นี่ต่อไป...คำตอบก็ไม่เดินทางมาหาอย่างแน่นอน...

 

เด็กหนุ่มจึงก้าวขาออกจากบริเวณสวนหลังโรงเรียนอันเงียบสงบ...ไปสู่เสียงเพลงรื่นเริงและเสียงพูดคุยอย่างสบายใจของบรรดาเพื่อนร่วมโรงเรียนด้วยความรู้สึกที่แปลกแยก...

 

ทว่า...ในที่สุด คนที่ทั้งอยากพบ และไม่ต้องการเผชิญหน้า...ก็ปรากฏแก่สายตาอย่างรวดเร็วโดยแทบไม่ทันตั้งตัว...ภายในดวงตาสีน้ำตาลทองสะท้อนภาพของเด็กหนุ่มรุ่นน้องเป็นสัญญาณให้รู้ว่าเจ้าของดวงตานี้ก็รับรู้ถึงตัวตนของอีกฝ่ายแล้วเช่นกัน...

 

ภายในร่างของมิโดริ...ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นผลักดันให้ก้าวไปข้างหน้าจนไม่อาจทานไหว...เด็กหนุ่มรุ่นน้องปราดเข้าขวางทางข้างหน้าของอาซาโตะ...ในดวงตาสีน้ำตาลอ่อนที่มักแฝงความเป็นศัตรูอยู่อย่างใจเย็น กลับเผยตัวตนออกมาโดยไม่มีการปิดบัง...การเผชิญหน้าในครั้งนี้...ไม่ได้อยู่ในความตั้งใจของรุ่นพี่ผมสีน้ำตาลทองแม้แต่น้อย...เวลานี้เขาคิดเพียงแค่ว่าท่าทางจนหนทางเช่นนั้นเป็นแค่เรื่องน่ารำคาญใจ...

 

...ถอยไป...  เสียงทุ้มต่ำไม่มีแม้แต่ไมตรีเล็ก ๆ น้อย ๆ ลอดผ่านริมฝีปากของอาซาโตะออกมา...ทั้งที่เส้นทางก็ไม่ได้คับแคบถึงขนาดเดินสวนกันไม่ได้ แต่ด้วยทิฐิที่ติดเป็นนิสัยทำให้เขาไม่คิดแม้แต่จะเดินเลี่ยง...

 

เอ่อ...มิโดริคุง ช่วยหลบไปนิดนึงเถอะ พวกพี่ผ่านไปไม่ได้จ๊ะ  เอริเอ่ยขึ้น...เพราะรู้สึกถึงความเป็นศัตรูอย่างชัดแจ้งที่ทั้งสองแสดงใส่กันแล้ว...จึงนึกห่วงถึงเรื่องที่มิโดริก่อไว้เมื่อกลางวัน...หากคราวนี้มีเรื่องขึ้นอีกอาจารย์คงจะไม่ปล่อยเอาไว้อีกแน่ ๆ ...ทว่า ความพยายามนั้นก็ไม่ได้ทำให้เกิดผลใด ๆ ขึ้นเลย ราวกับเด็กหนุ่มทั้งสองรอบตัว...ไม่ได้ยินเสียงของเธอเลยแม้แต่น้อย

 

พวกเขายังคงจ้องมองกันและกัน...อย่างไม่มีใครยอมใครเช่นเดิม...

 

เอ่อ...  สิ้นเสียงครางเล็ก ๆ อย่างกำลังหาหนทางประนีประนอมสถานการณ์ของเอริ...ฝ่ามือของอาซาโตะก็ผลักดันไหล่หนาแบบนักกีฬาของเด็กหนุ่มรุ่นน้องเพื่อให้ร่างของเขาพ้นทาง...แม้จะเซเล็กน้อยตามแรง ทว่า มิโดริก็ยังคงขวางทางอยู่เช่นเดิม...และ...!!

 

มิโดริคุง!!”  เสียงร้องของเด็กสาวเต็มไปด้วยความรู้สึกที่รับมือกับเหตุการณ์ไม่ไหว...อาซาโตะซึ่งมีส่วนสูงกว่ามิโดริเล็กน้อยกำลังถูกกระชากคอเสื้อ ตามมาด้วยหมัดซึ่งอาบเลือดจาง ๆ ...

 

หมัดนี้...แม้จะรวดเร็วในดวงตาของเอริ...แต่สำหรับอาซาโตะที่เรียกได้ว่าเข้ารับการฝึกร่างกายมาย่อมต่างกัน...เด็กหนุ่มผมทองหลบหมัดที่ว่า และเปลี่ยนเป็นฝ่ายกระชากเด็กหนุ่มรุ่นน้องจนตัวเกือบลอยสะบัดกระแทกลงกับพื้น...ด้วยมือเพียงข้างเดียว

 

ซากุระร่วงหล่นอีกครั้ง...ท่ามกลางเสียงรื่นเริงเฮฮาที่เริ่มมีการบรรเลงดนตรีบ้างแล้วดังแว่วมาตามสายลม...ในความเย็นเยือกที่เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อเล็ก ๆ ของเด็กสาว...และความเงียบสงัดอันไร้คำพูด ที่ซึ่งเปลวไฟใกล้ปะทุของเด็กหนุ่มทั้งสอง...

 

********************************

 

อาโกะ จิฮิโระ และจินัตสึ กลับออกจากตึกเรียน...เมื่อจิฮิโระซึ่งเรียกได้ว่าเป็นฝ่ายเสียหาย...อธิบายเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อบ่ายให้กับอาจารย์คุราบาชิฟังเรียบร้อยแล้ว...หญิงสาวค่อนข้างร้อนใจเมื่อได้ยินว่ามิโดริหายไปจากห้องพักครูทั้ง ๆ ที่อาจารย์ยังสอบถามไม่เสร็จ...แม้จะยังสบายใจได้บ้างว่าอาจารย์คุราบาชิไม่คิดจะลงโทษเรื่องที่เกิดขึ้นให้หนักหนาเมื่อทราบถึงความสัมพันธ์ทางสายเลือดของเธอกับเด็กหนุ่มแล้วก็ตาม...

 

คุณพ่อยังเจ็บอยู่รึเปล่าคะ?”  เสียงใสเต็มไปด้วยความห่วงใยลอดออกจากปากเล็กน่ารักของเด็กหญิง...ทำให้ผู้เป็นพ่อเผยรอยยิ้ม...

 

ไม่เป็นไรจ๊ะ...พรุ่งนี้ก็หายแล้วล่ะ  อาโกะมองการสนทนาของพ่อลูกด้วยความรู้สึกผิด...เธอกัดริมฝีปากพลางหยุดเดิน...

 

ขอโทษนะ ฮิโระคุง...ฉัน...  คำพูดที่อยากเอ่ยได้หยุดอยู่แค่ลำคอ...หญิงสาวก้มใบหน้าที่ราวกับจะร้องไห้ของตนเองลง...ในขณะที่กำลังพยายามเค้นคำพูดเหล่านั้น...

 

คำพูดมากมายที่อยากจะเอ่ยให้สาสมกับความผิด...

 

ให้สมกับบาดแผลบนใบหน้าของชายหนุ่ม...ให้กับรอยขีดข่วนในใจของเด็กหญิงตัวน้อย ๆ

 

 

ทว่า...มือใหญ่อบอุ่นก็วางลงมาบนบ่าบอบบางของเธออย่างแผ่วเบา...ราวกับว่าเจ้าของฝ่ามือนั้นกำลังกลัว...กลัวว่าน้ำหนักที่ส่งผ่านมานั้นจะสร้างความเจ็บปวดให้กับเธอ...

 

ความอ่อนโยนอย่างที่สุดของจิฮิโระ...ทำให้อาโกะรัก...ยิ่งรัก...

 

และทรมาน...จนหยาดน้ำตาเอ่อออกมาเต็มใบหน้า...

 

ไม่เป็นไรครับ...อาโกะซัง... 

 

 

...ฮิ...โระคุง... 

 

 

คุณครู...อย่าร้องไห้สิคะ...  จินัตสึเข้ามือดึงมือของอาโกะเบา ๆ ดวงตากลมโตของเด็กหญิงตัวน้อยเต็มไปด้วยความกังวลและห่วงใยจนหญิงสาวปาดเช็ดน้ำตา...

 

จ๊ะ...ครูไม่ร้องแล้วล่ะ 

 

 

ไปตามหามิโดริคุงกันเถอะครับ  จิฮิโระเอ่ยขึ้น...ทำให้ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนชุ่มน้ำเงยมองเขา...

 

...เอ๊ะ?...

 

มาถึงขั้นนี้แล้ว...ผมว่าถ้าได้คุยกันอีกสักครั้งล่ะก็...มิโดริคุงต้องเข้าใจเหมือนกับคุณพ่อคุณแม่แน่นอนครับ  ชายหนุ่มเผยรอยยิ้มให้กับหญิงสาวอันเป็นที่รัก...พลางทำให้ภายในใจของอาโกะอบอุ่นขึ้นอีกครั้งหนึ่ง...

 

...ค่ะ...  หญิงสาวพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มที่เปื้อนน้ำตา...

 

********************************

 

หึ...หึหึ  เสียงหัวเราะในลำคอของมิโดริ ทำลายความเงียบของเปลวไฟนั้น...สร้างความสงสัยให้กับเอริ...และทำให้หัวคิ้วสีเดียวกับเส้นผมของอาซาโตะขมวดเข้าหากันเล็กน้อย...

 

...มิโดริคุง...เป็นอะไรรึเปล่า?”  เอริวางของพร้อมกับย่อตัวลงใกล้ ๆ เด็กหนุ่มที่ยังไม่เงยหน้า...

 

ไม่เป็นไรครับพี่ซาซากิ...ก็แค่...  มิโดริก้มหน้าลงไปอีก...หลังมือที่สกปรกทำให้เด็กสาวรุ่นพี่รู้สึกเป็นห่วง...

 

ไปกันได้แล้วซาซากิ...  ด้วยน้ำเสียงเรียบที่ราวกับเหตุการณ์เมื่อครู่ไม่ได้เกิดขึ้นทำให้เอริรู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย...ถึงแม้มิโดริจะเป็นฝ่ายเริ่มก่อน แต่การไม่สนใจใยดีเช่นนี้ไม่ได้ให้ผลตอบแทนที่ดีกลับมาเลย...และสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้...ไม่ได้เลวร้ายน้อยกว่าที่เอริคิดเอาไว้เลย...

 

รุ่นพี่คาโอรุเป็นคนสวยนะครับ...  มิโดริที่ดูเหมือนจะสงบลงได้บ้างแล้ว...ค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นพร้อมกับเอ่ยด้วยเสียงแหบที่ฟังรื่นหูเป็นพิเศษ...

 

แถมยังใจดีอุตส่าห์ช่วยพูดกับอาจารย์ให้ผม...แล้วก็อุตส่าห์ขอเวลาจากอาจารย์ให้  เด็กหนุ่มลุกขึ้นยืน...พลางปัดเศษหญ้า และกลีบซากุระให้พ้นไปจากตัว...พลางยิ้มอย่างสดใส...

 

อยากจะพล่ามอะไรก็ตามใจ  อาซาโตะพูดปัดด้วยความรำคาญ...เขายกกล่องที่เอริวางลง และออกเดิน...ยิ่งเรียกรอยยิ้มมาประดับบนใบหน้าของเด็กหนุ่มรุ่นน้องให้มากขึ้นไปอีก...

 

ในห้องพักครูที่ไม่มีใคร...เหมาะสุด ๆ ที่จะทำกับรุ่นพี่คาโอรุอย่างที่รุ่นพี่ทำ จริงมั๊ย?”  ร่างสูงชะงัก...เอริรู้สึกถึงความกดดันที่เรียกได้ว่าออกมาจากตัวของอาซาโตะ...แม้จะเห็นเพียงแค่แผ่นหลังก็ตาม...จนเธอใจคอไม่ดี...

 

มิโดริคุง...พอเถอะ...พวกพี่จะได้เสร็จธุระซะทีนะจ๊ะ  เด็กสาวรุ่นพี่พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน...มิโดริที่เธอรู้จักจะค่อนข้างเอาใจผู้หญิงรอบตัวเก่งมาก ดังนั้นคราวนี้เอริคิดว่า เด็กหนุ่มจะหันมาให้ความสนใจกับคำพูดของเธอและผละไป...ทว่า...

 

ผมเห็นนะในห้องพยาบาล...ก็เลยลองทำอย่างนั้นบ้าง...  มิโดรินั้นเฉยเมยราวกับไม่ได้รับรู้ว่าเอริอยู่ตรงนั้น...พยายามจะทำให้เหตุการณ์มันดีขึ้น...เขายังคงหันไปหาแผ่นหลังของอาซาโตะ...เอ่ยทุกคำพูดอย่างเน้นย้ำชัดเจน...

 

...หมายความว่ายังไง?”  น้ำเสียงของอาซาโตะต่ำและคาดคั้นอย่างที่มิโดริเดาเอาไว้...เด็กหนุ่มรุ่นน้องจึงเผยรอยยิ้มเยาะหยันออกมา...

 

ผิวของรุ่นพี่คาโอรุขาว แล้วก็ลื่นมือมาก...เสียดายไม่น่ามีแผลแบบนั้นเต็มหลังเลย 

 

 

...แผล?”  น้ำเสียงฉงน ลอดออกมาจากปากของเอริได้เพียงครึ่งคำเท่านั้น...

 

เสียงลั่นของกล่องอุปกรณ์ที่หล่นลงบนพื้นดังสนั่น...คราวนี้มิโดริถูกดึงคอเสื้ออย่างรุนแรง...ทว่า...เขากลับไม่มีทีท่าตระหนกแม้แต่น้อย...ยังคงเอ่ยต่อไป

 

โกรธเหรอครับรุ่นพี่!!! โกรธที่ผมรู้ความลับของรุ่นพี่คาโอรุแล้วงั้นเหรอครับ?! อึ๊ก!!!”  อาซาโตะสะบัดแขนออกไปด้านหน้า ทำให้แผ่นหลังของมิโดริกระแทกถูกรั้วเหล็กเสียงดัง...ร่างของเด็กหนุ่มรุ่นน้องถูกตรึงแน่นและคอก็เริ่มแสบเพราะอาซาโตะเหมือนกับไม่ได้ออมแรงอีกต่อไปแล้ว...

 

มิเนคุระ!! พอเถอะ...มิโดริคุงก็ด้วย เลิกพูดแบบนั้นซะที!!”  เอริเข้าห้ามระหว่างเด็กหนุ่มทั้งสอง...แม้เธอจะอยากเข้าใจสิ่งที่มิโดริพูดถึงเกี่ยวกับคาโอรุ...แต่เวลานี้เธอทั้งอยากหาคนมาช่วยห้ามเพราะลำพังแค่เด็กสาวอย่างเธอคนเดียวจะจัดการเด็กหนุ่มที่แข็งแรงทั้งสองนี้ได้อย่างไร...ทว่า...หากมีคนมารับรู้เหตุการณ์ทะเลาะวิวาทให้มากเข้า ทั้งสองก็จะเดือดร้อนโดยเฉพาะมิโดริที่เพิ่งจะก่อเรื่องไปแล้วด้วย...

 

อย่าเลยครับรุ่นพี่ซาซากิ...ไม่เห็นเหรอรุ่นพี่มิเนคุระอยากรู้ออกจะตายไป!!!”

 

 

เรื่องที่รุ่นพี่คาโอรุมีแต่รอยแผลเหมือนกับถูกทำร้ายเต็มหลังไปหมดน่ะ!!!  เอ๊ะ?”  มิโดริพูดออกมายาวเหยียดอย่างสาแก่ใจ...ทว่า...เมื่อเขามองอาซาโตะตรง ๆ อีกครั้ง...ที่คาดว่าจะเห็นความโกรธรุนแรงราวกับเปลวไฟซึ่งกำลังเผาไหม้ เขากลับพบ...

 

ความเย็นชา...เย็นชาราวกับก้นบึ้งอันไร้ที่สิ้นสุดไหลวนอยู่ในดวงตาสีทองที่แทบจะไร้สีน้ำตาล...แม้จะกล้าดีถึงเพียงไหน...แต่มิโดริก็ได้รับรู้ว่า ...เขาได้ทำให้อาซาโตะโกรธจริง ๆ แล้ว...

 

ความโกรธของคน ๆ นี้...

 

ชืดชา...เย็นเยียบ...ขัดแย้งกับเส้นผมสีทองสว่างจ้าอย่างสิ้นเชิง...

 

กล้าดียังไง...ถึงเอาเรื่องนี้มาพูดกับคนอื่น  หยาดเหงื่อเม็ดเล็กผุดออกมาจากไรผมของมิโดริ...เมื่อได้ฟังน้ำเสียงที่ไร้ซึ่งความปรานีของอาซาโตะ...เอริเองถึงกับหนาวสะท้าน...เพราะเธอก็ไม่เคยเห็นเด็กหนุ่มผมทองโกรธอย่างแท้จริงเช่นนี้มาก่อนเช่นกัน...

 

คิดว่าเรื่องแบบนี้สมควรจะเอามาพูดเพื่อความสะใจของนายรึไง?”

 

อึ๊ก!”  แรงของฝ่ามือรุมร้อนรัดคอเสื้อมิโดริเข้าอีก...จนลมหายใจของผู้ถูกกระทำลอดออกมาอย่างยากลำบาก...

 

พะ...พอเถอะ...มิเนคุระคุง...มิโดริคุงท่าทางจะเจ็บนะ  เอริใช้ความกล้าเดินเข้าใกล้ทั้งคู่ และพยายามไกล่เกลี่ยอีกครั้ง...

 

บาดแผลขนาดนั้น!!!! นายคิดว่าคาโอรุอยากจะให้คนอื่นเห็นหรือรับรู้ไปทั่วรึยังไง!!!! หา!!!!”  เสียงตวาดของอาซาโตะ เสียดแทงเข้าไปในห้วงสมองของมิโดริ...

 

ทั้งที่น่าสงสารขนาดนั้น...แต่เขากลับ...

 

....ผม....  ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนเต็มไปด้วยแววแห่งความเสียใจและสับสน...ถึงตอนนี้แรงที่ถูกดึงรัดคอเสื้อแทบจะไม่มีความหมายอีกแล้ว...

 

มิโดริจัง!”  เสียงหวานอุ่นผ่านเข้ามาราวกับสายลมอ่อน...หลังจากลองเดินตามหาเกือบทุกที่ในบริเวณโรงเรียนแล้ว อาโกะจึงมาถึงสวนหลังโรงเรียน เธอได้ยินเสียงเอะอะ จนต้องให้ความสนใจตามเสียงมา...และได้เห็นมิโดริ จากสภาพตำแหน่งที่ถูกตรึงติดกับรั้วเหล็กโดยถูกยึดคอเอาไว้ ทำให้เธอเข้าใจว่าน้องชายกำลังจะถูกทำร้าย...จึงรีบส่งเสียงเพื่อช่วยเหลือ...

 

พี่...?”  ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนหันไปตามเสียง เป็นแววตาที่เต็มไปด้วยอารมณ์มากมายเมื่อเห็นหญิงสาวที่สอนให้รู้จักความยินดี และความเจ็บปวดเข้ามาหาด้วยความห่วงใย...ในที่สุดฝ่ามืออุ่นร้อนก็คลายออก...ปล่อยให้อากาศไหลเข้าไปภายในปอดจนเด็กหนุ่มรุ่นน้องต้องใช้เข่าเพื่อช่วยพยุงร่างไม่ให้ล้มลงกับพื้นทั้งตัว...

 

...คาโอรุไม่ใช่พี่สาวนาย...  อาซาโตะพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาเช่นเดิม...ทว่า...มันกลับเสียดแทงเข้าไปในหัวใจของมิโดริ...ยิ่งกว่า...ยิ่งเสียกว่าคำต่อว่าเมื่อครู่เสียอีก...

 

อาซาโตะรู้...ในสิ่งที่เขาพยายามจะไม่รู้...

 

ทั้งที่ก็รู้ดีตลอดมา...

 

การหนีครั้งนี้...ตัวเขาเองนี่แหละ ที่ทำให้มันพังทลาย...

 

มิโดริจัง...นะ...นี่อะไรกันจ๊ะ? เดี๋ยวก่อนสิเธอ! อย่าเพิ่งไป!”  อาโกะเข้าพยุงร่างน้องชายที่ตัวใหญ่กว่าโดยไม่สนใจว่าตนเองจะรองรับเขาได้หรือไม่...และเมื่อเห็นอาซาโตะและเอริกำลังเดินห่างออกไป เธอก็รีบเรียกทั้งสองไว้...ทว่า...

 

...ผมก่อเรื่องเองครับ...พี่...พวกเขาไม่ได้ทำอะไร  มิโดริเอ่ยห้ามด้วยเสียงที่แหบขึ้นเนื่องจากเส้นเสียงเพิ่งจะถูกคลายจากการรัดหลายนาที...

 

แต่ว่า...พี่เห็น...เอ๊ะ?!”  อาโกะที่ตั้งใจจะตามพวกอาซาโตะเพื่อต้องการคำอธิบายต้องหยุดชะงักลง เพราะอ้อมแขนของน้องชายโอบรอบเอวของเธอเอาไว้เพื่อห้ามปราม...

 

มิโดริ...จัง?”

 

...ผมก่อเรื่องอีกแล้ว...เป็นเรื่องที่ไม่น่าให้อภัย...ไม่น่าให้อภัยจริง ๆ  มิโดริกอดเอวพี่สาว...เขาที่ตัวสูงใหญ่กว่าเธอมากนัก กลับตัวสั่นระริกและก้มหน้าลง อ่อนแอ ต้องการพึ่งพาเธอเหมือนตอนที่ยังเป็นเด็กตัวน้อยในความทรงจำ...อาโกะยื่นมือเรียวขาวนุ่มนวลวางบนศีรษะน้องชายอย่างแผ่วเบา...

 

...ต่อให้โลกนี้ไม่มีใครให้อภัย...พี่ก็จะอยู่ข้างมิโดริจังเสมอจ๊ะ  น้ำเสียงอ่อนโยน...เป็นความอ่อนโยนอย่างที่สุดที่พี่สาวจะมีให้กับน้องชาย...เป็นการให้อภัยของคนในครอบครัวซึ่งไม่อาจก้าวข้าม...ไม่อาจดับความปรารถนาอันร้อนรุ่มที่เผาไหม้อยู่ในหัวใจ...

 

แต่เด็กหนุ่มก็คิด...ถึงวันที่จะดับมันได้ขึ้นมา...

 

ก้าวข้ามความสัมพันธ์ที่ทรมานเช่นนี้

 

โดยยังคงได้เห็นทั้งรอยยิ้มของเธอ

 

และ...

 

ของคาโอรุ...อีกครั้ง...

 

  ********************************

 

ดนตรีจังหวะสนุกสนานที่ทำให้ผู้คนขยับร่างกายเบา ๆ ไปตามใจ สร้างบรรยากาศสบาย ๆ ให้กับห้องโถงชั้นบนสุดของ มิเนคุระ ทาวเวอร์ ซึ่งถูกดัดแปลงตกแต่งให้กลายเป็นห้องจัดเลี้ยงสำหรับฉลองวันเกิดลูกชายเพียงคนเดียวของตระกูล...

 

บริเวณงานถูกประดับด้วยดอกมาการ์เร็ต และดวงไฟเล็ก ๆ คล้ายกับงานคริสต์มาส ตรงกลางถูกจัดเป็นเวทีกลมขนาด 5 คนยืน เพื่อให้การแสดงรวมถึงพิธีการสามารถให้ผู้ร่วมงานมองเห็นได้ทั่วถึง...ค่อนข้างเป็นงานขนาดย่อม ที่เน้นการปฏิสัมพันธ์ใกล้ชิดของผู้ร่วมงานมากกว่าจะเป็นงานแบบเป็นทางการตามปกติที่ห้องโถงกว้างขวางแห่งนี้เคยจัดมา...เนื่องจากบรรดาแขกที่มาร่วมงาน ส่วนใหญ่คือพนักงานของมิเนคุระ ทาวเวอร์ และบริษัทในเครือฯ นอกจากนั้นเป็นแขก VIP ที่มิเนคุระ อากิระเป็นผู้เชิญมาโดยตรง...

 

วันนี้อากิระยิ้มสดใสตั้งแต่เช้า...ชายหนุ่มรู้สึกเบิกบานใจเป็นที่สุด เพราะความสุขที่สูญหายไปได้กลับมาหาเขาแล้ว...แม้ว่า จะไม่ได้ทำให้ชีวิตที่เสียไปคืนกลับมา...ทว่า...สำหรับความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นระหว่างเขากับอาซาโตะนั้นก็เป็นที่น่าพอใจ และมีค่าจนไม่อาจหาอะไรมาแทน...

 

วันนี้อากิระจึงยิ้ม...และเชิญแขกพิเศษ...

 

ที่เขาและอาซาโตะ ทั้งกลัวเกรง และอยากพบมาร่วมงานนี้ด้วย...

 

ท่านครับ...  คาคุซึ่งอยู่ในชุดสูทสีเทาเข้ม ขับเน้นให้ร่างเพรียวบางของเขาน่ามอง...เดินผ่านผู้คนโดยพาคาโอรุซึ่งเพิ่งมาถึงงานมาด้วย...

 

...สวัสดีครับ...มิเนคุระซัง...ขอบคุณที่เชิญมาร่วมงานนะครับ  เด็กหนุ่มเอ่ยด้วยรอยยิ้ม...แม้สีหน้าจะดูเหนื่อยล้าอยู่บ้าง...แต่คาโอรุก็กลบเกลื่อนมันเอาไว้...

 

สวัสดี...ตามสบายนะ วันนี้ฉันลองจัดแบบที่วัยรุ่นจะชอบน่ะ...คาโอรุคุงคิดว่าเป็นยังไงบ้างล่ะ?” 

 

...ดูสบาย ๆ ดีครับ...ผมชอบมากเลย...แล้วก็ขอบคุณสำหรับรถที่ไปรับ รวมถึงสูทด้วยนะครับ...  ผู้ต่างวัยคุยกันอย่างสบาย ๆ จนกระทั่งคาคุนำเครื่องดื่มมาให้กับคาโอรุ...

 

สำหรับผู้ยังไม่บรรลุนิติภาวะครับ

 

ขอบคุณครับ เทราจิมะซัง  คาโอรุรับแก้วขนาดเหมาะมือที่บรรจุเครื่องดื่มสีสวย แบบไร้แอลกอฮอลล์จากชายหนุ่มมาถือไว้อย่างนุ่มนวล...ในขณะที่การสนทนาระหว่างคนทั้งสามใกล้จะเริ่มอีกครั้ง เสียงของผู้คนซึ่งจอแจอยู่รอบด้าน ก็กลับกลายเป็นแผ่วลงเล็กน้อย และดูเหมือนจะคุยเป็นเรื่องเดียวกัน...เมื่อหญิงสาวที่โดดเด่นคนหนึ่งกำลังเดินเข้ามาในบริเวณงาน...

 

...คาโอรุคุง!!”  เสียงของเอเล็คตร้าเอ่ยทักเจ้าของชื่อแต่ไกล...หญิงสาวต่างชาติในวัยที่เฉิดฉายและเต็มเปี่ยมด้วยความมั่นใจ ปรากฎตัวด้วยชุดเดรสสีม่วงอ่อน ซึ่งผ่าโคนขาด้านข้างเผยให้เห็นเรียวขาเนียนสวย...และเผยเนินอกนิด ๆ เดินเข้ามาพร้อมกับควงแขนชายหนุ่มผู้ซึ่งเป็นคู่หมั้นด้วยรอยยิ้ม...

 

คุณเอเล็คตร้า...มาด้วยเหรอครับ? เอ่อ...สบายดีมั๊ยครับ?”  เด็กหนุ่มเอ่ยตอบเธอด้วยรอยยิ้มเช่นกัน...พลางเดินเข้าไปหาทั้งสองทันที...

 

สบายดีจ๊ะ...ราอูลคะ...ตอนนั้นไม่มีโอกาสแนะนำ นี่ทาเทวากิ คาโอรุ...คนสำคัญของอาซาโตะค่ะ  แม้จะไม่ได้พบกันนานพอสมควร แต่เอเล็คตร้าก็ยังไม่ทิ้งนิสัยชอบแหย่เด็กหนุ่มไปอยู่ดี...ทำให้มือเรียวต้องหยุดชะงักการสัมผัสทักทายกับคู่หมั้นของเธอกลางคัน...

 

เอ่อ...คุณเอเล็คตร้า...  ใบหน้าอ่อนเยาว์เกิดสีแดงเรื่อขึ้นบนผิวแก้มนุ่ม...แม้จะเป็นปฏิกิริยาที่เคยเห็นมาแล้ว...แต่ยังไงหญิงสาวก็ยังชอบที่จะมอง...เธอหัวเราะน้อย ๆ โดยที่ราอูลยื่นมืออันใหญ่โตไปสัมผัสกับมือเล็กของคาโอรุด้วยรอยยิ้ม...

 

ยินดีที่ได้รู้จักครับ  ราอูลเอ่ยทักทายผู้อ่อนวัยอย่างสุภาพ...

 

คะ...ครับ...ยินดีที่ได้รู้จัก...

 

สวัสดีครับ คุณเอเล็คตร้า...คุณเบอร์นาดีน  คาคุทักทายคนทั้งคู่...พลางนำทางไปหาอากิระซึ่งกำลังยืนยิ้มรออยู่...

 

ขอบคุณที่มานะเอเล็คตร้า คุณเบอร์นาดีน

 

เรียกราอูลก็ได้ครับ...มิสเตอร์มิเนคุระ  ชายหนุ่มอายุน้อยกว่าเอ่ยอย่างสุภาพ...ทั้งคู่สัมผัสมือกันอย่างคนคุ้นเคย...เพื่อให้เกียรติกับเอเล็คตร้า...

 

อ้าว...งั้นคุณก็ต้องเรียกผมว่า อากิระ ด้วยนะ...แต่คู่หมั้นของคุณน่ะผมไม่เห็นจะมาขอซักคำ...เธอถือวิสาสะเรียกของเธอเองเฉยเลย  อากิระแซวหญิงสาว...ทำให้ราอูลอดที่จะหัวเราะออกมาเบา ๆ กับความมั่นใจเต็มเปี่ยมของคู่หมั้นตัวเองไม่ได้...

 

แหม...นินทากันซึ่งหน้าเลยนะคะ...แต่อากิระก็คืออากิระนี่คะ ฉันไม่เห็นจำเป็นต้องขอเลย  เอเล็คตร้าพูดอย่างไม่รู้สึกเกรงใจแม้แต่น้อย...ทำเอาวงสนทนาครึกครื้นขึ้นด้วยเสียงหัวเราะของชายหนุ่มซึ่งล้อมรอบตัวเธอ...

 

...ว่าแต่ พระเอกของงานยังไม่โผล่เหรอคะ?”  เมื่อเครื่องดื่มประเภทคอกเทลถูกเสิร์ฟถึงมือ...เอเล็คตร้าที่มองจนทั่วงานแล้วยังไม่เห็นอาซาโตะจึงเอ่ยขึ้น...

 

อีกสักครู่คงจะมาถึงแล้วล่ะครับ  เสียงนุ่มของคาคุตอบคำถามเธอ...

 

ขอบคุณจ๊ะ คาคุ...เฮ้อ...อยากได้เลขาฯ ดี ๆ อย่างนี้บ้างจัง...เลิกเป็นให้อากิระเถอะฉันจะจ้างเธอเอง  นิ้วมือเรียวดั่งลำเทียนซึ่งถูกจัดแต่งมาอย่างดีแตะบนผิวแก้มสะอาดของคาคุเบา ๆ พลางส่งข้อเสนอที่เธอก็รู้คำตอบอยู่แล้ว...แต่ก็ยังอยากจะถาม...

 

ขอบพระคุณมากครับคุณเอเล็คตร้า...แต่ว่าผมอยากรับใช้ท่านแบบนี้มากกว่า  คาคุตอบด้วยรอยยิ้มหวาน...ทำเอาหญิงสาวถอนใจ...

 

เฮ้อ...คุยกับพวกคุณเนี่ยไม่สนุกเอาซะเลย...คาโอรุคุงเราไปทางนั้นกันดีกว่า...ฝากราอูลด้วยนะคะอากิระ  เอเล็คตร้าจูบแก้มคู่หมั้นเบา ๆ พลางคว้าแขนของเด็กหนุ่มที่เรียวบางเกือบเท่ากับเธอจากไป...

 

หญิงสาวในชุดสวยเต็มไปด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม กับเด็กหนุ่มหน้าหวานในชุดสูทสีขาวซึ่งดูบอบบางและน่ามองเป็นจุดสนใจของผู้ร่วมงานทั้งหลายในทุกที่ที่ผ่าน...เมื่อทั้งคู่หยุดยืนคุยกันตรงบริเวณระเบียงด้านนอกซึ่งสายลมฤดูใบไม้ผลิพัดผ่านเอากลิ่นซากุระจาง ๆ จากที่ไกลแล้ว ผู้ร่วมงานหลายคนที่ให้ความสนใจคนทั้งสองจึงหันมาสนใจคู่สนทนาของตนเองบ้างในที่สุด...

 

เฮ้อ...ลมเย็นสบายดีจริง...

 

นั่นสิครับ  คาโอรุตอบประโยคเลื่อนลอยของหญิงสาว...พลางยื่นแก้วใสที่บรรจุคอกเทลใบใหม่ให้กับเธอ...

 

ขอบใจจ๊ะ...คาโอรุคุงเป็นยังไงบ้างล่ะ? เปิดเทอมแล้วใช่มั๊ย?”

 

ครับ...ขึ้นปี 2 แล้ว

 

เป็นรุ่นพี่แล้วสินะ...มีรุ่นน้องมาคอยตามจีบบ้างรึเปล่าจ๊ะ?”  เอเล็คตร้าพูดแซวด้วยน้ำเสียงสนุก...ทว่า...สีหน้าสบายที่ถูกเกลื่อนไว้ของคาโอรุกะเทาะแตกออกมาจนกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยเมื่อนึกถึง...รุ่นน้อง

 

...เอ่อ...คุณเอเล็คตร้า...มะ...ไม่มีหรอกครับ...  แม้ว่าเด็กหนุ่มจะพยายามเก็บเศษสีหน้าเหล่านั้นมาปะติดปะต่อเพื่อตอบคำถาม...แต่สำหรับหญิงสาวที่ฉลาดอย่างเอเล็คตร้าแล้ว การทำเช่นนี้กลับกลายเป็นการเพิ่มความสงสัยให้กับเธอมากกว่า...

 

คาโอรุคุง? มีอะไรรึเปล่าจ๊ะ?”  สีหน้าอันสงสัยและเป็นห่วงของอีกฝ่ายทำให้คาโอรุรู้สึกตำหนิตนเอง...

 

ไม่ครับ...ไม่มีอะไร  เด็กหนุ่มยิ้ม...แม้เอเล็คตร้าจะยังรู้สึกแคลงใจ แต่บรรยากาศรื่นเริงในวันนี้ทำให้เธอตัดใจที่จะไม่ถามต่อ...พอดีกับเสียงพูดคุยของผู้ร่วมงานภายในห้องโถงจู่ ๆ ก็เริ่มเงียบลงพร้อมกับแสงไฟถูกหรี่ให้เห็นเพียงสลัว...ดูเหมือนการร้องเพลงสดบนเวทีกลมได้เริ่มขึ้นแล้ว...

 

ทว่าในสายตาของผู้ร่วมงาน ไม่ได้มองหญิงสาวรูปร่างเล็กบางที่กำลังเริ่มคลอเสียงกับดนตรี...แต่เป็นเด็กหนุ่มซึ่งกำลังเดินเข้ามาในบริเวณงานต่างหาก...นอกจากรูปลักษณ์ที่เด่นสะดุดตาแล้ว...บรรดาพนักงานแผนกต่างประเทศที่เคยร่วมงานกัน ต่างก็มองเขาด้วยสายตาที่ทั้งสงสัย และเปลี่ยนแปลงไป...อย่างสิ้นเชิง...

 

ในแสงไฟสลัววอมแวม และเสียงกังวานของนักร้องสาว...อาซาโตะที่เพิ่งเดินทางมาถึงก็ตกอยู่ในวงล้อมของผู้คน...เส้นผมสีน้ำตาลทองที่เคยปล่อยให้ยาวไม่เป็นระเบียบระต้นคอบ่งบอกถึงความไม่ใส่ใจของเจ้าตัวถูกจัดแต่งให้เรียบร้อยขึ้น...ชุดสูทสีเข้มขรึมเมื่อถูกสวมโดยร่างสูงโปร่งยิ่งขับเน้นให้ดูภูมิฐานน่าเชื่อถือต่างจากเวลาปกติ...แม้แต่เอเล็คตร้าก็ยังถอนใจด้วยความชื่นชม...

 

เอเล็คตร้า...มานานแล้วเหรอ?”

 

เมื่อครู่นี้เอง...เพิ่งจะควงคาโอรุคุงได้ไม่กี่นาทีเธอก็มาซะได้  หญิงสาวตอบ พลางสะบัดเส้นผมสีทองอร่ามไปด้านหลัง...